สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 235 : ภาค 3-บท 35 ปฐมบทสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 378
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    12 ก.ค. 63

เมื่อคำพูดตะโกนของราชาก็อบลินได้สิ้นสุดลง เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังเข้ามา

 

[ยินดีต้อนรับสู่บทสุดท้ายแห่ง Farness World]

 

[เมื่อโลกใกล้มาถึงจุดกาลอวสาน สงครามระหว่างมนุษย์และปีศาจบานปลายจนไม่อาจหวนกลับคืนได้]

 

[อาณาจักรมนุษย์ทางตอนกลางและอาณาจักรก็อบลินได้ล่มสลายลง จึงเกิดเป็นชนวนสงครามที่สร้างความขัดแย้งไปทั่วทุกพื้นที่]

 

[บ้านเมืองและอาณาจักรกำลังลุกโชนด้วยไฟสงคราม ส่วนท่านคือผู้ที่จะมาจบสงครามครั้งนี้]

 

[ชัยชนะจะอยู่กับเผ่าปีศาจหรือมนุษย์ก็ล้วนแต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและการเล่นของท่าน]

 

[ชะตากรรมของ Farness World ขึ้นอยู่กับท่านแล้ว ขอให้โชคดี]

 

กันต์ที่ได้ยินคำประโยคแจ้งเตือนดังนั้นก็รู้สึกคุ้นเคยขึ้นมาทันที

 

ในทุก ๆ ครั้งที่เขากำลังเริ่มต้นเล่มเกม Farness World รอบใหม่ ประโยคเหล่านี้ก็จะลอยขึ้นมาเพื่อเพิ่มอรรถรสให้แก่ตัวผู้เล่น

 

แต่ครั้งนี้ที่แปลกไปคือประโยคที่ว่าอาณาจักทางตอนกลางและก็อบลินได้ล่มสลายลง

 

จอมมารเวลโดรค่อย ๆ เดินกลับไปนั่งบนบัลลังก์ของตนเองอีกครั้งด้วยลักษณะท่าทางที่เคร่งเครียด

 

ทันใดนั้นเองประตูห้องโถงก็ได้เปิดออกพร้อมกับผู้นำกองพันปีศาจอัศวินดำเวรุสได้เดินเข้ามา ซึ่งด้านหลังเขาก็ตามไปด้วยราชันก็อบลินที่บาดเจ็บหนัก

 

เมื่อเวรุสเห็นว่าผู้เป็นนายของตนได้ตื่นขึ้นมาแล้วก็คุกเข่าลงไปในทันที “ขอแสดงความเคารพท่านจอมมารเวลโดร ข้ามีเรื่องเร่งด่วนจะขอกล่าวรายงานขอรับ”

 

เวลโดรที่ได้ยินดังนั้นก็โบกมือและตอบกลับไป “ไม่จำเป็นข้าได้ยินแล้ว…ราชาก็อบลินเจ้าจงอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นมา”

 

ราชันก็อบลินที่คุกเข่าลงไม่รอช้ารีบเงยหน้าขึ้นและพูดออกไปในทันที

 

“อาณาจักรของข้าถูกพวกมนุษย์รุกเข้าโจมตี พวกมันซ่อนตัวอยู่ในป่าได้แนบเนียนมากจนทหารลาดตระเวนของข้าไม่สามารถตรวจจับมันได้พบ อาณาจักรของข้าจึงถูกบุกเข้าโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัว”

 

“ใจเย็นก่อน บอกจำนวนของพวกมนุษย์มาและชุดที่พวกมันสวมใส่ด้วย” เวลโดรเริ่มโต้แย้ง

 

“ครับท่านจอมมาร พวกมันมีประมาณ 2 พันคนเห็นจะได้ แต่ทว่าชุดเกราะที่พวกมันสวมเป็นเกราะเหล็กธรรมดา ส่วนใหญ่เป็นพลทหารเดินเท้า ไม่มีธงหรือตราสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงสังกัดใด ๆ”

 

ในจังหวะนั้นเองหัวหน้าก็อบลินก็เหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้จึงรีบพูดออกมา “แต่ทว่า ผู้ที่น่ากลัวและเก่งที่สุดคือมนุษย์ที่สวมชุดคลุมสีดำทมิฬ มันมีดวงตาสีแดงและผมสีเลือดอันน่าหวาดหวั่น”

 

“ตัวข้าที่ได้เข้าไปสู้กับมันเพียงไม่กี่กระบวนท่าก็ถูกมันโจมตีสวนจนแทบยืนไม่อยู่ ทักษะโจมตีและทักษะดาบของมันถือว่าไม่ธรรมดา”

 

“เจ้าพอจะลองอธิบายถึงทักษะโจมตีของมันได้หรือไม่ ?”

 

“ได้ครับท่านจอมมาร ทักษะแรกที่ข้าเจอคือทักษะดาบสีเงินที่หมุนวนรอบตัวมัน อีกทั้งมันยังมีปีกสีดำทมิฬอีกด้วย ในตอนแรกที่ข้าเห็นมันก็คิดว่ามันเป็นมนุษญ์ธรรมดา ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นลูกผสม”

 

จิตใต้สำนึกของเวลโดรรวมถึงกันต์เมื่อได้ยินดังนั้นก็ถึงกับขมวดคิ้วด้วยความแปลกประหลาดใจ

 

“เจ้านั่นจักต้องเป็นเรล์มไม่ผิดแน่ขอรับนายท่าน เมื่อหนึ่งพันปีก่อนข้าเคยถูกทักษะนั้นของมันเล่นงาน เจ้ามนุษย์สายเลือดครึ่งปีศาจที่น่ารังเกียจนั่น มันคืนชีพกลับมาแล้ว” เวรุสที่นั่งคุกเข่าอยู่ไม่ไกลได้กล่าวเสริมขึ้นมา

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองประตูมิติสีเขียวก็ได้เปิดออกบริเวณหน้าโถงทางเข้าและปรากฏให้เห็นร่างของนักเวทโครงกระดูกตนหนึ่ง

 

“ขอแสดงความเคารพขอรับนายท่าน” คาเรอัสกล่าวพร้อมกับคุกเข่าลงคำนับ

 

“เจ้ากลับมาก็ดีแล้วคาเรอัส ตอนนี้ดูเหมือนว่ากำลังมีเรื่องบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น”

 

“ข้าขอสนับสนุนความคิดของเวรุสขอรับนายท่าน ตอนแรกเครกก็กลับฟื้นคืนชีพมาจากความตาย ต่อมาก็เป็นคล็อด แล้วเหตุใดเรล์มจะกลับฟื้นมาบ้างไม่ได้ แต่ที่เลวร้ายที่สุดหากนังนักเวทนั่นกลับคืนชีพมาอีกคน เราอาจจะต้องทำสงครามอย่างเต็มรูปแบบ เฉกเช่นเดียวกันกับเมื่อหนึ่งพันปีก่อน”

 

“และอีกเรื่องหนึ่งขอรับนายท่าน ผู้กล้าคล็อดได้รับความช่วยเหลือจากเทพมังกรตนหนึ่งจึงทำให้ข้าไม่อาจติดตามมันได้…ได้โปรดลงโทษข้าด้วย”

 

คาเรอัสเอ่ยพลางเอาหัวกะโหลกของตนเขกเข้ากับพื้น

 

“เรื่องนั้นช่างเถอะคาเรอัส ตอนนี้ข้าต้องการหาความจริงว่า เพราะเหตุใดอาณาจักรก็อบลินถึงล่มสลายได้ในเวลาอันสั้นนัก”

 

ราชาก็อบลินที่ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับขนลุกและเอาหัวเขกกับพื้นไปอีกคนหนึ่ง

 

“ได้โปรดยกโทษให้ข้าเถิดท่านจอมมาร มันมีพวกปีศาจทรยศอยู่ในอาณาจักรของข้า ถ้าพวกก็อบลินทรยศนั่นไม่ไปเปิดประตูเมืองให้พวกมนุษย์ ตัวข้าคงยื้อได้นานกว่านี้”

 

ทุกตนในห้องโถงเมื่อได้ยินดังนั้นก็ถึงกับหันไปมองที่ราชาก็อบลินอย่างพร้อมเพรียงกัน

 

“เจ้าจะกล่าวว่า มีปีศาจที่เข้าข้างพวกมนุษย์เพื่อล้างบางเผ่าพันธุ์ตนเองเช่นนั้นรึ ?” เวรุสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่โกรธแค้น

 

“ได้โปรดเชื่อข้าเถิดท่านเวรุส ตอนแรกข้าเองก็ไม่อยากจะปักใจเชื่อนัก แต่ข้าเห็นมันกับตา ข้า ข้า….”

 

เสียงของราชาก็อบลินเริ่มที่จะแผ่วเบาลงและเงียบไปโดยปริยาย

 

“พอก่อนเถอะเวรุส สำหรับตอนนี้เราควรมานั่งคิดหาวิธีรับมือมากกว่าลงโทษกันเอง…ส่วนเจ้าราชาก็อบลิน เดินทางไปรักษาอาการบาดเจ็บของเจ้าก่อน”

 

ราชาก็อบลินเมื่อได้รับคำอนุญาตก็ก้มหัวคำนับอีกครั้งก่อนที่จะเดินออกจากห้องโถงไป

 

“คาเรอัส เวรุส เนื่องจากพวกเจ้าทั้งสองตนเป็นแม่ทัพผู้บัญชาการของข้า ลองเสนอความเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่เราควรกระทำต่อจากนี้และในอนาคตมาให้ข้าฟังสิ”

 

เวลโดรเอ่ยพร้อมกับเปลี่ยนท่านั่งให้ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น

 

คาเรอัสและเวรุสมองหน้ากันสักพัก ก่อนที่เวรุสจะชิงพูดก่อนเป็นตนแรก

 

“การที่อาณาจักรก็อบลินล่มสลายเช่นนี้ มันเป็นการท้าทายอำนาจของท่านอย่างชัดเจน หากว่าท่านไม่คิดจะโต้ตอบหรือล้างแค้น เหล่าเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ที่เข้าร่วมฝ่ายเราอาจจะคิดว่าท่านไม่มีบุญบารมีเหลืออยู่แล้ว จึงไม่สามารถเข้าช่วยเหลืออาณาจักรก็อบลินให้รอดพ้นจากการล่มสลายได้”

 

“และในท้ายที่สุดพวกมันอาจจะถอนตัวออกจากสงครามและตั้งตัวเป็นใหญ่ เพราะคิดว่าอยู่กับท่านไปแล้วสักวันหนึ่งอาณาจักรของพวกเขาอาจจะล่มสลายได้เช่นเดียวกับก็อบลิน โดยที่ท่านเองก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้”

 

เมื่อสิ้นเสียงของเวรุส คาเรอัสก็นำเสนอต่อทันที

 

“ข้าเห็นด้วยกับความคิดของเวรุส พวกมนุษย์เป็นคนจุดชนวนสงครามด้วยตัวของมันเอง บางทีพวกมันอาจจะคิดว่าเหล่าบุคคลในตำนานกลับมาแล้ว อาจจะรบชนะท่านเช่นเดียวกันกับเมื่อพันปีก่อน หากท่านไม่แสดงฝีมือหรือโต้ตอบใด ๆ ก็ไม่ต่างกับการยอมแพ้เลยแม้แต่น้อย”

 

“เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนั้นขวัญกำลังใจทางฝั่งมนุษย์ก็จะมากในขณะที่ฝั่งเราจะต่ำลง ขอให้ท่านทรงพิจารณาอย่างถี่ถ้วนด้วยเถิด”

 

หลังจากที่ได้รับฟังความคิดของผู้บัญชาการปีศาจทั้ง 2 คนแล้ว กันต์ก็เริ่มที่จะคิดหนัก

 

แต่ในขณะเดียวกันนั่นเองอีกาทมิฬตนหนึ่งก็บินผ่านลอดช่องหน้าต่างปราสาทเข้ามา และเกาะบริเวณเกราะไหล่ของเวรุส พร้อมกับกระดาษม้วนหนึ่งที่มันคาบมาด้วย

 

เวรุสที่ได้รับจดหมายเร่งด่วนมาก็ไม่รอช้ารีบทำการเปิดออกและอ่านในทันที

 

แววตาของเวรุสเริ่มแสดงให้เห็นถึงความตื่นตระหนกมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเขาอ่านจบ

 

“ท่านจอมมารเวลโดรขอรับ อาณาจักรมนุษย์ทางตอนกลางได้ล่มสลายโดยกองกำลังไม่ทราบฝ่ายแล้ว เห็นทีว่าครั้งนี้โชคคงเข้าข้างเราแล้ว”

 

เวลโดรที่ได้ยินดังนั้นก็หันขวับและถามออกไป “อาณาจักรทางตอนกลางไม่ได้ล่มสลายจากฝีมือของพวกเจ้าเช่นนั้นหรือ ?”

 

เวรุสและคาเรอัสที่ได้ยินดังนั้นก็หันมองหน้ากันเองและตอบกลับไปอย่างพร้อมเพรียงกัน

 

“ข้าผู้นำกองพันปีศาจเวรุสขอยืนยันและสาบานว่า การเดินทัพขนาดใหญ่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้หากไม่มีท่านเป็นผู้บัญชาการ !”

 

“ข้าผู้นำกองพันปีศาจคาเรอัสก็ขอยืนยันเช่นกันว่า ไม่มีกองกำลังใด ๆ ของเราเคลื่อนไหวในช่วงที่ท่านจำศีลอยู่อย่างแน่นอน เมื่อไม่มีคำสั่งจากท่านก็ไม่มีผู้ได้ได้รับสิทธินำทัพออกไปโจมตีเมืองทั้งสิ้น !”

 

และนั่นก็เป็นอีกครั้งที่ทำให้กันต์เริ่มสงสัยและงุนงงขึ้นมาในทันทีว่า ใครเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของอาณาจักรทั้ง 2 กันแน่

 

แล้วทำไมผู้นำทัพโจมตีอาณาจักรทั้ง 2 ต้องปลอมตัวเป็นเรล์มด้วย พวกมันมีจุดประสงค์อะไรและเป็นใคร

 

แต่กองทัพที่มีทั้งปีศาจและมนุษย์รวมอยู่ด้วยกันนั้นจะมีอยู่จริงหรือ อีกทั้งยังดูแข็งแกร่งและน่าเกรงขามเป็นอย่างมากอีกด้วย จึงสามารถถล่มอาณาจักรที่อยู่มาเป็นหลายพันปีได้ในเวลาไม่ถึงวัน

 

หากมีอยู่จริงแล้วพวกมันไปซ่อนอยู่ที่ไหน แล้วตอนนี้กำลังวางแผนอะไอยู่ นี่มันบ้าชัด ๆ

 

จอมมารเวลโดรกำหมัดแน่นและทุบลงบริเวณที่พักแขน ด้วยออร่าความเครียดที่ทะลุผ่านหมวกเกราะออกมาจนสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #679 jjleesuwan (จากตอนที่ 235)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 17:18
    เครียดแทนเลยไม่ได้ตามที่ต้องการซักอย่างแผนก็ใช้ไม่ได้อีกเห้อ~
    #679
    0
  2. #677 Fikusa (จากตอนที่ 235)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 07:50
    เอาไงดีเนี่ย
    #677
    1
    • #677-1 SuruMaster(จากตอนที่ 235)
      13 กรกฎาคม 2563 / 12:08
      คงต้องเปลียนแผนล่ะครับ555
      #677-1
  3. #676 Chaos I (จากตอนที่ 235)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 06:03
    เจริญเถอะ!
    #676
    1
    • #676-1 SuruMaster(จากตอนที่ 235)
      13 กรกฎาคม 2563 / 12:07
      เจริญแบบสุดๆเลยครับ555
      #676-1