สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 233 : ภาค 3-บท 33 งานรวมญาติเปลี่ยนโลก(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 395
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    9 ก.ค. 63

กันต์ที่นั่งคิดอยู่เนิ่นนานก็เริ่มที่จะเป็นฝ่ายลุกขึ้นยืนบ้าง

 

เขาค่อย ๆ เอานิ้วชี้ไปตามแผนที่บริเวณเขตแดนของพวกมนุษย์และลากจนมาถึงจุดสิ้นสุดอาณาเขตบริเวณทะเล

 

“ถ้าให้เทียบเรื่องขนาดพื้นที่แล้ว ไม่ว่าจะตอนนี้หรือหนึ่งพันปีที่แล้วก็แทบที่จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย สงครามที่มนุษย์ทำกับปีศาจมาเป็นพันปี มันไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เว้นเสียแต่จะมีผู้ชนะ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายก็เสมอกันมาตลอด ดังนั้นแล้วการทำสงครามต่อไปก็เห็นว่าคงไร้ค่า”

 

การอธิบายและยกตัวอย่างของชายหนุ่มทำให้เวลโดรและคล็อดผู้มีอำนาจและฐานะสูงส่งเข้าใจขึ้นมาได้ ว่าการทำสงครามต่อไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร

 

“จุดแรกที่ต้องแก้ให้กับทั้งเผ่ามนุษย์และปีศาจ รวมถึงเผ่าอื่น ๆ บนโลก สิ่งแรกที่ควรมีคือการศึกษาขั้นพื้นฐาน”

 

เมื่อชายหนุ่มเอ่ยจบเขาก็ชี้ไปที่อาณาเขตของเผ่าเอลฟ์และเอ่ยต่อ “ยกตัวอย่างเผ่าเอลฟ์ อันเป็นเผ่าที่ได้รับการยกย่องเรื่องสติปัญญาและความฉลาดเหนือเผ่าอื่น ๆ พวกเขารักสงบและไม่ถูกชักจูงโดยเทพเจ้าของตนเอง”

 

ที่ผ่านมาเผ่ามนุษย์ยังคงถูกปลูกฝังเรื่องปีศาจเป็นสิ่งชั่วร้าย อันควรถูกกำจัดออกไปจากโลกอยู่เสมอ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วพวกปีศาจก็ใช่ว่าจะมีแต่พวกที่ไม่ดี

 

ส่วนทางเผ่าปีศาจเองก็มีปัญหาตรงที่ปล่อยให้ประชากรในอำนาจของตนใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณ ไม่รู้จักให้พวกเขาได้ศึกษาและหาความรู้เอาไปทำอย่างอื่นบ้าง นอกจากการออกล่าและปล้นรวมถึงขยายพันธุ์

 

“ตลอดที่ผ่านมานับพันปีเผ่าเอลฟ์ก็ยังเป็นเหมือนเดิม พวกเขาไม่ทำสงครามกับใครและไม่เข้าร่วมกับฝ่ายไหน ที่พวกเขาทำไปทั้งหมดเพื่อป้องกันตัวเอง เผ่าเอลฟ์นี้ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของการที่ให้ประชากรของตนได้รับการศึกษา เพื่อให้พวกเขารู้จักการตั้งคำถาม และมีความคิดเป็นของตนเอง”

 

ถ้าหากสงครามครั้งใหญ่นี้ไม่เกิดขึ้น อาณาจักรเอลฟ์คงจะกลายเป็นอาณาจักรที่รุ่งเรืองที่สุดในโลกแล้ว น่าเสียดายที่สงครามเอดันได้พรากและทำลายวิทยากรหลายส่วนของพวกเขาไป

 

“พวกเราทั้งหมดควรที่จะลดความเป็นเผ่าพันธุ์นิยมลง แล้วเพิ่มความเห็นอกเห็นใจกันให้มากขึ้น”

 

หลังจากสิ้นเสียงชายหนุ่มไปได้ไม่นานกานต์ก็กล่าวแย้งขึ้นมาทันที

 

“เรื่องการศึกษาและความรู้ที่ต่ำของพวกปีศาจฉันไม่เถียง แต่เรื่องสงครามของพวกบรรพบุรุษของฉันที่อุตส่าห์เสียเลือดเสียเนื้อแลกมันมาตลอดนับพันปี ส่วนพวกมนุษย์เองก็เหมือนกัน เราทำสงครามกันมานับรวม ๆ กันก็จะปาไปเกือบสองพันปีแล้ว”

 

“ผู้ที่เสียสละ สูญเสีย และตายไปเพื่อแย่งชิงอาณาเขตมา ถ้าสุดท้ายผลลัพธ์จบลงตรงย่ำอยู่กับที่เดิม การตายของพวกเขามันจะไปมีประโยชน์อะไร”

 

หญิงสาวเอ่ยพลางเอนหลังพิงกับเก้าอี้พร้อมกับส่งสายตาขี้เล่นไปทางชายหนุ่ม

 

ทางฝั่งเวลโดรและจอมมารลำดับ 1 เมื่อได้ยินดังนั้นก็เกือบจะเลือดขึ้นหน้า เพราะไอ้คนที่เคยเป็นอดีตจอมมารรุ่นต่อจากเวลโดรก็คืออาร์คนอสไม่ใช่หรือ แล้วไอ้คนที่ทำให้ยุครุ่งเรืองที่สร้างมาเป็นร้อยปีจบลงมันก็ฝีมือของตัวเธอเองทั้งนั้น

 

อันที่จริงแล้วจอมมารเวลโดรก็พึ่งรู้ได้ไม่นานนี้ว่ากานต์หรือเผ่าจอมมารกึ่งซัคคิวบัสคนนี้ เป็นร่างจริงของจอมมารอาร์คนอส จากคำบอกเล่าของเวรัคที่เล่าเรื่องราวนี้คร่าว ๆ ให้ฟัง พร้อมกับจอมมารลำดับ 1

 

คล็อดที่ได้ยินดังนั้นก็กำหมัดเบา ๆ และก้มตามองต่ำลง เพราะฝั่งของเขาเองก็สูญเสียคนสำคัญไปมากอันเนื่องจากสงครามใหญ่ จะให้ปล่อยผ่านเลยไปก็เป็นเรื่องที่น่าแค้นอยู่พอสมควร

 

เมื่อสถานการณ์เริ่มตึงเครียดเวรัคก็เริ่มเบี่ยงประเด็นทันที “มันต้องมีกลุ่มพวกที่อยากให้สงครามเกิดต่อไปอยู่แน่ พวกเขาอาจไม่ต้องการความสงบสุข จะแก้ปัญหาข้อนี้ยังไง"

 

กันต์ที่ถูกข้อโต้แย้งรุมเร้าเข้ามาก็แทบจะไม่มีสิทธินั่งลงกลับไปคิด เขาจึงจำใจต้องยืนอธิบายต่อ

 

“เรื่องของพวกบรรพบุรุษที่ตายไปจากสงคราม ผมอาจจะต้องพูดว่า ใช่ มันอาจจะไร้ประโยชน์ แต่หากสงครามมันยังดำเนินต่อไปเรื่องพวกนี้ก็จะเกิดขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่จบไม่สิ้น และพวกเขาก็จะกลายเป็นตัวอย่างของคนรุ่นหลังเพื่อให้เห็นว่าผลลัพธ์ของสงครามมันเป็นยังไง ประวัติศาสตร์มันต้องไม่ซ้ำรอยอีก”

 

“และในเรื่องด้านการศึกษา ทางมนุษย์จากอีกฝั่งหนึ่งของประตูมิติก็เริ่มเข้ามาเผยแพร่และกระจายความรู้ส่งออกไปยังพื้นที่ต่าง ๆ แล้ว อีกไม่นานวิทยาการและเทคโนโลยีของโลกนี้จะพัฒนาขึ้น อาชีพและการทำงานก็จะมีมากมายหลายแขนง อนาคตเราอาจจะสร้างบ้านใต้น้ำ บนท้องฟ้าหรือสร้างเกาะเทียมขึ้นมาก็ได้ เพียงแต่เราต้องคุมทิศทางให้มันเป็นไปอย่างถูกต้องเท่านั้น”

 

ทิศทางที่ถูกต้อง ณ ที่นี้หมายถึง การพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่ใช่เพื่อการสงคราม

 

“เมื่อการพัฒนาเผ่าพันธุ์และประชากรเริ่มมีความสำคัญมากขึ้น อีกไม่นานสงครามก็จะถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ล้าหลัง”

 

“ในทุก ๆ การเปลี่ยนแปลงมันก็จะหมายถึงสิ่งเก่า ๆ ในอดีตที่ต้องถูกเลือนหายไป ถ้าเราต้องการก้าวไปสู่ยุคใหม่ก็ต้องเข้าใจการละทิ้งสิ่งที่ไม่สำคัญออกไปก่อน และจัดระเบียบความสำคัญให้ถูกต้องว่าอะไรควรแก้ก่อนหรือหลัง”

 

เมื่อชายหนุ่มกล่าวจบเขาก็เริ่มนั่งลงอย่างช้า ๆ และปล่อยให้ทุกคนคิดข้อโต้แย้งตีตื้นขึ้นมา เพื่อที่จะได้คิดให้รอบด้านและรอบคอบ

 

จากความคิดของใครหลายคน พวกเขาเชื่อว่าแผนการพัฒนาของกันต์ก็ไม่ถือว่าขายฝันจนเกินไปเพราะวิทยาการจากโลกอีกฝั่งหนึ่งทำให้พวกเขาต้องยอมรับอย่างไม่อาจปฏิเสธว่า ก้าวหน้ากว่าไปไกลหลายขั้นมาก

 

แต่ทันใดนั้นเองจู่ ๆ เวรัคก็ลุกขึ้นยืนและชี้คทาไปยังด้านนอกโดม

 

เครกและอาร์เซนที่กำลังนั่งนอนมองดูหญ้าและธรรมชาติอยู่ ก็พลันลุกขึ้นมาอย่างกะทันหันและต้องไปยังทิศทางเดียวกันกับที่คทาของเวรัคชี้ไป

 

“ดูเหมือนว่างานนี้จะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาด้วย” หญิงสาวเอ่ยสั้น ๆ ก่อนที่จะสร้างบาเรียชั้นหนึ่งกางคลุมไปทั่วทั้งโดม

 

ซึ่งในเสี้ยววินาทีก่อนที่ม่านพลังจะได้ปกคลุมทั้งโดมนั่นเอง ร่างเงาปริศนาร่างหนึ่งก็ได้พุ่งออกมาจากประตูมิติสีดำทมิฬที่ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

 

ร่างเงาปริศนาที่ว่าพุ่งเข้ากระแทกใส่กันต์เต็ม ๆ ก่อนที่เขาจะได้คว้าดาบระดับตำนานขึ้นมาไว้ในกำมือ

 

ร่างของชายหนุ่มถึงกับพุ่งทะลุออกไปจากอาณาเขตของโดมและลากยาวไปไกล

 

เมื่อแรงพุ่งได้หมดลงนั่นเองก็ปรากฏให้เห็นร่างของชายคนหนึ่งที่มีอายุพอ ๆ กับกันต์

 

หมัดของเด็กหนุ่มคนนั้นหมายจะชกเข้าอัดหน้ากันต์ แต่โชคดีที่เขาไหวตัวทันและยกมือขึ้นรับได้ก่อน

 

“ไม่เจอกันนานเลยน่ะกันต์” เด็กหนุ่มปริศนาเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าและแววตาที่ดุดัน

 

“อ่า มันก็นานจริงอย่างที่พูดแหละนนท์” กันต์ตอบกลับและฉีกยิ้มบาง ๆ

 

ทันใดนั้นเองนนท์ก็ออกหมัดซ้ายเข้าหมายจะต่อยท้องน้อยของกันต์อย่างไม่ลังเล

 

ออร่าที่ปรากฏรอบกายของนนท์นั้นเป็นสีฟ้าบริสุทธิ์คล้ายกับของเผ่ามนุษย์ระดับสูงแทบไม่มีผิดเพี้ยน

 

กันต์ที่ไหวตัวทันก็ยกฝ่ามือของตนขึ้นรับได้อย่างทันท่วงทีก่อนที่จะเตะล่างเพื่อที่จะตัดขาเพื่อนของตน

 

นนท์ที่เห็นดังนั้นก็กระโดดขึ้นและถีบขาคู่ออกไปแทบจะทันที ซึ่งมันก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่กันต์ปล่อยมือและตั้งการ์ดขึ้นรับ

 

ทันใดนั้นเองดวงตาของนนท์ที่เป็นสีดำตามปกติก็เริ่มที่จะแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงปนฟ้าอย่างรวดเร็ว

 

กันต์ที่เห็นดังนั้นก็เข้าใจขึ้นมาทันที ในตัวละครแพทริกนั้นตาสีแดงหมายถึงการโจมตีทางกายภาพที่รุนแรงขึ้น ส่วนสีฟ้าก็หมายถึงอัตราการฟื้นฟูมานาที่เร็วขึ้น

 

ชายหนุ่มรู้ได้ทันทีเลยว่าร่างปกติของตนไม่สามารถต่อกรได้ง่ายนัก จึงทำการสร้างอาวุธมานาของตนเองออกมาอย่างรวดเร็ว

 

มีดสั้นและดาบยาวในมือของกันต์ต่างเข้าฟาดฟันใส่นนท์อย่างรุนแรงและดุดัน ทางนนท์ก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นทักษะการหลบหลีกหรืออะไรก็ตามแต่เขาก็สามารถทำมันได้อย่างดี

 

นนท์ผู้ที่ได้รับพลังจากตัวละครพิเศษนามว่าแพทริกนั้น มีความสามารถในการเพิ่มขีดจำกัดความสามารถให้แก่ผู้ที่ต้องการได้ ซึ่งตอนนี้นนท์ก็กำลังเพิ่มให้ตัวเองอยู่

 

ในเสี้ยววินาทีถัดมาก่อนที่สนับมือของกันต์จะต่อยเข้าเบ้าหน้าของนนท์ และก่อนที่นนท์จะออกหมัดชกเข้าลิ้นปี่ของกันต์นั่นเอง

 

เวรัคได้ร่ายเวทฝ่ามือน้ำแข็งกระชากคอเสื้อของกันต์ออกมาจากการปะทะอย่างรวดเร็ว พร้อมกับอัศวินดำในชุดเกราะเต็มยศที่กระชากคอเสื้อของนนท์

 

แทบจะทุกคนในที่นี่รู้ดีว่านนท์กับอัศวินดำผู้นี้เป็นใครมาจากไหนและมีความสัมพันธ์อะไรกับกันต์ ยกเว้นแต่กลุ่มที่ไม่ใช่พวกตัวละคร

 

(ถ้ายังจำกันได้นนท์คือเพื่อนของกันต์ที่ได้รับพลังจากแพทริกหนึ่งในตัวละครของเกม Farness World มาใช้ ส่วนอัศวินดำผู้นี้ก็เป็นอดีตเพื่อนเก่าของเวรัค อันที่จริงเขาก็แค่ใส่ชุดเกราะสีดำเท่านั้นเอง ไม่ใช่ปีศาจอัศวินดำแต่อย่างใด)

 

“คงต้องขอให้อธิบายการกระทำนี้ออกมาให้ชัดเจน” เวรัคเอ่ยพลางยกคทาขึ้นทุบไปที่หัวของกันต์ในระหว่างที่เขากำลังถูกมือน้ำแข็งกุมตัวอยู่

 

เวลาที่กันต์ไม่ได้สัมผัสหรือจับกับดาบระดับเทพเจ้าของตนนั้น ความแข็งแกร่งของเขาก็ลดลงมาต่างจากตอนอยู๋ในภพแห่งความตายลิบลับ

 

อัศวินดำที่คว้าร่างของนนท์มาได้ก็ทำการกดร่างของเขาลงกับพื้นแทบจะทันที

 

“เวรัค ดูเหมือนว่าเรื่องที่เราไม่ต้องการให้เกิดที่สุดมันจะเกิดขึ้นแล้ว” อัศวินดำในชุดเกราะเต็มยศเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

 

นนท์ที่ถูกกดลงกับพื้นอยู่นั้นก็เอ่ยปากพูดออกมาทันที “อาณาจักรมนุษย์ทางตอนกลางถูกพวกปีศาจโจมตีจนพินาศไปหมดแล้ว มันไม่ใช่ฝีมือของนายใช่ไหมกันต์ !”

 

ทั้งตัวชายหนุ่มและทุกคนในบริเวณเมื่อได้ยินดังนั้นก็ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกกันเกือบทุกคนแทบจะทันที

 

อาณาจักรมนุษย์ทางตอนกลางมันจะไปล่มสลายได้ยังไงกันทั้ง ๆ ที่มันก็ดำรงคงอยู่มาเกือบจะ 2 พันปีแล้ว อีกอย่างถ้าถูกโจมตีจริง ๆ พวกเขาก็ควรจะรู้ตัวสิ อีกทั้งเวลาเองก็ยังผ่านไปไม่ถึงวันเลยด้วยซ้ำไป

 

เรื่องนี้อาจจะมีความเข้าใจผิดเกิดขึ้น หรือไม่ก็ตัวแปรสำคัญบางอย่างได้ถูกเพิ่มเข้ามาในสงครามแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #672 Chaos I (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 01:23
    ชิ...-เทพห่วยแตกสูงสุดมันทำอะไรลงไปอีกหล่ะ....
    #672
    3
    • #672-1 jjleesuwan(จากตอนที่ 233)
      11 กรกฎาคม 2563 / 09:27
      นั่นสิเป็นเพราะเทพห่วยแตกสูงสุดแน่ๆเลย
      #672-1
    • #672-2 SuruMaster(จากตอนที่ 233)
      11 กรกฎาคม 2563 / 11:36
      ถ้าเรียกให้ถูกก็เทพสูงสุดนะครับ 555 อันนั้นพี่ลูซิเฟอร์แกตั้งฉายาให้
      #672-2
  2. #671 Fikusa (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 22:31
    ดูเหมือนจะมีคนเดินเกมเร็วนำหน้าอีกแล้ว
    #671
    1
    • #671-1 SuruMaster(จากตอนที่ 233)
      11 กรกฎาคม 2563 / 11:35
      จริงครับ 555 พระเอกเดินช้าไปก้าวหนึ่ง
      #671-1