สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 232 : ภาค 3-บท 32 งานรวมญาติเปลี่ยนโลก(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    8 ก.ค. 63

ชายหนุ่มค่อย ๆ ย่างเท้าผ่านทุ่งหญ้าตรงไปยังโดมสีฟ้าสลับขาวอย่างรวดเร็ว

 

“ปล่อยให้พวกข้ารอตั้งนาน” เสียงทุ้มต่ำอันน่าคุ้นเคยได้ดังขึ้น

 

เครก โคนอส ชายผู้เป็นอาจารย์สอนการต่อสู้มือเปล่ากำลังยืนโบกมืออยู่ตรงหน้าโดมขนาดใหญ่

 

“ไม่จำเป็นต้องเสียเวลากล่าวทักทายหรอกน่า” เสียงของอาร์เซนได้ดังขึ้นในระหว่างที่เขากำลังนอนมองท้องฟ้าสีครามอยู่นอกโดม

 

นักเวทสาวที่ได้ยินดังนั้นก็กล่าวตอบโต้ไปทันที “นาน ๆ ทีจะได้เห็นหน้ากัน จะคิดอะไรมาก”

 

“หึ ข้ามองเห็นหน้ามันทุกวันจนจะเอียนอยู่แล้ว” อาร์เซนตอบกลับและเริ่มนอนตะแคงข้าง

 

เมื่อกันต์เดินหน้าต่อไปอีกสักพักจนมาถึงข้างในโดมเขาก็พบเข้ากับ คล็อดผู้กล้าสายเลือดมังกรที่กำลังจ้องมองแผนที่ขนาดใหญ่บนโต๊ะกลม

 

ข้าง ๆ กายของคล็อดก็ปรากฏให้เห็นร่างจอมมารปีศาจขนาดใหญ่ที่กำลังชี้นิ้วบนแผนที่อยู่ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นจอมมารลำดับที่ 1 นั่นเอง

 

ดูเหมือนว่าพวกเขาก็ได้เวรัคช่วยออกมาจากภพแห่งความตายเช่นกัน

 

ส่วนด้านตรงข้ามของโต๊ะกลมก็มีจอมมารลำดับที่ 3 นามเวลโดรที่กำลังนั่งบนเก้าอี้พร้อมด้วยชุดเกราะเต็มยศ

 

“เมื่อไหร่จะกลับไปใช้ร่างของข้าสักทีเจ้ามนุษย์ ข้าจำศีลมานานพอควรแล้ว”

 

ไม่ทันที่กันต์จะได้เอ่ยปากตอบ คล็อดก็เป็นฝ่ายชิงพูดออกมาก่อยทันที “คิดว่าน่าจะอีกนาน"

 

“กล่าวเช่นนี้เจ้าคงอยากจะตายอีกรอบสิน่ะ” เวลโดรเอ่ยพลางจุดเปลวไฟสีม่วงในกำมือและลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้

 

“ข้าล่ะสงสัยเสียเหลือเกินว่าปีศาจที่กระหายการต่อสู้เช่นเจ้า สามารถนำพาเผ่าปีศาจขึ้นไปสู่ยุครุ่งเรืองได้เช่นไร”

 

สายตาอันนิ่งสงบของคล็อดจ้องตรงไปยังเวลโดร ในขณะที่มือยังคงจับไปที่ขอบมุมกระดาษแผนที่

 

กันต์ที่เห็นสถานการณ์ไม่เข้าท่าก็รีบเข้าร่วมวงสนทนาทันที

 

“ใจเย็น ๆ ก่อนเถอะครับทั้งคู่ ที่เรามาอยู่พร้อมหน้ากันวันนี้ไม่ใช่เพื่อหาข้อยุติของสงครามเหรอครับ” ชายหนุ่มรีบกล่าวเตือนสติ

 

คล็อดที่ได้ยินดังนั้นก็พ่นลมเบา ๆ ก่อนที่จะนั่งลงบนเก้าอี้ เวลโดรก็เช่นกัน

 

เวรัคนักเวทสาวค่อย ๆ ย่างเท้าเข้ามาในโดมและนั่งลงบนเก้าอี้เช่นกัน

 

นั่นจึงทำให้โต๊ะกลมขนาดใหญ่ตัวนี้ประกอบไปด้วย กันต์ เวรัค คล็อด จอมมารลำดับ 1 และเวลโดร พร้อมกับร่างวิญญาณของฮาเดสที่ลอยอยู่ข้าง ๆ กันต์

 

“อาร์เซ็น เครก เรล์มไม่มาที่โดมเหรอครับ ?” ชายหนุ่มเอ่ยถามพลางหันกลับไปมองด้านหลัง

 

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือเครก กับอาร์เซนที่กำลังยืน / นอนเฝ้ายามอยู่ข้างนอก

 

เวรัคที่ได้ยินก็ตอบกลับไปทันที “เครกบอกว่าตัวเขาจะไม่ยุ่งเพราะไม่ถนัด ส่วนอาร์เซนก็ไม่สนใจ ตัวข้าเองก็ไม่คิดจะบังคับอะไรพวกเขา ส่วนเรล์มบอกว่าจะมาหาเอง”

 

หลังจากนั้นบทสนทนาก็พลันเงียบเป็นเป่าสากไปชั่วขณะหนึ่ง จนกระทั่งกันต์ต้องเอ่ยปากพูดออกมาเองอีกครา

 

“แล้วทำไมเราถึงไม่เริ่มปรึกษากันสักทีล่ะครับ เอาแค่เบื้องต้นก็ได้ ?”

 

เวรัคที่กำลังหลับตาลงเพื่ออะไรสักอย่างก็เอ่ยปากพูด “พอดีฉันสัญญาไว้กับคน ๆ หนึ่งไว้…นั่นไงมาพอดี”

 

ทันใดนั้นเองบริเวณด้านข้างโดมก็ปรากฏให้เห็นประตูมิติบานสีม่วง พร้อมกับผีเสื้อหลายสิบตัวที่โบยบินอยู่โดยรอบ

 

ผู้ที่ก้าวเท้าออกมาจากประตูมิติไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นจาร์เร็ต นักแลกเปลี่ยนข้ามมิติในเสื้อโค้ทนั่นเอง

 

มอระกู่ในมือของเธอยังคงส่งกลิ่นหอบโชยชวนออกมาอยู่เช่นเคย

 

ด้านหลังของเธอตามไปด้วยนักแลกเปลี่ยนข้ามมิติอีกคนหนึ่งที่ตอนนี้ใช้ฉากบังหน้าว่าเป็นพนักงานขายในร้านเครื่องประดับบนเกาะครีอัสเอล

 

ส่วนหญิงสาวอีกคู่หนึ่งที่เดินออกมาจากประตูมิติก็คือเรติน่าและอาเรียผู้เป็นนักบุญศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง

 

ทั้ง 4 ได้เดินออกมาและตรงเข้ามาในโดมขนาดใหญ่อย่างพร้อมเพรียงกัน

 

“ยินดีที่ได้พบอีกครั้งค่ะนายท่าน” อาเรียและเรติน่าโน้มตัวลงคำนับกันต์ทันทีเมื่อเห็นหน้าของเขา

 

วิญญาณผงสีทองของเรอัสที่เห็นภาพดังนั้นก็เริ่มแสดงท่าทีการเคลื่อนไหวแปลก ๆ แต่ไม่นานเธอก็สงบใจลงได้

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองลูกไฟสีม่วงดวงหนึ่งก็ค่อย ๆ ลอยออกมาจากประตูมิติและเข้าประกบที่ด้านหลังของกันต์

 

ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นกานต์หญิงสาวในรูปร่างของปีศาจซัคคิวบัสอย่างสมบูรณ์แบบ

 

“เป็นไงคิดถึงฉันคนนี้ไหม ?” กานต์ค่อย ๆ เอามือของเธอโอบไปที่ร่างของชายหนุ่มจากด้านหลังและกระซิบถามเบา ๆ

 

“นี่มันยังไม่ใช่เวลาถามเรื่องแบบนั้นน่า” กันต์กระซิบตอบกลับและหันไปมองท่ามกลางสายตาของทุกคนที่กำลังจับจ้อง

 

กานต์ที่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะคิกคักเบา ๆ และนั่งลงบนเก้าอี้ด้านข้างของชายหนุ่ม “วันนี้ฉันถูกเชิญมาในตัวแทนของจอมมารที่ครั้งหนึ่งเคยขึ้นครองบัลลังก์ ไม่ต้องกังวลไป”

 

จาร์เร็ตและลูกจ้างของเธอเริ่มหาที่นั่งรอบ ๆ โต๊ะกลมอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะพูดขึน “ฉันมาในฐานะขององค์กรแลกเปลี่ยนข้ามมิติล่ะน่ะ จุดประสงค์แค่มาฟังเท่านั้นเอง”

 

เวรัคที่เห็นว่าสถานที่แห่งนี้เริ่มดูไม่อำนวยต่อการประชุมก็ไม่รอช้าโบกคทาเพื่อร่ายเวททันที

 

ทันใดนั้นเองโดมสีฟ้าแห่งนี้ก็ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างของตนเองอย่างช้า ๆ

 

นั่นจึงทำให้ตำแหน่งการนั่งถูกเปลี่ยนแปลงพร้อมกับโต๊ะกลมที่เปลี่ยนเป็นโต๊ะไม้ยาว

 

กันต์นั่งบริเวณหัวโต๊ะโดยมีเวรัคนั่งอยู่ทางฝั่งขวามือ และในขณะเดียวกันฝั่งซ้ายก็เป็นกานต์ที่นั่งข้าง ๆ

 

โดยด้านตรงข้ามของหัวโต๊ะคือจาร์เร็ตและลูกจ้างของเธอ

 

ส่วนด้านที่เหลืออีก 2 ด้านก็เป็นที่นั่งของคล็อด เรติน่าและอาเรีย ด้านที่เหลือสุดท้ายก็เป็นเวลโดรกับจอมมารลำดับ 1

 

การถกเถียงปัญหาเพื่อหาข้อยุติในครั้งนี้คู่กรณีคือฝั่งเผ่าปีศาจและเผ่ามนุษย์ ส่วนจาร์เร็ตก็มาเพียงแค่สังเกตการณ์เท่านั้น

 

เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้วเวรัคก็พูดขึ้นทันที “การเรียกทุกคนมาในวันนี้ไม่มีอะไรมากนอกจาก มาปรึกษาหารือถึงการยุติสงครามอย่างเท่าเทียมกัน ใครีวิธีดี ๆ ก็เสนอมาได้เลย”

 

คล็อดที่ได้โอกาสก็ชิงลุกขึ้นยืนอธิบายความคิดของตนก่อนทันที

 

“สงครามใหญ่ที่กินเวลามาเป็นพันปีนี้ มันไม่ได้หยุดกันง่าย ๆ ด้วยสัญญาสงบศึกเพียงชั่วข้ามคืน  เรื่องนี้ทุกคนก็ทราบกันดี”

 

สงครามที่ว่านั้นได้ก่อให้เกิดความโกรธแค้นและโศกนาฏกรรมมากมายนับไม่ถ้วน ความแค้นของปวงชนนั้นไม่อาจหยุดยั้งด้วยคำว่าสงบศึก

 

“วิธีที่ข้าอยากเสนอคือกลับย้อนมองไปยังจุดเริ่มต้นของสงครามเพื่อวิเคระห์ต้นเหตุออกมาแก้ ไม่ใช่แก้ที่ปลายเหตุ”

 

“ทางฝั่งมนุษย์มีปัญหาตรงที่เราโดนปลูกฝังความเชื่อมานานว่าเผ่าปีศาจคือสิ่งที่ชั่วร้ายและสมควรถูกกำจัด ซึ่งคำสอนเหล่านั้นก็มาจากพวกเทพวิหารต่าง ๆ กับความโลภของราชาจากแต่ล่ะอาณาจักรที่ต้องการขยายเขตปกครอง”

 

ผู้กล้าคล็อดกล้าที่จะอธิบายถึงสาเหตุของปัญหาอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่โทษฝั่งปีศาจเลยแม้แต่น้อย

 

จอมมารลำดับที่ 1 เมื่อได้ยินดังนั้นก็ผงกหัวและส่งสายตามองไปทางเวลโดร

 

“ข้ายกการอภิปรายนี้ให้เจ้า ทายาทของข้า”

 

จอมมารลำดับที่ 3 เมื่อได้ยินคำกล่าวจากบรรพบุรุษของตนก็จำใจต้องลุกขึ้นยืนทันที

 

“ฝั่งปีศาจเองก็มีปัญหาในเรื่องอัตราการเกิดที่สูงจนเกินไป เมื่อเป็นเช่นนั้นทรัพยากรที่ต้องการ พื้นที่ที่ต้องใช้ก็มากขึ้น ที่ผ่านมาก็มีสงครามที่คอยช่วยลดจำนวนส่วนเกินลงไปได้บ้าง”

 

กันต์ที่ได้ยินดังนั้นก็กล่าวสรุปทันที “ดูเหมือนว่าปัญหาที่ทั้ง 2 ฝ่ายเผชิญอยู่สามารถแก้ได้โดยการเพิ่มจำนวนพื้นที่อาณาเขต”

 

“ถ้าให้ผมพูดตามตรงแล้วฝั่งมนุษย์อย่างแรกต้องแก้ที่ความเชื่อทางศาสนาหรือพวกเทพที่คอยยัดเหยียดความคิดที่ว่าเผ่าปีศาจมันชั่วร้าย”

 

“ไม่หรอก เจ้ามนุษย์เผ่าปีศาจส่วนใหญ่ก็ใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณ ดังนั้นพวกมันจึงเข้าไปปล้นทำลายหมู่บ้านตามความต้องการของพวกมัน เรื่องที่เป็นพวกชั่วร้ายคงจะจริงแต่มันก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ” เวลโดรเริ่มกล้าวแย้ง

 

หลังจากที่บทสนทนาเงียบไปสักพัก เรติน่าที่เงียบมาตั้งแต่ต้นก็เริ่มพูดบ้าง

 

“เศรษฐกิจของประชาชนเผ่ามนุษย์เราเริ่มเชื่อมโยงกับการทำสงครามมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอาวุธ ชุดเกราะ เครื่องตีเมือง และอีกมากมายนับไม่ถ้วน ประชากรบางส่วนก็เริ่มใช้เรื่องพวกนี้เป็นงานหลักมาหลายชั่วอายุคนแล้ว”

 

เมื่อสิ้นเสียงของเรติน่าอาเรียก็พูดต่อ “ถ้าจะบอกว่าให้พวกเขาเลิกงานเป็นช่างทำอาวุธเกี่ยวกับสงครามแล้วมาเป็นเกษตรกรหรือทำปศุสัตว์การประมงแทน ก็อาจจะยิ่งทำให้ราคาผลผลิตทางการเกษตรและการปศุสัตว์จะต่ำลงไปอีก เราต้องมามาตราการรับมือหลังจากนี้ด้วย ถ้าคิดจะหยุดสงคราม”

 

นักบุญศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 2 คนนี้ถึงแม้จะไม่ใกล้ชิดกับประชาชนมากนัก แต่พวกเธอเองก็พอจะมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องพื้น ๆ พวกนี้อยู่บ้าง

 

และสุดท้ายมันก็เป็นอย่างที่เขาคิดจริง ๆ เรื่องนี้มันไม่ได้แก้กันง่ายนัก ถ้าอยากจะให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้รับความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกันทั้งคู่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #670 Tataros (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 16:45
    น่าให้ gundam จาก CB ทำการแทนกเเซงนะไรท์55555
    #670
    3
    • #670-1 SuruMaster(จากตอนที่ 232)
      9 กรกฎาคม 2563 / 19:09
      555 ยืมเขามาก็เรื่องมันก็จบเร็วขึ้นสิครับ
      #670-1
    • #670-2 SuruMaster(จากตอนที่ 232)
      9 กรกฎาคม 2563 / 19:10
      555 ยืมเขามาก็เรื่องมันก็จบเร็วขึ้นสิครับ
      #670-2
  2. #669 KoonBear (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 10:52
    สร้างโลกใหม่ที่ดวงจันทร์เลย ง่ายดี
    #669
    1
    • #669-1 SuruMaster(จากตอนที่ 232)
      9 กรกฎาคม 2563 / 19:10
      หลังจากสร้างที่ดวงจันทร์เสร็จก็ไปดาวอังคารต่อได้เลยนะครับนั่น 555
      #669-1
  3. #668 Chaos I (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 00:55
    การหาทางออกร่วมกันสินะ...ข้อแรกฝั่งมนุษย์ การเกิดที่มาก อาชีพที่ยึดติดกับการทำสงคราม.... แต่อันนี้แก้ได้ อาชีพยังมีอีกเยอะมากมาย ตราบเท่าที่ยังคงมีมนุษย์ มนุษย์จะไม่เคยว่างงาน หากลบกรอบคำว่าอาชีพออกไป... ทำสวน? เยอะแล้วเหรอ? ซ่อมอุปกรณ์? ซ่อมรองเท้า? ไม่ใช่ว่าของพวกนี้มันต้องซ่อมบ่อยๆ? สร้างเครื่องมือพัฒนาความเป็นอยู่? รถ? สิ่งทอ งานฝีมือ ที่ท่องเที่ยว? โอเค ปัญหาของมนุษย์แก้ได้ ส่วนของปีศาจ ปีศาจมีอัตราการเกิดที่มาก และสัญชาตญาณที่ต้องการจะทำลาย นี่พวกแกไม่รู้จักการคุมกำเนิดรึไง!? มนุษย์! จัดทำถุงยางอนามัยส่งขายแดนปีศาจซิ! ส่วนสัญชาติญาณ หาปีศาจที่มันเก่งๆ มาทำงานร่วมกันมนุษย์ที่เก่งๆ สร้างหน่วยงานป้องกันขึ้นมา เพราะปีศาจมันควบคุมไม่หมดอยู่แล้ว มันต้องมีไอพวกที่หลบไปโน่นไปนี่ ต่อมาเรื่องเขตแดนที่จะไม่พอ โลกนั้นมีทะเลมั้ยเอ่ย เป็นไปได้มั้ยที่จะสร้างเกาะเทียมที่จะอยู่ได้สัก100-300ปี? หรืออีกทาง หาทางให้พื้นดินมันลอยได้ ไปอยู่บนฟ้ากันเลย! แต่...นะ...พิมพ์มันง่ายกว่าทำ...เนอะ
    #668
    1
    • #668-1 SuruMaster(จากตอนที่ 232)
      9 กรกฎาคม 2563 / 12:39
      555เรียกว่าเขียนง่ายกว่าทำก็ไม่ผิดนะครับ
      #668-1
  4. #667 Fikusa (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 22:11
    ปัญหาเรื้อรังร่วมกับปัญหาเรื้อรังก็กลายเป็นโคตรปัญหาเรื้อรังระดับมะเร็งกัดกินโลก แถมตัวการใหญ่ยังนั่งชิลกระดิกเท้ากินน้ำสมคั้นตอนเช้าสบายใจอยู่บนสวรรค์
    #667
    1
    • #667-1 SuruMaster(จากตอนที่ 232)
      9 กรกฎาคม 2563 / 12:39
      พวกเทพขี้เบื่อก็งี้แหละครับ
      #667-1
  5. #666 Naret2535 (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 22:09
    เปิดสภากู้โลกแล้วสภาต่อมาก็ต้องเป็นสภาเมียว่าใครจะได้ตำแหน่งเมียหลวง555
    #666
    1
    • #666-1 SuruMaster(จากตอนที่ 232)
      9 กรกฎาคม 2563 / 12:40
      ปัญหาเมียอาจจะแก้ยากกว่าก็ได้นะครับ 555
      #666-1