สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 228 : ภาค 3-บท 28 เทพนรกอเมมอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 382
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    4 ก.ค. 63

เรอัสที่ได้ยินคำกล่าวของอเมมอนก็ถึงกับเงียบไปในทันที

 

“อเมมอนมันเป็นหนึ่งในเทพที่ฮาเดสเคยผนึกไว้ในผนึกเหมันต์ ส่วนสาเหตุก็มาจากการเปลี่ยนแปลงนิสัยของเทพฮาเดสจากผู้กระหายสงคราม มาเป็นเทพที่ปล่อยวางและใจเย็น” เทพสาวกล่าวอธิบาย

 

เทพนรกอเมมอนที่ได้ยินดังนั้นก็ชักโซ่ตรวนของตนเองกลับไปในมือและตั้งท่าพร้อมต่อสู้

 

“เหตุผลน่ะช่างมันก่อนเถอะ ดูจากสภาพแล้วเจ้าเองก็ย่ำแย่อยู่พอสมควรไม่ใช่รึไง” กันต์ในชุดคลุมดำกล่าวพร้อมกับลุกขึ้นยืน

 

เลือดที่หลั่งรินที่ข้อมือขวาของชายหนุ่มยังคงหยดลงพื้นอย่างต่อเนื่อง แต่เขาเองก็ไม่ได้ร้องเจ็บออกมาแม้แต่คำเดียว บางทีอาจจะเป็นเพราะมันชาจนไม่รู้สึกแล้วก็เป็นได้

 

ลูซิเฟอร์เองก็ยังคงนอนหมดสติอยู่ใกล้ชายชุดคลุมของอเมมอนเหมือนเดิม

 

กันต์รู้ตัวดีว่านี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่จะสามารถเอาตัวรอดได้ง่ายดายนัก เพราะบุคคลตรงหน้ามีพลังเทียบเท่ากับเรอัสเลยทีเดียว

 

ซึ่งในตอนนี้เรอัสเองก็บาดเจ็บหนัก เธอจะไปมีพลังมากพอจะต่อกรกับอเมมอนได้เช่นไร

 

ในระหว่างที่กำลังดูเชิงกันอยู่นั่นเองอเมมอนก็ใช้โซ่ของตนพุ่งตรงไปที่อัญมณีสีส้มม่วงในกำมือขวาของชานนท์ที่ขาดไปแล้ว

 

แต่เรอัสที่คอยมองอยู่ตลอดก็ใช้เวทของเธอสร้างม่านพลังเข้ามาป้องกันไว้ได้ทัน

 

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนั้นอเมมอนก็เริ่มหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

 

โซ่ที่พุ่งตรงเข้าไปนั้นมีหอกแหลมอยู่ตรงปลายและมันก็สามารถเจาะทะลุม่านพลังของเรอัสไปได้ แต่ก็แค่ส่วนปลายหอกเพียงเท่านั้น

 

แต่ทันใดนั้นเองส่วนปลายหอกที่ผูกติดกับปลายโซ่ก็ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง

 

ควันสีเทากระจายตัวฟุ้งไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเรอัสที่คว้าร่างของกันต์ออกมาโดยวิธีการอุ้มหลบหนีออกจากระยะของการระเบิด

 

แต่การโจมตียังไม่จบเพียงเท่านั้นโซ่ตรวนสีเงินอีกหลายเส้นได้พุ่งทะลุหมอกควันออกมาและหมายพุ่งจะเล็งเป้าหมายไปที่อัญมณีในมือของชายหนุ่ม

 

เรอัสที่เห็นดังนั้นก็ร่ายวงเวทหลายวงเพื่อรับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง จนเธอเริ่มที่จะหอบหายใจออกมา

 

แต่แล้วมันก็มีโซ่ตรวนเส้นหนึ่งที่ทะลุผ่านการป้องกันของเธอมาได้ และโซ่เส้นที่ว่าก็ทำการคล้องรอบอัญมณีไว้อย่างรวดเร็ว

 

ในเสี้ยววินาทีถัดมาโซ่สีเงินเส้นนั้นก็ลุกโชนด้วยเปลวไฟสีส้มม่วงอย่างน่าหวาดกลัว ต่อมาไม่นานโซ่เส้นนั้นก็ถูกหลอมละลายจนกลายเป็นเถ้าธุลี

 

อเมมอนที่เห็นดังนั้นก็ล้มเลิกความคิดที่จะชิงเศษเสี้ยววิญญาณฮาเดสจากมือของกันต์ทันที เพราะมันอันตรายเกินไป

 

เมื่ออัญมณีแห่งความตายและแก่นแท้ตะวันได้ผสานรวมกันแล้ว จึงได้กลายเป็นสิ่งของระดับเทพที่แม้แต่เทพก็ต้องกลัว

 

เปลวไฟของมันไม่ใช่แสงตะวันธรรมดาอีกต่อไป แต่เป็นเพลิงของความตายที่รวมกับแสงตะวันต่างหาก

 

มีแต่ผู้ที่ได้รับการยอมรับจากอัญมณีเท่านั้นถึงจะสามารถสัมผัสมันได้ ซึ่งเรื่องที่ว่าใครจะถูกยอมรับได้บ้าง เศษเสี้ยวของฮาเดสที่อยู่ภายในไม่ใช่ผู้ตัดสินแต่เป็นตัวของอัญมณีเอง

 

“ข้าไม่รู้หรอกน่ะว่าพวกเจ้าทำอะไรลงไปกับอัญมณีแห่งความตาย แต่ยังไงพวกเจ้าก็ต้องชดใช้ที่บังอาจมาหยามเกียรติท่านฮาเดส”

 

ทันใดนั้นเองอเมมอนก็กางแขนทั้ง 2 ข้างขึ้นพร้อมกับวงเวทสีดำเทาที่ปรากฏใต้ฝ่าเท้า

 

โซ่ตรวนหลายสิบเส้นได้พุ่งทะลุออกมาจากวงเวทและผสานรวมกันกลายเป็นสิ่งที่คล้ายกับงูเห่า

 

กันต์รู้ดีว่าในจังหวะนี้เรอัสก็คงได้ปิดใช้งานเวทของเธอที่ทำหน้าที่กันคนนอกเข้ามาเรียบร้อยแล้วเพื่อประหยัดมานา และนั่นจึงทำให้เขากลับมาสื่อสารกับโลกภายนอกได้อีกครั้งหนึ่ง

 

“เรอัสถ่วงเวลามันให้สัก 3 นาทีได้ไหม ?” กันต์เอ่ยถามด้วยความรีบร้อน

 

เทพสาวที่ได้ยินดังนั้นก็หันหลังกลับไปมองที่ชายหนุ่มและพยักหน้าเบา ๆ

 

ทันใดนั้นเองงูเห่าขนาดลำตัวยาวกว่า 10 เมตรที่มีโซ่สีเงินเป็นองค์ประกอบก็เลื้อยตัวเข้าโจมตีอย่างน่าเกรงขาม

 

มันอ้าปากกว้างออกและพ่นเข็มพิษเหล็กขาดเล็กมากมายนับไม่ถ้วนใส่เทพสาว

 

เรอัสที่เห็นดังนั้นก็เรียกพิณออกมาและดีดมันอีกครั้งด้วยเสียงที่สูงและแหลม

 

เข็มพิษทั้งหมดที่หมายมุ่งจะสังหารเธอกลับลอยนิ่งค้างอยู่กลางอากาศก่อนที่จะร่วงหล่นลงไปกับพื้น

 

สายตาที่เรอัสจ้องมองไปยังอเมมอนคือสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธและเกลียด

 

ลมพายุหิมะเริ่มทำให้ภพแห่งนี้ร้อนขึ้นตามอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของเธอ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก

 

“เรอัสใจเย็นก่อน ข้าก็บอกกับเจ้าเสมอไม่ใช่รึไงว่าอย่าให้อารมณ์ครอบงำการกระทำของเจ้า”

 

เทพสาวที่ได้ยินดังนั้นก็พลันได้สติคืนมา เธอจำได้ดีว่าคำพูดนี้เป็นคำพูดที่เรล์มชอบใช้เตือนสติเธอมาเสมอ และครั้งนี้เองก็เช่นกัน

 

กันต์ที่ยืนอยู่เบื้องหลังกำลังหลับตาลงเพื่อฉุกคิดถึงแผนต่าง ๆ มากมาย

 

“ริสา พอจะออกมาได้ไหม ?”

 

เมื่อจบประโยคคำพูดของชายหนุ่มวงเวทสีขาวก็ได้ปรากฏขึ้นที่พื้นและ ส่งร่างของหญิงสาวครึ่งมังกรในชุดคนรับใช้มายืนข้าง ๆ

 

สภาพของริสาในตอนนี้ยังครบถ้วนสมบูรณ์ดีเกือบครบทุกประการ ถ้าไม่นับแผลที่หลังของเธอที่โดนเทพปีศาจโจมตีไปเมื่อตอนนั้น

 

“ขออภัยที่ไม่ออกมาตั้งแต่ต้นค่ะนายท่าน ข้ากลัวว่าจะกลายเป็นตัวถ่วง” ริสาเอ่ยพลางตวัดดาบในมือของเธอ

 

“ไม่ต้องคิดมาก ฉันมีอะไรบางอย่างต้องการให้เธอทำ”

 

หลังจากนั้นกันต์และริสาก็เริ่มลงมือทำตามแผนกันในทันที

 

ในขณะเดียวกันงูโซ่ตรวนก็อ้าปากกว้างอีกครั้งและเลื้อยอ้อมเรอัสไปทางกันต์ แต่แน่นอนว่าเรอัสไม่ยอมให้มันผ่านไปง่ายนัก

 

เธอดีดพิณอีกครั้งด้วยเลือดของเธอและนั่นก็ทำให้โซ่ตรวนทั้งหมดที่ถูกสร้างเป็นงูหยุดเคลื่อนไหวไปในทันที

 

ซึ่งอเมมอนเองก็รอจังหวะนั้นอยู่นานแล้ว มันใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีนั้นพุ่งตัวเข้าประชิดเรอัสและแทงมือเปล่าของมันออกไป

 

เทพสาวที่ไหวตัวทันก็ดึงตัวหลบและดีดพิณสวนกลับไป จึงทำให้มือขวาขออเมมอนหยุดเคลื่อนไหวไปก่อนที่มันจะได้เจาะเข้ากลางหน้าผากของเธอ

 

เวทของเรอัสจะมีผลในการหยุดการเคลื่อนไหวของศัตรู ยิ่งศัตรูแข็งแกร่งมากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งหยุดได้น้อยและในเวลาที่สั้นมากขึ้นเท่านั้น

 

อเมมอนที่ไม่สามารถขยับมือขวาได้ก็หัวเราะเบา ๆ ออกมาก่อนที่ร่างของมันจะสลายเป็นเศษฝุ่น จนเหลือเพียงแค่มือขวาที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศ

 

เทพนรกได้ปรากฏตัวอีกครั้งที่เบื้องหน้าของกันต์อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะพูดออกมา “ได้เวลาชดใช้กรรมของเจ้าแล้ว”

 

ร่างของอเมมอนที่มือขวาได้ขาดไปแล้ว มันจึงใช้มือซ้ายยื่นเข้าไปหมายจะคว้าลำคอของกันต์

 

แต่เรอัสที่ไหวตัวทันก็ดีดพิณอีกครั้งหนึ่งนั่นจึงทำให้มือซ้ายของอเมมอนหยุดเคลื่อนไหว แต่นั่นก็ต้องแลกมากับการที่งูโซ่ตรวนสามารถกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้งแทน 

 

งูสีเงินเลือกที่จะไม่สนใจเรอัสเพราะเป้าหมายของมันคือชิงอัญมณีจากมือที่ขาดของกันต์เพียงเท่านั้น

 

ริสาที่ยืนอยู่เคียงข้างชายหนุ่มก็ได้รับคำสั่งให้กลับไปยังมิติเดิมของตนภายในกระดาษพันธสัญญาในทันที

 

“เหตุใดเจ้าถึงไม่วิ่งหนีไป ?” อเมมอมเอ่ยถามด้วยความสงสัย

 

มือซ้ายของอเมมอนที่ถูกหุ้มด้วยถุงมือหนังกำลังจ่ออยู่กลางหน้าผากของกันต์ในระยะเผาขน หากผลกระทบจากเวทของเรอัสหมดเมื่อไหร่เขาคงไม่รอด

 

“ข้าควรจะเป็นคนถามคำถามนั้นมากกว่า” กันต์กล่าวตอบด้วยความมั่นใจอันเต็มเปี่ยม

 

“ตัวข้าอุตส่าห์ให้โอกาสหนีกับเจ้าไปเพราะเห็นว่ามีเชื้อสายเดียวกันกับท่านฮาเดสและเทพสูงสุด แต่เจ้ากลับทิ้งโอกาสนั้นเสียเอง ช่างน่าขันยิ่งนัก”

 

กันต์ที่ได้ยินดังนั้นก็หันหลับไปมองงูโซ่ที่เลื้อยอ้อมมาด้านหลัง หมายจะดักทางหนีของชายหนุ่มด้วยความเหนื่อยใจ

 

อเมมอนมันโกหก มันคงต้องการเก็บตัวผมแบบมีชีวิตไปเพื่อที่จะได้ใช้เป็นหุ่นเชิดให้กับเศษเสี้ยวความทรงจำของฮาเดสแน่นอน มันจึงไม่คิดจะฆ่าผมทั้ง ๆ ที่ยังมีโอกาสตั้งมากมาย

 

เรอัสเองตอนนี้ก็ไม่มีพลังมากพอที่จะใช้เวทพิณของเธออีกครั้ง เพราะเธอได้สูญเสียเลือดภายในตัวมากเกินไปแล้ว

 

ผมไม่มั่นใจในแผนนี้มากเท่าไหร่นัก แต่มันคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว

 

ในมือซ้ายของกันต์นั้นกำลังถือข้อมือขวาของตนที่กุมอัญมณีสีส้มม่วงเอาไว้แน่น

 

“ริสาเอาเลย !”

 

ทันใดนั้นเองสาวรับใช้ก็ได้ปรากฏตัวอีกครั้งเคียงข้างชายหนุ่มและแทงอาวุธมนตรามังกรขาวลงไปที่อัญมณีสีส้มม่วง ต่อหน้าต่อตาอเมมอน

 

ถ้าหากถามว่าก่อนหน้านี้เขามีโอกาสให้ทำแต่ทำไมถึงไม่ทำ นั่นมันก็เป็นเพราะอเมมอนยังอยู่ห่างเกินไป

 

“เพลิงตะวัน !” กันต์รีบเปิดใช้ทักษะประจำอาวุธแก่นแท้ตะวันทันที

 

อันที่จริงแล้วแก่นแท้ตะวันนั้นเป็นอาวุธที่มีทักษะประจำตัวอยู่ ซึ่งมันก็คือทักษะเพลิงตะวัน เมื่อเปิดใช้งานแล้วแก่นแท้ตะวันจะระเบิดตัวเองออกมาและแผดเผาทุกสิ่งอย่างในอาณาเขตด้วยไฟตะวัน

 

ชายหนุ่มรู้ตัวดีว่าเขาไม่อาจใช้ทักษะนี้เพื่อฆ่าอเมมอนได้ แต่จุดประสงค์ของเขาคือบดบังทัศน์วิสัยของมันเท่านั้น

 

ถ้าถามว่าทำไมกันต์ถึงรู้ว่าทักษะนี้มันยังใช้ได้ ก็คงเป็นเพราะเขาสังเกตเห็นโซ่ที่ถูกเผาไปในตอนนั้น ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้ว่าการหลอมรวมอัญมณีทั้ง 2 เข้าด้วยกันไม่ได้ทำให้ความสามารถของมันเปลี่ยนไป เพราะสิ่งที่เปลี่ยนไปก็มีแค่อัญมณีแห่งความตายเท่านั้น

 

ซึ่งทฤษฎีนี้ก็ยืนยันได้จากการที่กันต์สามารถถือมันไว้ได้โดยไม่ถูกเผานั่นเอง ส่วนเหตุผลก็เพราะเขาเคยได้รับการยอมรับจากแก่นแท้ตะวันมาแล้ว แต่พอถืออัณมณีบ้านี่กลับไม่มีข้อความจากระบบขึ้นมาว่า คุณได้รับการยอมรับเลย

 

ซึ่งนั่นก็จะหมายความว่าอัญมณีสีส้มม่วงนี้ยังไม่ได้ยอมรับเขา แต่แก่นแท้ตะวันเป็นคนที่ยอมรับแทนและความสามารถของมันก็ยังอยู่ครบ 

 

บางทีความสามารถในการหลอมรวมกับสิ่งอื่น ๆ อาจจะเป็นความสามารถของมันอีกอย่างที่เขาไม่เคยรู้ก็เป็นได้

 

“ไร้สาระ” อเมมอนกล่าวถากถางด้วยความดูถูก

 

เมื่อแสงเพลิงตะวันเริ่มถูกปลดปล่อยออกมาจากแก่นแท้ตะวัน แสงสีเหลืองทองก็ส่องสว่างไปทั่วบริเวณ

 

ส่วนริสาเองเมื่อแทงอาวุธมนตรามังกรขาวใส่อัญมณีแล้วเธอก็ได้หลบหนีกลับไปยังมิติเดิม ตามแผนที่วางไว้

 

“เจ้าทำอะไร ลงไป” อเมมอนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เพราะมันรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล

 

มันเชื่ออย่างสินิทใจว่ากันต์อ่อนแอเกินไปที่จะทำอันตรายกับมันได้ แต่ดูเหมือนว่าเทพนรกตนนี้จะคิดผิดไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #660 Fikusa (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 15:42
    เจ้าพลาดแล้ว อเมอน ข้ามีแผนการ
    #660
    1
    • #660-1 SuruMaster(จากตอนที่ 228)
      6 กรกฎาคม 2563 / 18:31
      แน่นอนครับ 555
      #660-1
  2. #656 TanNy07 (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 16:38
    ค้างเกิ๊นนน
    #656
    1
    • #656-1 SuruMaster(จากตอนที่ 228)
      4 กรกฎาคม 2563 / 16:51
      555หลังจากนี้จะลงวันล่ะตอนเหมือนเดิมแล้วครับ
      #656-1