สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 227 : ภาค 3-บท 27 เศษเสี้ยววิญญาณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 396
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    1 ก.ค. 63

เศษเสี้ยวจิตวิญญาณของฮาเดสที่พยายามรุกล้ำเข้าไปในเขตของจิตวิญญาณของกันต์อยู่นั้น อยู่ ๆ ก็ถูกตีกลับมาอย่างรุนแรงและรวดเร็ว

 

เป้าหมายของมันหลังจากที่เข้าควบคุมร่างของกันต์ได้แล้วก็คือทำการดึงจิตวิญญาณกันต์ออก เพื่อที่จะได้ครองร่างกายนี้อย่างสมบูรณ์

 

แต่ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะไม่ได้ง่ายอย่างที่มันคิด


ด้วยความสามารถของเผ่ามนุษย์ระดับสูง ได้เพิ่มความสามารถให้กับความแข็งแกร่งทางจิตของชายหนุ่ม


และมันก็ทำให้การถูกครอบครองจิตวิญญาณหรือครองร่างกลายเป็นเรื่องยากขึ้น

 

ผลกระทบจากการเข้ารุกล้ำจิตวิญญาณของผู้อื่นได้ตีกลับและส่งผลให้เวทที่ทำงานอยู่ในขณะนั้นทั้งหมดพังทลายลงอย่างรวดเร็ว

 

เกราะมีชีวิตที่มี 6 แขนและวงเวทต่างพากันสลายหายไปกับธาตุอากาศ

 

เศษเสี้ยววิญญาณฮาเดสที่เห็นดังนั้นก็ไม่รอช้ารีบตั้งหลักใหม่และเข้ากู้สถานการณ์ทันที

 

ทันใดนั้นเองเสียงพิณบทหนึ่งก็ได้ดังขึ้นจากทุกทั่วสารทิศ

 

เทพสาวเรอัสที่กำลังนั่งดีดพิณอยู่บนยอดเสาซากปรักหักพังโบราณ กำลังหลับตาลงและดีดพิณโดยใช้เลือดของเธอเป็นองค์ประกอบ(เครื่องสังเวย)

 

เครื่องดนตรีสีดำเทาเริ่มแปดเปื้อนและถูกชโลมไปด้วยเลือดของเธอที่ไหลออกมาจากนิ้วทั้ง 10

 

เรอัสกำลังใช้เวทบทหนึ่งที่ไม่ได้ใช้มานาในการทำงานแต่ใช้เลือดของเธอแทน ซึ่งมันก็ใช้ในปริมาณมหาศาลเสียด้วย

 

จิตวิญญาณของกันต์ที่ตื่นกลับมาเริ่มคืบคลานหมายจะยึดร่างคืนจากผู้บุกรุก แต่นั่นมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด

 

เสียงพิณบรรเลงของเรอัสทำให้การเคลื่อนไหวของกันต์หยุดชะงักไปอย่างมิอาจขัดขืน

 

มือขวาที่กุมอัญมณีไว้แน่นกำลังสั่นเทาเพราะไม่สามารถขยับเขยื้อนได้

 

ส่วนเทพแห่งความมืดลูซิเฟอร์หลังจากที่หลุดรอดออกมาจากการจับกุมของเกราะมีชีวิตได้ก็เริ่มฟื้นฟูร่างกายและระบายมานาส่วนเกินออกไป

 

เทพหน้าหล่อเริ่มง้างเคียวสีทมิฬในมือขึ้นและเปลี่ยนสภาพของมันให้กลายเป็นสีดำที่ดำยิ่งกว่าโทนสีใด ๆ

 

ในเสี้ยววินาทีถัดมานั่นเองคมเคียวก็พุ่งตรงเข้าแหวกอากาศเจาะกลางอัญมณีสีส้มม่วงในมือของกันต์

 

คมเคียวที่อัดพลังไปเต็มพิกัดยังไม่อาจสามารถทำลายอัญมณีได้อย่างสมบูรณ์ ลูซิเฟอร์จึงต้องง้างเคียวขึ้นอีกครั้งเพื่อตัดสินใจใหม่

 

การโจมตีของเขาเมื่อกี้ทำได้แค่เพียงสร้างรอยขีดข่วนให้มันเท่านั้นเอง มันยังไม่มากพอและไม่ทันเวลาอีกด้วย

 

ลูซิเฟอร์และกันต์รู้ดีว่าเรอัสยังใช้เวทดนตรีนั่นได้อีกไม่นานเท่านั้น ตอนนี้จะทำอะไรก็ต้องรีบทำ

 

ร่างของกันต์ที่ยืนค้างเริ่มปรากฏให้เห็นออร่าสีฟ้าลุกโชนขึ้นมาจากร่างกาย เพื่อต่อต้านการควบคุมร่างจากฮาเดส

 

“ลูซิเฟอร์ตัดมือข้าทิ้งเร็ว !” กันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงและท่าทีขึงขัง

 

“เจ้าขอข้าเองน่ะบุคคลตามคำทำนาย” ลูซิเฟอร์เอ่ยพลางหวดเคียวเข้าโจมตีหมายจะตัดข้อมือของกันต์อย่างเต็มกำลัง

 

แต่ทว่าไม่ทันที่เคียวจะได้สัมผัสกับแขนของชายหนุ่ม กลับมีม่านพลังเวทเข้าขวางกั้นไว้เพื่อป้องกันการโจมตี

 

“คิดว่าข้าเป็นคนประมาทนักรึลูซิเฟอร์ ต่อให้ข้าไม่อาจร่ายเวทได้แต่ละอองมานาที่เข้มข้นรอบกายเจ้าเด็กนี้ได้เปลี่ยนไปเป็นเกราะคุ้มกันให้เขาโดยปริยายแล้ว หากเจ้าไม่ใช้เวทก็อย่าหวังว่าจะผ่านการป้องกันนี้ไปได้”

 

ฮาเดสกล่าวข่มขู่เชิงเยาะเย้ยด้วยความสะใจ

 

ตัวเรอัสนั้นไม่สามารถใช้เวทได้เพราะมานาที่เธอใช้ก็เป็นหนึ่งในพลังของฮาเดส หากใช้ไปก็มีแต่จะโดดดูดกลืนไปอย่างน่าเสียดาย

 

กันต์ที่เห็นดังนั้นก็ส่งสายตามองไปที่เรอัสทันที

 

“เรอัส ปล่อยแขนซ้ายข้าจากพันธนาการ”

 

“แต่ว่า ร่างกายของเจ้าถูกควบคุมอยู่ ถ้าข้าปล่อย---” 

 

เรอัสตอบปฏิเสธแทบจะทันที แต่เมื่อเธอได้เห็นสายตาที่มองมาของกันต์ก็ต้องเงียบไปและทำตามความปรารถนาของชายหนุ่ม

 

เทพสาวดีดพิณในเสียงบรรเลงที่แตกต่างด้วยเลือดของเธอ สายตาที่กันต์มองมานั้นมันให้ความรู้สึกของความเชื่อมั่นและความมั่นใจอันแรงกล้า เธอรู้สึกได้อย่างนั้น

 

“เจ้าบ้ารึเปล่า ทำเช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับมอบชีวิตของพวกเจ้ามาให้ข้า” ฮาเดสรู้สึกสงสัยกับความคิดของกันต์ แต่มันก็คิดไม่ออกจริง ๆ ว่าเด็กคนนี้กำลังวางแผนอะไรไว้

 

เมื่อแขนซ้ายของกันต์กลับมาขยับได้อีกครั้ง ฮาเดสก็เข้าควบคุมและเตรียมร่ายเวททันที

 

แต่ทว่าอยู่ ๆ การควบคุมแขนซ้ายของมันก็พังทลายลงอย่างรวดเร็ว กันต์สามารถควบคุมแขนซ้ายของตนเองได้อีกครั้งหนึ่งแล้ว

 

และนั่นมันก็แลกมากับการสูญเสียการควบคุมบริเวณส่วนหัวไปโดยสิ้นเชิง

 

กันต์ตัดสินใจใช้แผนทุ่มกำลังและเพ่งจิตวิญญาณไปที่การควบคุมแขนซ้ายเพียงอย่างเดียว นั่นจึงจะทำให้เขาสามารถเอาชนะการคุมร่างจากผู้ที่มีฐานะเทียบเท่าเทพสูงสุดได้

 

แขนซ้ายของกันต์เริ่มกำหมัดแน่น ก่อนที่มันจะถูกห้อมล้อมไปด้วยมานาสีฟ้าบริสุทธิ์ โดยใช้พลังเวทที่หลงเหลือจากฮาเดสที่กำลังพยายามร่ายเวทเมื่อกี้

 

เมื่อกำปั้นสีฟ้าพุ่งเข้าใส่ข้อมือขวานั่นเอง ม่านพลังบางส่วนที่ปกคลุมอยู่ก็แตกกระจายกลายเป็นช่องว่าง

 

ลูซิเฟอร์ที่เฝ้ามองสถานการณ์อยู่ตลอดจึงไม่รอช้ากวาดเคียวเข้าโจมตีไปที่ร่างกายของชายหนุ่ม

 

คมเคียวสีดำตัดข้อมือขวาของกันต์ได้อย่างแม่นยำและขาดกระเด็นไป

 

เมื่อตัวอัญมณีถูกตัดขาดกับร่างกาย เศษเสี้ยวจิตวิญญาณของฮาเดสที่อยู่ระหว่างการเชื่อมต่อก็ถูกตัดขาดอย่างกะทันหัน

 

และนั่นส่งผลให้เศษเสี้ยวจิตวิญญาณของฮาเดสต้องรีบหลบหนีกลับไปซ่อนตัวในอัญมณี เพื่อให้ดวงจิตของตนมีที่อยู่ เพราะถ้าหากอัญมณีถูกตัดขาดจากร่างของกันต์เมื่อไหร่ ก็จะทำให้ร่างของกันต์ต้องกลับมามีเพียงหนึ่งจิตวิญญาณอีกครั้ง

 

ซึ่งนั่นก็จะเท่ากับว่าเป็นการดีดวิญญาณของฮาเดสทิ้งไป เพราะฮาเดสไม่สามารถครองจิตของกันต์ได้อย่างสมบูรณ์

 

อัญมณีสีส้มม่วงร่วงหล่นลงบนพื้นดินพร้อมกับมือขวาของชายหนุ่มที่กำมันไว้แน่น

 

เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากปากแผลอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันกับที่เรอัสหยุดดีดพิณและหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า

 

ความแรงของพายุหิมะเริ่มที่จะอ่อนและเบาลง อันเป็นผลกระทบเนื่องมาจากจิตใจที่อ่อนกำลังและเหนื่อยล้าของเจ้านรก

 

“บุคคลตามคำทำนายเจ้ารู้ไหมว่าข้ายังเฝ้าถามตัวเองอยู่เสมอว่า ทำไมข้าถึงไม่สังหารเจ้าในตอนที่ยังมีโอกาสเช่นนี้”

 

เคียวสีดำทมิฬค่อย ๆ ถูกวางประทับไว้บนบ่าของชายหนุ่มอย่างแม่นยำ

 

กันต์ที่พึ่งได้รับการควบคุมร่างกลับคืนมาก็ทำหน้านิ่งและใช้มือซ้ายกุมข้อมือขวาของตนด้วยความเจ็บปวด

 

“ถ้าอยากจะฆ่าขนาดนั้นก็เรื่องของแก แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิดแน่”

 

ชายหนุ่มเอ่ยพลางกวาดสายตาขึ้นมองไปที่เทพแห่งความมืด

 

ดวงตาข้างซ้ายและขวาของชายหนุ่มเป็นสีฟ้าบริสุทธิ์อันน่าเกรงขาม ส่วนตอนแรกตาขวาที่เป็นสีเทาตอนนี้ก็เปลี่ยนไปแล้วเพราะร่างกายของเขาได้ตัดขาดกับอัญมณีไปแล้วเรียบร้อย

 

เทพแห่งความมืดที่สังเกตเห็นดวงตาสีฟ้าก็ทำสีหน้าเคร่งเครียดออกมา

 

“เผ่าพันธ์ุมนุษย์ระดับสูงมันสาบสูญไปนานแล้ว สงสัยเจ้าคงมาจากโลกอื่นจริง ๆ” เทพหนุ่มเอ่ยพลางดึงเคียวของตนกลับ

 

“การที่ข้ามาจากโลกอื่นมันหมายความว่ายังไง มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ ?” กันต์เอ่ยถามด้วยความสงสัย

 

ลูซิเฟอร์ที่ได้ยินดังนั้นก็หันหลังกลับและพาดเคียวไว้บนบ่า ก่อนที่จะออกก้าวเท้าเดิน

 

“เทพห่วยแตกสูงสุด เทพฮาเดสและเจ้ามีบางสิ่งที่เหมือนกัน อยากรู้ไหมมันคืออะไร”

 

“….” กันต์เงียบกลับเพื่อเฝ้ารอคำตอบ

 

“คำตอบก็คือ---”

 

ไม่ทันที่เทพลูซิเฟอร์จะได้กล่าวจบเลือดสีดำก็สาดกระเด็นออกมาจากกลางหน้าอกของเขา

 

เทพแห่งความมืดค่อย ๆ ก้มหน้าลงมองบาดแผลที่กลางอกของตนด้วยความขมขื่น

 

“อเมมอน แกกลายเป็นหมาลอบกัดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ?” ลูซิเฟอร์เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก

 

ในชั่วพริบตาถัดมาก็ปรากฏให้เห็นร่างของเทพตนหนึ่งในชุดคลุมสีน้ำตาล พร้อมกับเกราะไหล่และโซ่ตรวนในกำมือ ดูจากสภาพแล้วน่าจะเป็นชาย

 

“เจ้าไม่มีสิทธิพูดหลังจากที่ได้ทำการลงมือสังหารท่านฮาเดส เจ้าแห่งนรกของพวกข้า” อเมมอนตอบกลับและสะบัดคราบเลือดที่มือของตนทิ้ง

 

สิ่งที่พุ่งเข้าโจมตีกลางอกของลูซิเฟอร์คือฝ่ามือที่หุ้มไปด้วยถุงมือหนังเพียงเท่านั้น

 

โซ่ตรวนสีเงินเริ่มคืบคลานและเข้ารัดคอเทพลูซิเฟอร์อย่างรวดเร็ว

 

เทพแห่งความมืดทรุดเข่าลงกับพื้นก่อนที่จะสิ้นสติและนอนลงกับพื้นดิน

 

ใบหน้าที่ถูกซ่อนใต้ชุดคลุมนั้นมีเพียงเงามืดที่ไม่อาจสังเกตเห็นได้ แต่ทว่าเมื่อถูกมันจ้องมองมาแล้วกลับสัมผัสได้ถึงความอาฆาตแค้นอันมหาศาล

 

ทันใดนั้นเองโซ่ตรวนอีกเส้นหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่กันต์อย่างรวดเร็ว และตรงปลายโซ่ก็มีหอกแหลมที่ผูกติดอยู่

 

ในเสี้ยววินาทีนั้นความคิดของกันต์ก็เริ่มคาดเดาถึงควาามน่าจะเป็นทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้ และทำการคิดหาเส้นทางแก้ไขปัญหาเพื่อหาทางออก

 

ชายหนุ่มรีบคว้าข้อมือขวาของตนขึ้นมาจากพื้นและใช้มันรับการโจมตีแทน

 

ปลายหอกของโซ่ตรวนตวัดเข้าโจมตีใส่อัญมณีสีส้มก่อนที่จะถูกเบี่ยงทิศเข้าเฉือดเฉือนต้นคอของชายหนุ่มอย่างเฉียดฉิว

 

แต่ก่อนที่โซ่มันจะได้วกกลับมาเหมือนกับบูมเบอแรงเพื่อรัดคอของกันต์ มันกลับถูกกำมือที่โชกไปด้วยเลือดของเรอัสคว้าไปได้ก่อน

 

อเมมอนที่เห็นดังนั้นก็ตวาดใส่ทันที “นังผู้หญิงจอมปลอม มันได้เวลาที่เจ้าจะต้องชดใช้บาปแล้ว”

 

สำหรับกันต์แล้วเขาพอจะรู้จักเทพอเมมอนอยู่บ้าง ในเกมเคยเล่าไว้ว่าเขาเป็นเทพที่มีอำนาจรองมาจากฮาเดสเจ้าแห่งนรก เป็นเทพที่ศรัทธาและซื่อสัตย์ต่อฮาเดสมาก แต่นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกกันหรืออเมมอนจะไม่พอใจที่เรอัสเข้าครองภพแห่งความตายแทนฮาเดส

 

แต่ทำไมเขาถึงไม่ปรากฏตัวตั้งแต่ต้นและโค่นล้มเรอัส ทั้ง ๆ ที่พลังของอเมมอนตอนนี้ก็ดูท่าจะมีพอ ๆ กับเรอัสเลยด้วยซ้ำ

 

กันต์รู้ดีว่าตอนนี้อเมมอนกำลังโกรธแค้นที่ไปทำลายเศษเสี้ยวความทรงจำของฮาเดสไป เรอัสเองก็บาดเจ็บอยู่พอสมควร ลูซิเฟอร์เอลก็สลบหมอดไปแล้ว ส่วนตัวเขาเองก็โดนตัดมือขวาทิ้งไป

 

มันมีไม่กี่วิธีที่จะแก้ความบาดหมางในครั้งนี้ ชายหนุ่มเชื่อว่าความชาญฉลาดจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ระดับสูงของตนจะทำอะไรสักอย่างหนึ่งได้

 

เพราะตอนนี้เขาตัดขาดจากอัญมณีไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย จึงไม่สามารถดึงมานาจากนรกมาใช้ได้อีก

 

แต่หากหยิบอัญมณีสีส้มม่วงนั่นกลับมาในมืออีกครั้งก็ไม่ต่างอะไรกับการยื่นโอกาส ให้ฮาเดสเข้าควบคุมร่างของเขาเป็นรอบที่ 2

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #655 Chaos I (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 22:16
    ทำไมโหดร้ายกับพระเอกนักนะ!
    #655
    1
    • #655-1 SuruMaster(จากตอนที่ 227)
      2 กรกฎาคม 2563 / 07:23
      ผมว่าผมใจดีแล้วนะครับ555
      #655-1
  2. #654 เอารถพ่วงมาไถนา (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 19:16
    แต่ล่ะอย่างที่เจอหืดขึ้นคอทั้งน้านนนน~~~~~
    #654
    1
    • #654-1 SuruMaster(จากตอนที่ 227)
      2 กรกฎาคม 2563 / 07:22
      เจออะไรง่ายๆก็ไม่สนุกนะครับ555
      #654-1
  3. #653 Fikusa (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 19:14
    กว่าจะได้ความจริงแต่ละอย่างนี่หืดขึ้นคอตลอด
    #653
    1
    • #653-1 SuruMaster(จากตอนที่ 227)
      2 กรกฎาคม 2563 / 07:22
      บอกกันง่ายๆไม่ใข่ทางผมนะสิครับ
      #653-1
  4. #652 Tataros (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 17:42
    5555เอาอีก
    #652
    7
    • #652-1 SuruMaster(จากตอนที่ 227)
      2 กรกฎาคม 2563 / 07:21
      555ขอบคุณครับ
      #652-1