สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 221 : ภาค 3-บท 21 เทพเซโร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    15 มิ.ย. 63

ยมทูตนับหลายสิบตนที่ล่องลอยอยู่ในบริเวณโดยรอบนั้น กำลังจับจ้องสายตามองตรงมายังกันต์และคล็อดอย่างไม่ลดละ

 

ดวงตาที่กลวงโบ๋ของพวกมันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกความตายจับจ้องอยู่ไม่มีผิด

 

กันต์ดึงผ้าคลุมส่วนหัวกลับมาคลุมดังเดิมก่อนที่จะหันหน้าไปมองคล็อดที่ยืนอยู่ไม่ไกล

 

"ถ้าพวกเราคิดจะสู้กับยมทูตคงไม่ใช่เรื่องง่าย ทำตามที่มันต้องการก่อนเถอะ"

 

คล็อดพูดขึ้นหลังจากที่ตนหลุดพ้นจากความตายที่ฉายภาพในหัวซ้ำไปซ้ำมาได้สำเร็จ อีกทั้งยังดูเหมือนว่าผลลัพธ์จากการจ้องมองเข้าไปในดวงตาของกันต์นั้นจะมีผลกระทบไม่รุนแรงมากนัก คล็อดจึงสามารถกลับมาเป็นปกติได้ในเวลาอันสั้น

 

"กรุณาเดินตามข้ามา" ยมทูตตนนั้นกล่าวพลางใช้มือที่เป็นกระดูก กระชากเคียวของตนออกมาจากร่างของจอมมารลำดับที่ 1 พร้อมกับหันหลังและเดินนำไป พร้อมกับร่างของจอมมารที่เดินตามหลังไปติด ๆ

 

เดสเพียร์และคล็อดที่เห็นดังนั้นก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากทำตามคำขอของยมทูตเหล่านั้น

 

หลังจากเดินทางไปได้สักพักสายตาของกันต์ก็สังเกตเห็นตำหนักหินขนาดใหญ่ที่ถูกตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม่ที่แห้งเฉา

 

ภายในตำหนักหินประกอบไปด้วยรูปปั้นแกะสลักของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ มากมาย ส่วนเส้นทางตรงหน้าคือประตูรูปหัวกะโหลกขนาดใหญ่ที่ปิดอยู่

 

เมื่อประตูบานคู่ได้เปิดออกก็ปรากฏให้เห็นโต๊ะหินที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องโถง พร้อมกับร่างของมนุษย์ชายตนหนึ่งที่กำลังถือดาบหินในกำมือ แต่ดูให้ดีแล้วชายตรงหน้าคนนี้น่าจะไม่ใช่มนุษย์เพียงแค่มีลักษณะที่คล้ายคลึงเสียมากกว่า

 

"ยินดีที่ได้พบผู้พลัดหลงทั้งสอง" ชายตรงหน้ากล่าวต้อนรับด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร

 

"ยินดีต้อนรับสู่ภพแห่งความตาย ข้าคือเทพเซโรหนึ่งในเทพผู้มีหน้าที่ควบคุมจัดการดูแลความสงบของภพแห่งนี้ ถ้าให้เทียบแล้วข้าก็เป็นแค่เทพระดับต่ำล่ะน่ะ"

 

เซโรกล่าวพลางลูบดาบหินในมือเล่นด้วยความหลงใหลและค่อย ๆ ย่างเท้าเข้าไปหาคล็อด

 

"พวกเจ้าช่างโชคร้ายนักชีวิตยังไม่ถึงฆาตแต่กลับต้องลงมายังภพแห่งนี้แล้ว"

 

คล็อดที่ได้ยินดังนั้นก็เข้าใจความต้องการของเซโรขึ้นมาในทันที ประสบการณ์ชีวิตนับพันปีมันบอกกับคล็อดว่าเซโรตั้งใจจะสังหารพวกตนทิ้งที่นี่เพื่อให้ตายและกลายเป็นดวงวิญญาณเร่ร่อนในภพนี้เป็นแน่

 

"พวกเราถูกส่งมาที่นี่จากความต้องการของเทพมังกรทองเพื่อตามหาเทพฮาเดส จงคิดให้ดีก่อนที่จะทำอะไร" คล็อดกล่าวเชิงข่มขู่ใส่เซโร

 

"เทพมังกรทอง ? ดูเหมือนพวกเจ้าจะยังไม่รู้สิน่ะว่าที่นี่เทพฮาเดสคือเทพที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อย่าไปพูดถึงเทพมังกรทองเลย แม้แต่เทพสูงสุดก็ไม่อาจเข้ามาก้าวก่ายการตัดสินใจของข้าได้หากท่านฮาเดสไม่อนุญาต"

 

เซโรเริ่มกวาดดาบหินในมืออย่างช้า ๆ และเตรียมท่าเข้าโจมตี

 

"น่าเสียดายที่ยมทูตเหล่านี้เก่งเรื่องจัดการคนตายเพียงเท่านั้น ถ้ามีคนเป็นหลงมาเช่นเจ้าข้าก็ต้องจัดการเองอยู่เรื่อย"

 

ในเสี้ยวพริบตาถัดมาเซโรก็เข้าประชิดตัวคล็อดอย่างรวดเร็วพร้อมกับตวัดดาบหินเข้าจู่โจม

 

คล็อดที่ไหวตัวทันไม่รอช้ารีบยกเกราะแขนขึ้นมาตั้งการ์ดรับการโจมตีแทบจะทันที

 

หลังจากที่ได้ประมือกันไปหลายกระบวนท่าแล้วทั้งคู่ก็เว้นระยะห่างกันเพื่อตั้งหลักใหม่

 

"ดูเหมือนว่าเจ้าจะเป็นคนของเทพมังกรทองจริง ๆ ฝีมือถือว่าใช้ได้ แต่มันก็น่าเสียดายที่เจ้าไม่สามารถใช้เวทได้เหมือนข้า"

 

เซโรกล่าวเชยชมก่อนที่จะเสกลูกไฟสีดำเทาขนาดใหญ่ขึ้นมาบนมืออีกข้างหนึ่ง นั่นจึงทำให้คล็อดรู้สึกตัวขึ้นมาทันทีว่าการต่อสู้เมื่อสักครู่มันก็เป็นแค่การเล่นแก้เบื่อของเซโรเพียงเท่านั้น

 

แต่ก่อนที่เซโรจะได้ขว้างลูกบอลเพลิงสีดำเทาออกไปนั่นเอง หมัดขวาของเดสเพียร์ก็เข้าอัดเต็มเบ้าหน้าของเซโร

 

เทพชายถึงกับก้าวเท้าถอยหลังไปด้วยความสับสนและงุนงงว่า ทำไมสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่พ้นจากขีดจำกัดของคำว่าเลเวลถึงสามารถทำร้ายตนที่อยู่ในขั้นเทพต้นกำเนิดระดับ 35 ได้กัน

 

เซโรเอามือลูบไปที่แก้มของตนอย่างช้า ๆ ก่อนที่จะหันหน้ากลับไปมองที่เดสเพียร์

 

ดาบหินสีเทาเข้ากวาดโจมตีอีกครั้งในระยะประชิดโดยครั้งนี้มีเป้าหมายคือลำคอของกันต์

 

แต่ทว่าดาบหินในมือของเซโรกลับถูกเดสเพียร์หยุดได้ด้วยเพียงการยืนอยู่นิ่ง ๆ เท่านั้น

 

อาวุธของเทพเซโรกำลังนิ่งค้างอยู่ใกล้ ๆ กับลำคอของเดสเพียร์ ไม่ว่าเขาจะพยายามออกแรงมากเท่าไหร่เซโรกลับรู้สึกว่าดาบของเขาไม่สามารถเข้าใกล้กันต์ได้เลยแม้แต่น้อย ราวกับว่ารอบกายของเดสเพียร์มีอะไรที่กำลังป้องกันเขาอยู่

 

เทพชายไม่รอช้าชักดาบกลับและเข้าฟาดฟันอย่างรวดเร็วเหนือยิ่งกว่าตอนที่ลูซิเฟอร์ใช้เคียวไปเกือบเท่าตัว

 

หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยการร่ายเวทลูกบอลเพลิงขนาดใหญ่หลายสิบลูกโจมตีใส่กันต์อย่างต่อเนื่อง

 

กลุ่มควันและแรงระเบิดที่เกิดจากเวทของเซโรทำให้ตำหนักหินถึงกับสั่นสะเทือนและมีรอยระเบิดกระจัดกระจายไปทั่ว

 

เมื่อควันไฟจากระเบิดเริ่มจางลงเดสเพียร์ก็ก้าวเท้าออกมาอย่างช้า ๆ สภาพร่างกายของเขายังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดีครบทุกส่วน แม้แต่ชุดคลุมเองก็ไม่มีส่วนใดที่เสียหาย

 

"รีบทำให้จอมมารตนนี้กลับมาเป็นเหมือนเดิมเร็ว ข้ามีเรื่องที่ต้องการคุยกับเขา" กันต์กล่าวเชิงออกคำสั่งแก่เทพเซโร

 

"อย่ามาพูดอะไรบ้า ๆ ยมทูตจัดการมัน" เซโรเริ่มเกี้ยวกราดและชี้นิ้วออกคำสั่ง

 

แต่ทว่ายมทูตนับสิบตนที่ยืนมองสถานการณ์อยู่ไม่ไกลนั้นกลับไม่ไหวติงใด ๆ อย่างน่าประหลาดใจ ราวกับว่าคำสั่งของเซโรนั้นไม่มีผลกับพวกมัน

 

"เป็นเทพแต่ใช้ได้แค่เวทบอลไฟธรรมดา ๆ แกมันไม่สมควรจะเรียกตัวเองว่าเทพเลยด้วยซ้ำ"

 

เดสเพียร์เอ่ยพลางยื่นมือไปยังทิศที่เซโรกำลังยืนอยู่พร้อมกับส่ายหน้าไปมาด้วยความผิดหวัง

 

ทันใดนั้นเองมือสีดำเทาขนาดใหญ่หลายมือก็พุ่งเข้าจับตัวของเซโรไว้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมือสีดำเทาเหล่านี้ก็มีต้นกำเนิดมาจากอัญมณีบนฝ่ามือของกันต์นั่นเอง

 

อัญมณีไม่ทราบชื่อที่เกิดจากการผสมระหว่างอัญมณีแห่งความตายและแก่นแท้ตะวันกำลังเปล่งแสงสีม่วงอ่อน ๆ ออกมา

 

เหตุผลที่ชายหนุ่มสามารถหลบและรับการโจมตีของเทพเซโรได้นั้นก็เพราะเขาได้ทดลองใช้มานาจากภพแห่งความตายดู ซึ่งกันต์ก็ได้พบว่ามานาที่เขามีในตอนนี้มันมากยิ่งกว่าตอนที่เคยได้เล่นเป็นเวลโดรเสียอีก

 

มันมากมายมหาศาลเสียจนมานาเหล่านั้นล้นออกมาจากร่างและเปลี่ยนสภาพเป็นออร่าเพื่อป้องกันร่างกายของเขาเลยทีเดียว

 

โดยเหตุผลที่ทำให้กันต์ผู้ที่มีเลเวลไม่ถึง 100 นั้นสามารถเอาชนะเทพเซโรได้อย่างง่ายดายนั้นก็เป็นเพราะอัญมณีชิ้นนี้ทั้งนั้น มันเป็นตัวรวบรวมละอองมานาและกักเก็บพลังอันมหาศาลเอาไว้ ที่กันต์ต้องทำก็เพียงแค่ดึงมานาที่กักเก็บไว้ภายในมาใช้เท่านั้นเอง

 

อัญมณีชิ้นนี้นับได้ว่าเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวโดยแท้จริง มันเป็นสิ่งที่อยู่เหนือจินตนาการไปไกลหลายขุม

 

"บอกว่าให้รีบทำจอมมารตนนี้ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม" เดสเพียร์กล่าวประโยคเดิมซ้ำอีกครั้ง

 

"แกไม่มีสิทธิ์มาสั่งอะไรที่นี่" เซโรที่ถูกพันธนาการร่างไว้ยังคงยืนกรานเช่นเดิม

 

ทันใดนั้นเองหนามสีดำเทาก็งอกขึ้นมาจากอัญมณีไม่ทราบชื่อและพุ่งเข้าแทงกลางอกของเซโร หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยหอกหนามอีกมากมายหลายแท่งที่แทงทะลุร่างของเทพชายไป

 

กันต์ใช้อัญมณีชิ้นนี้เป็นเหมือนตัวช่วยในการควบคุมมานาให้ดียิ่งขึ้น นั่นจึงทำให้ชายหนุ่มสามารถใช้มานาจากภพแห่งความตายนี้ได้ดีอย่างกับเคยใช้มาแล้วเป็นสิบปี

 

ร่างกายของเทพเซโรนั้นไม่สามารถตายได้ก็จริงแต่ทว่าความรู้สึกยังคงอยู่ ถ้าจะให้พูดตรง ๆ คือกันต์กำลังทรมานเทพอยู่นั่นเอง บิรเวณส่วนไหนที่ถูกโจมตีก็ฟื้นฟูกลับมานั่นจึงทำให้เซโรต้องทรมานอย่างต่อเนื่อง

 

เซโรที่เงียบและไม่ปริปากพูดใด ๆ ถึงกับร้องออกมาด้วยความทรมานหลังจากที่ถูกแทงซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ ไปอย่างไร้ความปราณี

 

คล็อดที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบตะโกนทันที "พอได้แล้วเดสเพียร์ มันมากเกินไปแล้ว !"

 

กันต์ที่ได้ยินดังนั้นก็ปล่อยร่างของเซโรลงกับพื้นและเรียกมือรวมถึงหอกสีดำเทาให้กลับเข้ามาที่อัญมณี

 

"คนที่จะใช้พลังเวทได้ถึงขนาดนั้นก็มีเพียงแค่ท่านฮาเดสเท่านั้น แก แก ไปเอาสิ่งนั้นมาจากไหน" เซโรยังคงพล่ามต่อไปก่อนที่จะโดนหอกสีดำเทาของกันต์แทงเข้ากลางหลังอีกรอบหนึ่ง

 

จอมมารลำดับที่ 1 ที่ยืนเงียบอยู่ตลอดเวลาก็เปิดตาขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบ ๆ

 

"พวกแกอยากไปหาเทพฮาเดสมากก็ไปเลยสิแล้วอย่ากลับมาอีก จิตวิญญาณของจอมมารนั่นก็คืนให้แล้ว ส่วนทางเข้าสู่ปราสาทท่านฮาเดสอยู่ที่ปร----"

 

ไม่ทันที่เซโรจะได้กล่าวจบเสียงของเขาก็เงียบหายไปอย่างกะทันหัน และปรากฏให้เห็นร่างของใครบางคนที่กำลังยืนอยู่บนร่างที่บาดเจ็บเจียนตายของเซโร

 

"อย่าพึ่งพูดมาก นอนอยู่เงียบ ๆ ไปก่อนเถอะเซโร"

 

ชายผู้ที่กำลังเหยียบหัวของเซโรอยู่นั้น คือเทพชายผู้ที่มีเขาสีดำและปีกอันเป็นเอกลักษณ์ เคียวสีดำทมิฬของเขากำลังจ่อตรงที่คอหอยของเซโร

 

"ลูซิเฟอร์ แกมาที่นี่ได้ยังไง !" เซโรตะโกนถามด้วยความโกรธเกรี้ยวและพยายามสะบัดเท้าของลูซิเฟอร์ออกจากหัวของตน

 

"หุบปากไป" เมื่อสิ้นเสียงของเทพแห่งความมืดศีรษะของเทพเซโรก็แตกละเอียดเป็นกองเลือดคาฝ่าเท้าของลูซิเฟอร์ อันเป็นผลลัพธ์มาจากแรงเหยียบที่มากมายมหาศาล

 

บรรยากาศและออร่าของลูซิเฟอร์ในตอนนี้แตกต่างจากตอนที่เคยเจอกับกันต์ครั้งแรกอย่างกับว่าเป็นคนละคน (ลูซิเฟอร์ได้พลังเทพกลับคืนมาครบทุกส่วนแล้วตอนนี้จึงแข็งแกร่งกว่าเก่ามาก)

 

เดสเพียร์และคล็อดที่เห็นดังนั้นก็เริ่มตั้งท่าเตรียมเข้าสู่การต่อสู้ สัญชาตญาณของพวกเขากำลังบอกว่าบุคคลตรงหน้านี้ไม่ใช่สิ่งที่จะเอาชนะได้โดยง่าย

 

"ไม่เจอกันนานบุคคลตามคำทำนาย เทพสูงสุดคงตั้งใจส่งพวกเจ้ามาที่นี่เพื่อพูดคุยกับฮาเดสไม่ผิดแน่"

 

ลูซิเฟอร์กล่าวพร้อมกับยกเคียวอาบเลือดขึ้นพาดบนบ่าและจ้องตรงไปยังเดสเพียร์ ก่อนที่จะเลื่อนสายตาลงมองไปยังอัญมณีที่ฝ่ามือของชายหนุ่ม

 

เดสเพียร์ที่เห็นสายตาของเทพแห่งความมืดจ้องมาก็เริ่มขมวดคิ้วและคิดหนัก

 

"แล้วแกมาทำอะไรที่นี่ลูซิเฟอร์ ?" กันต์ในชุดคลุมถามกลับและเริ่มการปลดปล่อยมานาอันมหาศาลที่ถูกกักเก็บไว้ในร่างกายออกมาเพื่อแสดงให้เห็นว่า ตัวเขาในตอนนี้ก็ไม่ใช่คนเดิมเหมือนกัน

 

ผู้กล้าคล็อดที่โดนบรรยากาศอันหนักหน่วงเข้ากดดันก็เริ่มที่จะหายใจไม่ออกและคิดในใจว่า 'มันไม่ใช่การต่อสู้ของคนแล้ว นี่มันเป็นการเผชิญหน้าระหว่างเทพชัด ๆ'

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #619 Fikusa (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 19:20
    ความแข็งแกร่งไม่คงที่สักเท่าไหร่แฮะ เหอๆๆๆ
    #619
    1
    • #619-1 SuruMaster(จากตอนที่ 221)
      15 มิถุนายน 2563 / 19:27
      555 พลังที่พี่แกได้มาส่วนใหญ่ก็ของอัญมณีล้วนๆแหละครับ
      #619-1