สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 220 : ภาค 3-บท 20 จอมมารลำดับที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 437
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    12 มิ.ย. 63

กันต์ในชุดคลุมสีดำตอนนี้เริ่มที่จะกำลังดำดิ่งอยู่กับความรู้สึกวิตกกังวล คิดมาก และเครียด

 

ทำไมทุกอย่างที่ผมทำลงไป ทุกอย่างที่ผมได้เจอมันถึงถูกกำหนดไว้แล้วทั้งหมดกัน นี่มันบ้าชัด ๆ

 

สิ่งที่อยู่ในหัวของผมตอนนี้ก็คือละเลงเลือดของตัวเองลงไปบนอัญมณีแห่งความตายตามที่เสียงกระซิบได้บอกไว้ เพราะมันอาจจะเป็นหนทางรอดเพียงหนึ่งเดียวจากการล่าสังหารของจอมมารลำดับที่ 1 ผู้กระหายสงคราม

 

แต่ถ้าผมทำตามที่เธอบอกสุดท้ายคงหนีไม่พ้นการเดินเกมตามที่พวกมันทั้งหมดได้วางไว้อีกอยู่ดี ผมต้องทำอะไรที่แตกต่าง

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองกำมือที่เริ่มละลายจากเปลวไฟของแก่นแท้ตะวันก็เริ่มมอดไหม้กำมือของจอมมารลำดับที่ 1 เนื่องจากมันสามารถดึงแก่นแท้ตะวันที่อุดปากออกมาได้สำเร็จแล้ว

 

มันไม่รอช้ารีบโยนแก่นแท้ตะวันทิ้งลงไปกับพื้น และหันหน้ามามองทางเดสเพียร์พร้อมกับยื่นมือออกไปหมายจะคว้าอัญมณีแห่งความตาย

 

แต่ทันใดนั้นเองกันต์ก็ใช้เท้าของตัวเองช้อนแก่นแท้ตะวันที่ตกอยู่ไม่ไกลให้ลอยขึ้นไปกลางอากาศ และใช้มืออีกข้างหนึ่งคว้าเอาไว้อย่างรวดเร็ว

 

"อยากรู้เหมือนกันว่า เรื่องนี้จะอยู่ในการคำนวณของพวกแกไหม"

 

เดสเพียร์ไม่รอช้าใช้มือทั้ง 2 ข้างเข้าประกบแก่นแท้ตะวันและอัญมณีแห่งความตายเข้าด้วยกันแทบจะทันที

 

เปลวเพลิงอันร้อนแรงเริ่มแผดเผาอัญมณีแห่งความตายอย่าง ๆ ช้า และทำให้พวกมันหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกัน

 

จอมมารลำดับที่ 1 ผู้เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็นิ่งค้างราวกับสติได้หลุดลอยหายไป

 

คล็อดเองที่กำลังนั่นกุมบาดแผลอยู่ห่าง ๆ ก็ได้แต่ทำสีหน้าตกตะลึงอย่างกับเห็นผี

 

[คำเตือน คำเตือน]

 

[แก่นแท้ตะวันและอัญมณีแห่งความตายกำลังถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์]

 

[อันตราย อันตราย]

 

เปลวไฟสีแดงที่กำลังลุกโชนนั้นมันจะแผดเผาทุกอย่างที่ได้สัมผัสมัน เว้นเพียงแค่วัตถุชนิดพิเศษหรือผู้ที่ถูกมันยอมรับเท่านั้นที่จะไม่ถูกไฟเผา

 

ซึ่งอัญมณีแห่งความตายเองก็ไม่ใช่หนึ่งในนั้น

 

ไม่กี่วินาทีต่อมาอัญมณีแห่งความตายและแก่นแท้ตะวันก็ได้หลอมรวมเข้ากันเป็นหนึ่งโดยสมบูรณ์

 

[คุณได้รับ ????????]

 

[ความสามารถ ????????????]

 

สิ่งที่อยู่บนฝ่ามือของเดสเพียร์ในตอนนี้ก็คืออัญมณีทรงรีสีม่วงปนแดงส้ม โดยแสงสีม่วงที่เร้นกายอยู่ภายในอัญมณีนั้นกำลังเคลื่อนที่ไปมาบริเวณรอบ ๆ ราวกับมีชีวิต

 

ทันใดนั้นเองแสงสีม่วงก็เริ่มเคลื่อนตัวผ่านอัญมณีลงไปยังฝ่ามือและแขนของกันต์อย่างรวดเร็ว

 

แสงสีม่วงเหล่านั้นเริ่มการกัดกินแขนและรัดไว้อย่างเหนียวแน่น พร้อมกับสั่นไหวราวกับมันกำลังดูดอะไรบางอย่างจากร่างเขาไป

 

เดสเพียร์ที่ถูกไอเทมเกิดใหม่ปริศนาเข้าจู่โจมก็ถึงกับร้องออกมาด้วยความทรมานอย่างถึงที่สุด

 

ชายหนุ่ทรุดตัวลงไปกับพื้นและพยายามปล่อยอัญมณีสีม่วงแดงนี้ให้หล่นออกจากกำมือ แต่ทว่ามันก็ไม่สำเร็จเจ้าสิ่งนี้มันได้ผูกติดกับร่างของเขาเข้าไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย

 

[?????? ได้ตอบรับต่อสายเลือดจอมมารและสายเลือดเทพภายในร่างกายของคุณแล้ว]

 

[?????? ได้ยอมรับคุณเป็นเจ้าของ]

 

ในเสี้ยววินาทีถัดมาแสงสีม่วงก็ได้จางหายไปพร้อมกับแสงสีม่วงแดงอ่อน ๆ ที่เปล่งออกมาจากตัวของอัญมณี

 

เดสเพียร์เอามือข้างซ้ายที่ว่างอยู่ของตนเองกุมไปที่ขมับด้วยความเจ็บปวด

 

ในตอนนี้มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บทางร่างกายแล้วก็จริง แต่ตอนนี้ชายหนุ่มกลับรู็สึกปวดหัวเหมือนกับจะระเบิดออกมาแทน

 

คล็อดที่ร่างกายเริ่มฟื้นฟูได้สำเร็จไปแล้วส่วนหนึ่งก็ลุกขึ้นยืนจากตอไม้และเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม

 

ผู้กล้าคล็อดที่เห็นเดสเพียร์ทรมานเจียนตายก็ยื่นมือเข้าไปหมายจะวางไว้บนไหล่ก็ถึงกับต้องรีบชักมือกลับ

 

ออร่าที่กำลังปรากฏรอบกายของเดสเพียร์ในขณะนี้มันไม่ใช่สิ่งของธรรมดาที่เขาจะแตะต้องได้

 

"สายเลือดมังกรทองของข้ากำลังหวาดกลัวสิ่งใดกัน"

 

คล็อดยกฝ่ามือขวาของตนเองที่เข้าใกล้ร่างของกันต์ไปเมื่อสักครู่นี้ขึ้นมาดู 


เขาแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยว่ามือที่รบและฆ่า สังหารสิ่งมีชีวิตมานับแสนของตนนั้นกำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจากจิตใต้สำนึก

 

เดสเพียร์หอบหายใจด้วยความเจ็บปวดและทรมานก่อนที่จะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนพร้อมกับเลื่อนมือออกมาจากบริเวณหัวของตัวเอง

 

ตาขวาของเขาที่ปกติแล้วจะเห็นภาพได้อย่างชัดเจนตอนนี้กลับกลายเป็นภาพที่ดูเบลอและมองอะไรไม่ชัด

 

แต่กลับมีสิ่งหนึ่งที่ตาของเขามองเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือละอองสีดำที่กระจัดกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นบนฟ้าหรือพื้นดิน

 

ชายหนุ่มรีบกวาดมือเข้าไปสัมผัสกับละอองสีดำเหล่านั้นด้วยความสงสัยเต็มหัวใจ

 

เมื่อมือของเขาได้สัมผัสกับพวกมันแล้ว ละอองสีดำก็ถูกดูดเข้าไปในร่างกายอย่างรวดเร็วเหมือนกับตัวของเขาเป็นแม่เหล็กไม่มีผิด

 

"มันคืออะไรกัน" เดสเพียร์เอ่ยถามตัวเองพร้อมกับหันหลังกลับไปมองที่คล็อด

 

กันต์รีบถอดผ้าคลุมบริเวณส่วนหัวของตนออกและกวาดตามองไปรอบ ๆ อีกครั้ง เผื่อว่าผ้าคลุมของเรล์มจะมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ที่จริงแล้วมันก็ไม่เกี่ยวกันเลย

 

ดวงตาข้างขวาของเดสเพียร์ในตอนนี้กลับกลายเป็นสีดำเทาและพร่ามัวอย่างเห็นได้ชัด

 

คล็อดที่ได้จ้องมองเข้าไปในแววตาของชายหนุ่มไปไม่กี่วินาทีก็ถึงกับเอามือทั้ง 2 ข้าง กุมไปที่ศีรษะด้วยสีหน้าเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน

 

"มันคือความตาย" เสียงของจอมมารลำดับที่ 1 ได้ดังออกมาเบา ๆ

 

ร่างกายของอดีตจอมมารผู้ยิ่งใหญ่กลับมาเคลื่อนไหวได้ตามปกติอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับสีหน้าท่าทางและแววตาที่ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

 

"หมายความว่ายังไง ?" กันต์รีบถามกลับไปในทันที

 

"ในครั้งอดีตเมื่อนานมาแล้วข้าเคยถูกครอบงำจิตใจด้วยอัญมณีแห่งความตาย และถูกใช้งานราวกับเป็นหุ่นเชิดแต่เมื่ออัญมณีชิ้นนั้นถูกทำลายลง มนต์สะกดของมันก็พลอยเลือนหายไปด้วย ต้องขอบคุณเจ้าที่ทำให้ข้าได้สติกลับคืนมา"

 

"ส่วนละอองสีดำเหล่านั้นก็เปรียบเสมือนละอองมานา เพียงแต่มันคือแหล่งมานาที่เกิดมาจากภพแห่งความตายเท่านั้น หลังจากนี้เจ้าจะสามารถใช้เวทในภพแห่งนี้ได้"

 

จอมมารร่างใหญ่เอามือกุมไปที่หน้าอกด้วยสีหน้าเจ็บปวดและอมทุกข์ก่อนที่จะกล่าวต่อ

 

"เวลาของข้ามันใกล้จะหมดลงทุกทีแล้ว ฮาเดสคงไม่ปล่อยให้ข้าได้ปริปากความลับอะไรไปมากกว่านี้แน่ เจ้าจงจำคำพูดของข้าไว้ให้ดี เทพฮาเดสผู้ปกครองภพแห่งความตายนั้นมิอาจไว้ใจได้ มันคือผู้ที่สร้างอัญมณีแห่งความตายขึ้นมาและหลอกลวงใช้ข้าให้เริ่มต้นการเปิดสงคราม"

 

"ส่วนดวงตาขวาของเจ้าก็จงปิดมันไว้อย่าให้ใครได้จ้องมองมันเป็นอันขาด เพราะผู้ที่ได้จ้องมองมันไปแล้วจะพบเห็นความตายของตนเอง วนไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า"

 

กันต์ที่ได้ยินดังนั้นก็ก้มลงมองอัญมณีชิ้นใหม่ในมือของตนเองด้วยความเคร่งเครียด ก่อนที่จะพูดตอบกลับไป

 

"แต่ว่าเจ้านี่ได้ถูกหลอมรวมกับแก่นแท้ตะวันไปแล้ว มันอาจจะมีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไปจากเดิม"

 

"ที่เจ้ากล่าวมาก็มิผิด การทดลองและเรียนรู้เป็นเรื่องธรรม----"


ไม่ทันที่ท่านจอมารจะได้เอ่ยจบเสียงของเขาก็ดับหายไปอย่างกะทันหัน


คมเคียวสีดำทมิฬของอสูรกายนามยมทูตผู้มีใบหน้าเป็นโครงกระดูก พร้อมกับชุดคลุมสีดำเทาได้ลอยลงมาจากฟากฟ้า


ในชั่วพริบตาถัดมาเคียวอีกหลายเล่นก็หมุนควงและเจาะตรงเข้าไปที่ร่างของจอมมารอย่างแม่นยำ


ร่างอันยักษ์ใหญ่เริ่มทรุดตัวลงกับพื้นพร้อมกับแววตาที่เริ่มมืดบอดลง คล้ายกับถูกดึงวิญญาณไป


หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยร่างของยมทูตอีกหลายตนที่ปรากฏกายออกมาจากม่านหมอก


"ท่านเทพต้องการเชิญตัวพวกท่านไปยังที่พำนัก"


ยมทูตตนหนึ่งเอ่ยสั้น ๆ ก่อนที่จะโค้งตัวลงคำนับให้แก่กันต์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #618 Chaos I (จากตอนที่ 220)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 12:34
    ชิ...พวกน่ารังเกียจ...เดี๋ยวรอพระเอกได้พลังของOuter Godเดี๋ยวรู้กัน... ว่าไปนั่น555
    #618
    2
    • #618-1 SuruMaster(จากตอนที่ 220)
      13 มิถุนายน 2563 / 18:44
      555 เดี๋ยวรู้กันแน่ครับ
      #618-1
  2. #616 Fikusa (จากตอนที่ 220)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 18:50
    ถ้าเกิดว่านี่ยังอยู่ในการควบคุมของคนเบื้องหลังอีกล่ะก็ ยอมอย่างเดียวแล้วล่ะ
    #616
    1
    • #616-1 SuruMaster(จากตอนที่ 220)
      12 มิถุนายน 2563 / 20:04
      ถ้าเป็นงั้นไปไหนก็ไม่รอดจากการคุมเลยครับ 555
      #616-1
  3. #615 Unique Universe (จากตอนที่ 220)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 18:46
    เมื่อผู้เล่นสร้างสิ่งที่ไม่เคยมีให้เกิดขึ้น แถมมีแววจะทำเซิร์ฟเวอร์พัง G. M.

    จะรับมือไหวไหมนั้น
    #615
    1
    • #615-1 SuruMaster(จากตอนที่ 220)
      12 มิถุนายน 2563 / 20:03
      ก็ต้องรอดูไปครับ555
      #615-1
  4. #614 pls1234 (จากตอนที่ 220)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 18:44
    ไม่ทราบว่าคุณเป็นยมทูตหรือassasin creedวะนะ
    #614
    1
    • #614-1 SuruMaster(จากตอนที่ 220)
      12 มิถุนายน 2563 / 20:03
      เป็นยมทูตที่ฝึกเป็นนักฆ่ามาครับ 555
      #614-1
  5. #613 MirageN (จากตอนที่ 220)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 18:44
    ฮันแน่!! ได้ของขี้โกงมาแน่เลย
    #613
    1
    • #613-1 SuruMaster(จากตอนที่ 220)
      12 มิถุนายน 2563 / 20:02
      555ก็เป็นไปได้ครับ
      #613-1