สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 22 : ภาค 1-บท 22 โรงพยาบาลที่วุ่นวาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,025
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 413 ครั้ง
    1 ม.ค. 63

“ใจเย็นก่อน” ผมรีบหยุดการทะเลาะวิวาทด้วยการยืนขวางหน้า

 

“หลบไป ข้าจะฆ่ามัน เมื่อกี้นังนั่นจะเอาเข็มมาแทงท่านนักบุญแล้ว”

 

องครักษ์ทั้งหลายของท่านนักบุญต่างประสานเป็นเสียงเดียวกัน

 

ผมรีบโบกมือไล่ให้พยาบาลหนีไปก่อน แล้วค่อยพาพวกองค์รักษ์กลับเข้าไปในห้องพักคนป่วย

 

คนที่กำลังนอนอยู่บนเตียงนั่นก็คือท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์ ลูกศรเพลิงทมิฬยังคงปักอยู่กลางอกของเธอ

 

“อาการบาดเจ็บแบบนี้ เรากำลังหาวิธีรักษาอาจจะใช้เวลานานเพราะมันอยู่นอกเหนือขอบเขตความรู้ของเรา” เล็กพูดพร้อมกับกอดอก

 

“เจ้าพูดภาษาแลงเกลได้ ข้าอยากรู้ว่าพวกเจ้าไปเรียนมาจากไหน” ผมพูดด้วยภาษาแลงเกล

 

“ภาษาแลงเกล เป็นภาษาที่มีในโลกนี้ตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว เป็นสิ่งที่พวกเราสืบทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น และในที่สุดพวกเราก็ได้ใช้มัน”

 

“คงได้เวลาที่ข้าต้องไปแล้ว ลาก่อน” ผมกล่าวลาและเดินออกจากห้องผู้ป่วยไป

 

ทิ้งให้เหล่าสาว ๆ อยู่กันในห้อง พวกเธอจำต้องมีเรื่องที่จะคุยกันเป็นพิเศษ

 

“จะไปแล้วเหรอครับ อย่างน้อยก็น่าจะบอกชื่อกันสักหน่อย” กฤติธีเอ่ยด้วยน้ำเสียงหล่อ ๆ

 

เขาปรากฏตัวพร้อมกับไม้ค้ำยัน เมื่อกี้ธุระที่ว่าของเขาคงเป็นการรักษาอาการบาดเจ็บ

 

“เครก โคนอส” ผมพูดชื่อเต็มตัวเองออกไป

 

“เครกสินะครับ ผมจะจำไว้ ส่วนทางออกในบริเวณใกล้ ๆ นี้ก็มีประตูมิติอยู่นะครับ” กฤติธีเอ่ยพลางส่งยิ้ม

 

“หลังจากนี้ก็เตรียมตัวรับแขกไว้ด้วย” ผมพูดและเดินจากไป

 

“ถ้าหมายถึงอัศวินดำ เขาคงไม่กล้าข้ามมาโลกฝั่งนี้หรอกครับ เพราะเขาก็รู้ตัวดีอยู่ว่าถ้ามาเราก็อาจจะวางกับดักไว้รอ”

 

[ภารกิจที่ยังไม่สำเร็จ] [ภารกิจเสริม-ช่วยนักบุญศักดิ์สิทธิ์ให้ทำภารกิจของตนสำเร็จลุล่วง]

 

เหนื่อยเป็นบ้านี่เป็นภารกิจที่เรียกได้ว่ายาวนานที่สุดเท่าที่ผมเคยเล่นมาแล้ว หวังว่าระบบมันจะให้อะไรที่คุ้มกลับมา

 

ภารกิจนี้เดี๋ยวรอให้พวกเจรจากันสักพักก็น่าจะได้เอง

 

[พรจากเทพเรติอุสได้หมดลงแล้ว ค่าสถานะกลับสู่สภาวะปกติ]

 

ทั้งหมดนั่นคือ 20 นาที มันเป็น 20 นาทีที่ยาวนานที่สุดที่ผมเคยรู้จัก

 

ในระหว่างที่ผมกำลังคิดอะไรเล่น ๆ ผมก็เดินมาถึงประตูมิติอีกบานแล้ว ประตูมิติทั้ง 2 อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่กิโลเมตร

 

เมื่อผมก้าวเท้าเข้าไปในประตูมิติเพียงไม่นาน ระบบก็ได้แจ้งเตือนเข้ามา

 

[ภารกิจเสริมสำเร็จแล้ว ผู้เล่นได้รับเงินรางวัล 200 ทอง]

 

[เงินรางวัลทั้งหมดที่ผู้เล่นมีคือ 700 ทอง]

 

[คุณได้รับอนุญาตให้กลับไปยังหน้าหลักแล้ว จะกลับเลยหรือไม่]

 

“กลับเข้าสู่หน้าหลัก” ร่างของเครกสลายหายเป็นแสงสีฟ้า พร้อมกับเท้าอีกข้างที่ก้าวเข้าไปในประตูมิติ

 

ที่โลกอีกฟากของประตูมิติ

 

“ทำไมเจ้าถึงปล่อยพวกมันไป” เสียงของปีศาจตนหนึ่งดังขึ้นจากกลุ่มหมอกสีดำ

 

“ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสี่ยงไปมากกว่านี้ ภารกิจที่ได้รับมาก็ลุล่วงแล้ว” ดันเต้ในร่างของอัศวินดำเอ่ยตอบ

 

กลุ่มหมอกสีดำเริ่มวนเวียนรอบ ๆ กายของดันเต้และเอ่ยปากชมเชย

 

“สมแล้วกลายร่างเป็นอัศวินดำ ท่านจอมมารจักต้องพอใจมากแน่” กลุ่มหมอกเริ่มหัวเราะออกมา และลอยจากไป

 

ปีศาจและมอนสเตอร์นับพัน และกลุ่มสาวกลัทธิบูชาปีศาจ ตัดสินใจล่าถอยตามกลุ่มหมอกสีดำกลับไป

 

“การล้างบางมนุษย์กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว” ดันเต้คลายร่างอัศวินดำออกและขึ้นควบม้าของตนกลับไปยังอาณาจักร

 

ที่โลกเดิม

 

[ยินดีต้อนรับสู่หน้าหลัก]

 

ผมเปิดหนังสือออกเพื่อดูเลเวลของตัวละคร

 

[ตัวละครเครก เลเวล 45]

 

[ตัวละครเรล์ม เลเวล 45]

 

[ตัวละครเวรัค เลเวล 45]

 

ดูเหมือนเวรัคจะเลเวลเท่ากับตัวละครอื่น ๆ ผมจะได้ไม่ต้องลำบากไปหาเควสให้เวรัคอีก

 

ผมคิดจะเก็บเงิน 700ทองไว้เพื่อใช้อัพเลเวลทักษะตัวละคร ดังนั้นในครั้งนี้เพียงแค่นี้ก็พอแล้ว

 

“ออกจากระบบ”

 

กลับมาที่โลกจริง ภายในโรงพยาบาล

 

ผมยังคงนอนอยู่ที่เดิม แต่ตอนนี้เป็นเวลากลางคืนแล้ว ผมมองไปที่นาฬิกาแล้วเริ่มคำนวณเวลา

 

ในโลกอีกฟากของประตูมิติที่นั่น 4 วันจะเท่ากับ 1 วันในโลกจริง ถ้าอยู่ที่โลกอีกฝั่ง 1 วันที่โลกนี้จะผ่านไปแค่ 6 ชั่วโมงเท่านั้น

 

[จิตใต้สำนึกของเครกกล่าวขอบคุณผู้เล่นจากใจจริง คุณได้รับการสนับสนุนคือซ่อมโทรศัพท์ฟรี]

 

[จิตใต้สำนึกของเรล์มชื่นชมการกระทำของคุณเช่นกัน]

 

ผมก็รู้สึกดีใจอยู่หรอก แต่ที่น่าแปลกคือเวรัคเธอเงียบมาตลอด แทบจะไม่มีบทเลย แต่นั่นก็ไม่สำคัญ

 

“มันซ่อมให้เหมือนใหม่เลย” ผมยกโทรศัพท์ขึ้นมาและพิจารณาดู

 

มันมีแอปพลิเคชั่นใหม่เพิ่มเข้ามา มันเป็นไอคอนรูปประตูมิติสีดำ

 

เมื่อผมลองกดเข้าไปดู มันให้ความรู้สึกเหมือนเกม Farness World แบบย่อส่วน แถบบนมีรูปทองอยู่มันจะบอกถึงจำนวนทองที่ผมมี

 

ส่วนตรงกลางเป็นชื่อของตัวละครพร้อมกับเลเวลและจำนวนเงินที่ใช้ในการอัพทักษะต่าง ๆ

 

“ดูดีใช้ได้” ถ้ามีแอพนี้ชีวิตผมจะง่ายขึ้น แต่น่าเสียดายที่มันไม่มีร้านค้าผมไม่สามารถซื้อของจากแอพนี้ได้

 

[แจ้งเตือนฉุกเฉิน แจ้งเตือนฉุกเฉิน แจ้งเตือนฉุกเฉิน]

 

ประโยคนี้ดังขึ้นมาพร้อมกันทั้งเสียงที่เข้ามาในหัวผมและโทรศัพท์

 

[จิตใต้สำนึกที่หลับใหลของเวลโดรได้ตื่นขึ้นอย่างกระทันหัน]

 

[จิตใต้สำนึกของเวลโดรเริ่มอาละวาด]

 

[ภารกิจบังคับ-ปลดล็อคตัวละครเวลโดร ระยะเวลาคงเหลือ 3 เดือน]

 

“พี่แกไปโกรธใครที่ไหนมารึไง เลเวลอะไรถึงปลดล็อคเวลโดรได้” ผมรีบถามระบบ

 

[ปลดล็อคตัวละครเวลโดรผู้เล่นจำเป็นต้องมีเลเวล ???]

 

ถ้าผมจำไม่ผิดเวลโดรเป็นตัวละครที่ปลดล็อคเป็นพวกหลัง ๆ และต้องใช้เลเวลผู้เล่นที่สูงมาก

 

“หลังจากนี้คงทำตัวเอ้อระเหยแบบนี้ไม่ได้แล้ว” ผมต้องการหาวิธีเพิ่มเลเวลให้เร็วที่สุด

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองเสียงเคาะประตูได้ดังขึ้น “กันต์ครูขอเข้าไปข้างในได้ไหม”
 

สงสัยผมต้องต้อนรับแขกคนนี้ก่อนแล้วค่อยคิดเรื่องของเวลโดรทีหลัง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 413 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #71 Fikusa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 22:33
    หวังว่าจิตสำนึกแต่ละตัวละครจะไม่ตีหรือขัดขวางกันเองนะ ไม่งั้นมีฮาแน่ ฮ่าๆๆๆๆ
    #71
    1
    • #71-1 SuruMaster(จากตอนที่ 22)
      29 ธันวาคม 2562 / 23:18
      คงหายากแหละครับ ฉากแบบนั้น 555
      #71-1