สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 219 : ภาค 3-บท 19 ผู้ที่ล่วงลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 424
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63

ในระหว่างการเดินทางอันไร้ซึ่งแผนที่หรือเครื่องมือเดินทางใด ๆ นั้น เดสเพียร์และคล็อดก็เริ่มที่จะสิ้นหวัง เพราะตลอดเส้นทางที่ผ่านมานั้นมีเพียงแค่ความว่างเปล่ากับดวงวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

 

ทันใดนั้นเองคล็อดที่เดินนำกันต์อยู่ก็หยุดนิ่งและยกมือขึ้นขวางหน้าชายหนุ่ม

 

"เงียบก่อน" คล็อดกระซิบเบา ๆ พร้อมกับก้าวเท้าถอยหลังไปช้า ๆ

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองเสียงของบางสิ่งบางอย่างก็ดังขึ้นจากทางข้างหน้า มันเป็นเสียงของเกราะเหล็กที่กระทบกันเป็นจังหวะ

 

ร่างกายที่เดินอย่างโซซัดโซเซของปีศาจตนหนึ่งได้เดินทะลุม่านหมอกสีขาวและปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาทั้งสอง

 

ดวงตาสีม่วงก่ำที่จ้องตรงมานั้นให้ความรู้สึกราวกับเป็นสายตาที่เครียดแค้นและโกรธเกรี้ยว

 

เขาสีม่วงทั้ง 2 เขา ชุดเกราะเหล็กหนาที่หุ้มเกือบทั้งร่างกาย ปีกสีม่วงที่ขาดวิ่นไปบางส่วน ขากรรไกรล่างที่เหลือแต่กระดูก

 

นี่มันต้องเป็นปีศาจที่มีสายเลือดจอมมารไม่ผิดแน่ แต่ทำไมมันถึงหาพวกเขาเจอได้ เพราะเหตุบังเอิญอย่างนั้นเหรอ ?

 

"ข้ารอ มันมานานเสียเหลือเกิน" ขากรรไกรฟันล่างที่เหลือแต่กระดูกเริ่มพึมพำเบา ๆ ออกมา

 

"ข้ารู้สึกคุ้นเคยกับภาพลักษณ์ของมัน อย่าประมาท" คล็อดกล่าวเตือนและกระชับดาบสีเงินในมือให้มั่น

 

"ข้าจำมันได้คล็อด มันคือจอมมารลำดับที่ 1 ผู้กระหายสงคราม" เดสเพียร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับเรียกคมดาบตะวันออกมาจากช่องเก็บของ

 

ภาพลักษณ์ในตอนนี้ถึงแม้จะดูแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมก็จริงแต่กันต์จำได้ว่า ในภาพวาดของโบราณสถานแห่งหนึ่งได้เคยอธิบายเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของจอมมารลำดับที่ 1 เอาไว้

 

"เกราะของมันพิเศษเหนือยิ่งกว่าใคร ที่ตรงกลางหน้าอกของมันจะมีช่องไว้สำหรับประดับอัญมณีแห่งความตาย"

 

สายตาของชายหนุ่มจ้องมองไปยังกลางหน้าอกของจอมมารตรงหน้าและได้พบเข้ากับช่องที่น่าจะเอาไว้ใส่อัญมณีแห่งความตายได้อย่างพอดี

 

"เอาอัญมณีมาให้ข้า...เอามัน มา ให้ ข้า" น้ำเสียงที่เรียบเฉยแต่ดุดันของมันได้สร้างบรรยากาศที่กดดันขึ้นมาในทันที

 

ตามตำนานเล่ากันไว้ว่าอัญมณีแห่งความตายมีความสามารถที่น่าหวาดกลัว แต่วิธีการใช้งานของมันรวมถึงความสามารถก็ได้หายไปพร้อมกับการตายของจอมมารลำดับที่ 1 ตนนี้

 

ทันใดนั้นเองคล็อดก็กระโจนตัวใส่เดสเพียร์และผลักร่างของเขาให้ล้มลงไปกับพื้น ซึ่งมันก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ต้นไม้บริเวณรอบข้างหักโค่นลงมา

 

ถ้ากันต์ยังยืนอยู่ที่เดิมคงโดนกระบวนท่าลับของมันตัดคอจนขาดกระเด็นไปแล้ว

 

"มันโจมตีเราด้วยวิธีไหน ?" เดสเพียร์รีบลุกขึ้นยืนและเอ่ยถามออกไป

 

"มันใช้เวทได้ ข้าสัมผัสได้ถึงละอองเวทอ่อน ๆ ที่ถูกปล่อยออกมา" คล็อดตอบกลับก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าไปโจมตี

 

จอมมารลำดับที่ 1 เมื่อเห็นการโจมตี มันก็ตวัดมือลงในแนวราบ และทำให้สายลมบริเวณโดยรอบควบแน่นกับมานาจนกลายเป็นการโจมตีอันน่ากลัว

 

ใบมีดสายลมที่เกิดจากการกวาดมือของมันทำให้คล็อดต้องรีบยกดาบขึ้นมารับ แต่ทว่าการโจมตียังไม่สิ้นสุดเพียงแค่นั้นใบมีดสายลมที่คล็อดป้องกันไว้ได้ จู่ ๆ ก็เกิดการระเบิดออกมาจนทำให้คล็อดกระเด็นไปชนตอไม้

 

"ทำไมมันถึงใช้เวทได้ ที่นี่ไม่มีมานาไม่ใช่รึไง ?" เดสเพียร์เอ่ยถามตัวเองเบา ๆ ก่อนที่จะถอยหลังกลับไปตั้งหลัก

 

ตัวผมที่ไม่มีมานานั้นก็ใช้เวทไม่ได้ รวมถึงใช้ทักษะอะไรไม่ได้อีกด้วยนั่นจึงทำให้เรียกได้ว่าตอนนี้ผมคือภาระดี ๆ นี่เอง

 

คล็อดที่ใช้เวทไม่ได้ จะไปสู้กับอดีตจอมมารลำดับที่ 1 ผู้กระหายสงครามที่สามารถใช้มานาได้อย่างปริศนาด้วยวิธีไหนกันนั่นคือสิ่งที่ใคร ๆ ก็ต่างสงสัย

 

แต่มานาที่ถูกปล่อยออกมาจากตัวของจอมมารมีความพิเศษไม่เหมือนมานาปกติ มันเป็นละอองมานาที่ไม่มีชีวิตเป็นละอองมานาที่คนปกติไม่สามารถใช้ได้ มันคืออะไรกันแน่

 

"เอาอัญมณีมาให้ข้า" เสียงกระซิบที่เย็นเฉียบจนรู้สึกเหมือนถูกคมมีดเข้ามาจ่อที่ลำคอ ดังเข้ามาในหูของชายหนุ่มจากด้านหลัง ก่อนที่เขาจะรีบก้มตัวต่ำและกลิ้งไปทางด้านข้าง

 

ซึ่งมันก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่จอมมารลำดับที่ 1 ยื่นมือออกไปหมายจะคว้าลำคอของกันต์

 

มันปรากฏตัวที่ด้านหลังของเดสเพียร์ภายในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีโชคดีที่กันต์ไหวตัวทัน ถ้าไม่งั้นเขาคงโดนบีบคอจนสิ้นใจตายไปแล้ว

 

"แกจะเอาอัญมณีไปเพื่ออะไร ?" ชายหนุ่มเอ่ยถามออกไปในทันที

 

จอมมารลำดับที่ 1 ที่ได้ยินดังนั้นก็หันหน้ามามองทางกันต์อย่างช้า ๆ และค่อย ๆ ย่างเท้าเข้าไปหาเดสเพียร์

 

"มันเป็นทางเดียวที่จะจบสงครามที่ข้าเป็นตนเริ่มต้นขึ้นได้" จอมมารลำดับที่ 1 เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ก่อนที่จะทรุดเข่าลงไปกับพื้น

 

"ด้วยวิธีไหน ?" กันต์รีบถามต่อด้วยภาษาแลงเกลโบราณไปในทันที

 

"คนนอกอย่างเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ ! ถ้าไม่คิดจะเอามันให้ข้าก็จงตายไปพร้อมกับมันเสีย"

 

ทันใดนั้นเองร่างของจอมมารลำดับที่ 1 ก็อันตรธานหายไปจากสายตาของเดสเพียร์ และปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งตรงหน้าของเขา

 

กันต์ที่ไหวตัวทันก็ไม่รอช้ารีบกวาดคมดาบตะวันในมือโจมตีสวนกลับไปในทันที

 

แต่ทว่าคมดาบตะวันนั้นกลับถูกหยุดด้วยมือเปล่าได้อย่างง่ายดาย กำมือของมันบีบแน่นไปที่ปลายของคมดาบตะวันจนมีรอยแตกร้าวที่เห็นได้อย่างชัดเจน

 

อาวุธระดับตำนานจะถูกทำลายด้วยมือเปล่าของบุคคลที่ไม่ใช่เทพ นั่นเป็นเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้แต่นี่มันกลับเกิดขึ้นแล้ว คมดาบตะวันที่แข็งแกร่งและทนทานถึงขนาดเทพเรติอุสยังชมเชยจะถูกพังได้ง่าย ๆ เช่นนี้ ?

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองคล็อดก็กระโดดขึ้นไปบนคมดาบตะวันของกันต์และกระโดดถีบขาคู่อัดหน้าจอมมารไปหนึ่งดอก

 

จากนั้นก็ตามมาด้วยการตีลังกากลับหัวตวัดดาบหมายจะฟันคอให้ขาดสะบั้น แต่แล้วคมดาบของผู้กล้าคล็อดก็ถูกหยุดลงด้วยขากรรไกรและฟันของมัน

 

เพียงแค่การกัดลงไปแค่ครั้งเดียวก็ทำให้ดาบของผู้กล้าแตกเป็นเสี่ยง ๆ

 

คล็อดไม่รอช้ารีบตั้งการ์ดขึ้นมาหลังจากที่เท้าพึ่งเหยียบพื้นได้ไปไม่ถึงเสี้ยววินาที

 

จอมมารปีกสีม่วงคายเศษเหล็กลงกับพื้นและออกหมัดขวาตรงเข้าแสกกลางการ์ดของคล็อดจนปลิวไปอีกครั้ง

 

"ข้าไม่ได้เป็นคนผิด ข้าไม่ได้ทำ อัญมณีนั่นต้องถูกทำลาย อย่าให้มันได้มีตัวตนอยู่ !" จอมมารตะโกนเสียงดังลั่นและวิ่งเข้าใส่กันต์อีกครั้งหนึ่ง

 

เดสเพียร์ไม่รอช้ารีบเก็บคมดาบตะวันกลับเข้าไปในคลังและเรียกใบมีดตะวันที่มีขนาดเรียวแหลมและเล็กกว่าออกมาแทน

 

โชคดีที่จอมมารปีศาจตนนี้ต่อสู้ด้วยสัญชาตญาณไม่ใช่ปัญญา หนทางรับมือจึงไม่ใช่เรื่องยากเพียงแต่ว่าความแข็งแกร่งทางด้านเลเวลมันยังห่างกันมากเกินไป

 

ด้วยเหตุนั้นจึงทำให้ใบมีดตะวันมีรอยร้าวปรากฏไปทั่วทั้งใบดาบพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่กระเด็นเข้าใส่ต้นไม้สีดำ เพราะรับแรงกระแทกจากหมัดเข้าไปเต็ม ๆ

 

เดสเพียร์กระอักเลือดกองหนึ่งออกมาพร้อมกับเก็บคมดาบตะวันเข้าไปในคลัง

 

"คทาเบจญธาตุ" กันต์เรียกไม้คทาที่มีอัญมณีแห่งความตายออกมาด้วยแผนการบางอย่าง

 

"อย่าไปแตะต้องมัน !" จอมมารคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวและง้างมือเข้ากุมไปที่ลำคอของเดสเพียร์อย่างแม่นยำ

 

ซึ่งมันก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่กันต์เก็บสร้อยคออนธการเข้าไปในคลังเพื่อให้เหลือช่องไว้สำหรับเรียกอุปกรณ์มาอีกหนึ่งอย่างและมันก็คือแก่นแท้ตะวัน

 

"อัญมณีแห่งความตาย มันเป็นเครื่องมือของพวกเทพ ห้าม----"

 

ในระหว่างที่กำลังโดนบีบคอจนแทบสิ้นสตินั้นเดสเพียร์ก็ยัดแก่นแท้ตะวันเข้าไปในปากของจอมมารลำดับที่ 1 ผู้ที่กำลังพูดอยู่ในทันที

 

ทันใดนั้นเองแก่นแท้ตะวันก็เริ่มแผดเผาช่องปากของจอมมารลำดับที่ 1 อย่างรุนแรงจนมันต้องปล่อยกันต์ทิ้งลงจากมือ

 

เดสเพียร์ที่ได้จังหวะก็ไม่รอช้ารีบหักคทาเบญจธาตุเป็น 2 ท่อนเหมือนกับตอนที่เรนดิสเคยทำ

 

"จงละเลงเลือดของเจ้าลงประทับใส่อัญมณีแห่งความตายเสีย ความจริงจักได้ปรากฏออกมา" เสียงกระซิบของหญิงสาวคนเดิมดังก้องเข้าไปในหูของกันต์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเขาเริ่มที่จะไม่ทนอีกต่อไป

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #617 Chaos I (จากตอนที่ 219)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 12:31
    ชิ...พวกเทพอีกแล้ว..
    #617
    1
    • #617-1 SuruMaster(จากตอนที่ 219)
      13 มิถุนายน 2563 / 18:43
      แน่นอนครับ555
      #617-1
  2. #612 Fikusa (จากตอนที่ 219)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 19:43
    มีแต่คนคอยบงการโลกใบนี้อยู่เรื่อยๆเลยแฮะ
    #612
    1
    • #612-1 SuruMaster(จากตอนที่ 219)
      9 มิถุนายน 2563 / 22:06
      555ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกครับ
      #612-1