สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 214 : ภาค 3-บท 14 เชื่อไม่ได้ ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 470
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    30 พ.ค. 63

หลังจากที่กันต์ในนามของเดสเพียร์ได้ยินคำพูดของเทพอัลเมเนียก็ถอยห่างออกมาจากหนังสือเวท และยืนค้างอยู่แบบนั้น

 

"ถ้าหากข้าจำไม่ผิดเทพอย่างท่านไม่สามารถเข้ามายุ่งเกี่ยวกับโลกใบนี้ได้ถ้าหากไม่ได้ถูกเรียกตัวไปใช่หรือไม่ ?"

 

ในช่วงระหว่างที่กันต์เคยเล่นเกม Farness World จะมีการอธิบายถึงบัญญัติของเทพที่ระบุไว้ว่า เทพไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลกได้เว้นแต่จะถูกอัญเชิญไป

 

การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเทพอัลเมเนียนั้นถือว่าผิดกฏอย่างชัดเจน

 

"เสียใจด้วย การกระทำเช่นนี้ของข้าได้รับอนุญาตจากเทพสูงสุดแล้ว เมื่อเหตุการณ์บานปลายจนมีเทพหลุดลงไปยังโลก ทางเราก็จะส่งกองกำลังเข้าไปจัดการ แต่ในครั้งนี้มันไม่เหมือนครั้งก่อน ๆ เทพลูซิเฟอร์และเครเทนจงใจก่อสงครามขึ้นมาอีกครั้ง และคราวนี้ดูท่าจะจบได้ยาก เรื่องที่ข้าต้องการจะบอกกล่าวก็มีเพียงเท่านี้ ลาก่อน"

 

เมื่อสิ้นเสียงของเทพสาว หนังสือเวทที่ถูกกางอยู่บนโต๊ะก็พลิกปิดกลับคืนด้วยตนเองราวกับว่าเรื่องนี้ไม่เคยได้เกิดขึ้น

 

"นายท่าน ข้าขอพัก...ก่อนนะคะ ขออภัยที่ข้าไม่อาจไป---"

 

ก่อนที่อาเรียจะได้พูดจบเธอก็ล้มลงไปนอนบนพรมสีเหลือทองที่เธอได้นั่งอยู่ ดูเหมือนว่าตอนที่เทพอัลเมเนียปรากฏตัวออกมาเธอก็ยังจะพยายามฝืนตัวเองไม่ให้หมดสติ เพื่อไม่ให้ท่านเทพของเธอเป็นห่วง

 

เดสเพียร์ตัดสินใจอุ้มร่างของอาเรียเข้ามาไว้ในอ้อมแขนอีกครั้งและวางร่างของเธอไว้บนเตียงสีขาวที่ถูกทำจากวัสดุชั้นดี

 

หลังจากส่งผู้ติดตามของตนเข้านอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เสียงเคาะประตูก็ได้ดังเข้ามา

 

“ท่านอาเรียค่ะ ของหวานมาแล้วค่ะ” เสียงเรียกขานจากองครักษ์คนหนึ่งได้ดังขึ้น

 

กันต์ที่ได้ยินดังนั้นก็รีบเดินเข้าไปเปิดประตูในทันที ภาพที่ปรากฏตรงหน้าของชายหนุ่มก็คือองครักษ์หญิงในชุดเกราะเต็มยศกำลังถือถาดที่เต็มไปด้วยของหวานและน้ำชามาให้

 

“นางกำลังพักผ่อนอยู่ ข้าขอฝากพวกเจ้าดูแลด้วย” เดสเพียร์เอ่ยพลางกวาดสายตามองจานอาหารต่าง ๆ ที่อยู่บนถาด

 

แต่แล้วสายตาของเขาก็สังเกตไปเห็นถ้วยชาถ้วยหนึ่งที่มีดอกไม้สีชมพู 6 กลีบถูกวางประดับอยู่เหนือน้ำชา

 

“ถ้าหากท่านยังขวางยืนอยู่เช่นนี้ ข้าก็ไม่อาจเข้าไปส่งอาหารว่างให้แก่ท่านอาเรียได้” องครักษ์สาวเริ่มก้มหน้าลงต่ำ

 

“น้ำชาที่เจ้าเอามานั้นเป็นยาพิษ”

 

ดอกฉศัตราเป็นดอกที่มีกลีบ 6 แฉกที่หาพบเจอได้ยากและโตในเขตของพวกปีศาจระดับสูงเท่านั้น มีฤทธิ์ในการทำให้เหยื่อหัวใจวายตายเฉียบพลัน ลักษณะของมันคล้ายคลึงกับดอกสุรางที่มักจะนิยมนำมาใช้ทำชากัน 

 

ในเกมเองก็เคยมีเหตุการณ์ลอบสังหารโดยใช้วิธีนี้อยู่บ่อยครั้ง เขาจึงจำลักษณะและข้อแตกต่างของมันได้

 

เมื่อสิ้นเสียงของชายหนุ่มองครักษ์หญิงคนนั้นก็โยนถาดของหวานเข้าใส่ชายหนุ่มในทันที

 

เดสเพียร์ที่ไหวตัวทันสามารถเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันท่วงทีและกระชากหมวกเกราะเหล็กของผู้หญิงตรงหน้าออกมา

 

เมื่อหมวกเกราะได้หายไปก็ปรากฏให้เห็นผมสีดำที่ยาวสลวยและใบหน้าอันคุ้นเคย

 

“กานต์” ชายหนุ่มถึงกับอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ

 

“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ” กานต์ตอบกลับและผลักร่างของกันต์ออกไปในทันที

 

เธอรีบปิดประตูห้องลงและดีดนิ้วเพื่อล้างภาพลวงตาที่เธอเคยร่ายไว้ก่อนหน้านี้ให้หายไป

 

ถาดของหวานที่ร่วงหล่นลงกับพื้นและเค้กได้สลายหายไปเหลือทิ้งไว้เพียงถ้วยชายาพิษเท่านั้นที่เป็นของจริง

 

กันต์รู้ตัวดีว่าในสภาพแบบนี้เขาไม่อาจสู้หรือขัดขืนกานต์ได้เว้นแต่เขาจะเปิดทักษะอะไรสักอย่าง

 

“นี่เธอต้องการจะทำอะไรกันแน่” กันต์ค่อย ๆ ก้าวเท้าถอยหลังเมื่อกานต์ย่างเท้าเข้ามา

 

“เอ..ถ้าผู้หญิงคนนั้นยังตื่นอยู่ฉันก็จะให้ดื่มชานี่ แต่ดันหลับไปแล้วแบบนี้ก็น่าเสียดาย” กานต์กล่าวพร้อมกับคว้าถ้วยชาที่ตกลงพื้นขึ้นมา

 

ชายหนุ่มที่ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกหลายอย่างซับซ้อนอยู่ภายในใจ

 

เธอหัวเราะชอบใจให้กับใบหน้าอันเคร่งเครียดของชายหนุ่มเบา ๆ ก่อนที่จะพูดขึ้น “ไม่ต้องกังวลไปกันต์ สำหรับคนธรรมดามันคือพิษแต่สำหรับนักบุญศักดิ์สิทธิ์มันก็แค่ยาที่ทำให้สลบเท่านั้นเอง”

 

ในเสี้ยววินาทีถัดมากานต์ก็อาศัยความเร็วที่เหนือกว่าเดสเพียร์กระแทกร่างของเขาให้ล้มลงไปนอนบนเตียง

 

เตียงไม้ของอาเรียนั้นมีขนาดกว้างพอที่จะเอาไว้นอนสำหรับ 2 คนได้ ดังนั้นกันต์จึงไม่นอนทับร่างของเธอ แต่ดันนอนอยู่ข้าง ๆ แทน

 

ปีก หางและเขาของซัคคิวบัสได้ปรากฏออกมาจากร่างของกานต์อีกครั้ง พร้อมกับดวงตาสีม่วงที่เต็มไปด้วยความเสน่หา

 

ร่างของหญิงสาวกำลังคร่อมอยู่บนร่างของชายหนุ่ม ในขณะที่อาเรียกำลังนอนหลับอยู่ข้าง ๆ สถานการณ์นี้มันเลวร้ายสุด ๆ

 

กานต์เริ่มยื่นริมฝีปากของเธอซุกเข้าไปในชุดคลุมของชายหนุ่มและกัดหูของเขาเบา ๆ “ทำตรงนี้มันน่าตื่นเต้นกว่าใช่ไหมล่ะ ?”

 

เดสเพียร์ที่ได้ยินดังนั้นก็สัมผัสได้ถึงเวทของเผ่าซัคคิวบัสที่กำลังทำงาน มันเป็นเวทประเภทกึ่งควบคุมจิตใจ

 

แต่ทว่ากันต์ที่ฝึกจิตมามากกว่าเดือนหนึ่งนั่นมีความสามารถมากพอที่จะต่อต้านมันและครองสติตัวเองต่อไปได้

 

“มันจะมากเกินไปแล้วอาร์คนอส” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจของกันต์เริ่มปรากฏอย่างเห็นได้ชัด

 

ถ้าเป็นไปได้เขาก็ไม่ได้อยากใช้พลังอย่างพร่ำเพรื่อเพราะตัวเขาเองก็ไม่ทราบว่าเทพปีศาจโอรอสที่ร่วงจากสวรรค์ลงมา จะเข้ามาบุกจู่โจมเมื่อไหร่เขาต้องเตรียมการป้องกันให้พร้อมเพื่อรีบมือกับสถานการณ์วิกฤต

 

“อย่าพูดเสียงดังสิ เดี๋ยวอาเรียก็ตื่นหรอก ไม่ใช่ว่านายอยากให้เธอได้พักผ่อนไม่ใช่รึไง ดังนั้นก็อยู่นิ่ง ๆ แล้วให้ฉันจัดการเอง” 

 

น้ำเสียงของกานต์ที่แฝงไปด้วยเสียงหัวเราะอันชั่วร้ายทำให้จิตใจของชายหนุ่มสั่นไหวเริ่มสูญเสียความมั่นคง หลังจากนั้นเธอก็เริ่มขยับริมฝีปากให้เข้าใกล้กับหูของชายหนุ่มมากขึ้น

 

อาเรียที่กำลังนอนหลับอยู่ข้าง ๆ หันหน้ามาทางเดสเพียร์ก่อนที่จะพึมพำเบา ๆ ในระหว่างที่กำลังอยู่ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่น "นายท่าน ท่านพี่เรติน่าคิดถึงท่านมากน่ะ"

 

และในวินาทีนั้นเองกันต์ก็เริ่มที่จะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว แต่ก่อนที่เขาจะได้เปิดทักษะเพื่อเอาตัวรอดเขาก็ต้องหยุดในทันที

 

“เทพอัลเมเนียไม่ได้อยู่ข้างนายอย่าไปเชื่อคำพูดยัยนั่นมาก เป้าหมายของเธอก็ยังไม่ชัดเจน ระวังตัวให้ดี ไอ้องค์กรนั่นมันไม่อยากให้นายรู้เรื่องนี้แสร้งว่าทำเป็นไม่รู้ก็ดี ส่วนโอรอสมันกำลังพักรักษาบาดแผลอยู่ในถ้ำของป่านั่น"

 

กันต์ที่ได้ยินดังนั้นก็ตัดสินใจที่จะถามออกไป แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรก็ถูกนิ้วของกานต์ทาบไว้บนริมฝีปากอีกครั้ง

 

"ฉันสามารถหยุดการทำงานระบบของนายไปได้แค่ชั่วขณะ แต่จำไว้มันจับตาดูนายอยู่ทุกลมหายใจสิ่งที่ฉันพูดไปเมื่อกี้คือสิ่งที่มันไม่อยากให้นายได้รู้”

 

เมื่อเสียงของกานต์สิ้นสุดลง เธอก็กางปีกออกและกระโดดตัวหลบการโจมตีดาบเล่มสีขาวที่กวาดโจมตีเข้ามาทันที

 

รุ่นพี่ริสาเวอร์ชั่นตัวเล็กกำลังจ้องมองไปที่กานต์ด้วยสายตาอันเย็นชา พร้อมกับตวัดดาบโจมตีอีกครั้งหนึ่ง

 

“ยังเป็นคนที่นิสัยเสียไม่เปลี่ยนเลยนะ รุ่นพี่” กานต์กล่าวลาประโยคสั้น ๆ ก่อนที่จะกระโดดออกจากหน้าต่างไป

 

จุดประสงค์ของกานต์คงหนีไม่พ้นการบอกเรื่องของเทพอัลเมเนียให้เขาฟังแน่ กานต์คงรู้ตัวตั้งแต่ต้นแล้วว่าถ้าบอกตรง ๆ คงผิดสังเกตและถูกจับได้ เธอเลยต้องเสแสร้งว่าจะเข้ามาร่วมรักเพื่อหลอกพวกองค์กรลับนั่น แต่ว่าความจริงที่ผู้หญิงคนนี้พูดจะเชื่อได้มากแค่ไหนกัน

 

"ริสา" กันต์เอ่ยเรียกชื่อผู้รับใช้ของตน

 

"ค่ะนายท่าน"

 

"รีบตามฉันไปที่ป่าข้างเมืองนี้เร็ว เตรียมตัวต่อสู้ให้ดีด้วย"

 

เมื่อสิ้นเสียงของชายหนุ่มเขาก็รีบกระโดดออกไปทางหน้าต่างและกางปีกสีดำทมิฬออกมา พร้อมกับมุ่งหน้าไปยังป่าที่ระบบเคยกล่าวไว้ว่ามีโอกาสที่เทพโอรอสจะปรากฏตัวขึ้นทันที

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #590 Chaos I (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 19:55
    ก็....ทำตัวดีได้นี่นา....
    #590
    1
    • #590-1 SuruMaster(จากตอนที่ 214)
      31 พฤษภาคม 2563 / 08:43
      แน่นอนครับ
      #590-1
  2. #589 Fikusa (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 19:26
    งืมๆๆๆ ถ้าเกิดว่าตัวบงการทั้งเรื่องคือเทพสูงสุดล่ะก็ สาเหตุก็คงจะเพื่อหาคนมาแทนที่ตัวเองเพราะอยากจะหลุดพ้นจากความเป็นอยู่ปัจจุบัน แบบนี้ก็อาจจะเป็นไปได้มั้ง ถ้ามีอะไรที่เหนือกว่านี้อีกก็ไม่รู้จะคิดยังไงแล้วล่ะ
    #589
    1
    • #589-1 SuruMaster(จากตอนที่ 214)
      31 พฤษภาคม 2563 / 08:43
      555ก็ลองเดาดูครับ
      #589-1