สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 210 : ภาค 3-บท 10 เหตุผลของผู้ถูกลืม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 471
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    26 พ.ค. 63

ณ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์

 

กันต์ในร่างของอาร์เซนกำลังเดินทางเข้าไปภายในต้นไม้ใหญ่ด้วยความต้องการบางอย่าง

 

เขาตามหาคนแบบนี้มานานแล้ว คนที่จะสามารถไขคำตอบของปริศนาที่ไม่สามารถมีใครตอบเขาได้มานาน

 

อาร์เซนหยุดลงตรงหน้าของผู้อาวุโสเอลฟ์ชายชราที่มีอายุนับพันปี

 

คันศรทั้ง 2 ที่ไขว้กันอยู่บนหลังของอาร์เซนได้สร้างภาพลักษณ์อันน่าเกรงขามของเขาขึ้นมา

 

ในตอนนี้ไม่มีเอลฟ์คนไหนกล้าขวางทางหรือขัดเขาอีกต่อไปแล้ว เพระความสามารถที่แท้จริงที่อาร์เซนได้แสดงออกานั้นไม่มีใครสักคนที่สามารถทำเหมือนเขาได้

 

"ข้ามีคำถามที่มีเพียงแค่เจ้าเท่านั้นถึงจะตอบได้"

 

"ถ้าหากมีอะไรที่พอจะอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านได้ ข้าก็ยินดีทำ" ผู้อาวุโสตอบกลับด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

 

จริงอยู่ที่เมื่อหนึ่งพันปีก่อนเผ่าเอลฟ์และคนแคระต่างไม่ชอบหน้าอาร์เซนที่เป็นลูกครึ่ง แต่นั่นก็ไม่ใช่กับเขา

 

ในสายตาของผู้อาวุโสท่านนี้มองอาร์เซนเหมือนเป็นวีรบุรุษผู้กอบกู้อาณาจักรและโลกใบนี้ไว้

 

เขาดีใจเหลือเกินที่มีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้ได้โดยไม่สิ้นอายุขัยและตายลงไปก่อน นับเป็นโชคดีจริง ๆ

 

"เพราะอะไรถึงมีคล็อดแค่คนเดียวที่ถูกจดจำในบันทึกประวัติศาสตร์ ว่าเป็นผู้ปราบราชันจอมมารเวลโดร"

 

ชายชราเผ่าเอลฟ์เริ่มขมวดคิ้วก่อนที่จะหันหลังกลับ พร้อมกับใช้ไม้เท้าช่วยพยุงตัวเดินไปยังทางข้างหน้า

 

"ท่านน่าจะทราบดีถึงเรื่องราวอันเป็นความลับของเหล่าจอมมาร"

 

เมื่อผู้อาวุโสเดินไปถึงผนังลำต้นไม้ เขาก็กวาดมือไปข้างบนฟ้าพร้อมกับร่ายเวทบางอย่างออกมา

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองเถาวัลย์สีเขียวก็เข้าปกคลุมและสร้างกำแพงกันคนอื่น ๆ ออกไป ให้เหลือเพียงอาร์เซนและชายชราอยู่ด้วยกันเพียง 2 คน

 

สิ่งที่ผู้อาวุโสจะกระทำต่อไปนี้ถือได้ว่าเป้นความลับที่ไม่อาจถูกเปิดเผยออกสู่โลกภายนอกได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นคนในเผ่าด้วยกันเองก็ตาม

 

ละอองสีเขียวเข้มเริ่มจับตัวกันและแปรเปลี่ยนเป็นภาพวาดของอาร์เซน

 

"หลังจากการปราบจอมมารเวลโดรได้จบลง ท่านยังคงถูกเผ่าเอลฟ์และคนแคระรังเกียจอยู่เช่นเคย พวกเขาไม่อยากนับรวมญาติกับท่านเลยด้วยซ้ำไป นั่นเป็นเรื่องที่น่าเศร้ายิ่งนัก ดังนั้นชื่อของท่านจึงถูกลบหายออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์"

 

ชายชราเปลี่ยนภาพวาดให้กลายเป็นภาพของเครกโคนอสอย่างช้า ๆ และอธิบายต่อ

 

"เครก โคนอสชื่อของเขาถูกลืมเลือนไปเพราะการกระทำที่ไม่คิดหน้าคิดหลังของคนในตระกูลตนเอง กรณีของชายคนนี้ข้าไม่ทราบรายละเอียดมากนักจึงอธิบายไม่ได้มาก"

 

ผู้อาวุโสโบกสะบัดมือเพื่อเปลี่ยนภาพเป็นภาพของนักเวทสาวเวรัคพร้อมกับกล่าวต่อ

 

"นักเวทมากความสามารถเวรัคกลับไปศึกษาศาสตร์มืดและศาสตร์แห่งความตาย เมื่อความลับถูกเปิดเผยสมญานามทั้งหมดจึงถูกถอดถอนและลบหายไปอีกคนหนึ่ง"

 

"ส่วนนักดาบในชุดคลุมดำกลับไม่ถูกจดจำและไม่มีใครทราบตัวจริงของเขา สาเหตุคงเป็นเพราะความต้องการของเจ้าตัวเอง เขาเปรียบได้ดั่งเงาที่คอยช่วยเหลือเหล่าผู้กล้าจากเบื้องหลัง"

 

เมื่อสิ้นสุดคำอธิบายละอองมานาสีเขียวก็ร่วงหล่นจางหายไปกับอากาศอย่างช้า ๆ

 

กันต์ที่ได้ยินไปดังนั้นก็ถึงกับคิดหนักทันที เหตุผลที่ชายชราคนนี้อธิบายมาก็พอยอมรับได้อยู่ แต่มันจะเป็นเรื่องจริงแค่ไหนกันเชียว

 

"แต่...เหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้ผู้กล้าทั้ง 4 ถูกลืมเลือนคือคำสาปตระกูลจอมมาร ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่สังหารบุคคลผู้มีสายเลือดจอมมารลง ผู้นั้นจะได้รับตราคำสาปและจะตายลงในเวลาอีกไม่กี่ปี ความลับนี้มีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้"

 

"ถ้าหากความลับนี้ถูกเผยแพร่ออกไป คงไม่มีใครกล้าสังหารจอมมารอีกเพราะนั่นก็เท่ากับว่าตัวเองก็ต้องตายตามไปด้วย ดังนั้นแล้วความลับนี้จะเผยแพร่ให้ผู้ใดรู้ไม่ได้เด็ดขาด พวกมนุษย์และเผ่าอื่น ๆ ตกลงกันไว้เช่นนั้น"

 

"แต่ทว่าผู้กล้าคล็อดที่ใกล้จะตายเพราะฝืนใช้พลังสายเลือดมังกรมากเกินไป พวกมนุษย์จึงตัดสินใจปิดบังเรื่องราวของผู้กล้าคนอื่นที่เหลือทั้งหมด เพื่อที่จะได้ไม่มีใครมาตามสืบหาสาเหตุการตายของพวกเขา ถ้าทำเช่นนั้นความลับเรื่องคำสาปจอมมารก็จะไม่ถูกเปิดเผยออกไป"

 

ถ้าเป็นตามที่ผู้อาวุโสท่านนี้กล่าวจริง ๆ นั่นก็หมายความว่าคล็อดตายเพราะการใช้พลังมากเกินไป เลยไม่จำเป็นต้องปิดบังว่าเป็นผู้กล้าที่สังหารเวลโดร แต่กรณีของคนอื่นคือตายเพราะคำสาปจึงจำเป็นต้องปิดข่าวและทำให้ถูกเลือนหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์

 

อีกอย่างหนึ่ง เครกก็ดูเหมือนจะมีปัญหาในตระกูลจึงถูกลืมหายไป เวรัคก็ศึกษาศาสตร์มืด เรล์มก็ไม่เคยเปิดเผยตัวตน อาร์เซนก็เป็นทหารรับจ้างที่รับงานไปทั่วมีคนเกลียดเต็มแผ่นดิน จึงถูกลบหายไปอีกคน

 

ไม่ว่าจะเคยทำดีมากมากแค่ไหน เพียงแค่ทำเรื่องไม่ดีครั้งเดียวนั่นก็ถือว่าหายนะแล้ว โลกมันก็เป็นแบบนี้เสมอไม่ว่าจะเป็นโลกไหน ๆ ก็ตาม

 

"นี่มันบ้าชัด ๆ" อาร์เซนอดใจไม่ได้ที่จะสบถออกมา

 

"แต่มันเป็นความจริงที่ยากจะปฏิเสธ โลกทั้งใบพร้อมใจกันลบผู้กล้าทั้ง 4 ออกจากหน้าประวัติศาสตร์ แม้แต่ตัวข้าเองก็เกือบที่จะลืมไปแล้วเช่นเดียวกัน"

 

ณ ซากปรักหักพังโบราณ

 

ที่โบราณสถานแห่งนี้เคยมีประวัติยาวนานนับพัน ๆ ปี เรย์หรือชายหน้าหล่อ (อันที่จริงเป็นผู้หญิง) เธอได้มาค้นพบสถานที่แห่งนี้ใต้กระท่อมไม้เก่า ๆ หลังหนึ่ง

 

ภายในกระท่อมหลังนั้นได้ซ่อนทางเข้าลับใต้ดินเอาไว้ และในระหว่างทางใต้ดินนั้นก็เต็มไปด้วยภาษาโบราณที่เป็นภาษาแลงเกลจากเมื่อหนึ่งพันปีก่อน

 

เรย์เดินทางสำรวจสถานที่แห่งนี้จนเธอได้ค้นพบถึงทางแยกและกับดักมากมายที่ซ่อนอยู่ตามรายทาง

 

ลูกแก้วแสงในมือของเธอกำลังส่องสว่างอยู่ภายในห้องใต้ดินแห่งนี้ จนกระทั่งเธอเดินทางมาถึงห้องสุดท้ายภายในชั้นใต้ดิน

 

หนังสือหนังสัตว์เล่มเก่า ๆ สภาพคล้ายราวกับไม่มีใครได้แตะต้องมันมานับพันปีกำลังถูกเปิดหน้าเกือบสุดท้ายทิ้งไว้

 

มันถูกเขียนไว้ด้วยภาษาแลงเกลโบราณ แต่ยังโชคดีที่เรย์พอจะมีความรู้ทางด้านภาษาจากแม่ของเธออยู่บ้าง การแกะอักษรพวกนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากมากสักเท่าไหร่

 

“ตัวของข้ากำลังถูกคำสาปเล่นงาน มีเวลาเหลือเพียงไม่ถึงหนึ่งปีก่อนที่จะเสียชีวิตลง อัญมณีแห่งความตายอาจจะเป็นทางออก แต่ความสามารถของมันยังคงถูกเก็บไว้เป็นปริศนา ความสามารถที่แท้จริงของมันคืออะไร ถ้าข้าไม่ศึกษาศาสตร์มืดคงไม่มีวันที่จะเข้าใจมันได้อย่างถ่องแท้”

 

เรย์พลิกไปยังหน้าถัดไปก่อนที่จะอ่านต่อ

 

“สมาคมเงามืดแห่งโลกต้องการทำบางอย่าง พวกเขาต้องการชุบวิญญาณผู้ล่วงลับจากภพแห่งความตายเพื่อสิ่งใดกัน เป้าหมายของพวกมันคืออะไร”

 

เมื่อเธอต้องการที่จะอ่านต่อ จึงได้พบว่าหน้ากระดาษในส่วนนั้นได้ฉีกขาดและสูญหายไปแล้ว มีเหลือทิ้งไว้เพียงประโยคคำพูดหนึ่งที่ถูกเขียนไว้บนปกหลังด้วยตัวอักษรสีดำ ซึ่งมีเนื้อความว่า

 

“ทุกอย่างล้วนถูกกำหนดไว้ตั้งแต่วันที่เวลโดรได้ศึกษาหนทางเปิดประตูมิติข้ามภพ แม้แต่ตัวข้าเองก็เปนหนึ่งในหมากของมัน”

 

นั่นคือประโยคสุดท้ายที่ถูกเขียนทิ้งไว้ของหนังสือเล่มนี้ กระดาษหน้าอื่น ๆ ตัวหนังสือก็จางหายไปตามกาลเวลา ซึ่งมันก็เป็นเรื่องยากที่จะกู้กลับมา

 

แต่การได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก็ได้ทิ้งปริศนาไว้ในใจของเธอ อะไรคือสมาคมเงามืดแห่งโลก ? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับวันที่เวลโดรได้ศึกษาวิธีเปิดประตูมิติข้ามภพกัน

 

ผู้ที่เขียนหนังสือเล่มนี้ทิ้งไว้ต้องการสื่อสารอะไรกับผู้อ่าน นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันโลกใบนี้เก็บซ่อนเงื่อนงำไว้มากแค่ไหน เมื่อหนึ่งพันปีที่แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #570 Chaos I (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 22:58
    เวลา...คือสิ่งที่ดี...และบัดซบที่สุด...
    #570
    1
    • #570-1 SuruMaster(จากตอนที่ 210)
      27 พฤษภาคม 2563 / 07:27
      555ก็ใช่แหละครับ
      #570-1
  2. #566 Fikusa (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 19:05
    อ๋อ กระจ่างขึ้นมาเลย
    #566
    1
    • #566-1 SuruMaster(จากตอนที่ 210)
      27 พฤษภาคม 2563 / 07:27
      ก็เฉลยหลายอย่างอยู่นะครับ
      #566-1