สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 208 : ภาค 3-บท 8 คันศรแห่งธรรมชาติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 486
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    24 พ.ค. 63

[ยินดีด้วยคุณได้รับ คันศรแห่งธรรมชาติ]

 

[คุณสมบัติพิเศษ - เมื่อผู้ใช้เป็นเผ่าเอลฟ์จะเพิ่มเลเวลให้ชั่วคราวทันที 20 เลเวล แต่หากไม่ใช่จะเพิ่มเพียงแค่ 10 เลเวล]

 

[ปลดล็อคทักษะประจำอาวุธระดับเทพเจ้า - ทักษะร่างเงาแห่งสายลมและกระแสมานา]

 

อาร์เซนในชุดคลุมสีเขียวเข้มจนเกือบดำกำลังกุมคันศรระดับเทพเจ้าไว้ในมือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

 

เส้นเลือดและดวงตาของเขากำลังเปล่งแสงสีเขียวเข้มออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน

 

พลังแห่งธรรมชาติได้ยอมรับและมอบพลังให้แก่ชายคนนี้โดยไม่ต้องสงสัย

 

"สิ่งตอบแทนสำหรับงานขับไล่กองทัพนักรบเงาคือคันศรนี้น่ะลุง" อาร์เซนฉีกยิ้มบาง ๆ ก่อนที่ร่างกายจะหายวับไปในชั่วพริบตา

 

เหตุผลที่อาร์เซนสามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วยิ่งกว่าสายลมนั่นก็เป็นเพราะพลังที่เพิ่มขึ้นมาอย่างท่วมท้น

 

"เร็วเข้า...รีบตามไปช่วยท่านอาร์เซน อย่าให้โอกาสนี้หลุดมือไป" ผู้อาวุโสอายุนับพันปีตะโกนด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง ก่อนที่จะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้าเกิดจะทน

 

ณ บริเวณหน้าต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์

 

กันต์ในร่างของอาร์เซนกำลังเค้นสมองคิดหาวิธีรับมือคาอัสโดยที่มีการสูญเสียให้น้อยที่สุดอยู่

 

ถ้าคาอัสตายไปก็เท่ากับว่าเผ่าปีศาจขาดผู้นำทัพระดับสูงไปอีกคนหนึ่ง เผ่ามนุษย์ก็จะได้เปรียบขึ้นมาอีกเป็นเท่าตัว

 

แต่ถ้าไม่กำจัดคาอัสลงมันยังมีวิธีไหนที่พอจะทำให้เขาถอยทัพได้บ้าง ไม่มีเลยเหรอ จะให้ไล่ฆ่านักรบเงาทีละตนก็คงเป็นไปไม่ได้ ถ้าอยากให้กองทัพเงาถอยก็มีแต่ต้องจัดการคาอัสเท่านั้น

 

ในระหว่างที่กันต์กำลังคิดอยู่นั้น ร่างกายที่กำลังล่องลอยอยู่บนฟ้าก็ถูกระดมยิงด้วยลูกศรมากมายนับไม่ถ้วน

 

เหล่านักรบเงาต่างพากันระดมยิงหน้าไม้เข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง

 

อาร์เซนที่กำลังวิ่งอยู่บนอากาศโดยใช้สายลมเปรียบเสมือนทางเดิน ไม่อาจถูกโจมตีโดยลูกธนูได้เพราะพวกมันล้วนแต่ถูกสายลมเบี่ยงเบนทิศทางโจมตีออกไปจนหมด

 

แต่ทันใดนั้นเองคาอัสก็กระโดดจากพื้นและกวาดดาบเหล็กสนิมเขรอะเข้าฟาดฟันใส่กลางอากาศ

 

ปีศาจโครงกระดูกยักษ์ผู้มีเลเวลกว่า 97 พร้อมกับทักษะการใช้ดาบที่รุนแรงและบ้าคลั่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่จะดูถูกได้

 

อาร์เซนตีหลังกากลับหลังเพื่อหลบการโจมตีทั้งหมดของคาอัสก่อนที่จะง้างสายคันศรและยิงลูกธนูมานาออกไป

 

ลูกศรมานาของเขาเจาะเข้าเต็มเบ้าตาของคาอัส แต่นั่นก็ไม่เป็นผลเพราะการโจมตีของอาร์เซนยังเบาเกินไป

 

ตอนนี้อาร์เซนมีเลเวลอยู่ที่ 70 พร้อมกับธนูระดับเทพเจ้าที่เพิ่มเลเวลให้อีก 20 เลเวล จึงกลายเป็น 90 พอดี

 

คาอัสลอยบนฟ้าได้ไม่นานนักเพราะน้ำหนักร่างกายที่มหาศาล เมื่อร่างของเขาหล่นลงกับพื้นรอยแตกแขนงบนพื้นดินก็ปรากฏออกมาอย่างเห็นได้ชัด

 

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเอาชนะยักษ์ตนนี้

 

อาร์เซนเริ่มเหงื่อตกด้วยความกังวลใจก่อนที่จะพึมพำเบา ๆ ออกมา "นายรักอาณาจักรนี้ไหม ? อาร์เซน"

 

[จิตใต้สำนึกของอาร์เซนต้องการให้คุณช่วยเหลืออาณาจักรเอลฟ์ให้พ้นจากภัยอันตราย - อันที่จริงแล้วอาร์เซนไม่ได้กล่าว แต่ภายใต้เบื้องลึกของจิตใจกำลังคิดเช่นนั้น]

 

"ต่อให้ร่างกายนี้ต้องบาดเจ็บเจียนตายหรือแขนขาหายไปข้างนายก็คงยินยอมสิน่ะ จิตวิญญาณแห่งธรรมชาติ"

 

อาร์เซนเปิดใช้ทักษะเรียกร่างเงาของตนขึ้นมา 3 ร่างด้วยกัน ซึ่งร่างแต่ล่ะร่างก็ดูเหมือนกับร่างจริงแทบทุกประการ แต่ทว่าคันศรแห่งธรรมชาติในกำมือของร่างแยกเหล่านั้นก็เป็นเพียงของคัดลอก ที่ไม่มีความสามารถเท่าของจริง

 

ร่างแยกทั้ง 3 ของอาร์เซนเริ่มกระจายกำลังออกไปล้อมคาอัสไว้ทุกทิศทาง

 

ในขณะเดียวกันนักรบเงาตนอื่น ๆ ก็พยายามเข้ามาช่วยเหลือคาอัสแต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะพวกมันล้วนถูกขัดขวางโดยทหารระดับสูงของเผ่าเอลฟ์ที่เข้ามาช่วยเหลืออาร์เซน จากคำสั่งของท่านผู้อาวุโส

 

คาอัสเริ่มหันมองไปรอบ ๆ ตัวด้วยความสับสนก่อนที่จะคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น

 

ทันใดนั้นเองเสากระดูกสีขาวก็พุ่งทะลุขึ้นมาจากพื้นดิน และรัดขาเหล่าร่างเงาอาร์เซนทั้ง 3 ตนที่บืนอยู่บนพื้นเอาไว้อย่างรวดเร็ว

 

กันต์รู้ดีว่าบ่วงกระดูกที่กำลังรัดข้อเท้าอยู่นี้มันมีพิษ เพราะเรนดิสเองก็เคยโดนทักษะนี้เล่นงานมาจนเกือบจะตายแล้ว

 

ร่างเงาทั้ง 3 ที่ถูกพิษหนามกระดูกเข้าเล่นงานก็ถึงกับทรุดลงกับพื้นไปแทบจะทันที แต่นั่นก็อยู่ในการคำนวณของกันต์อยู่แล้ว

 

"ร่างเงาแห่งสายลมและกระแสมานา" กันต์เปิดใช้งานอีกทักษะหนึ่งอันเป็นทักษะพิเศษของคันศรแห่งธรรมชาติทันที

 

ทักษะร่างเงาแห่งสายลมและกระแสมานาคือทักษะที่จะเพิ่มค่าสถานะให้กับร่างเงาทุกตน และร่างเงาแต่ละตนก็จะได้รับความสามารถพิเศษคือระเบิดตัวเองได้

 

คาอัสที่เห็นว่าร่างเงาของอาร์เซนทรุดลงไปกับพื้นจึงยิ้มเยาะอยู่ในใจ จึงเดินเข้าไปหาพร้อมกับลากดาบเหล็กไปตามพื้นดิน โดยไม่สนใจอาร์เซนตัวจริงที่กำลังลอยอยู่บนอากาศแม้แต่น้อย

 

นั่นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าคาอัสสูญเสียสติปัญญาไปส่วนหนึ่งแล้วจริง ๆ  เพราะมันกำลังคิดว่าร่างเงาเหล่านั้นคือตัวจริงทั้งหมด

 

คาอัสไม่รอช้ากวาดดาบเหล็กเข้าโจมตีร่างแยกของอาร์เซนในทันที

 

ในจังหวะก่อนที่ดาบจะเข้าถึงตัวนั่นเอง ร่างเงาของอาร์เซนก็ระเบิดออกมาพร้อมกับแสงสีเขียวฟ้าส่องประกายออกมา

 

ร่างแยกระเบิดตัวเองกลายเป็นเชือกมานาสีเขียวและเข้าพันธนาการร่างกายของคาอัส ให้ตรึงนิ่งไว้กับพื้น

 

ร่าเงาอีก 2 ร่างที่เหลือก็เช่นกัน พวกมันต่างพากันระเบิดตัวเองและเปลี่ยนเป็นเชือกมานาเข้ารัดกายคาอัส

 

ปีศาจโครงกระดูกยักษ์กำลังถูกเชือกเส้นสีเขียวพันธนาการไว้จากทุกทิศทาง

 

มันพยายามดิ้นไปมาด้วยความเดือดดาลแต่ก็ไร้ประโยชน์ เพราะเชือกที่เกิดจากทักษะของอาวุธระดับเทพเจ้านั้นไม่อาจดูถูกได้

 

ร่างจริงของอาร์เซนนั้นกำลังง้างคันศรจนสุดปลายสาย  เขาค้างอยู่ท่านี้มานานเกือบนาทีแล้ว

 

สายลมบริเวณรอบกายของเขากำลังหมุนวนด้วยความรุนแรงระดับเดียวกับพายุ

 

สายลมที่รุนแรงเหล่านั้นกำลังเข้าเฉือดเฉีอนกายเนื้อของอาร์เซน และส่งความเจ็บปวดให้ได้รับอย่างต่อเนื่อง

 

"หลังจากที่รับลูกศรนี้เข้าไป จงรีบกลับไปยังบ้านเกิดของตัวเองเสีย คาอัส" 

 

อาร์เซนกล่าวออกมาก่อนที่จะปล่อยสายคันศรในกำมือ

 

เสียงของสายลมที่แหวกผ่านม่านอากาศดังขึ้นจนคล้ายกับปรากฏการณ์โซนิคบูม ที่ความเร็วในการเคลื่อนที่นั้นมากกว่าความเร็วเสียง

 

สายลมเคลื่อนที่ได้ช้ากว่าเสียงก็จริง หากแต่นี่เป็นสายลมของเทพเจ้าและยังเป็นสายลมที่มิอาจถูกหยุดยั้งได้

 

ในจังหวะเดียวกันกับที่ลูกศรพุ่งเข้าเจาะกะโหลกศีรษะของคาอัส เชือกมานาสีเขียวก็ระเบิดตัวเองพร้อมกับสร้างความเสียหายอันมหาศาลในเวลาเดียวกัน

 

ฝุ่นควันที่เกิดจากการระเบิดฟุ้งตลบไปทั่วบริเวณ

 

"ทำไม่ถึงไม่ส่งเสียง" อาร์เซนขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนที่จะรีบชักมีดสั้นขึ้นมาด้วยมืออีกข้างและตวัดโจมตีออกไปที่ด้านหลังของตน

 

ภาพตรงหน้าที่ปรากฏคือคาอัสในสภาพหัวกะโหลกขาดไปครึ่งซีกกำลังฟาดดาบใหญ่ลงมาจากกลางอากาศ

 

มันสามารถเคลื่อนไหวได้ราวกับว่าร่างกายยังครบถ้วนสมบูรณ์ดี ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วมันก็ใกล้จะเข้าสู่ความตายอยู่เต็มที

 

คาอัสใช้จังหวะที่ฝุ่นตลบไปทั่วพุ่งตัวขึ้นมาบนท้องฟ้าและอ้อมโจมตีอาร์เซนจากด้านหลัง

 

ร่างกายที่บาดเจ็บเจียนตายในทุกวินาทีของคาอัสยังคงสู้ต่อไปจนกระดูกชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่

 

ดาบใหญ่ของคาอัสผสานกับแรงที่มากกว่าเมื่อเข้าปะทะกับมีดสั้นของอาร์เซนแล้ว จึงส่งผลให้เขาร่วงหล่นจากท้องฟ้ากระแทกเข้าพื้นดินทันที

 

"ข้าต้องฆ่าเจ้าเท่านั้นใช่ไหม คาอัส" อาร์เซนฉีกยิ้มบาง ๆ พร้อมกับกระอักเลือดออกมา

 

ใบหน้าที่ยิ้มแย้มราวกับคนที่มีความสุขดีของอาร์เซนกำลังเปรอะเปื้อนไปด้วยเศษฝุ่นเศษดิน และเลือดของตนเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #560 Chaos I (จากตอนที่ 208)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 21:32
    เวลโดร! เองตื่นมาช่วยเดี๋ยวนี้! ส่วนยัยจอมมารขี้เกียจ เป็นจอมมารก็ใช้พลังมาช่วยผั- คุณสามีซะบ้าง!
    #560
    3
    • #560-1 SuruMaster(จากตอนที่ 208)
      25 พฤษภาคม 2563 / 07:18
      555ไม่ง่ายอย่างงั้นหรอกครับ
      #560-1
    • #560-3 SuruMaster(จากตอนที่ 208)
      25 พฤษภาคม 2563 / 08:13
      555 รีบนอนเลยครับ
      #560-3
  2. #559 Fikusa (จากตอนที่ 208)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 19:34
    ถ้าเกิดว่าเทพมีสายเลือดจอมมาร ปีกก็จะเป็นสีม่วงเลยใช่รึเปล่า เผ่าพันธุ์อื่นๆก็จะมีอัตลักษณ์สีม่วงติดอยู่ด้วยใช่ไหม
    #559
    1
    • #559-1 SuruMaster(จากตอนที่ 208)
      24 พฤษภาคม 2563 / 19:52
      ถ้าเป็นพวกเทพมีสายเลือดจอมมารก็จะมีปีก 2คู่เลยครับ ถ้าใช้พลังสายเลือดจอมมารอยู่ ปีกสีม่วงก็โผล่ ถ้าใช้พลังเทพปีกเทพก็โผล่ เหมือนกับกรณีของกันต์แหละครับ แต่ถ้าเป็นสายเลือดครึ่งปีศาจปีกก็จะเป็นสีดำสีเดียวครับ เพราะเป็นกรณีพิเศษ
      #559-1