สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 197 : ภาค 2-บท 97 ถึงกับกุมขมับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 606
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    13 พ.ค. 63

กฤติธีจ้องมองไปยังปากกาในกำมืออีกสักพัก ก่อนที่จะส่งมันไปให้กับกันต์

 

"นี่คือสิ่งที่ฉันเคยตกลงกับเครกไว้" กฤติธีพูดด้วยสีหน้าที่จริงจังและขึงขัง

 

กันต์รับปากกาแท่งสีทองดำมาไว้ในมือด้วยความสับสนใจ พร้อมกับถามออกไป

 

"ผมไม่ใช่เครก ผมเป็นแค่เด็กนักเรียนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง" ชายหนุ่มตอบกลับและวางปากกาลงบนหัวเตียงผู้ป่วย

 

"ได้โปรดเถอะ...ฉันรู้ว่านายกับเครกเกี่ยวข้องกัน" กฤติธียังคงยืนกรานในคำตอบเดิม

 

"คุณไปเอาข้อมูลพวกนั้นมาจากที่ไหน ?" กันต์เอ่ยถามด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป

 

"ถ้าอยากรู้เหตุผลก็ลองใช้เจ้าสิ่งนั้นดู ในเวลาเที่ยงตรงของวันพรุ่งนี้ให้ไปหาอาจารย์เอลเธอจะนำทางนายเอง แต่จำไว้อย่างหนึ่งห้ามบอกเรื่องนี้กับเล็กเด็ดขาด"

 

เมื่อสิ้นเสียงของกฤติธีตราคำสาปสีดำก็เปล่งแสงขึ้นมาอีกครั้ง และมันก็ส่งผลให้สติของเขาดับวูบไปอย่างกะทันหัน

 

สัญญาณชีพจรที่แสดงบนหน้าจอเริ่มอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

 

ในขณะเดียวกันนั่นเอง ทั้งนายแพทย์และพยาบาลก็ได้รุดเข้ามาในห้องและทำการตรวจสอบกฤติธีทันที

 

กันต์รู้ตัวดีว่ากฤติธีไม่ใช่คนโง่เขาต้องเจออะไรบางอย่างที่สำคัญแน่

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงรีบคว้าปากกาสีทองดำเข้ามาไว้ในกระเป๋ากางเกงและเดินออกจากห้องไป เพื่อที่จะไม่ไปเกะกะการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์

 

กันต์ที่เดินออกจากห้องผู้ป่วยมาก็ได้พบเข้ากับเล็กที่ยืนเอาหลังพิงผนังอยู่ไม่ไกล

 

"พี่ชายฉันว่าไงบ้าง ?" เล็กกล่าวถามด้วยสีหน้าที่ดูหม่นหมอง

 

"เขาบอกว่าเธอต้องเข้มแข็งและอย่าแสดงความอ่อนแอออกมา" กันต์ตอบกลับไปด้วยคำโกหกในทันที

 

ชายหนุ่มที่เห็นหญิงสาวตรงหน้านิ่งเงียบไปก็ถึงกับถอนหายใจออกมา

 

"แล้วคนอื่น ๆ เป็นยังไงกันบ้าง ?"

 

"กานต์กลับไปนอนพักที่ห้อง อาจารย์กลับไปเขียนรายงานส่งให้ทางสำนักงานใหญ่ นักบุญศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่อาคารหลักเพราะดูเหมือนต้องร่วมงานอะไรบางอย่าง ส่วนรุ่นพี่ริสายังหาร่างไม่เจอ คาดว่าอาจจะหนีไปแล้ว"

 

กันต์ที่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง จึงเอ่ยถามออกไป

 

"ทำไมถึงพูดเหมือนกับเธอรู้ดีว่ารุ่นพี่ริสาไม่ใช่คนธรรมดา"

 

"รุ่นพี่ริสาเป็นบุคคลเฝ้าระวังระดับ SSS ที่ทางสหประชาชาติได้หมายหัวไว้ว่าเป็นกึ่งบุคคลอันตราย เนื่องจากเธอมีสายเลือดแปลกปลอมอยู่ในร่างกาย แต่ก็ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นสายเลือดมังกร ตามปกติจะมีผู้ดูแลอยู่เสมอ แต่ในภารกิจมันเป็นเหตุสุดวิสัยเกินไป"

 

ชายหนุ่มที่ได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้ตกใจอะไรมากนัก เพราะดูจากการกระทำหลาย ๆ อย่าง และเหตุผลที่ทำไมคนส่วนใหญ่ในโรงเรียนกลัวเธอแล้วมันก็พอที่จะบอกได้

 

"ในหมู่พวกเรามีใครเป็นบุคคลเฝ้าระวังอีกไหม ?"

 

"ไม่มีแล้ว จะมีก็แค่นายเท่านั้นแหละ" เล็กตอบกลับด้วยสีหน้าที่ดูดีขึ้นมาเล็กน้อยราวกับเธอกำลังได้โอกาสอะไรบางอย่าง

 

"ทำ ไมอยู่ ๆ ฉันถึงกลายเป็นบุคคลเฝ้าระวังไปได้ล่ะ ?"

 

"ฉันไม่รู้นายก็ลองไปถามสหประชาชาติเอาเองแล้วกัน แต่โชคดีที่นายอยู่แค่ระดับ E ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด เอาจริง ๆ นายก็เกือบจะหลุดตารางไปแแล้ว"

 

เมื่อสิ้นสุดบทสนทนาเล็กก็เดินจากกันต์ไปทันที เขาเองก็เห็นว่าเธอมีสภาพจิตใจที่ไม่ค่อยดีนักเลยไม่คิดที่จะตามไป 

 

สำหรับกันต์แล้ววิธีเดียวที่จะช่วยกฤติธีได้คือสังหารลูซิเฟอร์ทิ้ง เพราะเขาคือเจ้าของตราคำสาปนั่น แต่กฤติธีจะเหลือเวลาอยู่เท่าไหร่กัน 1 หรือ 2 ปี หรือเพียงไม่กี่วัน เรื่องนั้นไม่เคยมีใครรู้

 

ณ ห้องพักของกันต์ในเขตโรงเรียน

 

ชายหนุ่มกลับมาอยู่ในห้องพักส่วนตัวของเขาอีกครั้งหนึ่งด้วยความรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

 

เขารู้สึกราวกับว่าปัญหาทุกอย่างใกล้จะจบลงไปแล้ว แต่สุดท้ายมันก็ยังมีเรื่องที่จะต้องให้เขากังวลอยู่ดี

 

กันต์คว้าปากกาสีทองดำจากกระเป๋าขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อที่จะได้ไม่พลาดอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ไป

 

เมื่อเปิดฝาปากกาดูแล้วจึงพบว่ามันก็เป็นแค่ปากกาธรรมดา ๆ แท่งหนึ่งที่ดูหรูหรากว่าปกติเท่านั้นเอง

 

แต่พอลองแยกส่วนประกอบออกมาดูโดยการหมุน เพื่อเอาไส้ปากกาออกตามประสาคนอยากรู้อยากเห็น

 

"ไมโครชิพ ?" สายตาของกันต์เหลือบไปเห็นแผ่นไมโครชิพขนาดเล็กที่ถูกฝังอยู่ปลายไส้ปากกา แต่เขาก็ทำอะไรกับมันไม่ได้มากเพราะไม่มีความรู้ทางด้านนี้มากพอ

 

ชายหนุ่มตัดสินใจเก็บปากกาให้คืนสู่สภาพเดิม และใส่มันไว้ในกระเป๋ากางเกงเพื่อป้องกันการสูญหายหรือการถูกขโมย

 

ในนี้มันต้องมีข้อมูลที่สำคัญมากอยู่แน่ กันต์คิดเช่นนั้นก่อนที่จะล้มตัวลงนอนบนเตียง

 

"เข้าสู่ระบบ"

 

[ยินดีต้อนรับสู่ระบบ]

 

ณ ห้องโถงหลักของระบบ

 

กันต์ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งภายในห้องโถงอันคุ้นเคย

 

สิ่งแรกที่ชายหนุ่มต้องการที่จะทำคือผลาญเงินไปกับการซื้อไอเทมของเฉดหรือไม่ก็จาร์เร็ต

 

ว่าแล้วเขาก็เดินเข้าไปยังห้องผู้แลกเปลี่ยนข้ามมิติในทันที

 

แต่ในวินาทีก่อนที่เขาจะเดินไปถึงห้องผู้แลกเปลี่ยนข้ามมิตินั่นเอง เขาก็ได้ยินเสียงของบางสิ่งที่แปลกไป มันฟังดูเหมือนเสียงคนหลายคนกำลังเถียงกันจนฟังไม่รู้เรื่อง

 

"นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น" กันต์อุทานออกมาทันทีที่ได้เห็นภาพตรงหน้า

 

จาร์เร็ตในชุดสีม่วงกำลังมัดผมให้กับผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังหันหลังให้กับชายหนุ่ม เขาจึงเดาไม่ออกว่าเป็นใคร

 

แต่ที่แน่ ๆ ผู้หญิงอีกสองคนที่ยืนประกบด้านข้างจาร์เร็ตต้องเป็นอาเรียกับเรติน่าไม่ผิดแน่  แต่เขาก็พยายามหลอกตัวเองอยู่ในใจว่าพวกเธอไม่สามารถมาที่นี่ได้หรอก

 

"ยินดีต้อนรับค่ะ คุณลูกค้า" เสียงทักทายอันเย็นชาดังขึ้นที่ข้างหูของกันต์

 

"ขอโทษนะครับ มันเกิดอะไรขึ้นที่นี่" ชายหนุ่มรีบหันไปหาเธอและตอบกลับไปในทันที

 

หญิงสาวในหน้ากากสีขาวคล้ายกับของเฉดปรากฏตัวอยู่ที่ด้านข้างของเขาไม่ไกลนัก เธอยังสวมชุดเดิมเอาไว้ซึ่งมันก็เป็นชุดของพนักงานต้อนรับจากร้านขายเครื่องประดับ

 

"จาร์เร็ตต้องการเปลี่ยนโฉมข้ารับใช้ของเจ้า ส่วนคนอื่น ๆ แค่อยากตามมาด้วยเท่านั้น"

 

เมื่อสิ้นเสียงของเธอ จาร์เร็ตก็หันกลับมามองที่กันต์ทันที

 

"พระเอกของงานมาแล้ว ขอโทษที่ทำให้มิติของนายวุ่นวายนะ" จาร์เร็ตเอ่ยพลางวางแปรงหวีผมลงบนโต๊ะไม้

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองอาเรียและเรติน่าก็หันมามองโดยพร้อมเพรียงกัน ซึ่งนั่นมันก็ถึงกับทำให้กันต์กุมขมับ

 

"ดูเหมือนว่ายังไงเรื่องวุ่นวายมันก็ยังไม่จบสินะ" ชายหนุ่มพึมพำออกมาเบา ๆ ในระหว่างที่สมองกำลังเตรียมคิดหาแผนรับมือ

 

ณ มิติแห่งหนึ่งภายในทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่

 

โดมสีฟ้าอันเป็นที่พักผ่อนของเวรัคยังตั้งอยู่ที่เดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง

 

เธอกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมกับแก้วชาในมือขวา ส่วนมือซ้ายก็กำลังควงคทาเบญจธาตุในมือเล่น

 

"เรนดิส เรนดิส เรนดิส" เธอพึมพำชื่อของราชินีไซเรนคนปัจจุบันออกมาในขณะที่กำลังคิดถึงเรื่องอะไรบางอย่าง

 

"ลูกหลานผู้สืบทอดของเพลซเบลด สายเลือดจอมมาร อาร์คนอส ไม่ทราบเผ่าพันธุ์และไม่ใช่จอมมารสายเลือดแท้" เวรัคเอ่ยพลางวางแก้วชาในมือลงบนจานรอง ก่อนที่จะร่ายเวทบทหนึ่งออกมา

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองบนท้องฟ้าสีครามก็เริ่มแปรเปลี่ยนไป

 

เสียงดังตึงตังอันเป็นเสียงของบางสิ่งที่มีน้ำหนักมากได้กระทบลงกับพื้นหญ้าได้ดังขึ้น

 

โกเลมหินสีขาวบริสุทธิ์หลายร้อยตนกำลังร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าและห้อมล้อมเวรัคไว้จากทุกทิศทุกทาง

 

โกเลมบางตนก็ถือปืนใหญ่ บางตัวก็ถือโซ่สีขาว บางตัวก็ถือดาบและโล่ พวกมันทุกตนมีอาวุธที่ครบมือเตรียมพร้อมจะทำสงคราม

 

"นักเวทแห่งธาตุเวรัค องค์กรของเราจะทำการเตือนคุณเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าหากคุณยังจงใจแทรกแซงระบบและเข้าควบคุมระบบอีก ทางเราจะไม่มีการปราณีใด ๆ ทั้งสิ้น"

 

เสียงของหุ่นยนต์อันเป็นเสียงของโกเลมสีขาวดังออกมาอย่างต่อเนื่อง

 

"ขอย้ำนี่คือการเตือนระดับ 9 หากยังพบการฝ่าฝืนข้อกำหนด เราจะดำเนินการระบบรักษาความปลอดภัยระดับ 10"

 

โกเลมหินสีขาวตนหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ขึงขัง พร้อมกับกระชับปืนในกำมือแน่น

 

เวรัคที่ได้ยินดังนั้นก็ใช้สายตาอันเย็นชาของเธอกวาดมองไปรอบ ๆ พร้อมกับลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้

 

"ย้ำประโยคเดิมมาถึง 9 ครั้งแล้ว ฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าครั้งที่ 10 มันจะเป็นยังไง"

 

ทันใดนั้นเองวงเวทสีฟ้าขาวก็ได้ปรากฏขึ้นที่ผืนดินทุกหย่อมหญ้าโดยที่ไม่มีโกเลมตนไหนรู้ตัวหรือสัมผัสได้

 

"เราจะขอเตือนครั้งสุดท้ายก่อนเริ่มการโจมตี ที่นี่ไม่ใช่มิติของคุณแต่มันเป็นมิติของระบบ คุณไม่สามารถนำมันไปประยุกต์ใช้ได้ตามใจชอบ"

 

เมื่อสิ้นเสียงของโกเลมสีขาวเวรัคก็ชูคทาเบญจธาตุในมือขึ้นไปบนท้องฟ้า ด้วยสีหน้าและความรู้สึกเหนื่อยใจและเสียเวลาชีวิต

 

"...เขตแดนเหมันต์บริสุทธิ์"

 

ทันใดนั้นเองวงเวทที่ถูกเตรียมไว้หลายพันวงเวทก็เริ่มทำงานและสร้างผนึกน้ำแข็งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

 

และแล้วสงคราม 1 รุม 1,000 ก็กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้าหลังจากนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #507 Fikusa (จากตอนที่ 197)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 16:42
    เอ้า เดาผิด แต่ได้ของมาอีกอย่างดูซิว่าจะมีอะไรให้ปวดหัวอีก
    #507
    1
    • #507-1 SuruMaster(จากตอนที่ 197)
      13 พฤษภาคม 2563 / 16:53
      ได้ของดีมาแหละครับ555
      #507-1
  2. #506 pppoommn (จากตอนที่ 197)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 11:14
    อยากรู้ว่า ระบบมันไปทำท่าไหนถึงจับเวรัคมาอยู่ในนี้ได้
    #506
    1
    • #506-1 SuruMaster(จากตอนที่ 197)
      13 พฤษภาคม 2563 / 16:53
      นั่นสินะครับ555
      #506-1