สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 190 : ภาค 2-บท 90 การคืนชีพของคล็อด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 621
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    6 พ.ค. 63

สายตาอันนิ่งสงบและไม่สั่นไหวของผู้กล้าคล็อดนั้นทำให้กันต์ในร่างเวลโดรรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก

 

ต่อหน้าจอมมารลำดับที่ 3 และลูกน้องบริวารนับหลายพัน ไม่สามารถทำให้จิตใจของชายผู้นั้นอ่อนไหวได้แม้แต่น้อย

 

ในระหว่างที่กำลังดูเชิงกันอยู่นั้นกันต์ก็ระลึกถึงอดีตบางอย่างขึ้นมาได้

 

ไม่ว่าภายในจิตใจของเจ้าจะเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ แค้น เศร้าหรือใด ๆ ก็ตาม จงอย่าให้มันเข้าไปครอบงำการกระทำและการตัดสินใจของตัวเจ้า

 

เพราะการตัดสินใจที่เกิดจากอารมณ์เหล่านั้นล้วนนำพามาซึ่งจุดจบ

 

คำสอนอันเป็นหลักยึดถือของเหล่านักรบภายใต้การบัญชาของคล็อด ล้วนแต่ได้รับการสั่งสอนที่เป็นระเบียบ มีเหตุผลรองรับและมีประโยชน์เสมอ

 

เขามีความสามารถในการนำทัพและอบรมสั่งสอนที่มีประสิทธิภาพเทียบเคียงได้กับเวลโดร

 

ทางคล็อดจะเน้นไปในด้านอ่อนโยนและเรียบง่าย ไม่ว่าจะเป็นใครก็ล้วนแต่สามารถเข้าใจได้

 

ทางเวลโดรจะเน้นไปทางการใช้แรงใจเป็นหลัก มีทั้งความดุดันและเด็ดขาด

 

ทั้งสองต่างมีวิธีคุมทัพที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่นั่นมันก็ไม่ได้ทำให้ฝั่งไหนได้เปรียบหรือเสียเปรียบขึ้นมาเลย

 

การต่อสู้ระหว่างคล็อดและเวลโดรเกิดขึ้นมากมายหลายต่อหลายครั้งจนแทบจะนับไม่ได้

 

"เมื่อหนึ่งพันปีที่แล้วข้าได้สาบานกับเทพมังกรทองไว้ว่า หากผู้ที่เปิดโลงศพของข้าเป็นมนุษย์ ครานั้นข้าจักตายลงอย่างสมบูรณ์"

 

ผู้กล้าคล็อดที่ยืนอยู่บนยอดป้อมปราการทมิฬได้ประกาศกร้าวถึงเจตจำนงของตนอย่างชัดเจน

 

ในชั่วพริบตาถัดมาร่างของเขาก็ได้หายไปต่อหน้าต่อตาเหล่าปีศาจนับพันอย่างไร้ร่องรอย

 

กันต์ในร่างของจอมมารเวลโดรรีบหันขวาไปในทันที เพราะชายหนุ่มรู้ดีว่าคล็อดมีทักษะอะไรบ้าง

 

ในตอนนี้คล็อดน่าจะใช้เวทเคลื่อนที่ความเร็วแสงเพื่อเข้าประชิดตัว

 

ในวินาทีก่อนที่การปะทะจะเริ่มขึ้น เวลโดรได้สร้างดาบมานาสีม่วงขึ้นมาในมือและกวาดโจมตีออกไป

 

"เคร้ง" เสียงของดาบสีทองและสีม่วงที่เข้าปะทะกันได้ดังขึ้น

 

ใบหน้าของผู้กล้าคล็อดได้ปรากฏตรงหน้าจอมมารในระยะประชิด

 

มันเป็นใบหน้าของชายอายุประมาณ 40 ปีที่โกนหนวดเคราจนเกลี้ยงเกลา สายตาอันเย็นชา การแสดงออกทางอารมณ์ที่นิ่งสงบจนไม่สามารถคาดเดาถึงความคิดได้ ประกอบกับผมสีทองที่เคลื่อนไหวไปตามสายลม

 

ชุดเกราะและดาบที่ดูไม่ประณีตและมีอายุมานับพันปี มันก็ทำให้กันต์พอคาดเดาได้ว่าอุปกรณ์ที่คล็อดใช้อยู่ตอนนี้คืออาวุธสำรองที่จะเอามาใช้งานเมื่ออุปกรณ์หลักเสียหาย

 

ส่วนเหตุผลที่ชุดเกราะมันดูโทรม คงเป็นเพราะโลงศพสีทองเงินนั้นไม่สามารถหยุดเวลาสิ่งที่มันผนึกไว้ได้ เหมือนกับเหมันต์นิรันดร์หรือผนึกศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถแช่แข็งเวลาในผนึกได้

 

"ถ้าหากผู้ที่เปิดโลงศพของข้าเป็นปีศาจ ครานั้นข้าจักกลับมาล้างบางพวกมันอีกครั้ง"

 

ผู้กล้าคล็อดประกาศกร้าวอีกครั้งก่อนที่จะชักดาบกลับและตวัดโจมตีออกไป

 

เลเวลของเวลโดรคือ 90 ส่วนคล็อดมีเลเวลที่ 95 ถ้าให้เทียบแค่เลเวลคล็อดคงเป็นฝ่ายที่ชนะ

 

แต่ในเรื่องของความเข้าใจในเวทและทักษะทั้งหมด กันต์รู้แทบจะทุกซอกทุกมุมของคล็อด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทักษะไหนมีจุดอ่อนอยู่ตรงไหน จุดแข็งคืออะไร

 

ชายหนุ่มสามารถนำสิ่งเหล่านี้มาประยุกต์ใช้และรับมือได้เป็นอย่างดี

 

แต่ในอีกมุมหนึ่งคล็อดมีความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายที่มากกว่า แถมประสบการณ์ต่อสู้ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถดูถูกได้

 

ดาบสีทองและสีม่วงเข้าฟาดฟันกันแทบวินาทีต่อวินาที การเคลื่อนไหวที่เชี่ยวชาญและสมบูรณ์แบบของคล็อดทำให้เวลโดรเสียเปรียบอยู่เล็กน้อย

 

ทันใดนั้นเองดาบเล่มสีทองก็ได้แทงเข้าทะลุกลางอกของเวลโดรอย่างแม่นยำ

 

แต่ในขณะเดียวกันดาบสีม่วงก็ได้ฟันปลายเส้นผมสีทองของคล็อดจนร่วงหล่นลงไป

 

มันเป็นการแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่ายิ่งนัก ไม่ว่าใครที่มองเข้ามาก็ต่างคิดเช่นนั้น

 

คาเรอัสที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลตัดสินใจที่จะเข้าร่วมสนามรบ แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวเท้าเดินออกไป ก็กลับต้องหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน

 

คาเรอัสรับรู้ได้ถึงสายตาที่กำลังจ้องมองมาของผู้เป็นนาย เวลโดรกำลังหันมามองที่ตนด้วยสีหน้าและท่าทางที่ราวกับต้องการจะบอกว่า "ห้ามเข้ามายุ่ง"

 

เหล่ากองทัพปีศาจไม่มีใครกล้าเข้าไปรบกวนการต่อสู้แม้แต่คนเดียว พวกเขาทำได้เพียงเฝ้ามองดูสถานการณ์จากภายนอกด้วยความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจ

 

"เจ้าคงลืมไปแล้วว่าข้าเป็นอมตะ" เวลโดรกล่าวขึ้นพลางใช้มืออีกข้าง คว้าไปที่ดาบเล่มสีทองที่กำลังแทงทะลุอกตน

 

"ข้าไม่มีวันลืมสิ่งนั้น เจ้าไม่ต้องกังวล" คล็อดกล่าวขึ้นพร้อมกับดึงดาบออกมาจากมือเวลโดร และตวัดเข้าโจมตีอีกครั้ง

 

แต่ก่อนที่ดาบของผู้กล้าจะถึงตัวจอมมารนั้น สัญชาตญาณก็ได้สั่งให้เขารีบถอยด้วยเหตุผลบางอย่าง

 

อุ้งมือที่ประดับไปด้วยกรงเล็บอันแหลมคมได้เข้าคว้าธาตุอากาศเอาไว้ ถ้าคล็อดไม่ตัดสินใจถอยหลังหลบไป คงมีหวังถูกเวลโดรขยี้ลำคอด้วยกรงเล็บไปแล้ว

 

ปีกสีม่วงอันน่าเกรงขามได้สยายออกมาพร้อมกับออร่าสีม่วงที่ปรากฏขึ้นรอบกายของจอมมาร

 

ในวินาทีก่อนที่คล็อดจะแทงดาบออกมา เวลโดรก็ได้เปิดใช้ทักษะราชันสีอินทนิล และดูดความหวาดกลัวรอบกายเข้ามาเป็นพลังจนทะลุถึงเลเวล 97

 

"เจ้าสู้ข้าไม่ได้แล้ว คล็อด" เวลโดรเอ่ยพลางตวัดดาบในกำมือ

 

คล็อดที่เห็นดังนั้นก็เริ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนที่จะชูดาบขึ้นฟ้าและร่ายเวทออกมา

 

กันต์ในร่างเวลโดรที่เห็นดังนั้นก็รู้ในทันทีเลยว่า คล็อดกำลังเปลี่ยนร่างตัวเองให้กลายเป็นครึ่งมังกร ซึ่งมันก็คล้ายกับกรณีของรุ่นพี่ริสา แต่ที่แตกต่างกันก็คือคล็อดสามารถควบคุมร่างครึ่งมังกรได้อย่างสมบูรณ์ และมีสติปัญญาอยู่ครบถ้วน

 

ศึกนี้ไม่เคยง่ายและไม่มีท่าทีว่าจะจบ มันเป็นเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งสองต่างถาโถมพลังเข้าใส่กันแต่สุดท้ายผลลัพธ์ก็คือเสมอ

 

ในขณะที่คล็อดกำลังร่ายเวทนั้นเสียงจากจิตใต้สำนึกของเวลโดรก็ดังก้องเข้ามาในหัวของชายหนุ่ม ด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นเคือง

 

"คล็อดมันหลบหนีออกมาจากการคุมขังของมิตินั้นมาเหมือนกับข้า แต่มันสามารถควบคุมร่างตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ นี่มันไร้สาระชัด ๆ"

 

ตอนแรกดูเหมือนเวลโดรจะพูดในสิ่งที่มีประโยชน์แต่สุดท้ายมันก็แค่ประชดเท่านั้นเอง

 

แต่พอลองคิด ๆ ดูแล้ว ระบบเองก็น่าจะมีมาตราการรับมือเรื่องพวกนี้อยู่บ้าง ถึงแม้มันจะเป็นระบบที่มีข้อผิดพลาด ไม่สมบูรณ์ และเหลวแหลกก็ตามที

 

ทันใดนั้นเองโซ่สีขาวบริสุทธิ์หลายสิบเส้นก็ได้พุ่งขึ้นมาจากผืนดินและฉุดกระชากร่างของคล์อดไว้ไม่ให้ใช้เวทเปลี่ยนร่างเป็นครึ่งมังกรให้สำเร็จได้

 

มันเป็นโซ่ที่เวลโดรและกันต์คุ้นเคยดี ใช่แล้วมันคือโซ่ดูดมานาของระบบนั่นเอง

 

ผู้กล้าคล็อดที่เริ่มเห็นท่าไม่ดี และดูเหมือนว่ามีสิทธิ์ที่จะแพ้สูงจึงตัดสินใจจ้องมองมาที่เวลโดรด้วยท่าทางอันน่ายำเกรง

 

ต่อให้ผู้ชายคนนี้เสียเปรียบมากแค่ไหนเขาก็จะไม่แสดงออกให้เห็นถึงความอ่อนแอเด็ดขาด

 

"เหมือนว่าวันนี้เจ้าจะโชคดี"

 

คล็อดกล่าวลาสั้น ๆ ก่อนที่จะใช้เวทเคลื่อนที่ความเร็วแสงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง

 

บรรยากาศที่ตึงเครียดเริ่มผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว จนน่าประหลาดใจ

 

"ขอบคุณที่เจ้าไม่ใช้จังหวะนั้นสังหารคล็อด" จิตใต้สำนึกของเวลโดรกล่าวด้ายน้ำเสียงที่แผ่วเบา

 

เวลโดรรู้ตัวดีว่าโซ่สีขาวมันไม่ใช่พลังของตัวเอง หากแต่เป็นการแทรกแซงจากภายนอก การได้รับชัยชนะโดยวิธีการเช่นนั้นมันไม่มีเกียรติเลยสักนิด

 

ในขณะนี้ตัวกันต์เองก็ไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงหรือตอบกลับเวลโดร เพราะตอนนี้ตนกำลังพบเจอกับสถานการณ์ที่น่าหนักใจอีกสถานการณ์หนึ่ง

 

ผู้นำกองทัพร่างเงาคาอัส ผู้นำกองทัพโครงกระดูกคาเรอัส ผู้นำกองทัพก็อบลินราชาก็อบลิน และหัวหน้าเผ่าไซเรน

 

ทั้ง 4 ผู้นำทัพกำลังคุกเข่าอยู่ไม่ห่างจากเวลโดรมากนัก

 

ชายหนุ่มรู้ตัวดีว่าเผ่าปีศาจกำลังรอให้ตนเองกลับมาอีกคร้ังเพื่อทำในสิ่งที่ราชันแห่งจอมมารสมควรจะกระทำ

 

"ได้เวลาทำตามสัญญาแล้วมั้ง" กันต์ในร่างเวลโดรพึมพำออกมาเบา ๆ พร้อมกับโปรยตามองเหล่าบริวารของตน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #475 Fikusa (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 21:21
    มองในแง่ดีร่างหลักกันต์จะได้นอนเยอะๆ ฮ่าๆๆๆๆ
    #475
    1
    • #475-1 SuruMaster(จากตอนที่ 190)
      8 พฤษภาคม 2563 / 10:47
      ใช่แล้วครับ ถูกเลย
      #475-1
  2. #461 Hsenseii (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 13:48
    สนุกมากกกก เป็นกำลังใจครัย
    #461
    1
    • #461-1 SuruMaster(จากตอนที่ 190)
      6 พฤษภาคม 2563 / 18:09
      ขอบคุณครับบบ
      #461-1
  3. #460 Ramiel D gleam (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 12:46
    โอ้ยยเกลัยดความลูกน้องขี้- เกือบตายกันแล้วไหมละ
    #460
    1
    • #460-1 SuruMaster(จากตอนที่ 190)
      6 พฤษภาคม 2563 / 18:08
      555พอดีพี่แกอยาก 1-1 นะครับ
      #460-1
  4. #459 danayapat123 (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 12:08
    รอบนี้ไม่รู้ว่ากันต์จะได้กลับตอนไหน555
    #459
    1
    • #459-1 SuruMaster(จากตอนที่ 190)
      6 พฤษภาคม 2563 / 18:09
      555 แาจจะยากหน่อยครับรอบนี้
      #459-1