สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 189 : ภาค 2-บท 89 สายตาอันนิ่งสงบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 631
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    5 พ.ค. 63

[ยินดีด้วยคทาบัญชาเถ้าธุลีได้ยอมรับท่านเป็นเจ้าของแล้ว]

 

[ผลลัพธ์จากการถูกยอมรับให้เป็นเจ้าของ ผู้เล่นสามารถใช้งานทักษะของคทาบัญชาเถ้าธุลีได้]

 

"เจ้าคิดที่จะมาแย่งตำแหน่งจอมมารคนต่อไปสินะ แต่เสียใจด้วยจอมมารลำดับที่ 3 เวลโดรได้คืนชีพกลับมาแล้ว ไม่เคยมีจอมมารตนไหนที่จะสามารถเทียบเคียงอำนาจบารมีของเวลโดรได้"

 

กันต์ที่ได้ยินดังนั้นก็เริ่มกุมคทาในมือให้ดูทะมัดทะแมงมากขึ้น ก่อนที่จะพูดตอบกลับไป

 

"ข้าเองก็ไม่ได้คิดจะแย่งตำแหน่งจอมมารอยู่แล้ว แต่ทำไมเจ้าถึงต้องขโมยสิ่งนี้จากคาเรอัสมาด้วย ?"

 

"สมบัติประจำตระกูลจอมมารทุกชิ้นล้วนแต่นำพลังจากภพแห่งความตายมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นปีศาจโครงกระดูก พวกนักรบเงาหรืออัศวินดำ พวกมันล้วนเคยตายไปแล้วทั้งสิ้น"

 

กันต์ที่ได้ยินดังนั้นก็เริ่มที่จะพอเข้าใจเรื่องราวบางอย่างขึ้นมาได้ ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของเธอในการรวบรวมสมบัติประจำตระกูลจอมมารนั้น ไม่ใช่การที่จะเก็บพวกมันให้ห่างจากมืออาร์คนอสเท่านั้น

 

"ยิ่งใช้พลังจากสมบัติพวกนี้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งนำพาให้มิติของเราเชื่อมกับภพแห่งความตายมากขึ้นเท่านั้น หากเรื่องที่ว่าเกิดขึ้นจริง ๆ ล่ะก็ โลกใบนี้คงกลายเป็นนรก"

 

การเชื่อมมิติคนเป็นและคนตายเข้าไว้ด้วยกันคือภัยพิบัติขนานแท้ ชายหนุ่มมแทบจินตนาการไม่ออกเลยว่ามันจะเป็นยังไง แต่สุดท้ายมันก็เป็นเพียงแค่ทฤษฎีของเรนดิสเท่านั้น ยังไม่มีหลักฐานหรืออะไรมาพิสูจน์ได้

 

"หลักฐานอยู่ที่ไหนล่ะ เจ้าไปเอาข้อมูลพวกนี้มาจากไหน ?"

 

"ที่ซากโบราณสถานของชนเผ่าโบราณ พวกเขาเป็นชนเผ่าที่ได้รับพลังจากเทพโดยตรง ในกำแพงของโบราณสถานเหล่านั้นล้วนแต่เขียนถึงภัยพิบัติจากการใช้สมบัติแห่งตระกูลจอมมารทั้ง 4"

 

ดูเหมือนว่าเธอคนนี้จะมีความรู้รอบตัวอยู่มากมายกว่าที่กันต์คิด แต่เรื่องที่ชายหนุ่มมั่นใจอย่างหนึ่งคือผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนไม่ดี เธอเองคงไม่อยากให้โลกใบนี้เกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น

 

เพราะถ้ามันเกิดภัยพิบัติที่ว่าขึ้นมาจริงก็คงจะสูญเสียกันทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งมนุษย์และปีศาจ

 

ในขณะที่ทั้งสองตนกำลังคุยและซักถามเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ นั่นเองพื้นดินและถ้ำก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง โดยไม่ทราบสาเหตุ

 

"...นี่มัน ไม่จริงน่า" กันต์กุมไปที่หน้าอกด้วยสีหน้าอันซีดเซียว

 

สายเลือดราชันมังกรขาวในร่างของเขากำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่าง อันที่จริงมันก็ไม่ใช่อารมณ์ของความหวาดกลัวเสียทีเดียว แต่น่าจะเป็นความเคารพมากกว่า

 

ในโลกใบนี้มีเพียงสิ่งเดียวที่จะทำให้เผ่าพันธุ์มังกรขาวเคารพได้ ซึ่งมันก็คือราชันแห่งมวลมหามังกร ราชันมังกรทองเท่านั้น

 

[คำเตือน คำเตือน]

 

[จิตวิญญาณของผู้กล้าคล็อดได้หลุดออกจากการควบคุมของระบบอย่างกะทันหัน]

 

[ดวงจิตของผู้กล้าคล็อดกลับเข้าสู่ร่างต้นและเริ่มควบคุมร่างด้วยตนเอง]

 

[ทางระบบจะกระทำการดึงวิญญาณผู้เล่นเข้าไปควบคุมร่างผู้กล้าคล็อดอย่างเร่งด่วน]

 

มันเป็นอย่างที่ผมคิดไว้จริง ๆ เพราะผู้ที่มีสายเลือดของราชันมังกรทองนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคล็อดนั่นเอง

 

[คำเตือน คำเตือน]

 

[ผนึกศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลายโดยคาเรอัส จิตวิญญาณของเวลโดรเริ่มกลับไปควบคุมร่างตนเองอีกครั้ง]

 

[ทางระบบจะกระทำการดึงวิญญาณผู้เล่นเข้าไปควบคุมร่างจอมมารเวลโดรแทนร่างของผู้กล้าคล็อดอย่างเร่งด่วน]

 

"นี่มัน..กำลังเกิดอะไรขึ้น" เรนดิสหันมองซ้ายมองขวาด้วยความแปลกประหลาดใจ

 

"ไม่ต้องคิดมากไป อยู่ที่นี่ไปก่อนห้ามออกไปไหนเด็ด...."

 

ไม่ทันท่ชายหนุ่มจะได้พูดจบร่างของเขาก็ล้มลงไปนอนกับพื้นถ้ำและสลบคาที่ เพราะจิตวิญญาณได้ถูกดึงออกไปแล้ว

 

เรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้มันดูสับสนและวุ่นวายก็จริง แต่กันต์ก็พอจะคาดเดาสถานการณ์บางอย่างได้

 

ในโลงศพสีขาวทองที่เคยถูกล่ามด้วยโซ่ มันต้องเป็นโลงศพของคล็อดอย่างแน่นอน และผมเองก็เป็นคนที่นำมันไปฝากกับคาเรอัสไว้

 

ถ้าผมรีบตรวจสอบตั้งแต่เนิ่น ๆ เรื่องราวแบบนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น ตัวคล็อดเองคงอาศัยจังหวะที่ระบบมีช่องโหว่ทำลายผนึกและเข้ากลับไปควบคุมร่างตัวเอง เหมือนกับเวลโดร

 

หากถามว่าสิ่งแรกที่คล็อดจะทำหลังจากคืนชีพกลับมาคืออะไร ผมสามารถบอกได้เลยว่าเขาจะฆ่าปีศาจทุกตัวที่อยู่ตรงหน้า หลังจากนั้นก็ล้างบางพวกที่เหลือทั้งหมด

 

ความแค้นของคล็อดที่มีต่อเผ่าปีศาจมันมากยิ่งกว่าเรล์มที่เป็นลูกครึ่งปีศาจเสียอีก

 

กันต์ได้ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งและได้พบกับภาพอันคุ้นเคย ผนังของผนึกศักดิ์สิทธิ์ที่เริ่มแตกร้าวและร่วงหล่นลงเป็นชิ้น ๆ 

 

"ขออภัยขอรับนายท่าน เรื่องนี้มันเป็นความผิดของข้าเอง" คาเรอัสรีบคุกเข่าลงต่อหน้าเวลโดรและเอาหัวกระแทกพื้นซ้ำไปมา

 

กันต์ในร่างของเวลโดรที่เห็นดังนั้นก็เริ่มหนักใจขึ้นมาทันที ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เขาหนักใจนั้นก็ไม่ได้มาจากคาเรอัสเพียงแค่คนเดียว

 

"อรุณสวัสดิ์ยามสาย ไอ้เด็กเวร" เสียงของจิตใต้สำนึกเวลโดรนั้นดังก้องอยู่ภายในจิตใจของชายหนุ่มซ้ำไปมา

 

มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริง ๆ สำหรับกันต์ที่ต้องหาวิธีผนึกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สามารถกลับร่างเก่าได้

 

เรื่องแบบนี้อธิบายไปเวลโดรคงไม่ฟัง เพราะเวลโดรเป็นพวกเจ้าคิดเจ้าแค้น ในตอนนี้ก็น่าจะกำลังเครียดกับเรื่องอนาคตของเผ่าปีศาจภายใต้การนำของจอมมารอาร์คนอสอยู่ว่ามันจะเละแค่ไหน

 

"ข้าไม่เคยคาดคิดเลยว่า ภายในโลงศพนั้นจะเป็นศพของผู้กล้าคล็อด ข้าไม่อาจฝืนใจตัวเองให้ไม่ตรวจสอบมันได้ จนสุดท้ายก็เผลอเปิดมันออกมา"

 

คาเรอัสทำได้เพียงแต่อธิบายถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นและเริ่มโทษตัวเอง

 

"เงียบก่อนคาเรอัส ! บทลงโทษของเจ้าเอาไว้ทีหลัง ตอนนี้ข้าคงต้องขอไปดูหน้ามันก่อน"

 

ผู้นำกองทัพโครงกระดูกที่ได้ยินดังนั้นก็รีบลุกขึ้นและเดินนำเวลโดรออกไปนอกป้อมปราการทมิฬทันที

 

ในตอนนี้พวกเขาทั้งคู่ได้ยืนอยู่บริเวณลานกว้างชั้นล่างสุดของป้อมปราการทมิฬ

 

กองทัพปีศาจหลายพันตนกำลังวิ่งกันอย่างจ้าละหวั่นเพราะการปรากฏตัวของคล็อดเพียงคนเดียว

 

ผมยังจำได้ดีว่าในเกม Farness World นั้นผมได้เล่นตัวละครคล็อดไปถึงเลเวล 95 แล้ว คล็อดถือได้ว่าเป็นตัวละครที่ 2 หลังจากที่เล่นตัวละครเครกจนจบไป

 

การที่คล็อดหลุดออกมาจากการควบคุมของระบบก่อนการปลดล็อคอย่างถูกต้องนั้นมันก็หมายความว่าพลังของเขาในตอนนี้กับเมื่อพันปีก่อนก็จะเท่ากันเหมือนกับกรณีของเวลโดร

 

ท้องฟ้าในยามสายของโลกต่างมิติดูสวยงามและน่าชื่มชมมากยิ่งกว่าของโลกเก่าเสียอีก ถ้าไม่นับตัวของมังกรทองที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า

 

มังกรสีทองคำพร้อมกับลักษณะร่างกายที่น่าหวาดหวั่นกำลังกางปีกและโลดแล่นอยู่บนท้องฟ้าสีคราม

 

นั่นคือสัญลักษณ์ที่บ่งชี้ได้ดีเลยว่าผู้กล้าคล็อดได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่งอย่างสมบูรณ์แล้ว

 

เมื่อหันมองตามร่างของมังกรทองไปก็จะพบว่ามันเริ่มหยุดบินอยู่เหนือป้อมปราการทมิฬ

 

ส่วนด้านบนสุดของยอดป้อมปราการทมิฬนั้นจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีบุคคลผู้หนึ่งที่กำลังยืนหันหลังให้กับเวลโดรอยู่

 

ผ้าคลุมสีทองโบกสะบัดปลิวไปตามสายลมพร้อมทั้งชุดเกราะสีเงินทองอันน่าคุ้นเคย

 

"การต่อสู้ของพวกเรามันไม่เคยจบลงไปแม้แต่ครั้งเดียว"

 

คล็อดหันหลังกลับมาจ้องมองเวลโดรที่ยืนอยู่ตรงชั้นล่างสุดของป้อมปราการทมิฬด้วยสายตาที่นิ่งสงบ

 

เงาของมังกรทองได้ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของผู้กล้าคล็อด และนั่นก็ทำให้สถานการณ์โดยรอบเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #474 Fikusa (จากตอนที่ 189)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 21:17
    ยาพาราน่าจะช่วยให้ดีขึ้นนะกันต์ ฮ่าๆๆๆๆ
    #474
    1
    • #474-1 SuruMaster(จากตอนที่ 189)
      8 พฤษภาคม 2563 / 10:47
      ยาแก้ปวดสินะครับ 555
      #474-1
  2. #454 champ0012 (จากตอนที่ 189)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 16:13
    กำหมัดแล้วน้าาาาา
    #454
    1
    • #454-1 SuruMaster(จากตอนที่ 189)
      5 พฤษภาคม 2563 / 18:08
      ชกเลยครับ555
      #454-1
  3. #453 Ramiel D gleam (จากตอนที่ 189)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 13:50
    กันต์คือบุคคลที่ซวยที่สุดในโลกแล้ว
    #453
    1
    • #453-1 SuruMaster(จากตอนที่ 189)
      5 พฤษภาคม 2563 / 18:09
      ผมว่าเรื่องอื่นซวยกว่านี้ก็มีนะครับ555
      #453-1
  4. #452 เอารถพ่วงมาไถนา (จากตอนที่ 189)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 12:18
    มันก็...กระทันหันไปป่าว
    #452
    1
    • #452-1 SuruMaster(จากตอนที่ 189)
      5 พฤษภาคม 2563 / 18:09
      นิดหน่อยครับ พี่แกเจอจนชินแล้ว
      #452-1
  5. #451 Unique Universe (จากตอนที่ 189)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 09:17
    โอ๊ย เครียด // กันต์ไม่ได้กล่าวไว้
    #451
    1
    • #451-1 SuruMaster(จากตอนที่ 189)
      5 พฤษภาคม 2563 / 18:09
      มีเรื่องให้ทำตลอด555
      #451-1