สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 187 : ภาค 2-บท 87 การฝึกจิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 630
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 102 ครั้ง
    3 พ.ค. 63

กระแสน้ำที่เย็นเฉียบและบรรยากาศอันเงียบสงบ ทุกสิ่งล้วนเป็นใจให้กันต์ได้ค้นพบถึงความเป็นจริงของสิ่งที่เรียกว่าชีวิต

 

เขาได้ใช้เวลานับหลายวันเพื่อเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ และยังมีโอกาสได้ทบทวนในอดีตที่ตนเคยกระทำไป

 

ในตอนนี้เลเวลของชายหนุ่มยังคงอยู่ที่ 37 แต่ถึงกระนั้นด้วยบัฟและความสามารถเพิ่มเติมจากสายเลือดทั้งหลาย ก็ทำให้กันต์มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับเลเวล 50 ได้อย่างน่าประหลาดใจ

 

ไม่ว่าจะเป็นมานาและความแข็งแกร่งยังไม่ได้หายไป เขายังสามารถสร้างอาวุธจากมานาและฝึกซ้อมการต่อสู้ในมิติแห่งนี้ได้ แต่ดูเหมือนว่าระบบของเกม FarnessWorld จะไม่ได้ติดตัวมาด้วย

 

ดังนั้นไอเทมหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ มันก็เรียกออกมาใช้ไม่ได้เหมือนกัน แต่โชคดีที่พวกทักษะของตัวละครยังใช้ได้อยู่

 

คทาเบญธาตุของเวรัคถูกวางไว้บนโขดหินพร้อมกับเสื้อผ้าอยู่ไม่ไกลนักจากบริเวณน้ำตก

 

หลังจากวันนั้นกันต์ได้ใช้เวลาอยู่ที่นี่ล่วงเลยจนมาถึงวันที่ 28 แล้ว

 

ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่ขึ้นและตกเป็นตัวช่วยในการนับวันของชายหนุ่ม

 

ส่วนเรื่องอาหารการกิน เขาได้ดื่มน้ำจากน้ำตก ผลไม้จากต้นไม้นานาชนิดในป่า หลังจากมาอยู่ที่นี่ชายหนุ่มก็กินออาหารเพียงแค่วันละ 1 มื้อเท่านั้น 

 

ส่วนผลลัพธ์จากการฝึกสมาธิและการต่อสู้ในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นก็ทำให้เขาสามารถมาถึงเลเวล 45 ได้สำเร็จ ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่ากันต์สามารถสู้กับคนเลเวล 58 ได้อย่างสูสี

 

ชายหนุ่มมีจิตใจที่หนักแน่นและนิ่งสงบกว่าที่เคยเป็นเพราะการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดพัก

 

ในทุกลมหายใจเข้าออกและทุกวินาทีที่ผ่านไปคือการฝึกฝน เขาจะไม่ยอมปล่อยให้ความขี้เกียจเข้ามาครอบงำแม้แต่วินาทีเดียว

 

"จะแอบมองอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม ?"

 

ชายหนุ่มเอ่ยถามเป็นแลงเกลซึ่งเป็นภาษาของมนุษย์ต่างโลก ในขณะที่ตนกำลังนั่งขัดสมาธิพร้อมกับหลับตาอยู่กลางน้ำตกที่ไหลเชี่ยว

 

ท้องฟ้ากำลังมืดมิดเพราะเหล่าหมู่เมฆที่บดบังแสงจันทร์ก็จริง แต่ทว่าการมองในความมืดนั้นก็เป็นหนึ่งในความสามารถพิเศษของสายเลือดจอมมาร

 

ทักษะสัมผัสเวทของเรล์มได้บอกกับกันต์ว่ามีบุคคลผู้หนึ่งที่แอบมองตนอยู่หลังโขดหินมาสักระยะหนึ่งแล้ว

 

"ข้าไม่ได้ตั้งใจจะแอบมอง เจ้าเข้าใจผิดแล้ว" เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังออกมาจากหลังโขดหิน

 

เมื่อเธอเดินออกมาจากที่ซ่อนก็ปรากฏให้เห็นใบหน้าของหญิงสาวที่สง่างามพร้อมกับเรือนผมสีคราม ดวงตาและท่าทางอันสงบนิ่งรวมถึงรูปกายนี้ทำให้ชายหนุ่มคิดถึงหญิงสาวนางหนึ่งขึ้นมา

 

และมันก็ยิ่งแน่นอนขึ้นไปอีกเมื่อมองไปที่ชุดการแต่งกายของเธอ มันเป็นชุดที่ดูแปลกแต่ก็มีเหตุผลเพราะวัสดุที่ใช้และรอยต่อทำให้ง่ายต่อการเคลื่อนไหวและหลบหลีก

 

ไม่ว่าจะเป็นถุงมือหนังที่ยืดหยุ่นและง่ายต่อการรับแรงดึงที่รุนแรง เสื้อเกราะที่ไม่หนาและบางจนเกินไป อีกทั้งยังมีถุงผ้าห้อยอยู่ที่บริเวณด้านหลัง เขาจำได้ว่าเคยเห็นชุดแบบนี้ที่ไหนมาก่อน

 

"ถ้าอย่างนั้นจุดประสงค์คืออะไร ?" ชายหนุ่มกล่าวถาม

 

"ข้าแค่มาตามหาสิ่งของบางอย่าง มันเป็นหนึ่งในสมบัติประจำตระกูลของข้า" หญิงสาวตอบกลับด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย

 

กันต์ที่ได้ยินดังนั้นก็เริ่มคิดทันที ผู้หญิงคนนี้มาตามหาของในมิติของคนที่กำลังไปสู่ภพแห่งความตาย แสดงว่ามันก็ต้องเป็นสมบัติที่ล้ำค่ามากอย่างแน่นอน

 

แต่เรื่องที่น่าแปลกคือเธอมาที่นี่ได้ยังไงหรือว่าเธอไปศึกษาศาสตร์มืดมาเหมือนกับเวรัค แล้วสมบัติชิ้นนั้นทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้

 

"ข้าไม่คิดจะมารบกวนเจ้าอยู่แล้ว ถ้าได้สิ่งที่ต้องการจะจากไปทันที" หญิงสาวเอ่ยตอบก่อนที่จะเดินไปยังโขดหินที่มีคทาเบญจธาตุวางอยู่

 

มือทั้ง 2 ข้างของหญิงสาวเอื้อมไปคว้าคทาเบญจธาตุขึ้นมาและหันไปทางชายหนุ่ม เพื่อถามคำถาม

 

"ไม้คทานี้คือของเจ้าใช่หรือไม่ ?"

 

"ใช่ ตอนนี้มันเป็นของข้า" ชายหนุ่มตอบกลับไปในทันที

 

"ถ้าเช่นนั้นข้าจะขอแลกเปลี่ยนคทานี้กับดาบคู่ระบำเพลิง มันเป็นอาวุธระดับตำนานเช่นเดียวกันกับคทานี้"

 

หญิงสาววางคทากลับไปยังที่เดิมและหยิบมีดสั้น 2 เล่มพร้อมปลอกออกมาจากด้านหลัง

 

สายตาของชายหนุ่มจ้องมองไปยังด้ามจับของมีดคู่สลับกับใบหน้าของเธอหลายต่อหลายครั้ง

 

ในตอนแรกผมเองก็ยังยืนยันไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนี้คือคนเดียวกันกับที่สวมหน้ากากสีแดง แต่พอมาเห็นดาบคู่ระบำเพลิงก็แน่ใจขึ้นมาในทันที

 

เธอคนนี้คือคนเดียวกันกับที่แบ่งอาหารและช่วยฝึกทักษะการต่อสู้ให้กับผมตอนที่อยู่ในถ้ำ ระหว่างที่กำลังเล่นเป็นตัวละครเวลโดร

 

ผมจำได้ดีว่าเรายังมีสัญญาระหว่างกันอยู่ ซึ่งนั่นก็คือจะไม่แพร่งพรายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในถ้ำนั้นออกไป และจะไม่ถามเรื่องส่วนตัวของกันและกัน แต่น่าเสียดายที่เธอทำสัญญากับเวลโดรไม่ใช่ผม ดังนั้นพันธสัญญามานาจึงไม่ทำงาน

 

เธอคนนี้มีเลเวลอยู่ที่ 90 ในขณะที่ผมมีเลเวลอยู่ที่ 45 ไม่ว่าเธออยากจะทำอะไรก็ทำได้ทั้งหมด เพราะเลเวลของผมมันน้อยกว่าไปถึง 2 เท่า

 

แต่การที่เธอยังถามถึงความสมัครใจและยังมีของแลกเปลี่ยนเช่นนี้ มันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนดีกว่าที่คิด

 

และยังคงมีข้อสงสัยอยู่อีกเช่นเคย เธอเป็นใครมาจากตระกูลไหนถึงได้อ้างว่าคทาเบญธาตุคือสมบัติประจำตระกูลกัน หรือว่าจะมีเนื้อเรื่องส่วนที่ผมยังไม่รู้อยู่อีก

 

อีกอย่างเพื่อที่จะได้คุยกันแล้วไม่รู้สึกตะหงิดใจ ผมจะใช้ข้าและเจ้าในการพุดด้วยแล้วกัน

 

"ต้องขอโทษด้วย ข้าไม่สามารถยกคทานั่นให้กับเจ้าได้ มันเป็นของที่สำคัญพอ ๆ กับชีวิตข้า" ชายหนุ่มตอบปฏิเสธไปด้วยความรู้สึกเสียใจ

 

"ถ้าเช่นนั้นเจ้าต้องการสิ่งใด" หญิงสาวเก็บดาบคู่ระบำเพลิงไปยังที่เก่าและจ้องตรงไปยังชายหนุ่ม

 

"ข้าไม่ต้องการสิ่งใดทั้งนั้น เจ้าหยุดที่จะพยายามเถอะ"

 

"ข้าเองก็ไม่มีหนทางอื่นแล้วเช่นกัน เจ้าเป็นคนบอกเองสินะว่าคทานี้สำคัญพอ ๆ กับชีวิตของเจ้า" หญิงสาวคว้าคทาเบญจธาตุขึ้นมาไว้ในกำมืออีกครั้ง

 

สายตาของกันต์ที่จ้องมองไปที่เธอและบรรยากาศโดยรอบเริ่มเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

 

มันกลายเป็นบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกอึดอัดและพร้อมที่จะเริ่มการต่อสู้ได้ทุกเมื่อ

 

ในชั่วพริบตาถัดมาทักษะสัมผัสเวทก็ได้แจ้งเตือนเข้ามาถึงการโจมตีในระยะประชิด

 

สำหรับกันต์แล้ว การที่จะสู้กับผู้หญิงคนนี้จะต้องเปิดทักษะกู่ก้องคำรามของเครกเท่านั้นถึงจะเอาชนะได้ แต่ทว่าในการโจมตีของเธอนั้นเขากลับไม่รู้สึกถึงจิตสังหารเลยแม้แต่นิดเดียว

 

หญิงสาวปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งต่อหน้าของชายหนุ่มและใช้มือดันร่างของเขาให้ผลัดตกลงไปจากโขดหินที่กำลังนั่งสมาธิอยู่

 

ร่างของกันต์ร่วงหล่นลงบนน้ำก่อนที่จะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เพราะในบริเวณที่เขาตกลงไปนั้นมีประตูมิติบานหนึ่งถูกเปิดทิ้งไว้อยู่

 

"ถ้าเจ้ายังยืนยันในคำตอบเดิม ข้าก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากวิธีนี้"

 

หญิงสาวจ้องมองลงไปยังประตูมิติเบื้องล่างก่อนที่จะกระโดดลงไปในมิตินั้นตามชายหนุ่มลงไปติด ๆ

 

นั่นจึงทำให้มิติแห่งนี้กลับมาว่างเปล่าโดดเดี่ยวและเปลี่ยวเหงาอีกครั้งหนึ่ง เพราะไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นี่อีกแล้ว

 

ณ ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ภายในมิติแห่งหนึ่ง

 

"เด็กนั่นคงจะรู้ตัวแล้ว จะโกหกหรือพูดความจริงดีนะ"

 

เวรัคกล่าวขึ้นในขณะที่กำลังจิบชากลิ่นดอกกุหลาบอยู่ภายในโดมสีฟ้าคราม ซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอและกันต์เคยนั่งอยู่ด้วยกัน

 

"ถ้าไม่มีตัวยุ่ง เรื่องคงดำเนินไปได้สมบูณ์กว่านี้" เวรัควางแก้วชาลงบนจานรองก่อนที่จะหลับตาและวางแผนเกี่ยวกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 102 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #472 Fikusa (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 21:10
    เธอมาจากไหนไม่สำคัญ แต่จะมาผลักผู้ชายคนนี้ไม่ได้ ฮ่าๆๆๆๆ
    #472
    1
    • #472-1 SuruMaster(จากตอนที่ 187)
      8 พฤษภาคม 2563 / 10:46
      ผลักไปแล้วละครับ 555
      #472-1
  2. #449 Ramiel D gleam (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 11:45
    งงง่าาา เวรัคเธอจะทำอะไรกันแน่
    #449
    1
    • #449-1 SuruMaster(จากตอนที่ 187)
      3 พฤษภาคม 2563 / 13:16
      เธอจะทำอะไรนั้นยังเป็นปริศนาครับ555
      #449-1
  3. #448 Unique Universe (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 10:23
    ไรท์ทำอย่างงี้อีกแล้ว มาลุ้นทุกวันเนี่ย สุขภาพจิตผมจะเสื่อมหมดแล้วนะ ไม่ดีต่อใจเลย
    #448
    1
    • #448-1 SuruMaster(จากตอนที่ 187)
      3 พฤษภาคม 2563 / 13:16
      555 ผมรู้สึกว่ามันก็จบแบบปกติเหมือนตอนอื่นๆแล้วนะครับ
      #448-1