สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 186 : ภาค 2-บท 86 ผลลัพธ์ของการฝืนธรรมชาติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 624
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    2 พ.ค. 63

"เจ้าได้ตายไปแล้ว" เสียงอันแหบแห้งและเย็นชาของหญิงสาวคนหนึ่งได้ดังเข้ามาในหูของชายหนุ่ม

 

กันต์ที่ได้ยินเสียงนั้นก็รีบลืมตาเบิกโพลงขึ้นมาทันที

 

ชายหนุ่มได้รับรู้แล้วว่าตอนนี้ตนกำลังนอนอยู่บนพื้นของทุ่งหญ้าในสถานที่แห่งหนึ่งอยู่ โดยสัมผัสและกลิ่นอายของเหล่าต้นหญ้า

 

มันเป็นทุ่งหญ้าที่เขียวขจีและสวยงาม อีกทั้งยังมีอาณาเขตกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา

 

ห่างไปจากตำแหน่งที่เขายืนอยู่ไม่ไกลนักมีซุ้มโดมลวดลายสีฟ้าครามสลับขาว ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางทุ่งหญ้า

 

ภายในซุ้มโดมแห่งนั้นมีเก้าอี้เหล็กสีดำลายดอกกุหลาบอยู่ 4 ตัวรอบโต๊ะไม้กลม

 

ถึงแม้ภายในใจของกันต์ยังคงสงสัยถึงที่มาและสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น แต่สัญชาตญาณของเขาก็ได้สั่งให้เขาเดินไปยังโดมนั่น

 

กลิ่นของชาที่คล้ายกับกลิ่นของดอกกุหลาบผสมกับแสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อย ได้ส่งผลให้ชายหนุ่มเดินมาถึงโดมโดยไม่ทันรู้สึกตัว

 

"นั่งลงก่อนสิ" 

 

เสียงของหญิงสาวคนเดิมได้ดังขึ้นอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้กันต์รู้แล้วว่าเจ้าของเสียงคือใคร

 

มันเป็นเสียงของนักเวทสาวผู้มากความรู้และประสบการณ์ เวรัคนั่นเอง

 

ในตอนนี้เธอกำลังนั่งจิบชากลิ่นดอกกุหลาบอยู่ภายในโดม ด้วยสายตาและท่าทางที่นิ่งสงบ

 

ใบหน้าของเธอนั้นสวยงามสมดั่งคำร่ำลือ ไม่ว่าจะเป็นนัยน์ตาสีฟ้าครามเรือนผมสีขาวบริสุทธิ์รูปกายที่สง่างาม ทั้งหมดนั่นได้รวมกันเป็นเวรัค

 

ชายหนุ่มเลื่อนเก้าอี้ด้านตรงข้ามกับเธอออกมาและนั่งลง พร้อมกับส่งสายตาอันสับสนไปหาหญิงสาว

 

"มันหมายความว่ายังไง ผมตายเพราะอะไร ?" ชายหนุ่มยังคงสงสัยเกี่ยวกับประโยคแรกที่เวรัคได้กล่าวกับตน

 

"คิดว่าเผ่าพันธุ์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยเทพจะสู้กับเทพได้ไหม ?" เวรัคสวนกลับด้วยคำถามและวางแก้วชาลงบนจานรองสีขาวบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นสีเดียวกับตัวแก้ว

 

"แน่นอนว่าไม่ได้ ถ้าคิดตามหลักความเป็นจริง" กันต์ตอบกลับ

 

"ใช่แล้ว เพราะอย่างนั้นมันถึงเป็นการฝืนธรรมชาติและกฏเกณฑ์ของมิติ สายเลือดของเครกที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเจ้าเป็นสายเลือดเทพก็จริง แต่มันก็ปนไปด้วยเลือดของมนุษย์อยู่ดี"

 

สิ่งที่เวรัคต้องการสื่อนั่นก็คือ กันต์ได้ทำการฝืนร่างกายของตัวเองมากเกินไป และมันก็ได้ส่งผลกระทบกับร่างกายของเขาในด้านลบ

 

"ดังนั้นแล้วการที่เจ้าจะตายก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่น่าสงสารเสียจริง"

 

เมื่อสิ้นเสียงของเวรัค เธอก็ลุกขึ้นยืนและเดินออกไปข้างนอกซุ้มโดมสีฟ้าคราม

 

ชายหนุ่มที่เห็นดังนั้นก็ลุกตามออกไปทันที "ถ้าผมตายแล้วจริง ๆ ทำไมถึงยังคุยกับคุณได้"

 

กันต์ยังคงไม่เชื่อในสิ่งที่เวรัคกล่าว เขายังเชื่อว่าตัวเองยังไม่ตาย

 

"ฉันเป็นนักเวทแห่งยุค ศาสตร์เวทแห่งความมืดสามารถเชื่อมโยงมิติของความเป็นและความตายได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่นานก็ตามที"

 

เวรัคหันหลังกลับและเสกคทาเบญธาตุขึ้นมาจากอากาศ

 

สำหรับชายหนุ่มแล้วเขาไม่เคยได้ยินเรื่องราวของเวรัคที่ศึกษาเกี่ยวกับเวทศาสตร์มืดเลยสักนิด บางทีมันอาจจะเป็นหลังจากที่เธอและผู้กล้าคนอื่น ๆ ได้ร่วมมือกันปราบจอมมารสำเร็จไปแล้ว

 

แต่ถ้างั้นมันก็หมายความว่าผมได้ตายไปแล้วนะสิ เวรัคไม่เคยโกหกใครมาก่อน และเธอก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องโกหกเลยด้วย

 

"...ศาสตร์มืดสินะ..." ชายหนุ่มเดินกลับไปยังเก้าอี้เหล็กลายกุหลาบ พร้อมกับนั่งลงไปอย่างช้า ๆ

 

สายตาอันว่างเปล่าของเขาจ้องมองไปยังถ้วยน้ำชาของเวรัคที่ยังจิบไม่หมด

 

"แล้วคนอื่น ๆ ปลอดภัยไหม ?" กันต์เอ่ยถามในขณะที่สายตายังจ้องมองไปยังถ้วยน้ำชา

 

"ทุกคนยังมีชีวิตอยู่เพราะเจ้าได้ช่วยพวกเขาไว้ การเสียสละชีวิตของตนเพื่อผู้อื่นนั้นถือเป็นเรื่องที่น่าชมเชย"

 

เวรัคเอ่ยพลางเขียนวงเวทสีฟ้าอันซับซ้อนกลางอากาศโดยใช้คทาเป็นสื่อกลาง

 

"แล้วจุดประสงค์ของคุณคืออะไร ?"

 

"มาถามความสมัครใจจากเจ้า ว่าอยากที่จะคืนชีพไหม ?" เวรัคสวนกลับประโยคคำถามของกันต์ด้วยคำถามอีกครั้ง

 

ชายหนุ่มที่ได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองไปยังหญิงสาวตรงหน้าทันที ในตอนนี้เวรัคได้กลับมานั่งที่เก้าอี้และจิบชาอีกครั้งโดยที่เขาไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด

 

"อยา...." ไม่ทันที่กันต์จะได้พูดจบก็ต้องเงียบลงไปในทันที เพราะเวรัคได้ชูนิ้วชี้ขึ้นมาตรงหน้าของเขา

 

"มันมีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่งซึ่งนั่นก็คือ หลังจากที่คืนชีพไปแล้วเจ้าจะต้องสังหารชีวิตของมนุษย์หนึ่งคนในทุก ๆ หนึ่งวันเพื่อเป็นการบูชายัญ...อย่าพึ่งตกใจไปเวทศาสตร์มืดนั้นย่อมมีข้อแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมเสมอ"

 

กันต์ที่ได้ยินดังนั้นก็เอาหลังพิงไปกับเก้าอี้และถอนหายใจออกมา

 

"ถ้าอย่างนั้นผมขอปฏิเสธ ปล่อยให้ผมตายแบบนี้ต่อไปเถอะ"

 

"คิดให้ดีก่อน อย่างที่เจ้ารู้บุคคลตามคำทำนายของเทพมีหน้าที่คือหยุดยั้งสงครามที่กินระยะเวลายาวนานกว่าหลายพันปี การคืนชีพของเจ้าจะนำพาไปสู่โลกที่สงบสุขถึงแม้ว่ากว่าจะถึงวันนั้นก็ใช้เวลานับปีก็ตาม"

 

ที่เวรัคพูดมันก็ถูกแล้ว ถ้าไม่มีสงครามก็จะไม่มีคนตาย ไม่มีใครที่ต้องสูญเสียบ้านเกิด ไม่มีใครที่จะต้องมาร้องไห้ให้กับคนรักที่จากไปเพราะสงครามอีก

 

การตายของมนุษย์ไม่กี่ร้อยคนจะทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นเป็นเท่าตัว มันคือการเสียสละคนส่วนน้อยเพื่อคนส่วนใหญ่

 

ตัวของเวรัคเองก็ต้องสูญเสียครอบครัวและบ้านเกิดไปเพราะความหวาดระแวงของสงครามระหว่างมนุษย์และมังกร เธอเองก็คงไม่อยากให้เกิดเรื่องร้าย ๆ แบบนี้กับใครอีก

 

"ผมยังยืนยันในคำตอบเดิม"

 

"เหตุผลล่ะ ?"

 

"ถึงแม้ว่าคนอื่นต้องตายเพราะการคืนชีพของผมมันอาจจะคุ้มค่า แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่สมควรจะเกิดขึ้น จิตใจของผมมันยอมรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้"

 

"ถึงแม้ว่ามนุษย์คนนั้นจะเป็นชั่ว เลวทราม ต่ำช้า หรือว่าจะเป็นบุคคลที่ยอมตาย เจ้าก็ยังเลือกที่จะไม่สังหารเขาเช่นนั้นหรือ ?" เวรัคยังคงพยายามโน้มน้าว

 

"มันไม่มีคนชั่วมาให้ผมฆ่าทุกวันหรอก" กันต์ตอบกลับไปในทันที

 

ผมอดที่จะจินตนาการไม่ได้เลยว่าการที่ตัวเองต้องฆ่าคนทุกวันนั้นมันจะเปลี่ยนแปลงจิตใจไปมากมายขนาดไหน บางทีผมอาจจะกลายเป็นฆาตกรโรคจิตขึ้นมาเลยก็ได้ อีกทั้งยังต้องทำพิธีบูชายัญอีก นี่มันบ้าชัด ๆ

 

เวรัคจ้องมองเข้าไปยังดวงตาของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกอันซับซ้อน เด็กหนุ่มตรงหน้าของเธอคนนี้เป็นคนพิลึกกว่าที่คิด

 

"ตามฉันมาสิ" เวรัคลุกขึ้นยืนและเดินกลับไปยังจุดเดิมที่เธอยืนร่ายเวทอีกครั้ง

 

วงเวทสีฟ้าเหล่านั้นได้เปลี่ยนสภาพกลายเป็นประตูมิติบานหนึ่ง

 

"ประตูมิตินี้จะพาเราไปที่ไหน ?" กันต์เอ่ยถามและเดินตามเวรัคไปติด ๆ

 

"สถานที่สุดท้ายก่อนที่เจ้าจะลงไปยังภพแห่งความตาย มันคือสิ่งสุดท้ายที่ข้าจะมอบให้กับเจ้าได้"

 

ชายหนุ่มที่ปลงตกกับชีวิตมุ่งหน้าเข้าไปยังประตูมิติบานสีฟ้า ด้วยจิตใจที่ว่างเปล่าและเฉยชา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว

 

เมื่อกันต์ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเขาก็ได้ยินเสียงของน้ำตกที่ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

 

บริเวณรอบข้างคือป่าโปร่งในเวลาบ่ายที่ให้ความรู้สึกรื่นรมณ์และเย็นใจ ไม่ว่าใครที่ได้มาที่นี่ก็ล้วนรู้สึกเช่นเดียวกับชายหนุ่ม

 

"ใช้เวลาที่เหลืออยู่ทำความเข้าใจในสัจธรรมของชีวิตเสียเถอะ" เวรัคกล่าวและนำพาชายหนุ่มไปยังบริเวณน้ำตก

 

"มันเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมควรทำก่อนที่จะตายจริง ๆ สินะ"

 

เวรัคพยัคหน้าให้กับความคิดเห็นของกันต์และหยุดเดินอยู่กับที่

 

"เราคงต้องบอกลากันตรงนี้แล้ว แต่ถ้าเจ้าอยากคืนชีพด้วยศาสตร์มืดเมื่อไหร่ ให้เจ้าส่งผ่านมานาเข้าไปในคทาเบญธาตุอันนี้ แต่จงจำไว้ว่าเจ้ามีเวลาจำกัดอยู่ที่นี่เพียง 1 เดือนก่อนที่จะลงไปยังภพแห่งความตาย"

 

เมื่อสิ่นเสียงของหญิงสาวร่างกายของเธอก็สลายกลายเป็นฝุ่นผงสีฟ้า และปลิวหายไปกับอากาศ

 

ในขณะนี้เหลือเพียงกันต์คนเดียวเท่านั้นที่อยู่ที่นี่ ในป่าแห่งนี้ไม่มีสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อีกแล้วนอกจากต้นไม้และลำธาร

 

คทาเบญธาตุอันเป็นหนึ่งในอาวุธคู่กายของเวรัค มันมีสภาพเหมือนกับท่อนไม้ผุ ๆ ที่ถูกแกะสลักท่อนหนึ่งก็จริง แต่ถ้าได้รู้เบื้องหลังของมันแล้ว ความคิดเห็นที่มีต่อคทาอันนี้ก็จะเปลี่ยนไปในทันที

 

ชายหนุ่มคว้าคทาไม้ขึ้นมาด้วยความรู้สึกซับซ้อนภายในใจและเดินไปหยุดตรงหน้าน้ำตก

 

"บางทีเราน่าจะลองฝึกนั่งสมาธิเหมือนพวกพระจีนดู"

 

ว่าแล้วกันต์ก็ถอดเสื้อท่อนบนออกและเดินเข้าไปนั่งบนหินก้อนหนึ่งที่ถูกวางอยู่พอดีกับบริเวณที่น้ำตกไหลลงมาพอดี

 

น้ำที่เย็นเฉียบและบรรยากาศอันเงียบสงบและจิตใจที่มั่นคง ได้ทำให้ชายหนุ่มเริ่มมีจิตใจที่แข็งแกร่งขึ้นมาอย่างช้า ๆ 

 

ผมได้ตัดสินใจแล้วว่าจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ไปกับการนั่งสมาธิและฝึกจิตให้คงทน ไม่อ่อนไหว ไม่ประมาท และมีสติอยู่ตลอดเวลา เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมต้องการจะทำมาตลอดแต่ไม่เคยมีเวลาสักที


เกิดจากดินก็ต้องกลับสู่ดิน มีบุคคลผู้หนึ่งเคยกล่าวไว้เช่นนั้น

 

----------------------------------------

จากคนเขียน : ยังไม่ได้ตัดจบนะครับ ใจเย็น ๆ ก่อน ส่วนเหตุผลเพราะอะไรก็ไว้พรุ่งนี้ พอดีอยากจบแบบไม่ค้างคาบ้าง 555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #447 ball1968 (จากตอนที่ 186)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 00:46
    จากนั้นกันต์ก็เดินทางสู่ชมพูทวีป
    #447
    1
    • #447-1 SuruMaster(จากตอนที่ 186)
      3 พฤษภาคม 2563 / 13:15
      555ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้งครับ
      #447-1
  2. #446 Kyu_Q (จากตอนที่ 186)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 11:39
    อ่านแล้วแบบรู้สึกถึงพวกหลักศาสนาเลย สละกายหยาบเข้าสู่จิต จิตเกิดกายทิพย์
    #446
    1
    • #446-1 SuruMaster(จากตอนที่ 186)
      2 พฤษภาคม 2563 / 12:22
      ผมก็นำข้อมูลของศาสนาบางส่วนมาใช้นะครับ
      #446-1
  3. #445 Golf068 (จากตอนที่ 186)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 10:23
    ให้พระเอกตายไปเถอะแล้วมาเกิดใหม่พร้อมพลังที่เทพกว่าเดิม
    #445
    1
    • #445-1 SuruMaster(จากตอนที่ 186)
      2 พฤษภาคม 2563 / 12:22
      ถ้าเอาตามเวรัคบอกก็คือตายแล้วละครับ555
      #445-1
  4. #444 Ramiel D gleam (จากตอนที่ 186)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 10:17
    ค้างมากค่ะไรท์
    #444
    1
    • #444-1 SuruMaster(จากตอนที่ 186)
      2 พฤษภาคม 2563 / 12:21
      รู้สึกเหมือนผมจะทำให้มันดูไม่ค้างนะครับ555
      #444-1
  5. #443 Unique Universe (จากตอนที่ 186)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 09:34
    ผมเห็นด้วย กับคุณ Fikusa นะ อยากรู้เช่นกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ เพราะนิยายของไรท์เนี่ยเดาทางอะไรยากเหลือเกิน กว่าจะจบภาคสี่คงมีอะไรให้เราลุ้นอีกเยอะเลย
    #443
    1
    • #443-1 SuruMaster(จากตอนที่ 186)
      2 พฤษภาคม 2563 / 12:21
      กว่าจะจบก็อยู่ด้วยกันอีกนานเลยละครับ555
      #443-1
  6. #442 Fikusa (จากตอนที่ 186)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 09:18
    ถ้ากันต์เข้าทางธรรมจริงๆนี่แนวเรื่องเปลี่ยนเลยนะ ฮ่าๆๆๆๆๆ
    #442
    1
    • #442-1 SuruMaster(จากตอนที่ 186)
      2 พฤษภาคม 2563 / 12:20
      ถ้าอะนะครับ555
      #442-1