สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 18 : ภาค 1-บท 18 นักบุญศักดิ์สิทธิ์(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,073
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 412 ครั้ง
    1 ม.ค. 63

“ไอ้หมอนี่มันไม่ยอมพูดอะไรสักอย่างเลยวะ” ทหารคนหนึ่งพูดขึ้น

 

“อย่าไปแตะตัวมันมาก มันอาจจะมีคำสาปของพวกปีศาจติดตัวอยู่ก็ได้” ทหารอีกคนพยายามห้ามปราม

 

ส่วนทหารคนที่ถูกเครกต่อยไป เขาก็เริ่มมีท่าทีหวาดกลัว และหวั่นวิตก

 

“นี่ข้าโดนคำสาปแล้วใช่ไหม ไม่จริง ข้ากำลังจะตาย” ทหารคนนั้นตะโกนออกมา

 

ผมกำลังโดนจับอยู่ แต่แน่นอนว่าผมไม่ยอมที่จะโดนจับฟรีๆ อยู่แล้ว ผมเตรียมตัวช่วยเหลือพวกเขาทันทีถ้าเกิดเหตุร้ายขึ้น

 

ในตอนนี้สัมผัสเวทระดับ 4 ของเรล์มที่ผมมีกำลังตรวจจับอะไรบางอย่างได้ นั่นก็คือกลิ่นอายของปีศาจ

 

ผมไม่ค่อยแน่ใจว่ามาจากไหนสัมผัสเวทระดับยังต่ำไป ทำได้แค่รอมันแสดงตัวออกมา

 

ขบวนรถม้าออกเดินทางต่ออีกครั้ง จนกระทั่งเวลาได้ล่วงเลยไปถึงเวลาเย็น

 

ขบวนรถม้าได้หยุดลงและเริ่มตั้งค่ายเพื่อพักผ่อน ส่วนผู้ต้องหาอย่างผมก็ยังคงถูกจับมัดไว้ แถมมีทหารอีก 4 นายผู้มีหน้าที่คอยจับตาดูผม

 

เมื่อการตั้งค่ายสำเร็จไปด้วยดี และทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว ผมก็ถูกย้ายตัวไปที่กระโจมแห่งหนึ่ง

 

ภายในมีชายวัยกลางคนกำลังนั่งอยู่ และดูเหมือนเขาจะนั่งรอผมนานแล้ว

 

ชายวัยกลางคนพูดกับผมหลายประโยคมากแต่ผมไม่ตอบ ผมฟังเขาไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจเลยสักนิด และไม่อยากเข้าใจด้วย

 

เรื่องภาษาผมเรียกได้ว่า ขนาดภาษาไทยที่เป็นภาษาบ้านเกิดยังตกจะนับประสาอะไร กับภาษาต่างโลก

 

ชายวัยกลางคนเรียกให้ทหารนำบางสิ่งเข้ามาด้วยสัญญาณมือ

 

ทหารได้ถือถาดสีทองเข้ามาและสิ่งที่อยู่บนถาดนั่นก็คือขวดแก้วสีขาวบริสุทธิ์ มันแผ่ออร่าศักดิ์สิทธิ์ออกมาเป็นระยะๆ

 

สิ่งที่บรรจุอยู่ภายในคือน้ำศักดิ์สิทธิ์ น้ำที่สามารถฆ่าปีศาจระดับต่ำได้ทันที ถ้าโดนเข้าไปเพียงหยดเดียว

 

เครกที่ถูกมัดอยู่นั้นไม่ได้แสดงความหวาดกลัวใดๆ เขาไม่ใช่ปีศาจ ดังนั้นไม่ต้องกลัวถ้าพวกทหารให้เขาดื่ม

 

เมื่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ได้เข้ามาภายในร่างกายของเครก มันไม่ได้สร้างผลเสียอะไรให้กับเขาแต่ในทางกลับกันมันกลับมีประโยชน์ยิ่งกว่า

 

[ยินดีด้วย เลเวลของคุณเพิ่มขึ้นเป็นเลเวล 6 แล้ว เนื่องจากผลของน้ำศักดิ์สิทธิ์]

 

[ผลจากการเลเวลอัพ คุณได้กลายเป็นผู้เล่นเลเวล 6 กรุณาเลือกทักษะที่ต้องการจากตัวละครใดตัวละครหนึ่ง]

 

[เนื่องจากผู้เล่นมาถึงเลเวล 6 แล้ว ตัวละคร เวรัค ถูกปลดล็อค]

 

“มาได้ถูกจังหวะจริงๆ เวรัค ฉันขอเลือกสกิลรากเหง้าแห่งภาษา”

 

[คุณได้รับทักษะ รากเหง้าแห่งภาษา]

 

ทักษะรากเหง้าแห่งภาษา คือทักษะในการเข้าใจถึงภาษาอื่นๆ ด้วยความเร็วสูง เวรัคเชื่อว่าทุกภาษามีต้นกำเนิดเดียวกันถ้าเราสามารถเรียนรู้ถึงภาษาแรกได้

 

การที่จะเข้าใจภาษาอื่นๆ ก็เป็นเรื่องง่าย

 

[ภาษาที่กำลังศึกษา-ภาษาแลงเกล 95%]

 

[เนื่องจากภาษาแลงเกลของตัวละครเครกไม่ได้ถูกใช้งานและเก่าเกินไป ทางระบบจึงให้ผู้เล่นเริ่มเรียนรู้ใหม่จาก 50%]

 

“อีกนิดเดียว พวกเอ็งช่วยพูดอะไรกันหน่อยอย่าเงียบ” ผมพูดออกไปด้วยภาษาปีศาจ

 

พวกทหารที่เห็นผมพูดขึ้นมา พวกเขาก็เริ่มพูดกันเอง และนั่นก็ส่งผลให้ความเข้าใจในภาษาเพิ่มขึ้น ทักษะนี้ต้องฟังคนอื่นให้มาก ถึงจะใช้งานได้ดี

 

“ถ้าเราพูดก็จะพูดแค่สิ่งที่เรารู้ ถ้าเราเงียบเราจะรู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้” เมื่อประโยคนี้ถูกพูดออกมา นั่นเป็นสัญญาณว่าผมสามารถใช้ภาษาแลงเกลได้แล้ว

 

ถ้าผมคิดไม่ผิดแลงเกลคือภาษาที่มนุษย์บนโลกนี้ใช้สื่อสารกัน

 

“ขอโทษที่เงียบตั้งนาน” ในที่สุดผมก็พูดภาษามนุษย์ของโลกนี้ได้แล้ว

 

“นี่เจ้า กว่าจะเปิดปากพูดกลับพูดแค่นี้งั้นรึ” ชายวัยกลางคนทำสีหน้าไม่พอใจ

 

ดูเหมือนว่าที่โลกนี้จะใช้ข้ามากกว่าฉัน ผมคงต้องเปลี่ยนสรรพนามหน่อย

 

“อืม เหตุผลที่ข้าเงียบมานานนั่นก็เพราะข้าอยากรู้ว่าพวกเจ้าจะทำอะไรกัน”

 

“แล้วเจ้าเป็นใครมาจากไหน” ชายวัยกลางคนถาม

 

“ข้ามีนามว่าเครก โคนอส มาจากอาณาจักรทางตอนเหนือ ตั้งใจเดินทางมาไปที่อาณาจักรทางตอนใต้ เพื่อมาท่องเที่ยว”

 

ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ผมอยู่ส่วนไหนของอาณาจักรมนุษย์ ผมจึงลากจากบนลงล่างสุด เอาให้มันครอบไปทั้งอาณาจักรมนุษย์


 

ในเกมอาณาจักรมนุษย์จะมี 3 อาณาจักรคือ เหนือ กลาง และใต้ ส่วนในโลกจริงก็น่าจะเหมือนกัน

 

“นักเดินทางที่ไหนพูดภาษาปีศาจได้กัน” ราชาถามต่อ

 

“นักเดินทางอย่างข้าเดินทางไปทุก ๆ ที่การที่จะได้เรียนรู้ภาษาปีศาจมาบ้างก็ไม่แปลก”

 

“ยังไงก็ตามเราก็ยังเชื่อใจเจ้าไม่ได้ กว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจที่นี่เข้าคงต้องโดนจับไว้ที่นี่ก่อน”

 

“แล้วทำไมต้องให้ข้าได้ดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ด้วย ทำไมถึงต้องทำแบบนั้น”

 

“เพื่อตรวจสอบว่าเจ้าเป็นปีศาจหรือไม่ เจ้าควรจะดีใจที่ท่านนักบุญได้ให้ข้าใช้วิธีนี้ ไม่งั้นข้าคงทรมานเจ้าไปแล้ว เอาตัวออกไป”

 

ราชาออกคำสั่งกับทหารของตน ให้พาตัวเครกออกไป

 

ในเช้าวันถัดมา

 

ขบวนรถม้าเดินทางมาถึงยังเมืองแห่งหนึ่ง ซึ่งเมืองที่ว่าคือเมืองที่ล่มสลายไปแล้ว

 

ซากปรักหักพัง รวมถึงไฟที่ยังคงมอดไหม้ กลิ่นคาวของเลือด ยังคงอยู่

 

บริเวณใจกลางเมืองนั้นมีประตูมิติตั้งอยู่ เป็นประตูมิติชนิดเดียวกับที่เคยผุดขึ้นมาใกล้ๆ บ้านของกันต์

 

ถ้าผมคิดไม่ผิดเมืองนี้คือหนึ่งในเมืองที่ถูกปีศาจบุกโจมตีเหมือนกับเมืองที่โดนพวกหมาป่าบุก

 

บริเวณด้านบนของกำแพงเมืองที่พังทลายไปแล้วนั้นปรากฏให้เห็นกลุ่มทหารกำลังเล็งปืนไรเฟิลมาที่ขบวนรถม้า

 

ซึ่งพวกทหารที่ว่าก็มีคนจากกองทัพของไทยอยู่ด้วย ถ้าผมเดาไม่ผิดประตูมิตินี้น่าจะมีจุดเชื่อมต่อที่ประเทศไทย

 

ทันใดนั้นเองเสียงตะโกนได้ดังขึ้น ซึ่งเสียงที่ว่าก็เสียงที่ออกมาจากลำโพง

 

“เชิญพวกท่านเข้ามาก่อน เราเตรียมการต้อนรับไว้แล้ว”

 

พวกทหารที่เฝ้าอยู่บนกำแพงเมืองเริ่มลดปืนลงและลงจากกำแพงเพื่อไปรวมตัวกันข้างล่าง

 

ขบวนรถม้าเริ่มเคลื่อนขบวนเพื่อเข้าไปยังภายในเมืองที่ล่มสลาย

 

ข้างในมีเต้นท์ทหารและอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย รวมไปถึงพวกคนจากบริษัทต่าง ๆ

 

ผมจำเครื่องแบบของพวกเขาได้ดี ชุดสูทสีน้ำเงินเข้ม เขาคนนั้นกำลังถือไมโครโฟนอยู่

 

“ไม่คิดว่าจะได้เจอ ลูกชายประธานบริษัทอีกครั้ง” ผมยังจำหน้าเขาได้

 

พวกเขาสามารถพูดได้แม้แต่ภาษาแลงเกลที่เป็นภาษามนุษย์ของโลกใบนี้ พวกเขาจะรู้มากเกินไปรึเปล่า

 

เมื่อขบวนรถม้ามาถึงแล้วลูกชายประธานบริษัทก็เดินเข้ามาและทักทายด้วยความน้อบน้อม

 

“กระผมมีนามว่ากฤติธี พวกเรามาจากโลกอีกฟากของประตูมิตินี้ และพวกเราต้องการเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีกับพวกท่าน”

 

ในครั้งนี้ราชาแห่งอาณาจักรทางตอนใต้ถึงกับต้องออกมาเจรจาด้วยตนเอง

 

“ไม่คิดเลยว่ามนุษย์จากอีกฝั่งหนึ่งจะพูดภาษาของเราได้ด้วย” ราชาตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

 

“เชิญท่านนั่งลงก่อน แล้วเราค่อยคุยกันดีๆ” กฤติธีเชิญท่านราชาให้นั่งลงบนเก้าอี้ที่เตรียมไว้

 

“อันที่จริงแล้ววันนี้ท่านนักบุญอันเป็นที่เคารพยิ่งของเราก็เดินทางมาด้วยในวันนี้ ข้าคิดว่าท่านคงอยากเจรจากับพวกท่านด้วยตนเอง”

 

ท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์ค่อย ๆ เดินลงจากรถม้าและเดินเข้ามาในวงสนทนา

 

“ท่านเทพได้บอกกับเราว่าปีศาจจะเปิดประตูมิติเพื่อโจมตีโลกมนุษย์ เมื่อวันนั้นมาถึงเราต้องร่วมมือกันเพื่อปราบปีศาจ เราคิดว่าพวกท่านคงจะเข้าใจ”

 

“แน่นอนครับ พวกเราต้องการกำจัดปีศาจเพื่อความสุขของประชาชนเช่นกัน” กฤติธีตอบกลับ

 

“ถ้าเช่นนั้นเราขอมอบสิ่งนี้ไว้ให้ท่าน” นักบุญศักดิ์สิทธิ์เรียกให้คนของเธอนำบางสิ่งออกมา

 

คนรับใช้ของเธอได้ถือลูกแก้วสีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกรองด้วยหมอนสีทองคำ

 

“สิ่งนี้คือลูกแก้วแห่งการเคลื่อนย้าย จงนำสิ่งนี้ไปไว้ที่โลกของท่าน เมื่อท่านส่งมานาเข้าไปในลูกแก้วนี้ ท่านจะสามารถเคลื่อนย้ายเข้ามาที่โลกของเราได้ทันที”

 

“เพื่อการส่งทหารและความช่วยเหลือที่รวดเร็ว สิ่งนี้จำเป็นอย่างมาก”

 

แต่ก่อนที่ใครจะได้อะไรไปนั้นเอง เสียงตะโกนก็ได้ดังขึ้น

 

“พวกปีศาจแห่กันมาแล้ว” เมื่อสิ้นเสียงทหารคนนั้น เสียงปืนก็ดังตามมาติด ๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 412 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #67 Fikusa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 22:17
    ระบบมีจุดประสงค์อะไรกันแน่นะ ช่างเถอะ อย่างน้อยตอนนี้ก็มีแต่ภารกิจช่วยคน
    #67
    1
    • #67-1 SuruMaster(จากตอนที่ 18)
      29 ธันวาคม 2562 / 23:22
      ระบบอาจจะอยากปั่นหัวพระเอกก็ได้ 555
      #67-1
  2. #16 ThaipaKing (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 16:08
    ว่าแต่ พวกนี้ไม่รู้เรื่องเกมเลยหรอ
    #16
    1
    • #16-1 SuruMaster(จากตอนที่ 18)
      1 ธันวาคม 2562 / 17:12
      นั่นสินะครับ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นเกมดังแท้ ๆ ทำไมพวกเขาไม่รู้จักกันนะ?
      #16-1
  3. #15 ThaipaKing (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 16:04
    ทำไมตัวละครเครกถึงไม่มีภาษามนุษย์ต่าโลกฟร่ะ
    #15
    2
    • #15-1 SuruMaster(จากตอนที่ 18)
      1 ธันวาคม 2562 / 17:12
      เพราะภาษาที่เครกใช้มันเป็นภาษาของโลกนี้เมื่อหลายร้อยปีก่อนแล้วครับ จะเรียกว่าต่างโลกเขาก็มีการพัฒนาทางด้านภาษาเหมือนกันก็ได้
      #15-1
    • #15-2 SKYOriginal(จากตอนที่ 18)
      14 ธันวาคม 2562 / 17:07
      ออเข้าใจละ
      #15-2