สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 164 : ภาค 2-บท 64 จักรพรรดิโครงกระดูกทมิฬ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 642
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    10 เม.ย. 63

[จักรพรรดิปีศาจโครงกระดูกทมิฬกำลังพิโรธอย่างเงียบงัน]

 

กันต์ที่ได้ยินดังนั้นก็นึกสนุกขึ้นมาในใจ พิโรธอย่างเงียบงัน ? มันจะเป็นยังไงกันแน่

 

บอสจักรพรรดิทมิฬคือปีศาจที่ชายหนุ่มไม่เคยพบไม่เคยเห็น เพราะแม้แต่ในเกมเองปีศาจตนที่ใหญ่ที่สุดในเผ่าโครงกระดูกก็มีแค่คาเรอัสเท่านั้น

 

[จิตใต้สำนึกของเวรัคพยายามบอกกับคุณว่าเธอสัมผัสได้ถึงละอองมานาที่กระจายอยู่เต็มไปทั่วพื้นที่ ดังนั้นจึงอย่าพยายามใช้จิตสัมผัสของเผ่าเอลฟ์ในการค้นหาศัตรู]

 

ทักษะจิตสัมผัสของเผ่าเอลฟ์นั้นมีความสามารถในการระบุตำแหน่งศัตรูโดยการตรวจจับละอองมานารอบ ๆ

 

ซึ่งตัวอาร์เซนเองก็ใช้ทักษะนี้เพื่อหลบหนีการมองเห็นของศัตรูมาทั้งชีวิต

 

แต่ในสถานการณ์แบบนี้ถ้าใช้ทักษะจิตสัมผัสเผ่าเอลฟ์ออกไปอาจจะทำให้เกิดอาการสับสนก็เป็นได้

 

ถ้าเวรัคไม่เตือนไว้เขาคงลองใช้มันไปเรียบร้อยแล้ว ก็สมแล้วที่เธอเป็นถึงนักเวทแห่งยุค

 

ทันใดนั้นเองดวงตาของอาร์เซนก็สว่างวูบออกมาเป็นสีเขียว ก่อนที่สายคันศรในมือจะถูกง้างออก

 

สายลมเริ่มหมุนวนไปรอบ ๆ ลูกศรมานาเพื่อเตรียมตัวปัดเป่าควันสีดำออกไป

 

"อย่าหลบละ" กันต์ในร่างอาร์เซนเอ่ยขึ้นก่อนที่จะหันกลับหลังและปล่อยลูกศรมานาในมือออกไป

 

เสียงของลมที่พัดผ่านดังออกมาอย่างชัดเจน ลมเหล่านั้นได้พัดพากลุ่มควันสีทมิฬจนกระจายออกไป

 

ปรากฏให้เห็นร่างของโครงกระดูกตนหนึ่งที่สวมหน้ากากสีม่วง ส่วนลูกศรมานาสีฟ้านั้นก็ได้เจาะทะลุเข้าไปที่ทรวงอกของมัน

 

เสื้อผ้าที่ฉีกขาดและร่างกายที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตมากนัก นั่นจึงทำให้มันดูไม่เหมือนจะเป็นจักรพรรดิเลยสักนิด

 

"เป็นการยิงที่ยอดเยี่ยม แต่มันก็ไร้ค่า" จักรพรรดิปีศาจโครงกระดูกเอ่ยขึ้นก่อนที่จะหายตัวไปในม่านหมอกแห่งความมืดอีกครั้ง

 

ทันใดนั้นเองคมดาบสีทมิฬก็ถูกแทงออกมาทะลุม่านหมอกหมายจะเจาะเข้าหัวของอาร์เซน

 

โชคดีที่อาร์เซนยังสามารถกลิ้งหลบได้ทัน อีกทั้งยังยิงลูกศรมานาสวนกลับไปได้ด้วย

 

แต่ทว่าการยิงลูกศรนั้นมันไม่มีประโยชน์อะไรเพราะจักรพรรดิทมิฬมีรางกายที่เป็นโครงกระดูกที่แข็งแกร่งมากพอจะรับการโจมตีจากอาร์เซนโดยที่ไม่มีอาการบาดเจ็บเลยสักนิด

 

"ถ้าจะสู้กับปีศาจมันก็คงมีแต่ต้องใช้มัน คมดาบตะวัน" กันต์ในร่างอาร์เซนเรียกอาวุธออกมา

 

คมดาบตะวันสีทองได้ปรากฏขึ้นบนมือของอาร์เซนและออร่าสีทองที่ถูกปล่อยออกมาจากตัวดาบนั้นยังมีความสามารถในการสลายความมืดได้อีกด้วย

 

ม่านหมอกสีดำเริ่มจางหายไปและทำให้บริเวณโดยรอบกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

 

คมดาบสีทมิฬและคมดาบสีทองต่างฟาดฟันกันอย่างบ้าคลั่ง กันต์สามารถใช้ทั้งวิชาดาบของเรล์มและวิชามีดสั้นของอาร์เซนเข้าผสมผสานกันนั่นจึงทำให้เกิดการโจมตีอันน่าหวาดกลัว

 

"จิตวิญญาณแห่งธรรมชาติ" กันต์เปิดใช้ทักษะ

 

ทักษะจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติคือทักษะที่จะสร้างร่างแยกของเราออกมา 3 ตน ซึ่งร่างแยกเหล่านั้นจะมีรูปลักษณ์เหมือนร่างต้นทุกประการ แต่มันคิดเองไม่ได้ต้องให้ผู้ใช้เป็นคนควบคุม

 

ร่างแยกของอาร์เซนปรากฏขึ้นด้านหน้าของเขา ทุกตนล้วนมีอาวุธในกำมือเหมือนกัน แต่แท้จริงแล้วอาวุธที่ร่างแยกถือนั้นมันก็แค่ของคัดลอก ยังไม่มีความสามารถเท่าคมดาบตะวันของจริง

 

เหล่าร่างแยกพุ่งเข้าโจมตีจักรพรรดิทมิฬตามคำสั่งจากจิตสำนึกของกันต์ในร่างอาร์เซน

 

"ข้าเกลียดแสงตะวัน" จักรพรรดิทมิฬคำรามออกมาและเริ่มโจมตีด้วยความรุนแรงที่มากกว่าเดิม

 

ส่วนอาร์เซนอีกคนนั้นกำลังง้างสายคันศรและกำลังใช้คมดาบตะวันแทนลูกศร

 

สายลมเริ่มหมุนวนรอบ ๆ คมดาบตะวัน พร้อมกับสายตาของอาร์เซนที่สว่างออกมาเป็นสีเขียว

 

ทันใดนั้นเองสายลมก็ได้ระเบิดตัวออกมาเป็นแรงถีบส่งให้คมดาบตะวันพุ่งไปทางข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว

 

คมดาบตะวันสีทองพุ่งตรงเข้าเจาะกลางกะโหลกของจักรพรรดิทมิฬอย่างแม่นยำ เพราะสายลมที่ช่วยเบี่ยงเบนทิศทางให้ จะหลบยังไงมันก็ไม่มีวันพ้น

 

ที่ฝ่าเท้าของจักรพรรดินั้นกำลังเหยียบร่างเงาของอาร์เซนอยู่ ส่วนร่างเงาอีก 2 ตนก็ถูกจัดการไปเรียบร้อยแล้ว

 

จักรพรรดิทมิฬน่าจะมีเลเวลประมาณ 70 พวกร่างเงาของเขาถึงทำอะไรไม่ได้มากนัก

 

"เป็นการโจมตีที่รุนแรงใช้ได้ แต่ของศักดิ์สิทธิ์มันไม่มีผลกับข้า" จักรพรรดิคว้าไปที่ดมดาบตะวันที่ปักอยู่กลางกะโหลก

 

กันต์ในร่างของอาร์เซนที่เห็นดังนั้นก็เตรียมตัวจะใช้ทักษะติดอาวุธของคมดาบตะวันทันที ซึ่งนั่นมันก็คืออาทิตย์อัสดง

 

แต่ก่อนที่จะได้ใช้ร่างกายของจักรพรรดิโครงกระดูกก็ล้มลงไปกับพื้น

 

ทันใดนั้นเองอาร์เซนก็ถูกเข้าโจมตีจากด้านหลัง มือที่เป็นโครงกระดูกกำลังกุมไปที่ลำคอของอาร์เซน

 

"ข้าสามารถย้ายร่างผ่านโครงกระดูกตนได้ก็ได้ เจ้าแพ้แล้ว"

 

ในวินาทีที่จักรพรรดิทมิฬล้มลงไปเขาก็ได้ใช้เวทย้ายร่างของตนไปสิงร่างของนักรบโครงกระดูกที่อาร์เซนเคยจัดการไปแล้ว

 

คมดาบสีทมิฬได้ปรากฏขึ้นในมือของจักรพรรดิและแทงเข้าหัวของอาร์เซน

 

จักรพรรดิทมิฬโยนร่างอันไร้ชีวิตทิ้งลงไปกับพื้นก่อนที่จะกระทืบซ้ำอีกครั้ง

 

แต่เมื่อเท้าของเขากระทืบลงไปนั่นเองร่างของอาร์เซนนั้นก็สลายเป็นผุยผงและสลายไปในอากาศ

 

"แก่นแท้ตะวัน" เสียงตะโกนจากด้านหลังของจักรพรรดิทมิฬดังขึ้น

 

เพชรอัญมณีสีส้มทองพุ่งตรงเข้ากระแทกใส่ร่างของจักรพรรดิทมิฬ พร้อมกับคมดาบตะวันที่ถูกเก็บไปในคลังของระบบ

 

เปลวเพลิงสีทองเริ่มมอดไหม้และแผดเผาร่างของจักรพรรดิโครงกระดูกทมิฬด้วยความรวดเร็ว

 

พลังไฟที่ถูกปล่อยออกมาจากแก่นแท้ตะวันนั้นไม่สามารถดูถูกได้ แม้แต่เวลโดรเองก็ยังไม่สามารถจับมันตรง ๆ ได้เลยด้วยซ้ำ

 

จริงอยู่ที่ไอเทมที่มีพลังเกี่ยวกับแสงหรือความศักดิ์สิทธิ์อาจจะทำอะไรจักรพรรดิทมิฬไม่ได้มาก แต่หากเป็นไฟจากแสงตะวันแล้วมันก็คนละเรื่อง

 

อีกทั้งยังมีสายลมที่คอยช่วยพัดไฟให้โหมกระหน่ำรุนแรงยิ่งกว่าเดิมนั่นจึงทำให้ร่างกายของจักรพรรดิทมิฬมอดไหม้ด้วยความรวดเร็ว

 

"พอดีว่าฉันมีลูกน้องเป็นโครงกระดูกเหมือกัน" กันต์ในร่างอาร์เซนกล่าวก่อนที่จะนั่งลงกับพื้น

 

อันที่จริงแล้ว ร่างของอาร์เซนตัวจริงได้เข้าไปต่อสู้กับจักรพรรดิทมิฬ ส่วนอาร์เซนคนที่ใช้คมดาบตะวันเป็นลูกศรนั้นคือร่างแยกที่กันต์จงใจเอามาล่อ

 

จักรพรรดิทมิฬคงคิดอยู่แล้วว่าอาร์เซนจะต้องใช้ร่างจริงโจมตีโดยใช้ธนูเพราะถ้าใช้ร่างจริงโจมตีมันจะสามารถโจมตีได้รุนแรงมากกว่า

 

ร่างของอาร์เซนที่ถูกเหยียบในตอนแรกนั้นคือร่างจริง มันเป็นแผนที่กันต์วางไว้ตั้งแต่ต้น

 

กันต์รู้อยู่แล้วว่าจักรพรรดิโครงกระดูกสามารถย้ายร่างตัวเองเข้าสิงร่างโครงกระดูกตัวไหนที่อยู่ใต้อาณัติตนก็ได้ กันต์จึงใช้ให้ร่างแยกเดินเข้าไปใกล้ ๆ ศพของโครงกระดูกตนหนึ่ง เพื่อล่อให้จักรพรรดิทมิฬย้ายเข้าไปที่ร่างของโครงกระดูกตนนั้น

 

และมันก็เป็นไปตามแผนที่กันต์คาดไว้ทุกอย่าง

 

เหตุผลที่กันต์รู้ว่าจักรพรรดิทมิฬสามารถย้ายร่างตัวเองได้นั่นก็เพราะคาเรอัสเองก็เคยทำ เมื่อย้ายร่างไปแล้วร่างกายจะฟื้นฟูกลับมาในสภาพเดิม และไม่สามารถย้ายไปร่างอื่นต่อได้เป็นเวลาหลายนาที

 

และนั่นมันก็คือจุดบอดของทักษะนี้ อีกทั้งยังเป็นช่วงที่สามารถใช้เพื่อกำจัดจักรพรรดิทมิฬได้

 

"โชคดีที่อาร์เซนถูกแก่นแท้ตะวันยอมรับ"

 

หากแก่นแท้ตะวันไม่ยอมรับอาร์เซนเป็นเจ้าของแล้วละก็จุดจบของเขาคงจะไม่ต่างอะไรกับจักรพรรดิทมิฬมากสักเท่าไหร่

 

[ยินดีด้วยผู้เล่นสามารถเอาชนะ ร่างแยกของจักรพรรดิปีศาจโครงกระดูกทมิฬได้สำเร็จแล้ว]

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #344 Fikusa (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 09:37
    แล้วถ้าอาร์เซนต้องสู้ในที่สูญญากาศแบบนี้ก็ไม่มีอะไรคอยช่วยบังคับลูกศรน่ะสิ
    #344
    1
    • #344-1 SuruMaster(จากตอนที่ 164)
      10 เมษายน 2563 / 11:13
      ก็ถ้าเป็นในสุญญากาศจริง พี่แกก็น่าจะใช้ทักษะของทางเผ่าคนแคระมากกว่านะครับ พอดีเป็นลูกครึ่ง
      #344-1