สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 155 : ภาค 2-บท 55 โรงอาหาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 685
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 102 ครั้ง
    1 เม.ย. 63

“พอดีฉันรับปากกับเล็กว่าเราจะมากินอาหารด้วยกันที่นี่เท่านั้นเอง” กานต์ตอบกลับคำถามของกันต์

 

กันต์ที่ได้ยินดังนั้นก็เริ่มมองไปยังทั้งสาว ๆ ทั้งสองคนด้วยสายตาที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม

 

“รีบไปกินกันเถอะ ฉันมีคาบเรียนต้องไปเข้าต่อในช่วงบ่าย”

 

“ผู้หญิงอย่างเธอยังต้องเรียนอะไรด้วยรึไง ?”

 

ถ้ากันต์จำไม่ผิดดูเหมือนเธอจะเก่งในด้านทักษะทางคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีมากกว่าคนปกติ ถึงแม้ว่าครูเอลจะเก่งกว่าก็ตามที

 

“เรื่องมานายังเป็นเรื่องใหม่สำหรับโลกนี้ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ฉันต้องเรียนรู้”

 

เล็กตอบกลับก่อนที่จะเดินนำเข้าไปยังภายในโรงอาหาร โดยมีกันต์และกานต์เดินตามหลังไปติด ๆ

 

ทั้ง3 คนพากันแยกกันซื้ออาหารตามใจชอบก่อนที่จะมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อหาโต๊ะสำหรับนั่งทาน

 

จนท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็ได้ที่นั่งบนชั้น 2 ที่ยังว่างอยู่

 

อันที่จริงแล้วผมก็เริ่มรู้สึกไม่ปกติมาสักพัก มันรู้สึกเหมือมีสายตาที่กำลังจับจ้องมองมาที่ผมอยู่

 

มันเป็นสายตาที่แฝงไว้ด้วยจิตสังหาร แต่ก็บางเบามากเมื่อเทียบสิ่งที่ผมเคยพบมาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นจิตสังหารจากกองทัพนักรบอัศวิน ปีศาจคาเรอัสที่สูงถึง 3 เมตร และอื่น ๆ ๆอีกเป็นสิบ

 

พวกเขากำลังแค้นเรื่องอะไร ผมเคยไปทำอะไรให้ใครที่ไหน แต่ส่วนใหญ่ดูเหมือนจะเป็นผู้ชายที่จ้องมามากกว่า และดูเหมือนเล็กกับกานต์ก็ไม่ได้สังเกตถึงสิ่งเหล่านี้ด้วย

 

แต่สุดท้ายแล้วกันต์ก็ตัดสินใจนั่งลงทานอาหารเหมือนคนปกติทั่วไป เพราะเขาก็ชินกับเรื่องพวกนี้แล้ว

 

กานต์และเล็กนั่งอยู่ฝั่งเดียวกัน ส่วนผมนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยจานอาหารของเล็กและกานต์เป็นอาหารญี่ปุ่นเหมือนกัน ส่วนของผมเป็นข้าวราดแกงตามปกติ

 

อันที่จริงเรื่องที่ดูเหมือนจะบังเอิญแต่ที่จริงแล้วไม่น่าจะใช่ เพราะมันก็มีให้ผมสังเกตเห็นแทบจะตลอดเวลา

 

พอลองคิดย้อนกลับไปตอนที่โดนเล็กโทรมาสั่งว่าให้เอาอันดับ 3 จากการประลองมาให้ได้ ซึ่งของรางวัลของอันดับที่3 มันก็คือ กำไลอัคคี

 

กำไลอัคคีคืออุปกรณ์เวทที่มีผลให้ผู้สวมใส่ร่ายเวทไฟได้แรงขึ้น และมันก็เป็นของที่เล็กไม่น่าจะชอบใช้ด้วย

 

วิทยาการมานาของโลกนี้ไปไวมาก อาจจะเป็นเพราะพวกเขามีต้นแบบมาจากอุปกรณ์เวทของต่างโลก เลยทำการลอกเลียนแบบโครงสร้างและนำมาผลิตได้

 

แต่วัตถุดิบที่ใช้สำหรับทำอุปกรณ์เวทพวกนี้มักจะต้องใช้ชิ้นส่วนร่างกายของสัตว์กลายพันธุ์

 

ดูเหมือนว่าศพของพวกตะขาบยักษ์ที่ผมและรุ่นพี่ริสาช่วยกันฆ่านั้นจะโดนนำไปขายให้แก่เหล่านายทุนเพื่อเอาไปผลิตอุปกรณ์มานา

 

ส่วนกำไลอัคคีนั้นก็เป็นอุปกรณ์เวทที่ทำยากมากอีกประเภทหนึ่ง เพราะของที่ใช้ในการสร้างมันหายาก ดังนั้นมันเลยกลายเป็นไอเทมที่แจกสำหรับผู้ชนะอันดับ 3 ในงานประลอง

 

แต่ถ้าถามว่าคนรอบตัวของเล็กใครน่าจะถนัดเวทไฟมากที่สุด ซึ่งมันก็คงมีแค่คนเดียวและมันก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นก็คือคนที่ร่ายเวทไฟโจมตีใส่ผมในวันแรกที่ไปโรงเรียนเก่านั่นเอง

 

“กานต์ เธออยากได้กำไลอัคคีที่เป็นของรางวัลสำหรับอันดับ3 ในงานประลองงั้นเหรอ?” กันต์เอ่ยถาม

 

กานต์ที่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะแห้ง ๆ ออกมา ก่อนที่จะตอบกลับ

 

“พอดีว่าอยากได้มันมาเพิ่มพลังโจมตีให้ตัวเอง แต่คงหวังสูงไปหน่อย…แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยากได้มัน”

 

สายตาของกันต์เหลือบมองไปยังเล็กเป็นระยะ ๆ เพื่อดูปฏิกิริยาตอบสนองของเธอ ต่อคำถามนี้

 

เล็กจิกตาใส่กันต์ราวกับเธอสามารถคาดเดาความคิดของเขาออก

 

“ไม่มีอะไร กินข้าวต่อเถอะ” กันต์เอ่ยตอบพลางตักอาหารเข้าปาก

 

แต่ก่อนที่ข้าวคำต่อไปจะเข้าปากของกันต์นั่นเอง เขาก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศโดยรอบที่เปลี่ยนแปลงไป

 

จากตอนแรกในโรงอาหารนั้นเต็มไปด้วยเสียงของการสนทนาและพูดคุย แต่ในตอนนี้เสียงเหล่านั้นกลับเงียบลงเพราะอะไรบางอย่าง

 

เล็กและกานต์เองก็สังเกตเห็นถึงสิ่งผิดปกตินี้เช่นกัน เพราะไม่ว่าจะเป็นพวกรุ่นพี่หรือรุ่นเดียวกันต่างก็ล้วนพากันพูดให้เสียงเบาลงกันเกือบหมด

 

หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาทั้ง3 คนก็ได้ยินเสียงเดินของใครบางคน

 

“รุ่นพี่ริสา?” กานต์เอ่ยขึ้นด้วยความงุนงง

 

เล็กที่เห็นดังนั้นก็สับสนเช่นเดียวกัน

 

ในตอนนี้รุ่นพี่ริสากำลังเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา ในชุดเครื่องแบบของโรงเรียนเต็มยศ

 

กันต์สามารถรู้สึกได้ถึงความไม่พอใจจากสายตาของรุ่นพี่ที่จ้องมองมาอย่างเห็นได้ชัด

 

เธอเดินมาจนหยุดอยู่หน้าโต๊ะทานอาหารและส่งสายตาจ้องมองไปยังกันต์

 

“ทานเสร็จแล้ว มาหาฉันที่สนามประลองสายเรียนกายภาพกึ่งเวท”

 

รุ่นพี่ริสาเอ่ยสั้น ๆ ก่อนที่จะเดินกลับไป และออกจากโรงอาหาร พร้อมกับทิ้งให้กันต์งงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

 

ทันใดนั้นเองเสียงพูดคุยโดยรอบก็เริ่มดังขึ้นกว่าปกติ ราวกับพวกเขามีเรื่องซุบซิบอะไรให้พูดคุยกัน

 

ด้วยเสียงที่พูดกันขึ้นมาจากหลายแหล่งกำเนิดจึงทำให้เป็นเรื่องยากที่จะฟังรู้เรื่อง

 

แต่โชคดีที่ประสาทการรับรู้ของกันต์นั้นมีความสามารถมากพอ เขาสามารถได้ยินเสียงบทสนทนาจากโต๊ะข้างหน้าได้

 

“ไอ้เด็กนั่นมีปัญหากับรุ่นพี่ริสาแน่เลยวะ” นักเรียนชายที่เป็นรุ่นพี่ปี2 พูดขึ้น

 

“มันเป็นแค่เด็กปี1 ที่ยังไม่รู้เรื่องอะไร” รุ่นพี่อีกคนตอบกลับ

 

“หึ นั่งกินข้าวกับผู้หญิงสวย ๆ 2 คน ก็โชคดีมากพอแล้ว ถึงเวลาที่มันจะต้องรับกรรม ฮ่า ฮ่า ฮ่า” รุ่นพี่อีกคนหัวเราะ

 

ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง ล้วนแต่พูดไปในทางเดียวกัน และนั่นก็คือ

 

ผมโชคร้ายเพราะโดนรุ่นพี่ริสาเล็งตัวไว้ น่าสงสารจริง ๆ

 

แต่เท่าที่ผมจำได้ ผมยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่างกับรุ่นพี่เลยไม่ใช่รึไง แล้วทำไมอยู่ดี ๆ เธอถึงมาสนใจตัวผมได้ มันกำลังเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นอีก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 102 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #326 Fikusa (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 10:00
    น่าจะเพราะนายรอดมาจากดื่มเลือดมังกรมั้ง
    #326
    1
    • #326-1 SuruMaster(จากตอนที่ 155)
      1 เมษายน 2563 / 16:44
      รุ่นพี่แกอาจจะรู้ก็ได้ครับ ว่าตัวจริงของเดสเพียร์เป็นใคร555
      #326-1
  2. #325 kusura (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 09:55
    ฮาเร็ม2โลก! 5555
    #325
    1
    • #325-1 SuruMaster(จากตอนที่ 155)
      1 เมษายน 2563 / 16:43
      ครับ มีทั้งโลกเดิมและต่างโลก
      #325-1