สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 152 : ภาค 2-บท 52 สร้างผนึกศักดิ์สิทธิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 667
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    29 มี.ค. 63

ผู้นำปีศาจโครงกระดูกที่ได้ยินดังคำพูดของเวลโดรนั้นก็ถึงกับสะดุ้งเฮือก

 

“นายท่าน…ท่านจะทำเช่นนั้นไปเพื่ออะไร” คาเรอัสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

 

“ทุกครั้งที่ข้าได้ผนึกตัวเองมันจะทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น” เวลโดรโกหกหน้าด้าน ๆ

 

เขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องบอกความจริงไปเพราะนั่นจะรังให้เกิดแต่เรื่องวุ่นวาย

 

คาเรอัสที่ได้ยินดังนั้นก็เงียบไปชั่วขณะ มันเกิดอะไรขึ้น? ผนึกตัวเองแล้วจะแข็งแกร่ง? ที่คาเรอัสเคยได้ยินมาก็มีแต่จะทำให้อ่อนแอลง

 

กันต์ในร่างของเวลโดรรู้ดีว่าคาเรอัสไม่มีทางหลงเชื่อคำโกหกนี้ง่ายนักเขาจึงตัดสินใจย้ำลงไปอีก

 

“เจ้ายังเห็นข้าเป็นนายท่านอยู่หรือไม่ คาเรอัส”

 

การที่เวลโดรถามเช่นนี้มันก็เหมือนกับเป็นการบังคับให้คาเรอัสต้องเชื่อเท่านั้น

 

“ขอรับนายท่าน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใดข้าก็ยังเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนายท่านเสมอ” คาเรอัสโค้งตัวลงคำนับ

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองหัวหน้าเผ่าไซเรนก็ลงมาจากป้อมปราการและก้มลงแทบเท้าเวลโดร

 

“ขอบพระคุณนายท่านที่ช่วยพวกเราไว้ หากไม่มีกองทัพโครงกระดูก นักรบเงา และก็อบลินของท่าน เผ่าไซเรนของเราคงสูญเสียหนักไปยิ่งกว่านี้”

 

“การต่อสู้ที่เกือบจะถูกเรียกว่าสมรภูมิเช่นนี้พวกเจ้าไม่มีกำลังเสริมเลยรึ จอมมารอาร์คนอสน่าจะส่งทหารมาคุมแนวป้องกันของตนได้แล้ว”

 

เหตุผลที่เวลโดรกล่าวเช่นนี้ก็เป็นเพราะหากเดินทางผ่านป้อมปราการนี้ไปอีกไม่ไกลก็จะถึงปราสาทจอมมาร

 

“ไม่ครับ พวกเราไม่ได้ทั้งเสบียงและกำลังเสริมมานานหลายปีแล้ว ท่านจอมมารอาร์คนอสเพียงแค่สั่งให้พวกเราคุ้มกันป้อมปราการนี้ไว้เท่านั้น พวกเราเองก็สูญเสียกำลังพลไปเป็นจำนวนมากเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกมนุษย์บุกโจมตีเข้ามา”

 

จิตใต้สำนึกของเวลโดรที่ได้ยินดังนั้นก็เริ่มเดือดดาลขึ้นมา

 

“สัญญาณควันไฟก็น่าจะมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากปราสาท ทำไมเจ้าจอมมารขยะนั่นยังไม่รีบทำอะไรอีก เห็นทีมันจะเป็นอย่างที่คาเรอัสว่าจริง ๆ”

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองทั้งปีศาจโครงกระดูกยักษ์คาอัสและราชันก็อบลินก็เดินทางมาเคารพเวลโดรเคียงข้างคาเรอัสและหัวหน้าเผ่าไซเรน

 

ในตอนนี้กันต์กำลังคิดหนัก ระบบมันอยากให้เขารีบกลับไปที่ร่างต้น แต่ดูเหมือนว่าปัญหาที่นี่จะยังไม่ถูกแก้ไข เขาต้องทำอะไรบางอย่างก่อนจะผนึกตัวเอง

 

“คาเรอัส คาอัส ข้าขอสั่งให้พวกเจ้านำกำลังพลปักหลักอยู่ที่นี่และช่วยเหลือเผ่าไซเรนในเรื่องเสบียง”

 

คาเรอัสน้อมรับคำสั่งพร้อมกับคาอัสที่โค้งตัวลงเพื่อเป็นสัญญาณว่าเข้าใจ

 

“ส่วนราชันก็อบลินเจ้าจงนำกำลังพลของเจ้ากลับไปยังเมืองเพื่อขนเสบียงส่วนเกินและอุปกรณ์สงครามมายังป้อมปราการแห่งนี้”

 

ราชันก็อบลินน้อมรับคำสั่งก่อนที่จะเคลื่อนทัพข้ามสะพานไป

 

“นายท่านข้าขอส่วนประกอบสำหรับสร้างผนึกศักดิ์สิทธิ์ได้หรือไม่” คาเรอัสเอ่ยถาม

 

“เจ้าสร้างมันให้ข้าได้รึ” เวลโดรถามกลับ

 

กันต์กำลังคิดอยู่เลยว่าจะสร้างผนึกศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมายังไง เพราะการที่จะสร้างได้นั้นต้องมีนักเวทที่เก่งอยู่ในระดับหนึ่ง และพอจะคุ้นเคยกับเวทแสงอยู่บ้าง

 

“ข้าทำได้ขอรับ หลังจากที่ข้าทำการวิเคราะห์ผนึกศักดิ์สิทธิ์ในถ้ำอยู่เสียนาน จนในที่สุดข้าก็สามารถถอดแบบมันออกมาอีกทั้งยังหาวิธีแก้ผนึกได้อีกด้วย”

 

เวลโดรเรียกส่วนประกอบจากคลังเก็บของออกมา ซึ่งมันก็ประกอบไปด้วยลูกโลกทรงกลมและวงแหวนสีทองที่ได้จากคาเรอัส

 

“ถ้าหากเจ้าสร้างมันเสร็จแล้วก็จงมาหาข้าบนป้อมปราการ” เวลโดรออกคำสั่งก่อนที่จะเดินไปยังป้อมปราการ

 

เวลโดรค่อย ๆ ย่างเท้าเข้าไปยังภายในป้อมปราการอย่างช้า ๆ และเริ่มเดินขึ้นบันไดไปทีละขั้น

 

บรรยากาศรอบบันไดวนเพื่อขึ้นไปยังชั้นบนสุดของป้อมปราการนั้นมันช่างวังเวงและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเงียบงัน

 

จนในที่สุดจอมมารเวลโดรก็ขึ้นมาถึงชั้นบนสุดของป้อมปราการ

 

พระอทิตย์กำลังตกดินในอีกไม่ช้า จึงทำให้ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงอมส้ม

 

เมื่อเดินมาถึงยังขอบกำแพงแล้วเหล่าทหารไซเรนผู้มีหน้าที่เฝ้าระวังก็โค้งตัวคำนับเวลโดร

 

“พวกเจ้าไปพักก่อน ข้าขออยู่คนเดียวตรงนี้สักพัก” เวลโดรทำการไล่ทหารบนป้อมปราการลงไป

 

เหล่าทหารไซเรนที่ได้ยินดังนั้นก็พากันกล่าวขอบคุณเวลโดรกันยกใหญ่

 

“ขอบพระคุณมากครับท่านจอมมาร”

 

กลุ่มทหารไซเรนนั้นไม่ได้พักมานานหลายวันติดต่อกันแล้ว พวกเขาต้องเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา

 

เพราะในช่วงนี้กองทัพของมนุษย์เริ่มออกมาลาดตระเวนแถวนี้บ่อยมากกว่าปกติ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาต้องเฝ้าเวรกันอย่างขยันขันแข็งกว่าปกติ

 

อีกทั้งยังต้องเหนื่อยจากการต่อสู้กับกองทัพอัศวินเพกาซัสเมื่อกี้อีก

 

บริเวณป้อมปราการที่เวลโดรยินอยู่นั้นคือจุดที่สูงที่สุดของป้อมปราการ และมันก็เป็นจุดที่ธงของจอมมารเวลโดรเคยตั้งตระหง่านมาเกือบพันปี

 

และในวันนี้ธงของจอมมารเวลโดรก็กลับมาอยู่บนเสาอีกครั้ง

 

กันต์ในร่างของเวลโดรสูดอากาศเข้าไปจนเต็มปอดและถอนหายใจออกมา

 

“ข้าขอถามอะไรบางอย่างกับเจ้าได้ไหมเวลโดร ?”

 

ในครั้งนี้กันต์ถามจิตใต้สำจึกของเวลโดรด้วยคำพูดในรูปแบบของตัวเอง เพราะเขาต้องการทราบถึงความจริง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #319 Ramiel D gleam (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 11:13
    นับถือคาเรอัสจริงๆ คงเคารพเวลโดรมาก
    #319
    2
    • #319-1 SuruMaster(จากตอนที่ 152)
      29 มีนาคม 2563 / 15:45
      สุดๆเลยละครับ555
      #319-1
  2. #318 Fikusa (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 10:33
    โอ้ แบบนี้ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีเวลากลับไปร่างต้นแล้ว แต่ต้องมีคนช่วยอยู่ข้างๆสินะ
    #318
    1
    • #318-1 SuruMaster(จากตอนที่ 152)
      29 มีนาคม 2563 / 15:45
      ประมาณนั้นเลยครับ
      #318-1