สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 147 : ภาค 2-บท 47 ทัพลาดตระเวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 684
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    24 มี.ค. 63

จากเหตุผลที่ได้ฟังจากหัวหน้าเผ่าไซเรนแล้ว มันดูเหมือนกับว่าจอมมารอาร์คนอสต้องการที่จะยั่วโมโหเวลโดรยังไงยังงั้น

 

อันที่จริงแล้วเผ่าไซเรนก็อาจจะไม่ได้ต้องการเปลี่ยนเป็นธงของจอมมารเวลโดรให้เป็นธงของจอมมารอาร์คนอส แต่ที่พวกเขาต้องทำก็เพราะถูกบังคับ

 

ผมหวังว่าเวลโดรจะใจเย็นขึ้นมาหน่อย ถึงแม้ว่าปากของเขาจะบอกว่าไม่โกรธ แต่ในใจลึก ๆ ก็น่าจะแค้นมากอยู่พอสมควร

 

บางทีเวลโดรอาจจะจัดเตรียมทุกอย่างไว้เป็นรากฐานสำหรับจอมมารคนต่อไป เพื่อให้จอมมารลำดับถัดไปสามารถครองโลกได้ง่ายขึ้น แต่พอมาเจอจอมมารคนปัจจุบันที่ทำตัวไร้แก่นสารเช่นนี้ ก็เป็นเรื่องยากที่จะสงบจิตสงบใจได้

 

“ข้าสั่งให้เจ้าเงยหน้าขึ้นไม่ใช่รึ” เวลโดรยังคงยืนยันคำเดิม

 

หัวหน้าเผ่าไซเรนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น แต่สายตาของเขายังจ้องลงไปยังพื้นดิน

 

“ข้าไม่คิดจะลงโทษเผ่าของเจ้าเพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ พวกเจ้าทำหน้าที่เฝ้าระวังป้อมปราการได้ดีแล้ว ผู้ที่ผิดอย่างแท้จริงนั่นก็คือจอมมารอาร์คนอส”

 

ในขณะนี้เองหัวหน้าเผ่าไซเรนก็รู้ตัวดีว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเผ่าปีศาจทั้งหมดกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

 

ตลอดเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมาจอมมารอาร์คนอสแทบจะไม่ทำอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นการบุกรุกโลกมนุษย์ หรือคำสั่งบุกโจมตีส่วนใหญ่ก็มีเวรุสที่เป็นคนคิดให้

 

เวรุสนั้นคือผู้นำกองพันปีศาจลำดับที่ 10 เขาเป็นปีศาจอัศวินดำและเป็นผู้คิดแผนโจมตีทั้งหมด โดยให้จอมมมารอาร์คนอสเป็นผู้อนุญาตการโจมตีเพียงเท่านั้น

 

ในแทบทุกวันนี้เผ่าปีศาจก็แทบจะมองไม่เห็นอนาคตอยู่แล้ว เผ่ามนุษย์และเผ่าอื่น ๆ ต่างแข็งแกร่งขึ้นในขณะที่เผ่าปีศาจยังคงอยู่ที่เดิมไม่เจริญรุ่งเรืองสักที

 

โชคดีที่จอมมารเวลโดรได้ปกครองไปแล้วครึ่งโลกก่อนจะโดนผนึก จึงทำให้เผ่าอื่น ๆ จำใจต้องใช้เวลาฟื้นฟูเผ่าพันธุ์ ไม่อย่างนั้นเผ่าปีศาจคงโดนไล่ล้างบางไปแล้ว

 

เมื่อหัวหน้าเผ่าไซเรนจ้องมองไปยังใบหน้าของจอมมารเวลโดรนั้น เขากลับไม่รู้สึกถึงบรรยากาศที่น่าอึดอัดเลยสักนิด มันให้ความรู้สึกเหมือนได้เจอกับชายผู้ที่เป็นราชันอย่างแท้จริง

 

“เจ้าต้องการที่จะเข้าร่วมกับกองทัพของข้าเฉกเช่นเดียวกับบรรพบุรุษของเจ้าเมื่อหนึ่งพันปีก่อนหรือไม่” เวลโดรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงมาดเข้ม

 

แต่ไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรต่อนั้นเอง เสียงตะโกนจากบนป้อมปราการก็ได้ดังขึ้น

 

“พวกมนุษย์กำลังบุกมาแล้ว” ทหารเผ่าไซเลนตนหนึ่งตะโกนเสียงดังลั่นและชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า

 

ในระหว่างนั้นเองเสียงกลองศึกก็ได้ดังขึ้น จากบนป้อมปราการ

 

“ท่านจอมมารเวลโดร เผ่าของข้าจะปกป้องป้อมปราการที่ท่านสร้างขึ้นมานี้ ด้วยชีวิต!”

 

หัวหน้าเผ่าไซเลนยืนขึ้นและโค้งตัวคำนับให้แก่เวลโดร ก่อนที่จะหันหลังกลับไปและตะโกน“ทุกหน่วยประจำที่! เตรียมปืนใหญ่และเวทให้พร้อม!”

 

ณ เกาะลอยฟ้าเหนืออาณาจักรมนุษย์ทางตอนกลางเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าการโจมตี

 

         ผู้นำภาคีแห่งแสง มอส เขายังคงอยู่ที่เกาะลอยฟ้าแห่งนี้ ในตอนนี้เขากำลังยืนอยู่บริเวณลานกว้างหน้าทางเข้าวิหารลอยฟ้า

 

         สายลมกรรโชกแรงกำลังพัดผ่านไปอย่างรุนแรง

 

         ลมที่ปะทะเข้ากับหน้าของมอสหรือชายผู้ที่กำลังยืนหลับตาอยู่นั้นเริ่มเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหว

 

สายลมเริ่มเปลี่ยนทิศจนสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน

 

ในระหว่างนั้นเอง กอส ชายอีกคนผู้เป็น 1 ในผู้นำภาคีแห่งแสงได้ปรากฏตัวขึ้นจากด้านหลังของมอส

 

กอสเองก็เป็นชายวัยกลางคนเช่นเดียวกับมอส แต่ชายคนนี้มีหนวดเคราที่หนากว่ามอสเป็นเท่าตัว อีกทั้งดาบมังกรเงินที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวของกอสนั้นยังเปล่งประกายแสงออร่าสีเทาออกมา

 

ดาบเล่มนั้นคือดาบของผู้กล้าคล็อดที่ใช้ในการปราบจอมมารเวลโดรเมื่อพันปีก่อน

 

“เจ้ากำลังทำอะไรในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้” กอสเอ่ยถามในขณะที่มอสหันหลังให้แก่ตน

 

“สายลมเป็นกำลังให้กับข้า พวกเขากำลังบอกทิศทางที่จอมมารเวลโดรยืนอยู่” มอสตอบกลับ

 

“เวทของเจ้าช่างซับซ้อนเสมอ สมแล้วที่เจ้าได้รับการขนานนามว่าจอมเวทที่แข็งแกร่งที่สุดในภาคีแห่งแสง” 

 

กอสเอ่ยพลางนั่งลงบนเศษซากเสาหินที่ถูกพังทลายลงในระหว่างการต่อสู้ของนักบุญศักดิ์สิทธิ์และจอมมารเวลโดร

 

“กอสเจ้าจงตั้งทัพไว้ที่เมืองแห่งนี้ ส่วนข้าจะนำกำลังออกไปลาดตระเวน” มอสกล่าวเชิงออกคำสั่ง

 

“มันเป็นหน้าที่ของข้าเสมอมอส แต่ข้าอยากแนะนำให้เจ้านำทัพอัศวินเพกาซัสไป”

 

มอสที่ได้ยินดังนั้นก็หันหลังกลับมามองที่กอสด้วยสายตาอันเรียบเฉย

 

เสียงร้องของม้าได้ดังขึ้นจากบนท้องฟ้า พร้อมกับม้าตัวหนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้น

 

มันเป็นม้าเพกาซัสที่มีตัวสีขาวบริสุทธิ์ มันสามารถสยายปีกสีขาวออกมาได้อย่างสวยงาม

 

ม้าเพกาซัสร่อนลงพื้นและเก็บปีกของมัน เมื่อเท้าของมันลงมาเหยียบพื้นดินแล้วนั่นเอง

 

มันค่อย ๆ เดินเข้ามาหามอสและส่งเสียงร้องอีกครั้ง พร้อมทำท่าทางเหมือนกับอยากให้มอสขึ้นขี่

 

“กอส ข้าขอฝากเมืองนี้ไว้กับเจ้า” มอสกล่าลาก่อนที่จะขึ้นขี่ม้าเพกาซัสไป

 

เมื่อม้าเพกาซัสของมอสบินกลับสู่ท้องนภาอีกครั้ง กองทัพม้าเพกาซัสอีกนับพันก็บินตามหลังมอสไป

 

ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นก็คือกองทัพอัศวินม้าเพกาซัส อันเป็นกองทัพที่โด่งดังและแข็งแกร่งที่สุดในภาคีอัศวินแห่งแสง

 

กลับไปที่จอมมารเวลโดร

 

เสียงกลองศึกยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทหารเผ่าไซเรนนับหมื่นทุกคนเข้าประจำที่กันหมดแล้ว แม้แต่หัวหน้าเผ่าไซเรนเองก็ยังขึ้นไปประจำการรบบนกำแพงเช่นกัน

 

ความทรงจำของผมยังดีอยู่ ผมรู้ว่าถ้าพวกมนุษย์ต้องการบุกมาที่นี่พวกเขาต้องผ่านเขตแดนทางตอนบนของก็อบลินและเขตแดนทางตอนล่างของเผ่าโอเกอร์ให้ได้

 

แต่ยังไม่เห็นจะมีสัญญาณจากทั้ง 2 เผ่าว่ามรพวกมนุษย์บุกฝ่าด่านเมืองของตนเข้ามาได้

 

ดังนั้นก็หมายความว่าพวกเขาอาจจะบินมา และสิ่งที่บินได้นั่นก็คือพวกนกหรือไม่ก็ม้าเพกาซัส

 

ทันใดนั้นเองท้องฟ้าก็เริ่มปกคลุมด้วยเงาของม้านับหลายพันตัว และแน่นอนว่านั่นเป็นกองทัพอัศวินเพกาซัสของมอสนั่นเอง

 

เหล่านักรบพาลาดินที่สวมชุดเกราะสีเงินเต็มยศ พร้อมกับหอกยาวสีเงินในมือกำลังควบม้าเพกาซัสอยู่เหนือป้อมปราการทมิฬ

 

เสียงของกลองศึกเริ่มที่จะถี่และรัวขึ้นเรื่อย ๆ  นั่นเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าสงครามกำลังจะเริ่มขึ้น 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #311 Ramiel D gleam (จากตอนที่ 147)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 10:28
    หาเรื่องว่ะ เวลโดรยังทำไรเลย สรุปใครฝ่ายดีฝ่ายร้ายกันแน่ว่ะ
    #311
    1
    • #311-1 SuruMaster(จากตอนที่ 147)
      24 มีนาคม 2563 / 16:11
      ไม่มีใครดีร้ายหรอกครับ พอๆกันหมด
      #311-1
  2. #310 Fikusa (จากตอนที่ 147)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 09:07
    พยายามกระทืบให้ตายน้อยที่สุดละกัน สงสารสาวๆนักบวชที่หวังกับจอมมารไว้ ฮ่าๆๆๆๆๆ
    #310
    1
    • #310-1 SuruMaster(จากตอนที่ 147)
      24 มีนาคม 2563 / 16:10
      ถ้างั้นคงต้องพยายามหนักแล้วละครับ555
      #310-1