สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 145 : ภาค 2-บท 45 ราชันม้าทมิฬ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 722
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    22 มี.ค. 63

เวลโดรจ้องมองไปยังกรงเล็บที่อาบไปด้วยเลือดสีม่วงของตนสักพักก่อนที่จะแทงเข้าไปที่ตัวของม้าทมิฬทันที

 

ม้าทมิฬที่กำลังพยศและบ้าคลั่งนั้นไม่มีความสามารถมากพอที่จะหลบการโจมตีของเวลโดรจึงถูกแทงเข้าไปเต็ม ๆ

 

ทันใดนั้นเองม้าทมิฬก็เริ่มสงบลงและจ้องค้างมาที่เวลโดร

 

ภาพลวงตาของสิ่งที่ม้าทมิฬหวาดกลัวที่สุดยังคงปรากฏให้เห็นม้าทมิฬเห็น

 

เลือดของจอมมารค่อย ๆ ไหลเข้าไปประสานกับเลือดภายในร่างกายของม้าทมิฬ

 

ในเวลาต่อมาม้าทมิฬก็เริ่มขยายขนาดตัวจนสูงถึง 2 เมตร พร้อมกับกล้ามเนื้อที่ดูบึกบึนและแข็งแกร่ง

 

ที่บริเวณหัวของมันเริ่มมีเขสงอกออกมาคล้ายกับยูนิคอร์นเพียงแต่เป็นเขาสีม่วง

 

ที่กีบเท้าของมันก็เริ่มงอกกรงเล็บออกมาอย่างน่าหวดกลัว

 

สายตาของมันมืดมนและเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มจนเกือบดำ

 

เมื่อกระบวนการเปลี่ยนแปลงเสร็จสิ้น มันก็ยืนนิ่งพร้อมกับปลดปล่อยออร่าที่น่าหวาดหวั่นออกมา

 

ลมหายใจสีดำถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง ในตอนนี้มันมีลักษณะภายนอกตรงกับราชันม้าทมิฬอย่างแท้จริง

 

“ราชันม้าทมิฬสามารถมีได้เพียงตนเดียวเท่านั้น และมันจะเป็นสัตว์เลี้ยงของข้า”

 

เวลโดรเอ่ยขึ้นพร้อมกับกระโดดขึ้นขี่หลังราชันม้าทมิฬ

 

[ระบบไม่สามรถลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงได้เนื่องจากตัวละครเวลโดรยังไม่ได้ถูกปลดล็อคด้วยวิธีที่ถูกต้อง]

 

กันต์ในร่างของเวลโดรที่เห็นดังนั้นก็รู้สึกเศร้าใจเล็กน้อยก่อนที่จะพูดออกมา

 

“ได้เวลาเดินทัพของข้าแล้ว คาเรอัส”

 

“ขอรับนายท่าน” ปีศาจโครงกระดูกตอบรับคำสั่งของจอมมาร

 

คาเรอัสไม่รอช้ารีบขึ้นควบขี่ม้าโครงกระดูกทันที และแน่นอนว่าม้าโครงกระดุกตนนี้เป็นม้าที่มีขนาดตัวเล็กกว่าราชันม้าทมิฬไปเกือบเท่าตัว

 

กันต์ไม่เคยมีประสบการณ์ขี่ม้ามาก่อน แต่การขี่ม้าทมิฬนั้นเขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามันเป็นการขี่ด้วยใจ เพียงแค่นึกคิดม้าทมิฬก็ทำตามที่ตนได้คิดไว้อย่างไม่ผิดพลาด

 

นั่นจึงทำให้การขี่ม้านั้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับกันต์ในร่างของเวลโดรอีกต่อไป

 

ทั้งคาอัสและราชันก็อบลินรวมถึงคาเรอัสถูกจัดทัพให้เดินตามอยู่ข้างหลังราชันม้าทมิฬของเวลโดร

 

ในเวลาต่อมาทัพของจอมมารเวลโดรก็ได้เดินทัพเพื่อมุ่งหน้าไปยังป้อมปราการโบราณ

 

ณ เกาะลอยฟ้าเหนืออาณาจักรมนุษย์ทางตอนกลาง

 

         เกาะลอยฟ้าแห่งนี้คือเกาะลอยฟ้าที่กันต์ในร่างจอมมารเวลโดรได้เข้าต่อสู้กับเทพอาเธน่าในร่างของนักบุญศักดิ์สิทธิ์

 

         เกาะแห่งนี้ถึงกับเอียงไปเกือบ 10 องศาเพราะผลจากการต่อสู้ของทั้งคู่

 

         นับตั้งแต่วันนั้นเกาะลอยฟ้าแห่งนี้ก็ไม่เคยได้ตั้งในแนวระนาบขนานกับพื้นอีกเลย

 

         ในตอนนี้เรติน่ากำลังยืนอยู่ข้างเตียงของนักบุญศักดิ์สิทธิ์แห่งอาณาจักรทางตอนกลาง

 

         หลังจากวันที่ได้สู้กับเวลโดรเธอก็ล้มป่วยลงเพราะพลังแห่งเทพที่เกือบจะไม่เหลือของเธอ อาการในตอนนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากเรติน่าที่โดนลูกศรนั่นยิงใส่สักเท่าไหร่

 

         “น้องข้า” นักบุญศักดิ์สิทธิ์แห่งอาณาจักรทางตอนกลางเอ่ยเรียกเรติน่า

 

“ท่านพี่ ท่านต้องรีบพักผ่อนให้หายดีก่อน อย่าพึ่งกล่าวอะไรอีกเลย ท่านก็รู้ว่าพลังชีวิตของพวกเราสัมพันธ์กับพลังแห่งเทพ หากพลังแห่งเทพร่อยหรอพลังชีวิตของเราที่เหลืออยู่ก็ไม่ต่างกัน” 

 

เรติน่ากุมไปที่มือของนักบุญอีกคนด้วยท่าทางอาลัยอาวรณ์

 

“ให้ข้าได้พูดเถอะ มันเป็นเรื่องที่ข้าคิดเท่าไหร่ก็ไม่อาจหาคำตอบได้เสียที”

 

นักบุญที่นอนอยู่บนเตียงนั้นกระแอมไปออกไปสักพักก่อนที่จะพูดต่อ

 

“คำทำนายที่ข้าได้จากเทพอาเธน่า บุคคลตามคำทำนายของเทพเรติอุสเป็นผู้ที่อยู่บนเกาะแห่งนี้มานานนับหลายปี และปัจจุบันก็ยังอยู่ที่เกาะแห่งนี้”

 

เรติน่าทีได้ยินดังนั้นก็เครียดขึ้นมาทันที ทำไมคำทำนายของทั้ง 3 คนไม่ตรงกันล่ะ มันเกิดอะไรขึ้น

 

“ผู้ที่เป็นทุกสรรพสิ่ง ผู้ครอบครองทุกสรรพสิ่ง ท่านผู้นั้นอยู่บนเกาะลอยฟ้าแห่งนี้ เจ้าเชื่อไหมข้าลองทดสอบทุกคนที่อยู่ในเกาะแห่งนี้ทั้งหมดแล้วไม่มีใครที่ถูกต้องตามคำทำนายแม้แต่ผู้เดียว”

 

“ถ้าเช่นนั้นท่านได้พลาดใครไปหรือไม่”

 

“ไม่เลย เพราะเหตุนั้นข้าจึงติดต่อไปหาท่านเทพอาเธน่าอีกครั้ง ท่านเทพได้บอกกับข้าว่ามันเป็นคำทำนายที่ถูกต้องเพราะท่านเองก็ได้รับคำทำนายจากเทพสูงสุดอีกครั้งหนึ่ง แต่ข้าก็พยายามโต้แย้งเจ้ารู้ไหมเพราะอะไร”

 

“ข้า…ไม่ทราบ” เรติน่าตอบกลับ

 

“เพราะบุคคลตามคำทำนายของเทพทั้ง 2 องค์คือจอมมารเวลโดรที่ถูกกักขังในผนึกศักดิ์สิทธิ์ ข้านั่งคิดจนจะกลายเป็นบ้า ทำไมจอมมารเวลโดรถึงกลายเป็นความหวังของพวกเราได้ เขาไม่ใช่รึที่จะต้องการทำลายพวกเรา”

 

เรติน่าที่ได้ยินดังนั้นก็นิ่งเงียบไปสักพักก่อนที่จะพูดขึ้น

 

“ท่านรู้ไหมว่าเวลโดรได้ฆ่าเหล่านักรบพาลาดินไปทั้งหมดกี่คน?” เรติน่าเอ่ยถาม

 

“มันคง…สังหารไปมากหลายชีวิต…ข้ารู้สึกเสียใจเหลือเกินที่ไม่อาจแก้แค้นให้พวกเขาเหล่านั้นได้”

 

“บางทีคำทำนายของท่านเทพอาเธน่าอาจจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะในตอนนั้นเวลโดรไม่ได้สังหารไปแม้แต่ชีวิตเดียว”

 

นักบุญศักดิ์สิทธิ์แห่งอาณาจักรทางตอนกลางที่ได้ยินดังนั้นก็นิ่งค้างไปในทันที

 

“เจ้าพูดจริงรึ...ไม่มีผู้ใดตาย...ไม่มีผู้ใดเสียชีวิต”

 

“เป็นอย่างที่ข้าพูด ไม่มีใครตายอย่างมากเพียงแค่เสียสติไปเท่านั้น ข้าติดว่าจอมมารทั้ง 2 ตนนั้นอาจจะเข้าห้ำหั่นกันเพื่อแย่งชิงอำนาจ จอมมารเวลโดรจึงกลายเป็นความหวังตามคำทำนาย”

 

นักบุญศักดิ์สิทธิ์ทางตอนกลางที่ได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ๋ออกมา

 

“ตั้งแต่ที่โลกของเราเชื่อมต่อกับอีกโลกหนึ่ง ทุกสิ่งอย่างก็ดูผิดเพี้ยนไปหมด”

 

เรติน่าที่ได้ยินดังนั้นก็ทำได้เพียงกุมขมับและจิตตกไปตาม ๆ กัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #308 Fikusa (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 11:17
    ไม่ต้องห่วง ในตอนท้ายคิดว่าโลกสวยด้วยมือกันต์(และระบบ)
    #308
    1
    • #308-1 SuruMaster(จากตอนที่ 145)
      22 มีนาคม 2563 / 14:33
      ถ้าจบดีก็คงงั้นนะครับ 555
      #308-1
  2. #307 sosbanz02466 (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 09:03
    ขอบคุณครับ
    #307
    1
    • #307-1 SuruMaster(จากตอนที่ 145)
      22 มีนาคม 2563 / 14:32
      ขอบคุณครับบบ
      #307-1