สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 139 : ภาค 2-บท 39 อาจารย์เรล์ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 857
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    16 มี.ค. 63

กันต์เองก็คุ้นเคยกับการต่อสู้ด้วยดาบมาแล้วพอตัว ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรับหรือรุกเขาก็มีประสบการณ์ทั้ง 2 อย่าง นั่นจึงทำให้ไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะหลบการโจมตีของเรล์มได้

 

“ถ้าเจ้าเอาแต่หลบ จุดจบที่รออยู่ก็มีเพียงแค่ความตาย”

 

หลังจากที่เรล์มกล่าวจบปลายคมดาบสีเงินก็พุ่งเข้าจ่อที่คอหอยของกันต์แล้ว

 

เพียงชั่วพริบตาเรล์มก็สามารถย่นระยะห่างและคาดเดาการเคลื่อนไหวของกันต์ออก

 

“ประสบการณ์ของเจ้ายังน้อยไป ลองใช้สมาธิให้มากกว่านี้”

 

เรล์มชักดาบกลับและก้าวเท้าถอยหลัง

 

การที่ผมไปสู้กับผู้หญิงคนนั้นในถ้ำ ทำให้มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะหลบการโจมตีของเรล์มแค่ไม่กี่ครั้งเองเหรอ

 

“ไม่ต้องทำหน้าเช่นนั้น สตรีที่เจ้าสู้ด้วยในถ้ำนางไม่ได้ใช้ดาบเป็นอาวุธหลัก การที่เจ้าจะมีประสบการณ์น้อยก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด”

 

นั่นก็หมายความว่ากันต์สามารถเทียบเคียงฝีมือกับสตรีหน้ากากแดงก็เพราะเธอยังไม่ได้เอาจริงด้วยเหตุผลบางอย่างเธอ

 

“เห็นด้วยเหรอครับ ว่าตอนที่ผมเล่นเป็นจอมมารเวลโดรทำอะไรลงไปบ้าง”

 

“ไม่ใช่แค่ข้า แต่เป็นทุกคน พวกเราเห็นทุกอย่างไม่ว่าเจ้าเห็นสิ่งใด พวกเราก็เห็นสิ่งนั้น เอาล่ะเลิกเสียเวลาแล้วฝึกต่อได้แล้ว”

 

เรล์มเอ่ยขึ้นพร้อมกับพุ่งตัวเข้ามาอีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้กันต์เองก็สามารถยกดาบรับการโจมตีของเรล์ม และในบางจังหวะก็เบี่ยงตัวหลบ

 

แต่ทว่ากันต์ยังไม่สามารถหาจังหวะสวนกลับไปได้เลยสักนิด การโจมตีของเรล์มแทบไร้จุดบอด เขาฝึกวิชาดาบมากี่ปีแล้วกันแน่

 

[จิตใต้สำนึกของเครกพยายามบอกให้คุณอย่าพึ่งยอมแพ้]

 

[จิตใต้สำนึกของเวรัคมองความห่างชั้นระหว่างคุณกับเรล์มด้วยสายตาอันเรียบเฉย]

 

[จิตใต้สำนึกของอาร์เซนยังคงหลับใหลเช่นเคย]

 

ผมโอเคกับความคิดของเวรัคกับเครกน่ะ แต่อาร์เซนเขายังมีอารมณ์นอนอยู่อีกเหรอ

 

“เครกสอนเจ้าแล้วไม่ใช่รึ ว่าห้ามเสียสมาธิระหว่างต่อสู้”

 

ปลายคมดาบของเรล์มเฉือนผิวหนังบริเวณต้นคอของกันต์ และฝากรอยแผลบาง ๆ ไว้

 

“ขอโทษครับ ขออีกครั้ง” กันต์ตั้งท่าใหม่โดยเขาลอกวิธีมาจากเรล์ม

 

เรล์มยืนยังไงหันเท้าทางไหน กันต์ลอกเลียนแบบทุกอย่าง

 

“เรียนโดยใช้ข้าเป็นตัวอย่างก็ไม่ใช่วิธีที่แย่นัก” เรล์มเอ่ยสั้น ๆ ก่อนที่จะตวัดดาบ

 

2 ชั่วโมงครึ่งผ่านไป

 

         เรล์มและกันต์ต่างฟาดฟันดาบใส่กันอย่างบ้าคลั่ง เสียงของดาบและประกายไฟที่เกิดขึ้นนั้นแทบจะเป็นวินาทีต่อวินาที

 

         กันต์ได้เข้าใจถึงบางอย่างแล้ว วิชาดาบของเรล์มนั้นไม่มีอยู่จริง เขาเพียงแค่โจมตี โจมตี ไปเรื่อย ๆ เท่านั้น

 

         การโจมตีของเรล์มไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนและตายตัว มันจะเปลี่ยนตัวเองไปตามสภาพของฝ่ายตรงข้าม

 

         “เคร้ง” เสียงของดาบที่เข้าปะทะกันดังขึ้นอีกครั้ง

 

         ในขณะเดียวกันนั่นเองดาบของเรล์มก็ตวัดลงอย่างฉับพลันและฟันเข้าไปในมือของกันต์

 

         เลือดสีแดงสด ๆ ไหลออกมาจากปากแผลที่มือของเขาอย่างชัดเจน

 

กันต์ถึงกับรีบปล่อยมือออกจากดาบและคุกเข่าลง

 

ในครั้งนี้เขาเจ็บจริงและส่งตรงไปถึงสมอง โดยไม่มีการถ่ายโอนความเจ็บปวดสู่สิ่งใดทั้งสิ้น

 

กันต์กัดฟันด้วยความทรมาน เมื่อมองดูให้ดีแล้วจะเห็นได้ว่ามือขวาของกันต์ถูกฟันจนนิ้วแทบขาด

 

ความรู้สึกของเขาชาไปชั่วขณะ เพราะความเจ็บปวดที่รุนแรงเกินไป

 

[ร่างกายของผู้เล่นจะถูกฟื้นฟูโดยอัตโนมัติหากผู้เล่นต้องการเพียงเอ่ยคำว่าฟื้นฟู]

 

“ฟื้นฟู” กันต์รีบพูดออกไปทันที

 

มือที่โชกเลือดเริ่มฟื้นฟูกลับสู่สภาพปกติ และในที่สุดมันก็กลับเป็นเหมือนเดิมเหลือทิ้งไว้เพียงเลือดสีแดงเท่านั้น

 

“หากนี่เป็นสนามรบบาดเจ็บแค่นี้เป็นเรื่องธรรมดา โดนเพียงแผลเดียวถึงกับต้องปล่อยดาบ เจ้ายังไม่มีความอดทนมากพอ”

 

ที่เรล์มพูดมันถูกแล้ว ถ้าเขาไม่รู้จักอดทนกับความเจ็บปวดบ้างสุดท้ายคนที่ตายก็เป็นตัวเขาเอง

 

กันต์ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนและคว้าดาบในมือขึ้นมา

 

การโดนฟันมือทำให้กันต์เข้าใจถึงความจริงอีกเรื่องหนึ่ง แท้จริงแล้ววิชาดาบของเรล์มนั้นก็มีรูปแบบที่แน่นอนอยู่

 

ทั้งช่วงต้นและปลายมีรูปแบบที่ชัดเจน เพียงแต่ตรงช่วงกลางนั้นสามารถยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้

 

ถ้าไม่โดนด้วยตัวเองก็คงไม่มีวันเข้าใจ

 

เมื่อกันต์เงยหน้าขึ้นมองอีกครั้งเรล์มก็ได้หายตัวไปกับลำแสงสีฟ้าแล้ว

 

[เวลาคงเหลือ 0 นาที จิตใต้สำนึกของเรล์มถูกเรียกตัวกลับเรียบร้อย]

 

“มีแต่ต้องทำสินะ” กันต์สูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ และยกดาบขึ้นกรีดแขนตัวเอง

 

การกระทำของเขามันอาจจะดูเหมือนคนบ้า แต่เขาคิดออกแค่วิธีนี้เท่านั้น

 

เลือดไหลออกมาจากปากแผลอย่างช้า ๆ

 

ในการต่อสู้เขาจะเสียสมาธิไม่ได้ หากโดนความรู้สึกเจ็บปวดเข้าเล่นงานจนเผลอปล่อยดาบในมืออีก ผลที่ตามมาก็มีแต่ความตาย

 

กันต์นั่งลงกับพื้นวิหารและเริ่มฝึกดึงมานาออกจากร่างกายอีกครั้งในขณะที่แผลยังเปิดอยู่

 

หลายชั่วโมงผ่านไปกันต์ฝึกแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุดเขาก็ชินกับความเจ็บปวด และมีความสามารถมากพอจะสู้ต่อในสถานการณ์ที่บาดเจ็บได้

 

เรล์มคงเจ็บปวดและทรมานมากในตอนที่เขาใช้ร่างของเรล์มเข้าต่อสู้กับดันเต้ มันเป็นความเจ็บปวดที่กันต์ไม่มีวันได้รู้สึกถึง

 

เพราะสิ่งที่ร่างของเรล์มเจอในวันนั้นมันก็เท่ากับก้าวไปสู่ความตายเกือบสมบูรณ์ หยดโลหิตไร้มลทินนั้นเป็นทักษะที่ต้องทนกับความเจ็บปวดในระยะเวลาที่ยาวนาน หากทนไม่ได้มันก็จะกลายเป็นเพียงทักษะที่ไร้ประโยชน์

 

ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่ได้ต้องการอะไรเช่นนั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #289 Fikusa (จากตอนที่ 139)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 11:22
    เจ็บแล้วจำคือคนเจ็บแล้วทนคือเทพ
    #289
    3
    • #289-1 besdcom(จากตอนที่ 139)
      16 มีนาคม 2563 / 18:37
      เพลงลอยมาเลย
      #289-1
    • #289-2 SuruMaster(จากตอนที่ 139)
      16 มีนาคม 2563 / 19:20
      555เหมือนจะเป็นไปได้หลายเพลงเลยนะครับ แค่เปลี่ยนคำสุดท้าย
      #289-2