สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 126 : ภาค 2-บท 26 สาสน์มังกรทอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,028
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 139 ครั้ง
    3 มี.ค. 63

“สาสน์มังกรทองถูกปลุกแล้ว อีกไม่นานทุกอาณาจักรก็จะได้รับรู้ว่าจอมมารเวลโดรสามารถหลบหนีออกมาจากผนึกศักดิ์สิทธิ์”

 

สาสน์มังกรทองเมื่อถูกใช้งานแล้ว จะทำให้ท้องฟ้ามืดครึ้มพร้อมกับละอองมานารอบ ๆ ที่รวมตัวกันเป็นรูปร่างของมังกรสีทอง โบยบินอยู่ภายใต้หมู่เมฆ

 

มังกรทองเปรียบดั่งสิ่งมีชีวิตแทบทุกเผ่าที่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้

 

และท้องฟ้าที่มืดครึ้มก็เปรียบดั่งความมืดหรือเผ่าปีศาจที่กำลังย่างกรายเข้ามา

 

มันเป็นกระบวนการทำงานของวงเวทอันซับซ้อนที่ถูกสลักไว้ในแท่นบูชาเทพเจ้ามังกรทองรีได้อัส

 

ไม่ว่าจะเป็นเผ่าไหน ๆ ก็สามารถเข้าใจและคาดเดาความหมายของสัญญาณนี้ได้ เพราะมันมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ข่าวเรื่องนี้แพร่กระจายไปทั่วทั้งโลก

 

การปราบจอมมารเวลโดรย่อมเป็นข่าวใหญ่และไม่ว่าผู้กล้าคล็อดจะทำอะไรก็ย่อมเป็นข่าวใหญ่เสมอ

 

เมื่อจอมมารเวลโดรหลุดออกมาจากผนึก วงเวทภายในแท่นบูชาก็จะทำงานโดยอัตโนมัติ ถึงแม้เวลาจะผ่านไปนับพันปีวงเวทนี้ก็ยังคงสามารถใช้การได้

 

แต่สำหรับกันต์นั้น เขาเล่นเกม Farness World มาถึงแค่ตรงที่ฆ่าจอมมารเวลโดรได้สำเร็จเท่านั้น

 

ส่วนจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้นกันต์เองก็ไม่ทราบเช่นกัน

 

ทำให้กันต์ไม่รู้เลยว่าเนื้อเรื่องต่อจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และแท่นบูชาเทพเจ้ามังกรรีไดอัสก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

ในขณะเดียวกันนั่นเอง เสียงเดินของใครบางคนก็ดังขึ้นในห้องโถงใหญ่

 

เสียงเดินนั้นดังขึ้นพร้อมกับเสียงของบางสิ่งที่กระทบกับพื้นเป็นระยะ ๆ

 

จอมมารคนปัจจุบันอาร์คนอสถอนสายตาออกจากท้องฟ้า และจ้องมองไปยังบุคคลตรงหน้า

 

“ทำไมเจ้าต้องเรียกข้ากลับมา อาร์คนอส” น้ำเสียงที่ปนไปด้วยอารมณ์โกรธของชายคนหนึ่งดังขึ้น

 

จอมมารอาร์คนอสตอบกลับบุคคลตรงหน้าด้วยการส่งสายตามองไปบนท้องฟ้าข้างนอกปราสาทผ่านหน้าต่างออกไป

 

เมื่อชายตรงหน้าเห็นดังนั้นก็เดินออกขวาเพื่อมองไปยังด้านนอกหน้าต่าง

 

แสงอาทิตย์อันบางเบาฉาดแสงลงมาปรากฏให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลา

 

ใช่แล้วเขาคือลูซิเฟอร์ผู้นำกองพันปีศาจลำดับที่ 1 ตอนนี้ในมือของเขากำลังถือเคียวสีดำทมิฬ

 

เพียงไม่กี่วินาทีที่ลูซิเฟอร์ได้มองก็เข้าใจขึ้นมาทันทีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น

 

“จอมมารลำดับที่ 3 เวลโดรหลบหนีออกจากผนึกศักดิ์สิทธิ์สำเร็จแล้ว แต่เจ้ากำลังคิดจะทำอะไรอาร์คนอส?”

 

ลูซิเฟอร์ส่งสายตาทิ่มแทงไปยังจอมมารอาร์คนอสที่นั่งอยู่บนบัลลังก์

 

“ข้าก็จะทำในสิ่งที่พวกเจ้าอยากให้ข้าทำมาตลอด อีกไม่นานเกินรอพวกเจ้าเกือบทุกคนก็จะสมปรารถนา”

 

จอมมารอาร์คนอสตอบกลับด้วยน้ำเสียงอันเรียบเฉย

 

“พวกเทพเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว เจ้าจะทำอะไรก็ระวังตัวให้ดี” ลูซิเฟอร์กล่าวลาเป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่จะเดินจากไป

 

“เจ้ารู้ใช่ไหมลูซิเฟอร์ สิ่งที่ข้าอยากให้เจ้าทำมันคืออะไร” อาร์คนอสกล่าวรั้งลูซิเฟอร์ไว้

 

“ข้ารู้ดี ไม่ต้องย้ำให้มาก และขอให้จำไว้ด้วยว่าข้าไม่ใช่คนรับใช้ของเจ้า สำหรับข้าเจ้าก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเท่านั้น”

 

กลับไปที่กันต์ในร่างเวลโดร

 

         เมื่อผมลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบว่าตัวเองมาอยู่ในถ้ำแล้ว

 

         สถานที่ที่ผมต้องการไปคือถ้ำนภาทมิฬ มันเป็นถ้ำที่อยู่ไม่ได้อยู่ในเขตของเผ่าไหนทั้งนั้น อีกทั้งยังถูกปกปิดเป็นความลับ แทบจะไม่มีใครรู้ว่ามีถ้ำนี้อยู่บนโลก

 

         ในเกมFarness World ถ้ำนี้เคยปรากฏอยู่ในฉากเนื้อเรื่อง ในตอนที่เวลโดรกำลังหนีจากการไล่ล่าของเทพลูซิเฟอร์

 

         ใช่แล้วเทพลูซิเฟอร์แบบที่มาเป็นตัวเป็นตน ไม่ได้มาแค่จิตใจ ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเทพสวรรค์ลูซิเฟอร์ถึงสามารถลงมาไล่ล่าบนโลกได้แบบนี้

 

         ตามปกติแล้วพวกเทพจะมายุ่งเรื่องที่เกิดขึ้นในมิตินี้ไม่ได้เด็ดขาด แต่ไม่ใช่กับกรณีของลูซิเฟอร์

 

         ผมจำฉากเนื้อเรื่องนั้นได้ดี มันเป็นความอัปยศที่สุดของเวลโดร การถูกไล่ล่าจนต้องหนีมาหลบที่ถ้ำนภาทมิฬนี้

 

         ไม่รู้เหมือนกันว่าพันปีต่อมาลูซิเฟอร์จะเป็นยังไงบ้าง ตอนนี้ก็น่าจะมีชีวิตอยู่

 

         ภายในถ้ำแห่งนี้ไม่มีแสงสว่างเล็ดลอดเข้ามาแม้แต่น้อย มีเพียงความมืดที่ปกคลุมรอบ ๆ

 

         ข้อดีของถ้ำนี้คือมันเต็มไปด้วยละอองมานาที่อัดแน่น เหมาะสำหรับการฝึกร่ายเวทและฟื้นฟูมานา

 

         สำหรับผมที่นี่ก็น่าจะปลอดภัยมากที่สุดแล้ว เหตุผลที่ผมไม่เลือกไปต่างโลกก็เพราะมันไม่มีที่ไหนปลอดภัยเลย

 

แต่ตอนนี้อีกปัญหาหนึ่งก็คือใครจะมาใช้งานผนึกศักดิ์สิทธิ์เพื่อผนึกร่างจอมมารเวลโดรกัน

 

         สายตาของผมในร่างของเวลโดรสามารถมองผ่านเข้าไปในความมืดได้ชัดราวกับตอนกลางวัน

 

         แต่ที่กำลังสงสัยคือทำไมผมถึงได้ยินเสียงเดินกับเสียงตวัดดาบ

 

         ในชั่วพริบตาถัดมาคมดาบสีแดงก็พุ่งโจมตีเข้ามาจากทางด้านหลัง

 

         โชคดีที่เวลโดรไหวตัวทัน เขารีบหันหลังกลับและใช้มือของตัวเองคว้าปลายดาบไว้

 

         กันต์ตั้งใจจะบีบให้ดาบแตกคามือไปแต่ทว่าดาบเล่มนี้เป็นระดับตำนานเช่นเดียวกับกรงเล็บของเวลโดร จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำเช่นนั้น

 

         “ทำร้ายคนพึ่งพบหน้ากันเช่นนี้ เจ้ามันช่างไร้มารยาทเสียจริง”

 

         ใบหน้าของผู้หญิงตรงหน้าถูกปิดบังไว้ด้วยหน้ากากสีแดงเข้มและมีลวดลายคล้ายกับดาบในมือของเธอ

 

         ดาบคู่สีแดงเข้มราวกับเปลวเพลิงนั้นเป็นอาวุธที่มีนามว่า ดาบคู่ระบำเพลิง มันเป็นดาบที่มีทักษะเกี่ยวกับเวทไฟติดอยู่กับตัวอาวุธและมันเป็นระดับตำนาน 

 

         “ทำไมร่างเงาที่ไร้ชีวิตอย่างเจ้าถึงสามารถพูดได้?”เธอพึมพำคำถามออกมาเบา ๆ เหมือนกับไม่ต้องการให้เวลโดรได้ยิน

 

         ถึงแม้ในตอนนี้เธอกำลังถามเวลโดรอยู่ แต่มือทั้ง 2 ข้างก็กำลังเหวี่ยงดาบโจมตีเข้ามาแบบไม่ยั้ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 139 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #261 danayapat123 (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 12:30
    ในหัวมีเเต่คำว่า งง
    #261
    1
    • #261-1 SuruMaster(จากตอนที่ 126)
      3 มีนาคม 2563 / 14:29
      แน่นอนครับ เรื่องนี้มีแต่ปริศนา555
      #261-1
  2. #260 Fikusa (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 09:58
    เบื้องลึกเบื้องหลังเยอะจริงๆ
    #260
    1
    • #260-1 SuruMaster(จากตอนที่ 126)
      3 มีนาคม 2563 / 14:29
      ไม่เยอะก็ไม่ใช่เรื่องนี้ละครับ555
      #260-1