สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 125 : ภาค 2-บท 25 สงครามเอดัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,011
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 143 ครั้ง
    2 มี.ค. 63

ผมเลือกเวรุสไปเป็นคนนำทัพในตอนนั้น เพราะพอดีว่ามันเป็นฉากเนื้อเรื่องที่มีตัวเลือกแค่คาเรอัสกับเวรุส

 

ในวันนั้นผมจำได้ว่าวันนั้นเป็นวันที่ผมนั่งค้างอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นชั่วโมง

 

ในทุกครั้งที่เกมมีตัวเลือกแบบนี้มาให้มันก็มักจะส่งผลต่อเนื้อเรื่องของเกมเสมอ

 

บางครั้งผมก็เคยสงสัยว่าเกมนี้มันมีฉากจบกี่แบบกันแน่ หรือทุกตัวเลือกมีจุดหมายปลายทางเดียวกัน

 

สุดท้ายผมก็โทรเรียกเพื่อนสนิทหรือก็คือไอ้นนท์มาที่บ้านและช่วยกันคิดถึงตัวเลือกที่ถูกต้อง

 

นนท์บอกกับผมว่าเวรุสไม่เคยคุมกองทัพใหญ่ ๆ เขาต้องแพ้แน่

 

ผมเลยตอบกลับไปว่าเกมFarness World มันคงไม่สมจริงขนาดนั้นหรอกมั้ง มันเป็นแค่เกมแผ่นเอง

 

แน่นอนผมเลือกเวรุสเพราะเขาดูเก่งกว่าและจริงจัง แต่สุดท้ายก็คิดผิด ผมน่าจะฟังคำเตือนของนนท์

 

เกมนี้มันเป็นอย่างที่นนท์เคยพูดไว้ มันสมจริงเกินไป มันมีระบบที่เยอะเกินไป มันมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่ก้าวล้ำกว่าวงการเกมในปัจจุบัน

 

มันเหมือนกับเป็นเกมที่มาจากอนาคต และคำตอบสุดท้ายที่ได้คือ

 

แน่นอนผมเลือกเวรุสเพราะเขาดูเก่งกว่าและจริงจัง แต่สุดท้ายก็คิดผิด ผมน่าจะฟังคำเตือนของนนท์

 

แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลต่อเนื้อเรื่องหลักของเกมมากนัก ไว้ผมจะเล่าเรื่องสงครามเอดันอีกถ้ามีโอกาส

 

ในระหว่างที่เถียงกับเวลโดรผมก็เก็บของในวิหารสมบัติลอยฟ้าจนเกลี้ยง ถึงแม้มันจะมีอะไรไม่ค่อยมากก็เถอะ

 

และในหีบกล่องสุดท้ายนั่นเอง มันเป็นกล่องสีทองที่ถูกประทับด้วยตราของเทพ 3 องค์ คือเรติอุส อัลเมเนีย และอาเธน่า

 

มันเป็นกล่องที่ดูหรูหราและสวยงามที่สุดในหมู่กล่องสมบัติทั้งหมด

 

เมื่อกล่องถูกเปิดออกก็ปรากฏให้เห็น ลูกโลกสีทองขนาดเท่ากำมือ มันมีวงแหวนสีทอง 2 วงที่กำลังหมุนวนรอบ ๆ ไปอย่างต่อเนื่อง

 

บางทีเจ้าวงแหวนของสิ่งนี้อาจจะหมุนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานับพันปี เพื่อรอเวลาที่จอมมารเวลโดรจะได้ออกมาจากผนึกอีกครั้ง

 

จิตใต้สำนึกของเวลโดรที่เห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนที่จะพูดขึ้น “ผนึกศักดิ์สิทธิ์อีกอันหนึ่งรึ พวกมนุษย์ก็กลัวข้ากันเสียเหลือเกิน”

 

ใช่แล้ว อย่างที่จิตใต้สำนึกของเวลโดรพูดไว้ มันคือตั๋วเบิกทางเพื่อกลับไปยังร่างต้นของผมนั่นเอง

 

ผมเลือกที่จะเก็บสิ่งนี้ไว้ในคลังก่อน และเดินกลับไปยังส่วนกลางของวิหารลอยฟ้า

 

“จุดวาร์ปรูปแบบพิเศษ” 

 

ผมกำลังพูดถึงวงเวทเคลื่อนย้ายข้ามมิติที่ถูกเขียนวางไว้ใต้โลงศพกลางวิหาร

 

ถ้ายังจำกันได้ผมเคยใช้มันในตอนที่เล่นเป็นเวรัคครั้งแรก

 

วิธีใช้ก็เหมือนเดิม พยายามนึกภาพในหัวถึงสถานที่ ที่ต้องการไปให้ชัดเจน

 

มันถูกโลงศพอะไรก็ไม่รู้วางทับวงเวทไว้อยู่และถ้าฝืนใช้วงเวทเคลื่อนย้ายไปตอนนี้โลงศพนี่ก็จะข้ามมิติไปพร้อมกับผมด้วย

 

เอาจริง ๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกแค่เอาโลงศพไปเดียวคงไม่ใช่เรื่องใหญ่

 

และผมก็ไม่สามารถเอาโลงศพนี่เก็บไว้ในคลังได้เช่นกัน น่าจะเป็นเพราะมันมีขนาดที่ใหญ่เกินไป

 

ผมใช้ร่างของเวลโดรเดินเข้าไปใกล้ ๆ โลงศพและเริ่มกระบวนการร่ายเวทเพื่อใช้วงเวทเคลื่อนย้าย

 

ตอนนี้ผมมีปัญหาอยู่ หนึ่งคือการจะใช้ผนึกศักดิ์สิทธิ์นั้นจำเป็นต้องให้คนที่มีเลเวลอย่างต่ำ 90 มาผนึกให้

 

ในสถานการณ์ปัจจุบันคือผมทำไม่ได้และไม่มีใครทำได้ด้วยในตอนนี้

 

และการปล่อยให้ร่างของเวลโดรถูกผนึกที่นี่ไปอีกครั้งมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก ทางที่ดีไปผนึกที่อื่นจะดีกว่า

 

“ข้าจะไม่ถามว่าเจ้าจะไปที่ไหน แต่ข้าขอเตือนว่าหากเจ้าคิดจะผนึกข้า เรื่องของเราคงไม่จบลงง่าย ๆ” จิตใต้สำนึกของเวลโดรเตือนออกมาด้วยความหวังดี

 

หลังจากที่เวลโดรกล่าวจบวงเวทก็เรืองแสงออกมา พร้อมกับนำพาร่างของเวลโดรและโลงศพข้ามมิติไป

 

ที่สมาคมการค้าดาบสีคราม เมื่อไม่กี่นาทีก่อน

 

          เรย์รีบวิ่งออกไปดูสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นข้างนอกด้วยความวิตกกังวล

 

          ในเวลานี้เป็นยามบ่าย แต่ท้องฟ้านั้นกลับเต็มไปด้วยเมฆสีเทาเข้มกระจายตัวไปทั่ว

 

          บริเวณทางทิศเหนือของเมืองนั้นปรากฏให้เห็นเงาของมังกรขนาดใหญ่ที่กำลังโบยบินอยู่ในท้องนภาภายใต้หมู่เมฆ

 

          เสียงคำรามของมังกรตนนั้นดังกึกก้องไปเกือบทั่วทั้งโลก พร้อมกับเสียงฟ้าร้องที่ดังตามมาเป็นระยะ ๆ

 

          ผู้คนที่ได้ยินเสียงคำรามของมังกรล้วนพากันฉงนและสงสัยในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

 

          “มันเป็นสัญญาณของผู้กล้าคล็อด” เสียงของเรติน่าที่ดังมาจากข้างหลัง

 

          เรติน่าพยายามเดินออกมาดูข้างนอกในขณะที่ตนกำลังตกอยู่ในอาการปวดหัว

 

          “เมื่อหนึ่งพันปีที่แล้วผู้กล้าคล็อดได้สร้างแท่นบูชาเทพเจ้ามังกรทองรีไดอัสไว้ และสร้างข้อตกลงร่วมกับทุกอาณาจักร”

 

          เรย์ที่ได้ยินดังนั้นก็หันหลังกลับมามองที่เรติน่าแทบจะทันที “หรือว่านั่น...คือสาสน์มังกรทอง”

 

          เรติน่าผงกหัวเบา ๆ เพื่อยืนยันคำพูดของเรย์

 

“ข้าต้องรีบกลับไปเกาะลอยฟ้า ถ้าหากท่านเครกกลับมาก็ฝากบอกท่านด้วยว่าข้าอยู่ที่อาณาจักรทางตอนกลาง”

 

เรย์รับคำของเรติน่าและหันหลังไปมองยังฟากฟ้าเพื่อยืนยันสิ่งที่เห็นด้วยตาตนเองอีกครั้ง

 

ณ ปราสาทแห่งหนึ่ง

 

          บรรยากาศรอบปราสาทนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศที่น่าอึดอัดและวังเวง ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนมันก็ล้วนสร้างบรรยากาศที่กดดันได้เสมอ

 

          ภายในห้องโถงอันกว้างใหญ่นั้นมีเพียงบุคคลคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ ส่วนบนบัลลังก์นั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน

 

          ปีศาจผู้มีใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพกำลังปรายสายตามองไปยังด้านนอกหน้าต่าง

 

          สายตาอันเรียบเฉยของเขาจ้องมองไปยังเงาของมังกรภายใต้หมู่เมฆอันมืดครึ้ม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 143 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #269 SKYOriginal (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 18:18
    มันคือ
    #269
    1
    • #269-1 SuruMaster(จากตอนที่ 125)
      7 มีนาคม 2563 / 18:56
      ถ้าหมายถึงสาสน์มังกรทองก็คงรู้แล้วใช่ไหมครับ
      #269-1