สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 123 : ภาค 2-บท 23 การประชุมในรอบร้อยปี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,041
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 140 ครั้ง
    29 ก.พ. 63

“การคืนชีพของสิ่งที่ควรจะตายไปแล้วนั้นไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา ท่านเทพสูงสุดบอกว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้น” เรติอุสเกริ่นนำ

 

"การคืนชีพก็เปรียบเสมือนการฝืนกฏธรรมชาติ แต่ข้าเองก็ไม่เข้าใจว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างมันวุ่นวายไปหมดตั้งแต่ที่โลกใบนี้ได้ถูกเชื่อมต่อเข้ากับโลกจากอีกมิติหนึ่ง"

 

เทพแห่งธรรมชาติเอริคกล่าวขึ้น

 

“ในตอนนี้ที่เรายืนยันได้คือ เครก เรล์ม เวรัค ทั้ง 3 เคยมีชีวิตอยู่เมื่อพันปีที่แล้ว แต่กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งได้ มีใครหาข้อมูลเพิ่มเติมได้อีกไหม?”

 

เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ อัลเมเนีย แย้งขึ้นมาทันที

 

“เรติอุส เจ้ามั่นใจได้ยังไงว่าพวกเขาคืนชีพกลับมาจริง ๆ?”

 

“เครก กับเรล์มข้ายืนยันให้ได้ แต่สำหรับเวรัคเองก็เช่นกัน--ทหารเชิญตัวเทพจีอัสมา”

 

ในครึ่งประโยคแรกเรติอุสเอ่ยตอบอัลเมเนีย แต่ครึ่งประโยคหลังเขาหันไปพูดกับทหารที่ประจำการอยู่โดยรอบ

 

หลังจากนั้นไม่นานเทพจีอัสผู้อ้างว่าเวรัคเป็นรักแรกของตนก็เดินมาร่วมการประชุม

 

จีอัสนั่งลงบนเก้าอี้และพูดด้วยเสียงตะกุกตะกัก

 

หลังจากที่เทพเรติอุสในร่างของรูปั้นได้ต่อสู้กับเรล์มเสร็จ เขาก็รีบปลีกตัวกลับมาหาจีอัสและเอริคทันที

 

กาต่อสู้ดำเนินไปอีกสักพักจนกระทั่งเทพจีอัสขอให้หยุด 

 

และแน่นอนว่าหลังจากนั้นเทพจีอัสก็ถูกบีบคั้นอย่างหนักเพื่อให้บอกว่าทำไมเวรัคถึงคืนชีพกลับมาได้

 

“เวรัคกลับมามีชีวิตแล้วจริง ๆ ทั้งเอริคและอิครอสก็ยืนยันให้ข้าได้” 

 

เทพเอริคและอิครอสผงกหัวเบา ๆ เพื่อส่งสัญญาณว่าที่จีอัสพูดมานั้นเป็นความจริง

 

“หลังจากที่นางเสียชีวิต ข้าก็ผนึกนางไว้ในผนึกเหมันต์นิรันดร์” จีอัสพูดด้วยน้ำเสียงที่ตะกุกตะกักยิ่งกว่าเดิม

 

ทันใดนั้นเองหอกน้ำแข็งนับสิบก็ได้พุ่งตรงและหยุดลงต่อหน้าจีอัส

 

พวกมันกำลังหมุนวนรอบ ๆ ต้นคอของจีอัสอย่างช้า ๆ และเตรียมพร้อมเจาะทะลุเนื้อเยื่อเหยื่อของมันทุกเมื่อ

 

เทพเรติอุสเห็นสถานการณ์เริ่มไม่เข้าท่าจึงรีบเข้าควบคุมสถานการณ์ทันที

 

“เทพอิครอส ข้าเข้าใจความรู้สึกของท่าน แต่กรุณาใจเย็นก่อน ที่นี่คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์”

 

สำหรับอิครอสแล้ว เวรัคก็เป็นเหมือนศิษย์เอกผู้มีตำแหน่งคือสืบทอดความสามารถและวิชาของเธอ

 

การที่ลูกศิษย์ของตนเองถูกทำเช่นนี้ก็เป็นธรรมดาที่จะโมโห

 

“จีอัส เจ้าไม่ได้ทำอะไรผู้สืบทอดของข้าใช่ไหม?” อิครอสถามด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นเคือง

 

“ท่าน…ก็รู้ดีว่าผนึกเหมันต์นิรันดร์จะใช้ได้กับหญิงสาวพรหมจรรย์เท่านั้น…ข้าแทบจะไม่ได้แตะต้องร่างของนางเลย”

 

หอกน้ำแข็งเริ่มละลายกลายเป็นน้ำและระเหยกลับไปสู่อากาศ

 

เรติอุสถอนสายตาจากจีอัสเพื่อกลับมามองที่อิครอส

 

“เนื่องจากเทพจีอัสกระทำผิดบัญญัติแห่งทวยเทพ เขาจะถูกนำตัวไปจองจำที่คุกเทพสวรรค์หลังจากที่การประชุมนี้จบลง”

 

บัญญัติแห่งทวยเทพคือบัญญัติที่มีเอาไว้เป็นกฎหมายของภพแห่งนี้ ภาพรวมของมันก็ไม่ค่อยต่างจากกฎหมายสักเท่าไหร่

 

สิ่งที่ถูกเขียนไว้ในบัญญัติหลัก ๆ คือห้ามยุ่งเกี่ยวกับมิติใด ๆ ทั้งสิ้น ยกเว้นแต่จะถูกฝั่งนั้นอัญเชิญจิตวิญญาณไป

 

นั่นก็จะมีความหมายได้ว่าเทพจะไม่สามารถรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นบนโลกได้ นอกเสียจากจะถูกทางโลกติดต่อไป

 

“ไม่ใช่แค่พวกนั้นที่คืนชีพกลับมา” เทพอาเธน่าที่นั่งเงียบมาตลอดตั้งแต่เริ่มประชุมได้เอ่ยขึ้น

 

“จอมมารลำดับที่ 3 เวลโดรออกมาจากการคุมขังของผนึกศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จ”

 

เทพทั้งองค์ประชุมที่ได้ยินดังนั้นก็เริ่มแสดงท่าทีจริงจังขึ้นมาทันที

 

“เทพอาเธน่าท่านมีสิ่งใดจะยืนยัน” เรติอุสรีบถามออกไปทันควัน

 

อาเธน่าร่ายเวทบางอย่างออกมา วงเวทสีทองปรากฏบนโต๊ะทองคำและฉายภาพออกมา

 

มันเป็นสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ในขณะที่การต่อสู้ของเธอและเวลโดรเริ่มขึ้น

 

“เขาดูอ่อนแอกว่าเมื่อก่อน” เทพแห่งธรรมชาติ เอริค แสดงความคิดเห็น

 

“ข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะผนึกมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่เรื่องที่เรายืนยันได้ในตอนนี้คือเรื่องนี้ต้องมีบางสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล” อาเธน่าตอบกลับ

 

“ตามที่เทพอาเธน่าได้กล่าวไว้ ข้าเทพเรติอุสต้องการความช่วยเหลือจากเทพทุกองค์ให้………”

 

กลับไปที่กันต์ในร่างของเวลโดร

 

          เกราะสีดำทมิฬที่ถูกทอดทิ้งอย่างไม่ใยดีระหว่างการต่อสู้ ในตอนนี้พวกมันก็กลับมาประดับบนร่างกายของเวลโดรดังเดิมแล้ว

 

          ในระหว่างที่เวลโดรกำลังพักเหนื่อยเขาก็เรียกเหงื่อแห่งธรรมชาติออกมาดื่มทั้งหมดคลัง หรือจนไม่สามารถเรียกออกมาได้อีก

 

กันต์ไม่ได้มีระบบเกมคอยบอกและอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น นั่นทำให้ชีวิตของเขาลำบากอยู่พอตัว

 

          เหงื่อแห่งธรรชาติหลายขวดมีประสิทธิภาพการฟื้นฟูที่ไม่สูงมากนักเพราะมันเป็นแค่น้ำยาฟื้นฟูระดับกลางเท่านั้น

 

          สำหรับตัวละครเวลโดรที่มีเลเวลถึง 90 แล้วนั้น การดื่มเหงื่อแห่งธรรชาติเข้าไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากมายเท่าไหร่

 

          แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยฟื้นฟูบาดแผลจากการที่ถูกหอกแทงได้ในระดับหนึ่ง

 

“อีกไม่นานพวกมันก็จะพังหนามทมิฬเข้ามาได้ เจ้าอยากจะทำอะไรก็รีบทำเจ้ามนุษย์” จิตใต้สำนึกของเวลโดรกล่าวเตือน

 

          กันต์ที่ได้ยินดังนั้นก็ใช้ร่างของเวลโดรเดินหน้าเข้าไปภายในวิหารลอยฟ้าสมบัติแสงอย่างรวดเร็ว

 

          ภายในวิหารนั้นมีผนังที่ถูกทำด้วยทองคำและเงิน ตรงกลางของวิหารมีโลงศพทองคำถูกตั้งอยู่

 

          รอบ ๆ โลงศพถูกล่ามไว้ด้วยโซ่สีทองคล้ายกับที่นักบุญใช้สู้กับเวลโดรเมื่อไม่นานมานี้

 

          เวลาที่ผ่านไปนับพันปีก็ไม่ได้ทำให้ความสวยงามของวิหารลดลงไปเลยแม้แต่น้อย

 

          อีกทั้งทุกสิ่งยังดูใหม่ราวกับพึ่งมีคนมาปัดกวาดทำความสะอาดไปไม่นาน

 

          “ในตอนที่เล่นเกมอยู่เราเคยมีของแบบนี้ด้วยเหรอ?” กันต์เอ่ยถามตัวเองในใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 140 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #258 Fikusa (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:50
    ก็ยังอยู่ในประเด็นว่าใครคุมระบบอยู่
    #258
    3
    • #258-2 danayapat123(จากตอนที่ 123)
      29 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:17
      พวกเทพเหมือนจะตกไปหลายข่าวเลย
      #258-2
    • #258-3 SuruMaster(จากตอนที่ 123)
      1 มีนาคม 2563 / 20:43
      พวกเทพตกข่าวไปเยอะเลยละครับ 555
      #258-3