สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 120 : ภาค 2-บท 20 ปะทะร่างสถิตเทพสงคราม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 131 ครั้ง
    26 ก.พ. 63

กันต์เริ่มหวนคิดไปถึงวิธีการร่ายเวทที่อาจารย์ฟอร์ดเคยสอนไว้ ดึงมานาออกมาจากร่างและควบคุมให้อยู่ในกำมือ

 

พร้อมกันกับจินตนาการถึงภาพของอาวุธที่ต้องการให้เหมือนกับที่เคยทำในตอนที่ใช้เพลซเบลด

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองโล่สีม่วงก็ได้ปรากฏขึ้นบนแขนซ้ายของเวลโดร

 

มันเป็นโล่ที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับโล่ป้องกันของพวกตำรวจแต่มีขนาดที่เล็กกว่า

 

ส่วนที่มือขวาของเวลโดรนั้นก็ไม่ได้มีอาวุธอะไรมีเพียงมือกับกรงเล็บสีม่วงเท่านั้น

 

ทันใดนั้นเองนักบุญก็พุ่งเข้ามาโจมตีด้วยความเร็วสูงสุด พร้อมกับหอกสีทองในมือแทงออกมาด้วยความรุนแรง

 

เมื่อหอกและโล่ปะทะกันนั้นก็ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ

 

อาวุธที่เกิดจากมานา เมื่อพวกมันเริ่มแตกสลายหรือมีรอยร้าว มันก็สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ด้วยมานา

 

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมอาวุธที่เกิดจากมานาถึงมีความแข็งเทียบเท่ากับอาวุธระดับตำนาน

 

แต่ข้อเสียของอาวุธประเภทนี้คือ มันจะไม่มีทักษะติดมากับตัวอาวุธ อย่างเช่นคนดาบตะวันก็ยังมีอาทิตย์อัสดงเป็นเวทที่ติดมากับตัวอาวุธ

 

เวลโดรใช้โล่เบี่ยงการโจมตีของหอกไปและใช้มือขวาร่ายเวท

 

“เพลิงปีศาจทมิฬ” เวลโดรร่ายเวท

 

เปลวไฟสีดำโหมเข้าโจมตีนักบุญด้วยความรวดเร็ว แต่นั่นมันก็ยังช้าเกินไปเพราะเธอสามารถยกโล่เข้าตั้งรับได้ทัน

 

ปีกคู่สีขาวที่ติดอยู่หลังนักบุญเริ่มกระพือด้วยความรวดเร็วและนั่นก็ส่งผลให้ความเร็วของนักบุญเพิ่มขึ้น

 

เธอพุ่งตัวเข้ามาอย่างรวดเร็วอีกครั้งโดยแหวกการโจมตีด้วยเวทเพลิงของเวลโดรเข้ามา

 

เพลิงปีศาจทมิฬไม่สามารถทำอะไรนักบุญที่กำลังใช้เวทเทพจุติได้แม้แต่น้อย

 

เวลโดรหยุดใช้เวทเพลิงปีศาจทมิฬและกลับมาตั้งโล่ป้องกันเช่นเคย

 

การต่อสู้ระหว่างทั้ง 2 บนท้องฟ้าเปรียบได้กับดวงดาว 2 ดวงที่กำลังพุ่งเข้าชนและห้ำหั่นกัน

 

เหตุผลที่กันต์เลือกที่จะไม่ใช้หมัดในการโจมตีนั้นเพราะระยะมันสั้นกว่า และอันตรายเกินไป

 

นั่นจึงทำให้ทุกครั้งที่เข้าปะทะกันก็ทำให้เวลโดรเสียเปรียบอยู่เรื่อย ๆ

 

“เคร้ง” เสียงของหอกและโล่เข้าชนกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมเพราะเวลโดรสามมารถคว้าปลายหอกของนักบุญได้สำเร็จ

 

แต่ทันใดนั้นเองหอกสีทองก็ได้สลายหายไปและถูกสร้างใหม่ขึ้นอีกครั้ง

 

หอกที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ถูกแทงออกมาอย่างรวดเร็ว การกระทำนี้ของนักบุญอยู่เหนือความคาดหมายของเวลโดรไปมาก

 

การสลายอาวุธมานาเพื่อสร้างใหม่นั้นเป็นการกระทำที่เปลืองมานาอย่างมาก แต่ดูเหมือนว่านั่นจะไม่ใช่เรื่องที่อาเธน่าในร่างนักบุญจะกังวล

 

ปีกสีม่วงรีบเข้ามารับการโจมตีของหอกแทนทันที

 

นั่นจึงทำให้ร่างของเวลโดรถูกแรงหอกกระแทกเข้าไปเต็ม ๆ แต่ยังดีที่ร่างกายยังไม่บาดเจ็บ

 

แต่ถึงจะป้องกันความเสียหายได้การต่อสู้มันยังไม่จบ

 

ร่างของเวลโดรร่วงหล่นจากท้องฟ้าลงสู่พื้นดินเพราะแรงจากหอกที่ยังเหลืออยู่

 

“ถึงแม้ว่าเจ้าจะเคยเป็นถึงราชันปีศาจ แต่กับข้าที่เป็นเทพเจ้าก็เป็นเพียงเศษฝุ่น”

 

ในระหว่างที่เทพอาเธน่าในร่างนักบุญกำลังพูดอยู่นั้น โซ่สีทองนับสิบเส้นก็เข้าพันธนาการร่างของเวลโดรที่นอนอยู่กับพื้น

 

เขตแดนศักดิ์สิทธิ์มีความสามารถในการหยุดการเคลื่อนไหวของศัตรูด้วยโซ่ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าใช้ในตอนที่เวลโดรอยู่บนอากาศมันก็ไม่มีประโยชน์

 

เพราะเวลโดรก็ไม่ได้อ่อนแอถึงขนาดจะโดนโซ่พันธนาการไว้ได้ง่าย ๆ แต่ถ้าร่างของเวลโดรอยู่บนพื้นดินก็คนละเรื่อง

 

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เวลโดรจำเป็นต้องไปสู้บนท้องฟ้าถึงแม้ตัวเขาจะไม่ถนัดและไม่คุ้นชินเลยก็ตาม

 

“เจ้าพูดถูกข้าไม่ใช่เทพ แต่เจ้าคงลืมไปแล้วว่าข้านั้นเป็นอมตะ”

 

ตามเนื้อเรื่องในเกม Farness World นั้น  ในขณะที่เวลโดรยึดไปได้ครึ่งโลก เขาก็เริ่มคิดแผนการใหญ่ด้วยการบุกเข้าโจมตีภพแห่งเทวะลักษณ์โดยตรง

 

เพราะการไล่โจมตีทีละอาณาจักรเช่นนั้นเสียทั้งกำลังพลและเวลา

 

เหล่าผู้กล้าทั้งหลายล้วนได้รับพลังจากเทพทั้งนั้น ถ้าเวลโดรสามารถบุกเข้าโจมตีภพแห่งเทวะลักษณ์ได้สำเร็จ

 

เขาก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาบุกโจมตีอาณาจักรที่โลกนี้อีกต่อไป

 

แต่ทว่ามิติที่เวลโดรจะไปนั้นหาใช่มิติธรรมดาไม่ มันคือภพหรือก็คือสิ่งที่มีลำดับขั้นสูงกว่ามิติไปอีกระดับหนึ่ง

 

การข้ามมิตินั้นไม่ได้ยากมากนัก แตกต่างจากการข้ามภพ ตำนานเคยกล่าวไว้ว่าผู้ที่จะข้ามภพได้นั้นก็มีแต่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น

 

เวลโดรไม่ได้รู้เรื่องนี้ประกอบกับความใจร้อน เขาจึงทำการเปิดประตูมิติไปสู่ภพแห่งเทวะลักษณ์

 

การเปิดประตูมิติข้ามภพนั้นไม่ใช่ทำง่าย ๆ มันต้องมีวัตถุดิบ เวลา และภาชนะที่ครบถ้วน ถึงจะสามารถเปิดได้

 

แต่พอเวลโดรได้เข้าไปในประตูมิตินั้นเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็กลับมาในสภาพสะบักสะบอม ชุดเกราะและสภาพร่างกายเสียหายอย่างหนัก

 

ในเกมFarness World มันแค่ให้เห็นว่าเวลโดรเดินเข้าไปในประตูมิติเท่านั้น มันไม่ได้มีฉากเนื้อเรื่องที่บอกว่าเวลโดรไปเจออะไรมา

 

พอเวลโดรไปรักษาตัวได้สักพักเขาก็สั่งห้ามใครก็ตามคิดจะทำเหมือนกับเขาอีกเด็ดขาด

 

และสิ่งที่เวลโดรได้ติดตัวออกมานั่นก็คือคำสาป มันเป็นคำสาปที่ทำให้ผู้ถูกสาปไม่มีวันตาย หรือจะพูดง่าย ๆ ก็เป็นอมตะนั่นเอง

 

แต่พอรู้เช่นนี้ก็มีผู้คิดลองดีทำเหมือนกับเวลโดร และหลังจากที่เขาก้าวผ่านประตูไปผลลัพธ์คือไม่ได้กลับมาอีกเลย

 

หลังจากนั้นก็ไม่มีใครคิดจะลองดีอีกต่อไป และทั้งหมดนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เวลโดรเป็นอมตะ

          

          ไม่มีใครสามารถสังหารเวลโดรลงได้ มีเพียงแต่ทำให้อ่อนกำลังหรือจับใส่ผนึกเท่านั้น

 

          อาเธน่าในร่างของนักบุญที่เห็นเวลโดรพยายามฉีกกระชากโซ่สีทอง เธอก็รีบง้างหอกในมือและขว้างลงไปทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 131 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #253 Fikusa (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:43
    แล้วทีนี้จะแหลยังไงให้คนตายน้อยลงเนี่ย ฮ่าๆๆๆๆ
    #253
    1
    • #253-1 SuruMaster(จากตอนที่ 120)
      26 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:15
      ดีไม่ดีอาจจะไม่มีคนตายเพิ่มก็ได้ครับ555
      #253-1