สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 12 : ภาค 1-บท 12 ระบบลงดันเจี้ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,515
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 453 ครั้ง
    1 ม.ค. 63

ในเวลาเดียวกันที่เรือเหาะทมิฬ

 

“เกาะกลางทะเลครีอัสเอล” คาเรอัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำ

 

“อีกไม่นานเกินรอ ท่านเวลโดร ท่านจะกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน”

 

คาเรอัสเอ่ยพร้อมกับเดินไปยังบริเวณหัวเรือ

 

เป้าหมายของเรือเหาะทมิฬนั่นก็คือโลกที่กันต์อาศัยอยู่

 

กลับมาที่กันต์

 

[ระบบจะทำการส่งผู้เล่นกลับไปยังห้องปัจจุบันทันที]

 

กันต์กลับมาอีกครั้งที่ห้องของผู้แลกเปลี่ยนข้ามมิติ

 

ของในห้องรวมถึงเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างถูกจัดวางให้เป็นระเบียบเหมือนเดิมแล้ว

 

เฉดและเพื่อนของเขายังนั่งอยู่ที่เดิม พวกเขายังคงนั่งขายของกันอยู่

 

“คาเรอัส ต้องการประกาศสงครามกับเรา?” เฉดกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

 

ไม่คิดเลยว่าเขาจะรู้จักคาเรอัสด้วย จะว่าไปแล้วระบบนี้มันอ่อนแอจนขนาดต้องให้ผมออกไปไล่ผู้บุกรุกเองเลยรึไง

 

“สมาพันธ์การค้าระหว่างมิติคงไม่ยอมอยู่เฉยเป็นแน่” เพื่อนของเฉดที่สวมหน้ากากสีขาวเอ่ยขึ้น

 

ฟังจากเสียงของเธอคงเป็นผู้หญิง อันที่จริงผมก็ดูออกตั้งแต่การแต่งตัวแล้ว

 

เมื่อจบการสนทนาเฉดก็หันหน้ากลับมามองที่กันต์

 

“คุณลูกค้า ดูเหมือนว่าข้อตกลงของเราเมื่อกี้มันยังไม่สมบูรณ์นะครับ”

 

“ก็ดันมีคนมาขัดจังหวะ เรามาต่อกันเถอะ”

 

“ข้อตกลงของข้าเป็นเพียงเรื่องง่าย ๆ”

 

เครื่องรางอนธการกำลังจะตกมาอยู่ในกำมือของผมแล้ว

 

“เพียงแค่ทำให้พวกข้าอยู่สบายขึ้นก็เพียงพอแล้ว”

 

“อัพเกรดห้องรองรับผู้แลกเปลี่ยนข้ามมิติ” เมื่อเฉดเปิดโอกาสมาแล้วผมจะไม่ยอมปล่อยไปเด็ดขาด

 

ในเกม farness world ห้องทุกห้องในหน้าหลักสามารถเลื่อนระดับได้

 

ข้อแลกเปลี่ยนคือเงิน การเลื่อนระดับห้องส่งผลให้มีระบบใหม่ ๆ เข้ามาและทำให้ห้องดูดีขึ้น

 

[ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 500 ทอง กรุณายืนยันอีกครั้ง]

 

“ยืนยัน”

 

[เงินรางวัลทั้งหมดถูกใช้ไปสำหรับการยกระดับแล้ว]

 

ห้องรับรองผู้แลกเปลี่ยนข้ามมิติถูกยกระดับขึ้นมาให้หรูขึ้นกว่าเดิมและเพิ่มฟอร์นิเจอร์ใหม่ๆ เข้ามาด้วย เรียกได้ว่าหรูพอๆ กับโรงแรมระดับ 5 ดาว

 

“เครื่องรางชิ้นนี้เป็นของคุณลูกค้าแล้ว” เฉดเอ่ยพร้อมกับยื่นให้ผมกับมือ

 

เมื่อได้เครื่องรางมาผมก็รีบสวมทันที ทำให้ตอนนี้ผมเหมือนกับกำลังห้อยพระอยู่

 

เครื่องรางนี้มีความสามารถในการฟื้นฟูมานาให้เร็วขึ้น 1.5 เท่า ราคาปกติของมันคงประมาณ 2-3 พันทองด้วยซ้ำ

 

แต่ผมก็เกิดสงสัยขึ้นมาอีกว่า ถ้าผมใส่เครื่องรางตอนนี้แล้วร่างต้นผมที่โลกจะใส่เหมือนกันด้วยรึเปล่า

 

และก่อนที่ผมจะได้ออกระบบนั่นเอง

 

[ระบบดันเจี้ยนได้เปิดแล้ว]

 

[ผู้เล่นสามารถเลือกตัวละครเพื่อลงไปยังดันเจี้ยนได้]

 

[ของรางวัลส่วนใหญ่ในดันเจี้ยนคือเงินรางวัลและไอเทมเท่านั้น]

 

“บางทีผมก็อยากลองเหมือนกันว่าดันเจี้ยนในเกมกับในนี้จะเหมือนกันไหม”

 

ผมรีบเดินกลับไปยังห้องโถงหลัก เพื่อไปยังประตูมิติ

 

ภายในห้องโถงไม่ได้มีเพียงหนังสือเพิ่มระดับทักษะอีกต่อไปแล้ว

 

บริเวณกำแพงปรากฏให้เห็นประตูมิติที่เปิดออก เหมือนกับในเกมไม่มีผิด

 

“ได้เวลาหาเงินแล้ว” ผมเดินเข้าไปยังภายในประตูมิติทันที

 

[กรุณาเลือกตัวละครที่ต้องการเล่น]

 

“ฉันขอเลือกตัวละคร เครก”

 

มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนชั้นแรก ๆ จะไม่มีค่าป้องกันการโจมตีกายภาพมากเท่าไหร่

 

ถ้าเอาเครกไปอาจจะจบเรื่องได้ง่าย ๆ ยิ่งเครกเลเวลเกิน 40อยู่แล้ว มันคงไม่ยากถ้าจะไปยังดันเจี้ยนชั้นต่อไป

 

[ยินดีต้อนรับสู่ดันเจี้ยนระดับที่ 1 ป่าแห่งพิษ]

 

ตามปกติแล้วที่นี่จะไม่มีมอนสเตอร์อาศัยอยู่เพราะหมอกพิษ แต่ถ้าระบบมันเป็นคนเสกมอนสเตอร์มาโจมตีผมมันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

 

เมื่อกันต์ลืมตาขึ้นอีกครั้ง บริเวณโดยรอบก็ถูกเปลี่ยนเป็นป่าทึบคล้าย ๆ ป่าดงดิบ

 

“ป่านี้มันคุ้น ๆ” มันให้ความรู้สึกเหมือนป่าที่เครกเคยผ่านมาก่อน

 

มันไม่เหมือนกับในเกม ดันเจี้ยนในเกมมันเป็นป่าก็จริงแต่ไม่ใช่ป่าแบบนี้

 

“แต่มอนก็ยังเหมือนเดิม”

 

เหตุผลที่ผมมั่นใจนั่นก็เพราะพวกสไลม์ตัวเขียว ๆ กำลังมุ่งหน้ามาหาผม

 

เครกง้างหมัดขึ้นมาและเตรียมตัวเข้าสู่โหมดฟาร์มของ

 

“ทำลายนภา” มวลอากาศรวมตัวกันอีกครั้งและส่งผ่านออกไป

 

สไลม์นั้นตายยากถ้าเป็นการโจมตีกายภาพ แต่มันจะอ่อนแอมากถ้าโดนโจมตีด้วยเวท

 

แต่มันก็ไม่สำคัญเพราะเครกเลเวลมากกว่า 40 แล้ว การเคลียร์ดันเจี้ยนระดับต่ำ ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก

 

ในขณะเดียวกันที่เมือง

 

เมืองแห่งนี้คือเมืองที่ถูกมนุษย์หมาป่าเข้าโจมตี

 

ในตอนนี้มันก็กลับมาสงบสุขอีกครั้งแล้ว

 

และนั่นก็ต้องขอบคุณกลุ่มคนในชุดคลุมสีฟ้าและกันต์ที่ช่วยเมืองนี้ไว้

 

ชายหน้าหล่อเดินสำรวจทั่วทั้งเมืองเพื่อที่เขาจะได้มั่นใจแล้วจริง ๆ ว่าไม่มีเรื่องอะไรขาดตกบกพร่อง

 

“ขอขอบคุณท่านมากที่ช่วยเมืองแห่งนี้ไว้” กลุ่มคนเดินเข้ามาหาชายหน้าหล่อเพื่อแสดงคำขอบคุณ

 

“ไม่เป็นไร เป้าหมายของสมาคมของเราคือช่วยเหลือผู้คน” ชายหน้าหล่อเอ่ยและส่งยิ้มให้

 

แม้แต่ผู้ชายเมื่อเห็นรอยยิ้มนั้นเขาก็รู้สึกแปลก ๆ ส่วนสาว ๆ ก็ติดเขาตรึม

 

“เรื่องอาหารและปัจจัยที่สำคัญเราจะหามาให้ สมาคมของเรากำลังขนมา”

 

“พวกเราขอทราบนามของท่านได้รึไม่”

 

“เรียกฉันว่า เรย์ เถอะ”

 

เมื่อคุยจบแล้วเรย์หรือชายหน้าหล่อก็เดินจากไป

 

“ท่านเรย์ ท่านเรย์” ชายในชุดคลุมสีฟ้ารีบวิ่งเข้ามาหาเรย์

 

“เกิดอะไรขึ้นอีก” เรย์ถาม

 

“กองกำลังจากเมืองหลวงเดินทางมาถึงแล้ว และพวกเขาต้องการพบท่าน”

 

“ส่งคนอื่นไปแล้วกัน วันนี้ฉันเหนื่อยแล้ว”

 

จริง ๆ แล้วเรย์ยังไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เขานั่งช่วยเหลือผู้คนที่บาดเจ็บและซ่อมแซมบ้านกับกำแพงยันเช้า

 

“แต่ว่าท่านเรย์ . . .” ชายในชุดคลุมล้มเลิกที่จะโน้มน้าว เขารู้นิสัยของเรย์ดี

 

เรย์เดินออกจากเมืองไปทางด้านประตูเมืองทิศใต้

 

การเดินทางในครั้งนี้ของเรย์มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ เขาเดินทางออกจากเมืองด้วยตัวคนเดียว

 

จุดมุ่งหมายของเรย์คือกลับไปยังป่าที่เคยได้พบกับเครกในครั้งแรก นั่นก็คือป่าพิษ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 453 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #61 Fikusa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 21:54
    เรย์กับกันต์นี่ท่าทั้งคู่เจอกันได้...อยากด่าว่าระบบมักง่ายมาก ฮ่าๆๆๆๆ
    #61
    1
    • #61-1 SuruMaster(จากตอนที่ 12)
      29 ธันวาคม 2562 / 21:56
      ระบบมันเป็นคนเรียกมอนสเตอร์มาให้โจมตีพระเอกโดยตรงครับ ไม่ใช่มอนตามป่า (เคยมีคนบอกปัญหานี้แล้ว แต่ลืมแก้ขอโทษทีครับ)
      #61-1
  2. #35 456SATAN (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 20:15
    มันเพิ่มเลเสลตัวละครอย่างเดียว แล้วตัวเองละ และอีกอย่างสลับตัวละคร จะทำให้ร่างหลักสลบ แทนที่จะสลับกลับเข้ามาไว้ในโถง จุดอ่อนชัดๆ แล้วน่าจะให้ร่างหลักลงดันเจี้ยนได้ด้วย
    #35
    1
    • #35-1 SuruMaster(จากตอนที่ 12)
      25 ธันวาคม 2562 / 22:02
      ใช่ครับ นั่นแหละคือจุดอ่อนของพระเอก
      #35-1