สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 118 : ภาค 2-บท 18 โซ่สีทอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,053
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 141 ครั้ง
    24 ก.พ. 63

ในขณะเดียวกันที่บริเวณภายในเมืองอาณาจักรทางตอนกลาง

 

          เขตเมืองที่เอาไว้ให้สำหรับประชาชนอาศัยอยู่นั้นจะอยู่ห่างจากเกาะลอยฟ้าอยู่ประมาณหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ห่างไกลกันมากนัก

 

          นนท์ผู้เป็นเพื่อนของกันต์และอัศวินดำในชุดเกราะครบชุดกำลังเดินทางผ่านเขตตลาดค้าขาย

 

          ในระหว่างที่พวกเขากำลังเดินทางกันอยู่นั่นเอง อัศวินดำก็ได้หยุดเดินและเงยหน้าขึ้นมองฟ้า

 

          นนท์ที่เห็นดังนั้นก็หยุดตามและหันมองบนฟ้าด้วยความแปลกใจ

 

          ที่เกาะลอยฟ้าไม่ไกลมากนักกำลังสั่นไหวและส่งเสียงดังกึกก้องไปทั่วเมือง

 

          หมู่เมฆที่รวมตัวกำลังกระจายตัวแยกออกจากันอย่างช้า ๆ เปิดให้เห็นท้องฟ้าที่สว่างสดใส

 

          ทันใดนั้นเองลำแสงสีทองได้ฉายแสงลงไปบนเกาะลอยฟ้า

 

“อาเธน่า พวกเทพอีกแล้ว” อัศวินดำที่ยืนข้างนนท์เอ่ยออกมาสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจนัก

 

“ชื่อนั้นคล้ายกับชื่อเทพในตำนานกรีก แต่มันเกี่ยวอะไรกับหน้าที่ของคุณละ” นนท์ถาม

 

“มันไม่เกี่ยวกับข้า แต่ข้างบนนั่นกำลังเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น”

 

นนท์เปลี่ยนสีตาของตัวเองให้กลายเป็นสีดำโปร่งใสเพื่อที่จะมองระยะไกลให้ชัดเจนขึ้น

 

“เหตุผลที่ทำให้นักบุญศักดิ์สิทธิ์ต้องใช้เวทนี้คงหนีไม่พ้นภัยอันตรายระดับล้างบางเผ่ามนุษย์”

 

เวทที่อัศวินดำกล่าวถึงคือเวทที่มีชื่อว่า เทพจุติ ซึ่งเป็นเวทที่น่าเกรงขามมาก

 

"ถ้ามันเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นจริง เราก็ควรจะไปช่วยพวกเขา" นนท์เสนอความเห็น

 

"ไม่ได้ ภารกิจของเจ้ากับข้ามันสำคัญกว่า เรื่องที่เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดกับเกาะลอยฟ้าคือจอมมารเวลโดรหลุดออกจากผนึก แต่สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นก็จะเกิดขึ้นถ้าภารกิจของเจ้ามันไม่สำเร็จ"

 

อัศวินดำตอบปฏิเสธด้วยเหตุผลอันยืดยาว

 

นนท์ที่ได้ยินดังนั้นก็ถอนสายตากลับพร้อมกับถอนหายใจออกมา

 

"ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปกันเถอะ จะปล่อยให้รินรอนานกว่านี้คงไม่ได้" นนท์รีบเดินนำไปในทันที 

 

ณ เกาะลอยฟ้าเหนืออาณาจักรทางตอนกลาง

 

          กันต์ในร่างของจอมมารเวลโดรไม่รอช้ารีบมุ่งหน้าเข้าไปในวิหารสมบัติแสงทันที

 

          แต่ก่อนที่จะได้ก้าวต่อนั่นเองเองโซ่สีทองก็พุ่งเข้ามารัดคอของเวลโดรเอาไว้ด้วยความรวดเร็ว

 

          เวลโดรที่ไม่ได้ตั้งตัวนั้นถูกโซ่สีทองลากไถลลงไปนอนกับพื้น ในขณะที่มือทั้ง 2 ข้างพยายามฉีกกระชากโซ่ออก

 

          ทันใดนั้นเองแรงดึงโซ่จากอีกฝั่งก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ส่งผลให้ร่างของเวลโดรถูกดึงไปด้วยความรวดเร็วที่มากกว่าเดิม

 

          กันต์ในร่างของเวลโดรรีบตั้งสติและใช้แรงทั้งหมดที่มีลุกขึ้นยืน พร้อมกับต้านแรงดึงของโซ่

 

จนในที่สุดเวลโดรก็สามารถใช้กรงเล็บอันแหลมคมฉีกกระชากโซ่ที่ล่ามคอของเขาออกได้สำเร็จ

 

แต่ในขณะเดียวกันนั้นเวลโดรก็ถูกด้ามหอกสีทองฝาดเข้าเบ้าหน้าจนกระเด็นไปทั้งตัว

 

“เขตแดนศักดิ์สิทธิ์” เสียงร่ายเวทดังขึ้น

 

วงเวทสีทองที่เต็มไปด้วยอักขระโบราณกำลังแพร่ขยายขนาดจนครอบคลุมไปเกือบทั่วทั้งเกาะลอยฟ้า

 

เวลโดรลุกขึ้นยืนและจ้องมองไปยังบุคคลตรงหน้า

 

ภาพที่ปรากฏคือนักบุญศักดิ์สิทธิ์คนเดิมแต่ที่เปลี่ยนไปคือดวงตาของเธอเป็นสีทอง แถมยังมีหอกสีทองในมืออีก

 

“เวทเทพเจ้าจุติ?” เวลโดรเอ่ยพลางลูบเกราะหมวกในส่วนที่โดนโจมตีไปเมื่อกี้

 

เวทเทพเจ้าจุติคือเวทที่ใช้ได้เฉพาะผู้ที่มีพลังแห่งเทพเท่านั้น มันเป็นเวทที่จะให้เทพเจ้าเข้ามาสิงร่างของตัวเองและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างต้น

 

ข้อเสียของเวทนี้คือมันจะทำให้พลังแห่งเทพที่อยู่ในร่างของผู้ใช้ลดหายลงไป

 

ตามปกติแล้วเวทนี้มักจะใช้ในช่วงก่อนตายหรือไม่ก็เหตุการณ์สำคัญเท่านั้น

 

ในสายตาของกันต์ การตัดสินใจเช่นนี้มันไม่คุ้มเอาเสียเลย

 

เทพที่เข้ามาสิงภายในร่างของนักบุญศักดิ์สิทธิ์คงหนีไม่พ้นเทพอาเธน่าที่เธอนับถือ

 

“ข้าไม่รู้ว่าว่าใครช่วยเจ้าออกมาจากผนึก แต่จะอย่างไรก็ตามในวันนี้เจ้าจะได้หลับไปตลอดกาลอย่างแท้จริง”

 

เสียงของเทพอาเธน่าดังออกมาจากร่างของนักบุญโดยที่ร่างของนักบุญไม่จำเป็นต้องเปิดปาก

 

เมื่อเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ครอบคลุมไปทั่วทั้งเกาะแล้ว ร่างของเธอก็ค่อย ๆ ลอยขึ้นเหนือพื้นดินอย่างช้า ๆ

 

ปีกสีขาวบริสุทธิ์ถูกกางออกมา พร้อมกับหอกสีทองในมือที่เปลี่ยนไปให้มีรายละเอียดลวดลายที่สวยงามมากกว่าเดิม

 

สำหรับกันต์แล้วตัวละครเวลโดรคือตัวละครที่กันต์เล่นได้ถนัดและสนุกที่สุด นั่นจึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้กันต์ชอบตัวละครจอมมารตนนี้มาก

 

“เจ้ามนุษย์---ถ้าเจ้าคิดจะหลบหนีข้าจะไม่มีวันให้อภัยเจ้าเด็ดขาด” จิตใต้สำนึกของเวลโดรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

 

กันต์ในร่างของเวลโดรที่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะแห้ง ๆ ออกมา

 

ร่างของเวลโดรค่อย ๆ ลอยขึ้นพร้อมกับปีกสีม่วงที่กางออกมาจากหลัง

 

“ใครมันจะไปหนีกัน เรื่องแค่นี้” 

 

ในขณะเดียวกันที่สมาคมการค้าดาบสีคราบ บริเวณห้องรับแขก

 

          แก้วน้ำชาทั้ง 2 ยังคงมีน้ำชาอยู่เต็มแก้ว แม้แต่อาหารทานเล่นที่ถูกวางไว้ก็ยังไม่มีใครได้แตะ

 

          เรย์ในรูปลักษณ์ชายหล่อและเรติน่ากำลังนั่งปรึกษาหารือกันในเรื่องของอนาคตเมืองเคสมอร์และเรื่องของปีศาจปีกสีดำ

 

          “ปีศาจที่มีปีกสีดำ ข้าจำได้ว่ามันเคยถูกพบเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อหนึ่งพันปีก่อน”

 

          เรติน่าที่ได้ยินดังนั้นก็เงียบและตั้งหน้าตั้งตารอให้เรย์เล่าต่อทันที

 

          “ในโบราณสถานเคยจารึกไว้ว่า ผู้ที่เป็นสายเลือดครึ่งปีศาจเท่านั้นที่จะมีปีกสีดำได้”

 

          ก่อนหน้าที่เรย์จะได้คุยกับเรติน่านั้นเธอก็ได้หาข้อมูลมาเรียบร้อยแล้ว เพราะเธอเองก็สงสัยเช่นกัน

 

ทั้งเครกและชายในชุดคลุมดำล้วนมีพลังที่มากพอจะปกครองเมือง ๆ หนึ่ง แต่ทำไมถึงไม่มีชื่อของพวกเขาปรากฏอยู่ในข้อมูลของสมาคมเลย

 

ทั้ง ๆ ที่สมาคมการค้าดาบสีครามก็มีรากฐานและสาขาตั้งอยู่แทบจะทุกมุมโลกยกเว้นแค่ฝั่งปีศาจ

 

และท้ายที่สุดเรย์ก็สามารถหาข้อมูลที่อาจจะตอบคำถามในใจของเธอได้สำเร็จ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 141 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #251 Fikusa (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:59
    ระเบิดเกาะโชว์เลยไหม ฮ่าๆๆๆ
    #251
    1
    • #251-1 SuruMaster(จากตอนที่ 118)
      24 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:06
      เกินไปครับบบ 555
      #251-1