สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 115 : ภาค 2-บท 15 พลังที่ตื่นขึ้นของราชาปีศาจ(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,077
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 145 ครั้ง
    21 ก.พ. 63

ในระหว่างที่เวลโดรกำลังเดินไปอยู่นั้น นักรบพาลาดินก็พุ่งเข้ามาโจมตีตามสัญญาณของนักบุญศักดิ์สิทธิ์

 

“เคร้ง” ดาบสีเงินของพาลาดินคนหนึ่งถูกเวลโดรคว้าไว้ด้วยมือเปล่า

 

เสียงของกรงเล็บและดาบเข้ากระทบกันทำให้เกิดเสียงดังที่แสบแก้วหู

 

กรงเล็บที่ปลายนิ้วของเวลโดรนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก มันมีความแข็งเทียบเท่ากับอาวุธระดับตำนานเลยทีเดียว

 

“ข้าไม่มีเวลามาสนใจพวกเจ้า” เวลโดรขย้ำดาบด้วยกรงเล็บจนแตกกลายเป็นเศษดาบและชกสวนกลับไป

 

ทักษะการพูดของกันต์นั้นเรียกได้ว่าสามารถลอกเลียนแบบเวลโดรได้เกือบทุกอริยาบท เพราะตัวละครเวลโดรเป็นตัวละครที่กันต์เล่นมาเป็นเวลาเกือบปี

 

เมื่อหมัดของเวลโดรเข้ากระทบกับม่านพลังที่นักบุญศักดิ์สิทธิ์ร่ายไว้ให้แก่นักรบพาลาดินนั่นเอง

 

มันก็ทำได้เพียงส่งร่างของพาลาดินกระเด็นไปเท่านั้น หมัดของเวลโดรยังไม่สามารถเจาะทะลุม่านพลังได้

 

เวลโดรที่เห็นดังนั้นก็แสดงท่าทีไม่พอใจออกมาเล็กน้อย

 

“คุกหนามทมิฬ” กันต์ในร่างของเวลโดรเปิดใช้ทักษะ

 

เวลโดรยื่นมือขวาออกมาและกำมือ หลังจากนั้นเขาก็เริ่มท่องบทอะไรสักอย่างก่อนที่จะทุบกำปั้นนั้นลงพื้นดิน

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองพื้นของเกาะลอยฟ้าก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง

 

          พื้นดินรอบ ๆ ตัวของเวลโดรเริ่มเปลี่ยนกลายเป็นสีดำม่วงและแพร่ขยายเป็นวงกว้าง

 

          “รีบหนีออกจากพื้นสีดำนี่เร็วเข้า!” นักบุญศักดิ์สิทธิ์ตะโกน

 

คำเตือนของนักบุญศักดิ์สิทธิ์นั้นช้าเกินไป เวทของเวลโดรสามารถทำงานได้เร็วกว่า

 

ทันใดนั้นเองหนามสีดำก็พุ่งทะลุขึ้นมาจากพื้นดินเข้าทิ่มแทงเหล่านักรบพาลลาดินที่อยู่โดยรอบ

 

นับเป็นโชคดีของเหล่านักรบที่หนามไม่ได้พุ่งมาเร็วมากนักและพวกเขาก็ไม่ได้อ่อนแอ ทำให้สามารถหลบการโจมตีที่ถึงชีวิตมาได้

 

แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการเสียม่านพลังของนักบุญศักดิ์สิทธิ์ไป เพราะเวทบทนี้ของเวลโดรมีไว้เพื่อทำลายเวทม่านพลังโดยเฉพาะ

 

มันเป็นหนามที่มีพลังในการเจาะทะลวงที่สูง

 

หนามสีดำที่พุ่งมาจากพื้นดินเริ่มมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนห้อมล้อมและถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเหมือนคุกขนาดใหญ่

 

ทักษะนี่เองก็เป็นหนึ่งในทักษะที่โกงที่สุดจากตัวละครทั้งหมด เพราะมันกินมานาน้อยมาก แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่

 

เส้นทางที่มุ่งไปยังสะพานเชื่อมเพื่อไปต่อยังวิหารลอยฟ้านั้นถูกล้อมไปด้วยหนามสีดำ

 

เหล่านักรบพาลาดินและนักบุญศักดิ์สิทธิ์ถูกกีดกันไว้ข้างนอก

 

แต่หนามสีดำนั้นมีความสูงแค่ประมาณ 4 เมตรเท่านั้น นักรบพาลาดินสามารถกระโดดเข้ามาได้อย่างง่ายดาย

 

แต่มันยังไม่จบแค่นั้นเพราะหนามนั้นมันยังสามารถยืดขยายจนกลายมาเป็นหลังคาคุมไว้ได้อีก

 

ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ไม่มีใครสามารถกระโดดหรือบินเข้ามาภายในคุกหนามทมิฬได้อีกแล้ว

 

กันต์ตั้งใจใช้ทักษะนี้ของเวลโดรเพื่อไล่ให้พวกคนเกะกะออกไป แล้วหลังจากนั้นตัวเองจะได้เดินไปยังวิหารลอยฟ้าง่าย ๆ

 

แต่น่าเสียดายความจริงแล้วมันไม่ได้ง่ายเช่นนั้น

 

“เจ้าก็ยังอุตส่าห์เข้ามาทัน” เวลโดรมองบุคคลตรงหน้าด้วยความเหน็ดเหนื่อยใจ

 

นักบุญศักดิ์สิทธิ์แห่งอาณาจักรทางตอนกลางสามารถเข้ามาภายในคุกหนามทมิฬก่อนที่มันจะปิดลงได้ และในตอนนี้เธอก็ยืนอยู่หน้าเวลโดรแล้ว

 

“ข้าไม่ยอมให้ปีศาจอย่างเจ้าได้เข้าใกล้วิหารลอยฟ้าสมบัติแสงเด็ดขาด”

 

นักบุญศักดิ์สิทธิ์ประกาศกร้าวและยื่นมือทั้ง 2 ข้างของเธอออกมาข้างหน้า

 

ทันใดนั้นเองม่านพลังศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏขึ้นอีกหลายต่อหลายชั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เวลโดรเดินเข้ามาใกล้ไปมากกว่านี้

 

“นักบุญศักดิ์สิทธิ์อย่างเจ้าทำได้มากสุดก็แค่ป้องกันและช่วยเหลือ ส่วนด้านการโจมตีก็ไร้ซึ่งฝีมือ”

 

เวลโดรกล่าวเยาะเย้ยในความพยายามของนักบุญศักดิ์สิทธิ์

 

“ข้าชอบประโยคที่เจ้าพูด มันเหมือนกับที่ข้าเคยด่าบรรพบุรุษของยัยนั่นไม่มีผิด” จิตใต้สำนึกของเวลโดรกล่าวขึ้นด้วยความชอบใจ

 

ตามปกติแล้วนักบุญศักดิ์สิทธิ์จะไม่ได้รับการฝึกฝนในการต่อสู้เพราะพลังแห่งเทพที่ได้รับมานั้นไม่ได้เหมาะสำหรับการโจมตี

 

นักบุญศักดิ์สิทธิ์นั้นถูกเปลี่ยนมานับหลายต่อหลายรุ่นในช่วงเวลานับพันปีที่ผ่านมา แต่ไม่เคยมีบันทึกไว้เลยว่าจะมีนักบุญศักดิ์สิทธิ์รุ่นไหนใช้พลังแห่งเทพในการโจมตีได้

 

“ข้าจะไม่ฟังคำของปีศาจอย่างเจ้า จอมมารเวลโดร” นักบุญศักดิ์สิทธิ์ยังคงพยายามร่ายเวทม่านพลังต่อไป

 

“เจ้ามนุษย์แสดงพลังของข้าให้ยัยนั่นดู เอาให้มันหวาดกลัวจนหัวหดให้มันสิ้นหวังและยอมรับในความพ่ายแพ้” 

 

ดูเหมือนจิตใต้สำนึกของเวลโดรจะเริ่มรำคาญคำพูดของนักบุญศักดิ์สิทธิ์แล้ว

 

กันต์เองก็เริ่มอยากรู้แล้วว่าระบบเพิ่มเลเวลของตัวละครยังทำงานอยู่ไหม ถ้าเขาลองทำตามคำขอของจิตใต้สำนึกตัวละคร

 

“ราชันแห่งอสูรกายอินทนิล” เวลโดรร่ายเวท

 

หลังจากที่เวลโดรเอ่ยจบนั้นเอง บรรยากาศรอบ ๆ กายของเขาก็เริ่มหนักอึ้งและให้ความรู้สึกกดดัน

 

แสงสีม่วงเข้มสว่างวูปลอดผ่านเกราะหมวกบริเวณดวงตาซ้ายและจางหายไป

 

ออร่าสีม่วงเข้มเริ่มปรากฏขึ้นรอบกายของเวลโดร นั่นมันทำให้เขาดูน่ากลัวขึ้นไปอีกเท่าตัว

 

ทักษะราชันแห่งอสูรกายอินทนิลจะทำให้เวลโดรได้รับค่าสถานะเพิ่มขึ้นตามความหวาดกลัวที่อยู่รอบ ๆ

 

ยิ่งหวาดกลัวกันมากเท่าไหร่เวลโดรก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น

 

เวลโดรค่อย ๆ ย่างเท้าเข้าไปใกล้ม่านพลังศักดิ์สิทธิ์

 

แต่ละก้าวที่ผ่านไปมันก็ยิ่งทำให้นักบุญศักดิ์สิทธิ์รู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นไปเรื่อย ๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 145 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #489 pppoommn (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 21:07
    เรื่องนี้มีหลายปมให้ดูจริงๆ5555
    #489
    1
    • #489-1 SuruMaster(จากตอนที่ 115)
      11 พฤษภาคม 2563 / 09:19
      มันเยอะมากเลยละครับ
      #489-1
  2. #247 ChaiyapakTop (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:07
    แจ่มแมว
    #247
    1
    • #247-1 SuruMaster(จากตอนที่ 115)
      21 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:06
      555 แน่นอนครับ
      #247-1
  3. #246 Fikusa (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:10
    เอาจริงๆก็สงสัยนะว่าตอนที่เล่นเป็นเกมอยู่พวกความรู้สึกของตัวละครที่กำลังสู้กันอยู่แสดงผลออกมาเป็นยังไง พวกเวทเกี่ยวกับจิตใจความรู้สึกที่จอมมารใช้ในเกมแสดงผลออกมาเหมือนในชีวิตจริงมากแค่ไหน ดูยังไงว่ามอนในเกมรู้สึกกลัว โอย ปวดหัว
    #246
    5
    • #246-3 SuruMaster(จากตอนที่ 115)
      21 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:19
      เฮ้ยวาดรูปไร ใกล้สอบแล้วอ่านหนังสือดิ
      #246-3
    • #246-5 SuruMaster(จากตอนที่ 115)
      21 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:26

      น่าอิจฉา นี่ปิดเทอมรอแก้ !!
      #246-5
  4. #245 danayapat123 (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:36
    ไรท์คะ ถ้ากันหลับอยู่อย่างนี้ จะทำยังไงเรื่องกลิ่นอายปีศาจในร่างกายล่ะคะ
    #245
    1
    • #245-1 SuruMaster(จากตอนที่ 115)
      21 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:49
      นั่นแหละครับ มันถึงทำให้พระเอกเราต้องรีบกลับไป แต่เวลาที่ต่างโลกนั้นเดินช้ากว่า พี่แกเลยมีเวลาอีกประมาณเกือบ 4 วัน เพื่อหาทางกลับ
      #245-1