สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 114 : ภาค 2-บท 14 เหล่านักรบพาลาดิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,034
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 147 ครั้ง
    21 ก.พ. 63

กลับไปที่กันต์ในร่างของจอมมารเวลโดร

 

ในขณะที่เวทมืออสูรกายนั้นจะใช้กรงเล็บของมันเจาะเข้าไปในคอของนักรบพาลาดิน เวลโดรก็ได้สั่งให้มันหยุดและกลับมา

 

กันต์สามารถจำแผนที่ของวิหารนี้ได้ดี เพราะในตอนที่เขาเล่นเป็นตัวละครคล็อดก็มาที่นี่บ่อยเหมือนกัน

 

“ลากคอมันมาให้ข้า” เวลโดรออกคำสั่ง

 

มืออสูรกายคว้าที่คอเสื้อเกราะของนักรบพาลาดินและดึงเขาเข้าไปหาเวลโดร

 

เมื่อโดนลากมาถึงตัวแล้วจึงได้เกิดการจ้องตาระหว่างนักรบพาลาดินและเวลโดรขึ้น

 

ในสายตาของมนุษย์นั้นมองจอมมารเวลโดรเป็นปีศาจที่เหนือยิ่งกว่าปีศาจ ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนับพันปีชื่อนี้ก็ยังคงอยู่ในความทรงจำ

 

ชื่อของจอมมารคนแรกที่นำกองทัพปีศาจนับแสนยึดครองไปได้กว่าครึ่งโลก มันไม่ใช่สิ่งที่จะลืมกันได้ง่าย ๆ

 

แม้แต่สิ่งที่เคยทำไว้เมื่อพันปีก่อนก็ยังส่งผลมาถึงปัจจุบัน ผนึกจอมมารเวลโดรก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

แต่ในวันนี้เองที่มันจะกลับมาอีกครั้ง จอมมารที่โหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกแห่งนี้ เวลโดร

 

และเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เวลโดรสามารถกลายเป็นตำนานขนาดนี้ได้ก็เพราะ

 

“ดึงวิญญาณ” กันต์ในร่างเวลโดรเปิดใช้ทักษะ

 

1ในทักษะที่โกงที่สุดจากเหล่าตัวละครทั้งหมดได้ถูกใช้ออกมาแล้ว

 

ทักษะนี้คือทักษะที่จะทำให้เหยื่อมองเห็นในสิ่งที่ตนเองกลัวที่สุดคล้ายกับภาพหลอน

 

ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือตาย แต่ส่วนมากก็จะสติหลุดและกลายเป็นบ้าไปเสียก่อน

 

แต่ถ้าอีกฝ่ายมีพลังหรือเลเวลพอ ๆ กัน ผลกระทบที่ได้ก็จะลดลงตามไปด้วย

 

โดยปกติแล้วทักษะนี้มีไว้เพื่อเค้นความจริงในระหว่างที่เหยื่อสติหลุด ไม่ก็เอาไว้ถ่วงเวลาศัตรูให้ตกอยู่ในห้วงของภาพหลอน

 

สายตาของพาลาดินคนนั้นจ้องมองไปที่เวลโดรด้วยความหวาดกลัว

 

เวลโดรปกติแล้วจะชอบใส่เกราะหมวกสีม่วงเข้มออกดำ ใบหน้าภายใต้เกราะนั้นไม่มีใครที่เคยมองเห็น

 

ว่ากันว่าผู้ที่ได้เห็นใบหน้าของเวลโดรล้วนไม่เคยมีใครรอดชีวิตกลับมา

 

ในช่วงที่กันต์เล่นเกม Farness World เป็นตัวละครเวลโดรเขาเองก็ยังไม่เคยเห็นหน้าของเวลโดรเช่นกัน

 

แต่เพียงแค่ลักษณะท่าทาง น้ำเสียงและการกระทำมันก็มากพอที่จะทำให้ผู้คนหวาดกลัวได้แล้ว

 

“บอกข้ามาว่าผนึกที่นักรบศักดิ์สิทธิ์คล็อคเคยสร้างไว้มันอยู่ที่ไหน” เวลโดรเอ่ยถาม

 

ในตอนนี้นักรบพาลาดินกำลังเหม่อด้วยแววตาที่ล่องลอยไร้สติเพราะผลลัพธ์จากทักษะดึงวิญญาณ

 

“มัน…อยู่…ทางนั้น” นักรบพาลาดินเอ่ยพลางชี้ไปที่วิหารลอยฟ้าอีกแห่งที่มีสะพานเชื่อมกับเกาะลอยฟ้า

 

เวลโดรหันมองไปตามนิ้วของพาลาดินด้วยความเหนื่อยใจ

 

“ยกเลิกทักษะหัตถ์อสูรกาย”

 

เหล่ามือปีศาจเริ่มสลายกลายเป็นละอองสีดำและล่องลอยกลับไปที่มือของจอมมารเวลโดร

 

ร่างที่ไร้สติของกองนักรบอัศวินดำถูกกองรวมกันไว้เป็นอย่างดีโดยการกระทำของมืออสูรกาย

 

ผลลัพธ์ในการประทะกันครั้งนี้คือไม่มีผู้เสียชีวิตแม้แต่คนเดียว

 

เมื่อเวลโดรเดินออกมาจากวิหารที่มีไว้สำหรับปิดผนึกตนสำเร็จแล้วก็ทำให้เห็นโลกภายนอก

 

ใช่แล้วตอนนี้เขากำลังอยู่บนเกาะลอยฟ้า และนี่ก็เป็นเวลากลางวันพอดีเพราะดวงอาทิตย์ที่อยู่ตรงหัว

 

แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเหล่านักรบพาลาดินนับหลายร้อยคนกำลังรายล้อมวิหารและกระจายกำลังทั่วเกาะลอยฟ้าแห่งนี้

 

ส่วนผู้นำทัพมาก็คือนักบุญศักดิ์สิทธิ์ ในชุดผ้าสีขาวและกำไลข้อมือสีทองที่ประทับตราของเทพอาเธน่าเอาไว้

 

เธอมีหน้าตาที่ดูคล้ายกับเรติน่ามากแต่ก็ดูแก่กว่าไปหลายปี ราวกับทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน

 

“แค่นักรบกระจอกต่อให้มีเป็นหมื่นก็ไม่ต่างจากหนึ่ง ที่เจ้าต้องระวังคือนังหัวเหลืองนั่น” เสียงของจิตใต้สำนึกเวลโดรดังเข้ามาในหัว

 

การปรากฏตัวของเวลโดรได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับทุก ๆ คนที่พบเห็น

 

ตำนานแห่งความชั่วร้ายที่ถูกเล่ามาตั้งแต่โคตรเหง้าบรรพบุรุษได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ต่อให้เป็นนักรบที่ฝึกมาดีขนาดไหนก็ต้องมีกลัวกันเป็นธรรมดา

 

“ข้าขออ้อนวอนต่อเทพเจ้าตัวตนอันศักดิ์สิทธิ์ ได้โปรดมอบความปลอดภัยให้กับข้าและพวกเขาด้วย” นักบุญศักดิ์สิทธิ์เริ่มร่ายเวท”

 

ทันใดนั้นเองม่านพลังสีทองก็ห่อหุ้มไปทั้งร่างของนักบุญศักดิ์สิทธิ์และเหล่านักรบพาลาดิน

 

ในตอนนี้ยังไม่มีใครกล้าเข้าโจมตีใคร ทั้ง2ฝ่ายกำลังพยายามคุมเชิง และประเมินสถานการณ์

 

“ไปเอาผนึกของเจ้ามาสิ นักบุญศักดิ์สิทธิ์ มาผนึกข้าให้กลับไปหลับใหลอีกครั้ง” เวลโดรตะโกนเสียงดังเป็นภาษาแลงเกล

 

เหล่านักรบพาลาดินที่ได้ยินดังนั้นก็ต่างพากันหันหน้าไปมองที่นักบุญศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอคำสั่งต่อไป

 

“อย่าไปเชื่อคำพูดของปีศาจ พวกมันเชื่อใจไม่ได้ นั่นอาจจะเป็นกับดัก”

 

เวลโดรที่ได้ยินดังนั้นก็เงียบและก้มหน้าลงไปในทันที

 

“เจ้าก็น่าจะรู้ดีว่าพวกมันระวังตัวกลัวตายกันทั้งนั้น มนุษย์คนไหนจะไปทำตามคำพูดของจอมมารกัน” จิตใต้สำนึกของเวลโดรยังตอกย้ำกันต์อยู่

 

กันต์ในร่างของเวลโดรเลือกที่จะเดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง

 

ถ้านักบุญศักดิ์สิทธิ์ไม่คิดจะผนึกร่างจอมมาร มันก็เหลือทางเลือกคือต้องหาวิธีผนึกตัวเองด้วยตัวเองเท่านั้น
 

เขาจะต้องกลับไปให้ได้ เพราะไอ้ระบบที่มันดันเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ถ้ากันต์ไม่ทำเช่นนี้เขาคงจะติดอยู่ในร่างของจอมมารเวลโดรตลอดไป

 

มันแน่นอนอยู่แล้วว่ากันต์ไม่สามารถผนึกตัวเองด้วยตนเองได้ แต่ของที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ก็อยู่ในวิหารลอยฟ้านั่น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 147 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #244 danayapat123 (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:53
    นักบุญงงกันเลยทีเดียว555
    #244
    1
    • #244-1 SuruMaster(จากตอนที่ 114)
      20 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:35
      ไม่ใช่แค่งงละครับ เหวอกันไปเลย555
      #244-1
  2. #243 Fikusa (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:25
    เหอๆๆ ถ้าทำได้จริงฝั่งนักบุญคงงงตาแตก แต่ยังไงก็คงทำไม่ได้เพราะภาคนี้เล่นบทจอมมาร
    #243
    1
    • #243-1 SuruMaster(จากตอนที่ 114)
      20 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:35
      ก็ลองเดาดูครับว่าพระเอกเราจะทำได้ไหม 555
      #243-1
  3. #242 ลู่เมิ่ง-sun- (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:56
    เอาเข้าไป จะผนึกตัวเองก็ได้ด้วย
    #242
    5
    • #242-3 ลู่เมิ่ง-sun-(จากตอนที่ 114)
      21 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:16
      หาวิธีผนึกตัวเองด้วยตัวเอง=หาวิธีผนึกร่างเวลโดรด้วยตัวเอง

      แบบนี้ก็ได้ เนื้อเรื่องนิยายสนุกมาก จะติดตามเรื่อยไปน๊าา
      #242-3
    • #242-5 SuruMaster(จากตอนที่ 114)
      21 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:55
      ขอบคุณครับบบ
      #242-5