สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 113 : ภาค 2-บท 13 หัตถ์อสูรกาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,044
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 152 ครั้ง
    19 ก.พ. 63

เมื่อผมลืมตาขึ้นอีกครั้งก็ปรากฏให้เห็นกลุ่มคนในชุดเกราะสีเงินสลับทองคล้ายกับชุดเกราะของพวกนักรบพาลาดินในเกม RPG

 

ผมเดาว่าที่นี่น่าจะเป็นวิหารแห่งหนึ่งที่ต่างโลกเพราะผนังพวกนี้ดูคุ้นตามาก มันคล้าย ๆ กับผนังในวิหารศักดิ์สิทธิ์

 

ในขณะที่กำลังคิดอยู่นี่เองกองนักรบพาลาดินก็ชักดาบคู่กายออกมาและกระจายกำลังล้อมผมไว้

 

เพราะเกราะหมวกที่ปิดหน้าไว้อย่างมิดชิดจึงทำให้ผมเดาไม่ออกว่าพวกเขากำลังแสดงสีหน้าแบบไหนหรือกำลังคิดอะไรอยู่

 

ในระหว่างที่ผมกำลังสับสนกับภาพตรงหน้าเสียงในหัวมันก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่เสียงของระบบ

 

“พวกนักรบกระจอก ๆ  ดาบเงินแค่นั้นยังทำอะไรเจ้าไม่ได้”

 

ทันใดนั้นเองนักรบพาลาดินคนหนึ่งก็พุ่งตัวเข้ามาและง้างดาบเข้าโจมตี

 

ผมรีบเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาติญาณและชกสวนกลับไปเหมือนที่เคยทำมาตลอด

 

ในขณะที่ผมกำลังออกหมัดนั้นมันก็ทำให้ผมเข้าใจถึงเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นมาทันที

 

แขนและมือของผมมันไม่เหมือนเดิมมันเปลี่ยนไป แขนและมือของผมมันกลับกลายเป็นสีม่วงและครอบไปด้วยเกราะสีดำ

 

“ตึงงง” เสียงของบางสิ่งกระทบเข้ากับผนังได้ดังขึ้น

 

ร่างของนักรบพาลาดินคนที่ถูกผมชกไปเมื่อกี้ ในตอนนี้ร่างของเขาได้ติดคาอยู่กับกำแพงที่ทำจากหินอ่อนและแน่นิ่งหมดสติไปในทันที

 

ดาบสีเงินของเขาร่วงหล่นลงจากมือพร้อมกับร่างที่ค่อย ๆ ไหลลงมาจากกำแพง

 

ปรากฏให้เห็นหลุมรอยร้าวขนาดใหญ่บนกำแพงหินอ่อน นั่นเป็นตัวส่งสัญญาณได้ดีว่าหมัดนั้นแรงแค่ไหน

 

“กองกำลังอัศวินดำของข้ายังจะมีประสิทธิภาพมากกว่า นักรบพวกนี้มันเน้นที่ปริมาณไม่ใช่คุณภาพ จะกระจอกเช่นนี้ก็สมควร”

 

ตามปกติแล้วนักรบพาลาดินจะมีเลเวลขั้นต่ำอยู่ที่ 60 และเป็นกองกำลังที่ขึ้นตรงกับวิหารศักดิ์สิทธิ์รวมถึงนักบุญศักดิ์สิทธิ์ด้วย

 

โอเค ผมเข้าใจแล้วว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นไปมันก็ยังมีเรื่องที่ผมไม่เข้าใจอยู่

 

นั่นก็คือผมเข้ามาสิงร่างของเวลโดรได้ยังไงกัน ไม่ใช่ว่าระบบมันปิดปรับปรุงอยู่รึไง ระบบสลับตัวละครตามปกติก็ไม่น่าใช้ได้

 

แต่จะยังไงก็ช่าง ผมต้องรีบหาทางกลับไปที่ร่างเก่าก่อน

 

ความจริงเกี่ยวกับบ้านของผมที่โดนไฟไหม้มันอยู่แค่เอื้อมเท่านั้นเอง ถ้าเกิดเล็กเป็นอะไรขึ้นมาอีกผมก็กลับไปช่วยไม่ได้แล้ว

 

ในตอนนี้ผมไม่ได้รับความช่วยเหลือจากระบบตามปกติ คงจำเป็นต้องพึ่งตัวเองก่อน

 

เป้าหมายของผมตอนนี้ไม่ต้องรอให้ระบบมันเป็นคนมากำหนดเพราะผมจะสร้างเป้าหมายขึ้นมาด้วยความตั้งใจของตัวเอง

 

ในขณะเดียวกันเหล่านักรบพาลาดินทั้งหมดก็ร่ายเวทออกมา มันเป็นเวทที่เอาไว้เพิ่มค่าสถานะของตัวเอง 10% ชั่วคราว มันเป็นเวทที่พาลาดินทุกคนต้องมีและใช้เป็น

 

ออร่าสีทองอันเบาบางเริ่มแพร่ขยายออกมาจากร่างกายของพวกเขา และนั่นก็ทำให้นักรบพาลาดินดูน่าเกรงขามขึ้นมาอีกระดับ

 

“หัตถ์อสูรกาย” กันต์ในร่างของเวลโดรเปิดใช้ทักษะ

 

ที่มือของเวลโดรเริ่มมีมานาสีม่วงหมุนเวียนอยู่ในมือและสลายหายไป

 

ทันใดนั้นเองมือสีม่วงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยกรงเล็บก็ปรากฏกายขึ้นรอบ ๆ ตัวของเวลโดร

 

มันเป็นมือสีม่วงเข้มที่ใหญ่และสูงกว่า 2 เมตร มีทั้งหมด 10 มือด้วยกัน

 

ผมรู้สึกแล้วว่าระบบมันน่าจะขัดข้องแล้วจริง ๆ ระบบทักษะที่น่าจะปิดปรับปรุงอยู่มันดันใช้ในตอนนี้ได้ซะงั้น

 

“เลเวลของเวลโดรตอนนี้ก็น่าจะ 90 ได้ ทำไมล่ะ? ปกติมันต้องไม่ใช่แบบนี้”

 

อันที่จริงเวลาตัวละครใหม่ถูกปลดล็อคเลเวลของตัวละครใหม่ก็จะอิงตามเลเวลของตัวละครเก่าที่เคยมี ที่มีเลเวลสูงที่สุด แต่นั่นไม่ใช่กับกรณีของเวลโดร

 

มืออสูรกายของเวลโดรเข้าโจมตีและขย้ำเหล่านักรบพาลาดินที่โจมตีเข้ามา

 

นักรบพาลาดินหลายสิบคนเข้ารุมโจมตีมืออสูรกายพร้อมกัน

 

แต่ขนาดพวกเขาช่วยกันรุมแล้วก็ยังไม่สามารถชนะได้อีกทั้งยังถูกโจมตีสวนกลับมาอีก

 

ในตอนนี้เองที่พวกเขารู้ซึ้งแล้วว่าทำไมชื่อของจอมมารเวลโดรถึงยังไม่เคยถูกลืมเลือน แม้เวลาจะผ่านไปนับพันปี

 

ความแข็งแกร่งของจอมมารเวลโดรเป็นของจริง บางทีเขาอาจจะแข็งแกร่งกว่าจอมมารคนปัจจุบันเลยด้วยซ้ำ

 

“เจ้ามนุษย์ข้าอยากถามเจ้าจริง ๆ ว่าเจ้าทำแบบนี้ได้ยังไง เจ้าเป็นใครกันแน่ ทำไมเจ้าถึงทำราวกับรู้จักข้าดีนัก ทำไมเจ้าถึงรู้จักเวทของข้า” จิตใต้สำนึกของเวลโดรเอ่ยถาม

 

ตามปกติเวลโดรจะเป็นคนที่หยิ่งทะนงและเงียบขรึมในบางเวลา แต่พอมาเจอเรื่องเหนือความควาดหมายเช่นนี้เขาเองก็แทบจะไม่อยากเชื่อ

 

คุณจะรู้สึกยังไงถ้าอยู่ ๆ ดันมีคนที่รู้จักตัวของคุณดีพอ ๆ กับที่คุณรู้จักตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยแม้แต่จะพบกันมาก่อน ในตอนนี้เวลโดรก็รู้สึกเช่นนั้น

 

“ผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน ถึงได้พยายามหาคำตอบอยู่นี่ไง ว่าสิ่งที่ผมเคยทำลงไปในอดีตมันคืออะไร”

 

ที่หน้าทางเข้าวิหารศักดิ์สิทธิ์ บริเวณประตูมิติ

 

          วิหารแห่งนี้คือวิหารที่ตั้งอยู่ในอาณาจักรตอนกลางของมนุษย์

 

          มันเป็นวิหารที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเคารพบูชาเทพีแห่งสงคราม ปัญญา และหัตถกรรม อาเธน่า

 

          แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือวิหารแห่งนี้ถูกตั้งอยู่บนเกาะลอยฟ้า มีทางเข้าออกทางเดียวคือประตูมิติ

 

          บริเวณรอบ ๆ จะถูกหุ้มไปด้วยม่านพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เทพทรงประทานไว้ให้ มันเป็นม่านพลังที่จะทำให้บุคคลภายในไม่สามารถใช้เวทข้ามมิติได้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ๆ ยกเว้นเพียงแต่ประตูมิติ

 

          “ท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้จอมมารเวลโดรยังไม่แข็งแกร่งมากนัก เราต้องรีบผนึกมันก่อนที่จะแข็งแกร่งไปกว่านี้”

 

          นักรบพาลาดินคนหนึ่งพยายามเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับนักบุญศักดิ์สิทธิ์ฟัง

 

          “ผนึกมันคงอ่อนกำลังลงมากแล้ว เวลโดรถึงได้หลุดออกมาโชคดีที่ท่านคล็อดได้ทำผนึกเตรียมไว้อีกอัน”

 

          ในระหว่างที่กำลังคุยกันอยู่นั่นเองนักรบพาลาดินอีกคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาและกล่าวรายงาน

 

          “ขออภัยท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์ พวกเราไม่สามารถถ่วงเวลาจอมมารเวลโดรได้อีกแล้ว มันแข็งแกร่งเกินไป”

 

          นักบุญศักดิ์สิทธิ์นิ่งคิดไปสักพักก่อนที่จะออกคำสั่ง

 

          “ข้าจะไปช่วยเอง เราต้องถ่วงเวลาจนกว่าภาคีอัศวินแห่งแสงจะมาถึง”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 152 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #241 Fikusa (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:59
    เมื่อระบบติดบัค ความเกรียนจึงบังเกิดแก่คนเล่น ฮ่าๆๆๆๆๆ
    #241
    1
    • #241-1 SuruMaster(จากตอนที่ 113)
      19 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:17
      ประมาณนั้นเลยครับ 555
      #241-1
  2. #240 ลู่เมิ่ง-sun- (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:10

    พอบอกแขนและมือเป็นสีม่วง นึกถึงเจ้าถนอมเลย น่าจะมีถุงมือด้วย555
    #240
    1
    • #240-1 SuruMaster(จากตอนที่ 113)
      19 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:22
      555 พี่แกไม่มีถุงมือหรอกครับ
      #240-1