สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 112 : ภาค 2-บท 12 ผนึกที่อ่อนกำลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,069
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 152 ครั้ง
    18 ก.พ. 63

"อาการของเจ้าหนุ่มนั่น จะเริ่มจากหมดสติอย่างกระทันหัน หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวแล้วว่าจะมีอาการยังไง"

 

ริสาหันมองอสรพิษสีขาวด้วยท่าทางอันเรียบเฉย อย่างกับเธอกำลังคิดถึงอะไรบางอย่างอยู่

 

“แต่เจ้าไม่ต้องกังวลไป ถ้าเจ้าหนุ่มนั่นเป็นลูกศิษย์ของเวรัคจริงยังไงก็รอด” อสรพิษสีขาวค่อย ๆ พูดออกมา

 

เมื่อสิ้นประโยคริสาก็คิดขึ้นมาได้ทันที เหตุผลที่อสรพิษตัวนี้ยอมมอบเลือดของมันให้ในครั้งนี้เพราะมันกำลังหวังผลจากเหตุการณ์ตรงนี้อยู่

 

มันต้องการทดสอบว่าชายในชุดคลุมที่มีชื่อว่าเดสเพียร์นั้นเป็นลูกศิษย์ของเวรัคจริงหรือไม่

 

แต่ยังไงก็ตามริสาเองก็ยังเชื่อว่า ต่อให้เดสเพียร์ไม่ใช่ลูกศิษย์ของเวรัคจริง ยังไงเขาก็รอด

 

ในขณะเดียวกันที่เมืองเคสมอร์ ภายในวิหารนักบุญศักดิ์สิทธิ์

 

ที่บริเวณทางเข้าวิหารเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังแบกวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อฟื้นฟูเมือง ซึ่งก็เกือบจะสมบูรณ์แล้ว

 

ในตอนนี้กองเคสมอร์อันเป็นกองกำลังหลักได้กลับมาถึงเมืองหลวง

 

พวกเขาต่างอยากรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างที่พวกเขาไม่อยู่และกำลังรีบกลับมา

 

ส่วนคำตอบที่ได้ก็มีเพียงวีรบุรุษที่มีนามว่าเครกเท่านั้น กับตำนานของปีศาจปีกดำที่เล่าขานอยู่ในกลุ่มทหาร

 

กองทัพเคสมอร์ได้รับหน้าที่ในการกระจายข่าวให้เมืองต่าง ๆ ได้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เข้าสู่สภาวะปกติเพื่อเรียกความสงบสุขกลับมาอีกครั้ง

 

นั่นจึงทำให้กองทัพเคสมอร์จำใจต้องออกเดินทางอีกครั้ง แต่ดยุกไมล์ก็ยังอยู่ที่นี่

 

ตามปกติดยุกไมล์มีศักดิ์เป็นผู้นำทัพเคสมอร์คนปัจจุบัน

 

ในระหว่างที่เกิดการต่อสู้ระหว่างเรล์มและดันเต้ ดยุกไมล์ก็กลับเข้ามารักษาตัวในเมืองจึงทำให้เขาได้รับรู้เรื่องราวส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กับกองกำลังของตน

 

“ท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์ ปีศาจปีกสีดำนั่นเป็นเรื่องจริงรึ เรื่องเล่านี้ถูกเล่าขานในหมู่ทหารจนแพร่กระจายไปนอกเมืองหมดแล้ว”

 

ดยุกไมล์เอ่ยถามในขณะที่เขากำลังยืนอยู่เบื้องหน้าทางเข้าวิหาร โดยมีเรติน่าและองครักษ์ของเธอยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม

 

“มันเป็นเรื่องจริง ปีศาจที่มีปีกสีดำได้ช่วยพวกเราไว้ก่อนที่ท่านเครกจะมาถึง แม้แต่เรย์เองก็สามารถยืนยันได้”

 

เรติน่าเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยล้าเพราะงานอันมากมายล้นหลามของเธอ

 

ดยุกไมล์ที่ได้ยินดังนั้นก็ก้มหน้าลงคิดสักพัก ก่อนที่จะกล่าวตอบ

 

“ตามที่บรรพบุรุษของเราท่านเคสมอร์ได้เคยบันทึกไว้ในตำราพิชัยสงครามบทที่ 7 มีความว่าปีกสีแดงคือศัตรู สีขาวผู้นำทาง สีม่วงเป็นผู้นำหายนะ และสีดำคือเพื่อนร่วมชะตากรรม”

 

เรติน่าที่ได้ยินดังนั้นก็นิ่งคิด ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองฟ้าเพราะเธอได้ยินเสียงร้องของสิ่งมีชีวิตบางอย่าง

 

มันเป็นเสียงของนกอินทรีตัวสีขาวเผือกกำลังบินมา พร้อมกับสาสน์ที่อยู่ในกรงเล็บ

 

อินทรีเผือกร่อนตัวลงและหยุดต่อหน้าเรติน่า

 

“ตราประทับของเทพอาเธน่า?” เรติน่าเอ่ยพลางคว้าสาสน์ที่อยู่ในกรงเล็บของนกอินทรี

 

หลังจากที่มันทำหน้าที่เสร็จสิ้นแล้วก็บินจากไปทันที

 

“ข้าเกรงว่าท่านกำลังมีเรื่องยุ่ง ข้าคงต้องขอตัวก่อน” ดยุกไมล์โค้งตัวคำนับเรติน่าและเดินจากไป

 

เรติน่ารีบกลับเข้าไปในห้องของเธอและเปิดอ่านสานส์ที่ถูกส่งมาจากอาณาจักรมนุษย์ทางตอนกลางทันที

 

เหตุผลที่เธอรู้ได้เพราะเทพอาเธน่าเป็นเทพที่มนุษย์ในอาณาจักรตอนกลางนับถือกันเป็นส่วนใหญ่ และยังเป็นตราประจำตัวของนักบุญศักดิ์สิทธิ์อีกคนหนึ่ง

 

“ผนึกศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านผู้กล้าคล็อดทำไว้กำลังอ่อนแอลงไปตามกาลเวลา ผนึกที่เก่าแก่ก็ไม่ต่างอะไรจากกรงขังที่ขึ้นสนิม”

 

เรติน่าค่อย ๆ ไล่อ่านเนื้อความในสาสน์ทีละบรรทัด

 

“ ข้ารู้ดีว่าเมืองหลวงเคสมอร์กำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก แต่หากจอมมารเวลโดรหลุดออกจากผนึกนั่นอาจจะหมายถึงจุดจบของโลก”

 

“ถ้าเป็นไปได้ข้าอยากจะขอยืมพลังของเจ้าเพื่อช่วยกันผนึกจอมมารเวลโดรอีกครั้ง ด้วยผนึกศักดิ์สิทธิ์อีกอันที่ผู้กล้าคล็อดเคยสร้างไว้เมื่อหนึ่งพันปีก่อน”

 

เรติน่าวางสาสน์ในมือและกุมหน้าผากด้วยความเครียด

 

ทำไมช่วงนี้ถึงมีแต่เรื่องยุ่งยาก ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่เธอรู้สึกเครียดขนาดนี้มาก่อน

 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง และไหนจะเรื่องของจอมมารในตำนานเวลโดรนั่นอีก

 

“ลองปรึกษาเรย์ดูก็น่าจะดี ท่านเครกเองก็ดูเหมือนจะไว้ใจเขามาก”

 

ว่าแล้วเรติน่าก็รีบเดินทางไปยังสมาคมการค้าดาบสีครามทันที

 

กลับไปที่กันต์ (ไม่ได้สวมชุดคลุม)

 

ผมลืมตาขึ้นอีกครั้งในความมืดมิด ทุกอย่างรอบตัวมันมืดไปหมด มืดสนิทจนมองไม่เห็นอะไรสักอย่าง

 

“มันดันเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก ความจริงอยู่แค่เอื้อมแท้ ๆ”

 

เท่าที่ผมจำได้ ล่าสุดคือผมกำลังเดินทางไปเค้นความจริงจากเล็กที่ห้องข้าง ๆ ในโรงพยาบาล

 

แล้วอยู่ ๆ ก็ล้มลงเพราะควบคุมสติตัวเองไม่ได้ และสุดท้ายก็หมดสติไป

 

“ไม่ใช่ว่านั่นจะเป็นยาพิษหรอกน่ะ” ผมยังจำขวดแก้วที่ได้มาจากริสาได้ดี

 

ในระหว่างที่ผมกำลังพยายามคิดและหาหนทางออกจากสถานการณ์ตอนนี้นั่นเอง

 

“มันก็แค่ภาพลวงตา ทำลายมันด้วยจิตใจของเจ้า” เสียงของใครบางคนที่ฟังดูทุ้มต่ำและน่าหวั่นเกรงดังเข้ามาในหัวของผม

 

“ภาพลวงตา? ก่อนที่จะให้เชื่อก็บอกชื่อตัวเองมาก่อนสิ”

 

ในระหว่างที่ผมกำลังรอฟังคำตอบอยู่นั่นเองความมืดสีดำตรงหน้าก็ค่อย ๆ แตกออกราวกับรอยแก้วที่แตก

 

แสงสว่างสอดส่องเข้ามาตามรอยแตก มันสว่างเสียจนผมต้องเอามือมาบังตาไว้

 

หลังจากนั้นไม่นานความเข้มของแสงก็ได้ลดลง นั่นอาจจะเป็นเพราะสายตาของผมมันเริ่มปรับตัวได้แล้ว

 

“จงอย่าหวาดกลัว จงตั้งมั่นอยู่ในจิตแห่งนักรบ!!!” เสียงตะโกนของชายหลายคนดังขึ้นพร้อมกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 152 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #239 Fikusa (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:35
    เอ หลุดไปที่ไหนเนี่ย
    #239
    1
    • #239-1 SuruMaster(จากตอนที่ 112)
      19 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:23
      ต่างโลกครับ 555
      #239-1