สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 111 : ภาค 2-บท 11 เส้นฟางเส้นสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,031
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 149 ครั้ง
    17 ก.พ. 63

“เครื่องนี้เป็นเครื่องตรวจสอบเลเวลรุ่นใหม่ที่ทางบริษัทได้พัฒนาขึ้นมา เอามือประทับลงบนหน้าจอนี้ก็พอ”

 

คงเป็นเพราะคนที่โลกนี้ไม่มีความสามารถในการตรวจสอบเลเวลตัวเองได้ พวกเขาถึงต้องออกเทคโนโลยีใหม่มาเพื่อเป็นตัวช่วยในเรื่องนี้

 

ผมทำตามที่ครูสั่งทันที เมื่อประทับมือลงไปแล้วก็เอามือออก และตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าจอนั่นก็คือ 25

 

ครูเอลหันเครื่องแสกนกลับและดูตัวเลขบนหน้าจอดิจิตัล

 

“อืมแค่นี้ก็น่าจะพ้นจากการถูกไล่ออกในโครงการนักเรียนทุนแล้ว แต่อยากรู้ไหมว่ากานต์เวลเท่าไหร่”

 

ครูเอลเอ่ยพลางเก็บเครื่องแสกนลงในกระเป๋าสะพาย

 

“ถ้าผมจำไม่ผิดเธอเลเวล 26 สินะครับ ตอนนี้ก็น่าจะเลเวล 30 ได้แล้ว”

 

ครูเอลที่ได้ยินดังนั้นก็เอามือปิดปากพร้อมกับหลบหน้าผมและเงียบไปสักพัก อย่างกับว่าครูกำลังกลั้นหัวเราะอยู่

 

“กานต์มีเลเวล 32 แล้ว เธอถูกจัดเป็นอันดับ 1 จากนักเรียนทุนทั้งหมด ยิ่งเลเวลเยอะขึ้นก็ยิ่งเพิ่มเลเวลได้ยาก แต่ดูเหมือนนั่นจะไม่ใช่กับกานต์”

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองกานต์ก็เดินเข้ามาในห้องผู้ป่วยและปรี่ตัวเข้าที่เตียงผมทันที

 

“กันต์ ฉันได้ยินว่านายกำลังบาดเจ็บ มันเกิดอะไรขึ้น?” กานต์เปิดบทสนทนาด้วยคำถาม

 

“แค่ฉันกำลังเข้าไปช่วยเล็กที่ติดอยู่ในป่าแล้วโดนลูกหลงเท่านั้นเอง”

 

กานต์สลับสายตามองไปที่เฝือกที่ขาและแขนของผมด้วยสีหน้าประหลาดใจ

 

ใช่แล้วถ้ายังจำกันได้ คนที่รู้ว่าเดสเพียร์คือผม มันก็มีแค่กานต์เท่านั้น เธอคงตกใจที่ผมเลเวลสูงขนาดนี้แต่ยังบาดเจ็บกลับมา

 

อาจารย์เอลเฝ้ามองผมและกานต์อยู่ห่าง ๆ ไปอีกสักพักก่อนที่ครูจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่ได้บอกลาสักคำ

 

“จะว่าไปแล้ว เธอไม่สงสัยเกี่ยวกับความลับของฉันเลยรึไง” ผมถามออกไป

 

กานต์รู้มาตั้งนานแล้วว่าอันที่จริงผมมีความสามารถขนาดไหนแต่เธอก็ไม่เคยบอกใครหรือถามอะไรแม้แต่คำเดียว

 

“ถ้านายไม่อยากเล่าฉันก็จะไม่ถามเท่านั้นเอง ทุกคนก็ต้องมีความลับเป็นธรรมดา” กานต์ตอบและส่งยิ้มบาง ๆ ให้

 

“แล้วเล็กอยู่ไหน เธออยู่ที่โรงพยาบาลนี้รึเปล่า?”

 

“อืม ห้องข้าง ๆ นี่เอง รู้สึกเหมือนเธอจะฟื้นแล้วด้วย” กานต์พูดพร้อมกับชี้นิ้วไปทางด้านซ้าย

 

“กานต์ เอาไม้ค้ำให้ฉันหน่อย พอดีว่ามีเรื่องต้องคุยกับเล็ก”

 

กานต์ที่ได้ยินดังนั้นก็รีบไปหยิบไม้ค้ำที่วางไว้ไม่ไกลจากหัวเตียงมาให้กันต์ทันที

 

กันต์รีบลุกขึ้นจากเตียงและเดินผ่านประตูโดยใช้ไม้ค้ำเป็นตัวช่วยเพราะตอนนี้เขากำลังเข้าเฝือกอยู่

 

แต่ยังโชคดีที่มีกานต์ช่วยพยุงไว้ให้ ไม่งั้นกันต์อาจจะเดินลำบากกว่านี้อีกสักเล็กน้อย

 

แต่หารู้ไม่ว่าในขณะเดียวกันนั้น สิ่งยึดเหนี่ยวสุดท้ายก็ได้ขาดลงเสียแล้ว

 

ทันใดนั้นเองเมื่อประตูห้องคนป่วยถูกเปิดออกกันต์ก็ล้มพับลงไปกับพื้นทันที

 

กานต์รีบเข้าประคองกันต์ไม่ให้หน้าคะมำไปกับพื้น พร้อมกับอาจารย์เอลที่พุ่งตัวเข้ามาช่วยอีกแรง

 

“กานต์ มันเกิดอะไรขึ้น” อาจารย์เอลถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน

 

“ไม่รู้ค่ะ อยู่ดี ๆ กันต์ก็ล้มลงไป”

 

กันต์ที่ใกล้จะหมดสติพยายามลืมตาขึ้นและพยายามลุกขึ้น แต่นั่นก็ไร้ประโยชน์เพราะวิญญาณของเขามันได้หายไปจากร่างแล้ว

 

ร่างของกันต์นอนแน่นิ่งอยู่บนอ้อมแขนของอาจารย์และเพื่อนสาว ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์

 

ที่ห้องพักของริสา

 

          ริสากลับมาที่ห้องของเธออีกครั้ง และปิดประตูลง

 

          เมื่อกลับมาถึงห้องแล้วเธอก็รีบถอดเกราะออกเพื่อผ่อนคลายร่างกาย

 

          ส่วนอาวุธสีขาวในมือของเธอมันกลับลอยขึ้นกลางอากาศและวนเวียนไปมารอบ ๆ

 

“ทำไมเจ้าถึงเอาเลือดของข้าไปให้มัน” เสียงของผู้หญิงคนเดิมดังออกมาจากอาวุธสีขาว

 

ริสาที่ได้ยินดังนั้นก็เงียบไปสักพักก่อนที่จะตอบกลับไป “เขาช่วยลูกทีมของฉันไว้”

 

อาวุธดาบสีขาวเปลี่ยนร่างของตนเองให้กลับกลายเป็นอสรพิษและเลื้อยขึ้นไปบนเตียงของริสา

 

“เครก เจ้าหนุ่มคนนั้นมันทำให้ข้าคิดถึงเขา พวกเขาทั้งคู่มีทักษะการต่อสู้ที่คล้ายคลึงกัน” อสรพิษทำหน้าเหงาหงอยและพูดออกมา

 

“เครก ?” ริสารทวนชื่อของผู้นั้นอีกครั้ง

 

“เจ้าคงไม่รู้จักหรอก เจ้านั่นตายไปตั้งพันปีแล้ว แถมตอนนี้ชื่อของมันก็ยังมีคนจำผิดจนเพี้ยนไปอีกด้วย”

 

ริสาถอดเครื่องแบบนักเรียนของเธอออกและนั่งลงบนเตียง

 

“ถ้ามันไม่เกี่ยวกับเป้าหมายของฉันก็ไม่ต้องเล่า”

 

ริสาเอ่ยพลางนำผ้ามาเช็ดชุดเกราะของเธอเพื่อทำความสะอาดคราบเลือดของตะขาบทรพิษ

 

ถึงแม้ว่าที่บนร่างกายของเธอจะมีรอยเลือดอยู่บ้าง แต่เธอก็ไม่ได้สนใจสักนิด

 

“ข้าไม่สนหรอกว่าเจ้าอยากจะฟังหรือไม่ ข้าแค่อยากบอกว่าเลือดของข้านั้นไม่เหมาะกับมนุษย์ธรรมดา”

 

ริสาที่ได้ยินดังนั้นมือของเธอก็หยุดชะงักไปชั่วขณะและนิ่งไป

 

“ฉันก็เป็นมนุษย์ดื่มเลือดมังกรขาวมาตั้งหลายครั้งแล้วไม่เห็นจะเป็นอะไร”

 

“ริสา---ข้าบอกเจ้ากี่ครั้งแล้วว่าตอนนี้เจ้าไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาเจ้าเป็นมนุษย์ครึ่งมังกร ตั้งแต่วันที่ข้าช่วยเจ้าในครั้งนั้นทุกอย่างก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว”

 

“เขาไม่ตายหรอก เลเวลก็น่าจะพอ ๆ กับฉัน” ริสาพูดขึ้นพร้อมกับเช็ดชุดเกราะของเธอต่อ

 

“ต่อให้มีเลเวลมากแค่ไหนเลือดมังกรขาวก็ยังอันตรายเกินไปสำหรับมนุษย์ธรรมดา”

 

เมื่ออสรพิษสีขาวพูดจบมันก็เลื้อยขึ้นไปบนชุดเกราะที่ริสากำลังเช็ดอยู่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 149 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #236 Fikusa (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:48
    จอมมารผงาดแล้ว
    #236
    1
    • #236-1 SuruMaster(จากตอนที่ 111)
      17 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:29
      ใกล้แล้วละครับ
      #236-1