สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 100 : ภาค 1-บทที่ 100 ตำนานแรกแห่งโลกใบใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 146 ครั้ง
    6 ก.พ. 63

ที่สนามประลองในขณะเดียวกัน

 

คณะครูและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนกำลังมองการต่อสู้บนลานประลองด้วยความสนใจ

 

พวกเขารู้ตัวดีว่าเกิดอะไรขึ้นที่เขตอุทยาน แต่เมื่อทีมจู่โจมถูกส่งไปแล้วก็ไม่มีอะไรที่น่ากังวล

 

นั่นจึงทำให้การประลองยังสามารถดำเนินการต่อไปได้

 

“ไม่น่าเชื่อว่าเด็กที่มาจากนอกเกาะครีอัสเอลจะมีฝีมือพอ ๆ กันกับนักเรียนที่เกิดบนเกาะนี้”

 

บนสนามประลองนั้นกำลังเริ่มการต่อสู้กันของนักเรียนชายคู่หนึ่ง

 

“เด็กที่ขออันดับ10 ไปมีชื่อว่ากันต์และมีเลเวลอยู่ที่20 ใช่ไหม”

 

อาจารย์ใหญ่เดินเข้ามาในอัฒจันทร์ชั้นบน ซึ่งป็นชั้นที่เอาไว้ให้เหล่าอาจารย์มารับชมการประลอง

 

อาจารย์คนอื่นรีบก้มตัวเคารพอาจารย์ใหญ่กันตามมารยาททันที ยกเว้นเพียงอาจารย์ฟอร์ดที่กำลังยืนยิ้มอยู่

 

“ใช่ครับท่านอาจารย์ใหญ่ บางทีเขาอาจะเคยฝึกศิลปะการต่อสู้มาแล้วบ้าง สำหรับเราเขาก็อยู่ในระดับมาตรฐานครับ ไม่ได้พิเศษอะไร”

 

อาจารย์ฟอร์ดกล่าวรายงานอาจารย์ใหญ่ด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ

 

“คงต้องคอยดูต่อไปว่าอนาคตเขาจะทำอะไรได้บ้าง เท่าที่ดูมาพวกรุ่นพี่เองก็สนใจเด็กคนนั้นอยู่”

 

อาจารย์ใหญ่เอ่ยพลางนั่งลงบนเก้าอี้ข้างอาจารย์ฟอร์ด ราวกับพวกเขาทั้งคู่สนิทสนมและคุ้นเคยกันดี

 

“แล้วผลการประชุมเป็นยังไงบ้างครับ เรื่องนักเรียนที่กลายร่างเป็นปีศาจนั่น”

 

อาจารย์ใหญ่ที่ได้ยินคำถามของอาจารย์ฟอร์ดก็ถอนหายใจออกมาและเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้า

 

“ทางโรงเรียนพึ่งมาบอกกับเราว่ามันมักจะมีพวกปีศาจที่แฝงตัวอยู่ในคราบมนุษย์และทำตัวเหมือนกับเป็นคนธรรมดา”

 

“แต่ก่อนที่จะรับใครเข้ามาบนเกาะครีอัสเอลล้วนจะต้องถูกตรวจสอบมาแล้ว ทางโรงเรียนเองก็ไม่รู้ว่าปีศาจ2 ตนนั้นแฝงตัวมาจากไหน”

 

อาจารย์ใหญ่ถอนสายตากลับจากท้องฟ้าและมองไปยังอาจารย์ฟอร์ด

 

“ถ้าอย่างนั้นทางโรงเรียนเลยคิดเก็บเรื่องนี้เป็นความลับเพื่อไม่ให้แตกตื่นสินะครับ แล้วข้อมูลพวกนี้มันมาจากไหนเหรอครับ?”

 

อาจารย์ใหญ่ดัดน้ำเสียงให้เบาลงและกระซิบเบา ๆ “องค์กรลับใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีชื่อว่าองค์กรเงามืดแห่งโลก”

 

อาจารย์ฟอร์ดที่ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับสะดุ้งทันที

 

องค์กรเงามืดแห่งโลกคือองค์กรที่ทำได้เกือบทุกอย่าง แม้แต่สหประชาชาติก็อาจจะมีอำนาจน้อยกว่าด้วยซ้ำ

 

“ในตอนนี้ทางโรงเรียนกำลังร่วมมือกับบริษัทฮิวแมนคริเทคเพื่อล้างบางพวกมันและเอาข้อมูลมาให้มากที่สุดอยู่ ข้อมูลที่ได้จากองค์กรนั่นล้วนมีประโยชน์”

 

“บริษัทฮิวแมนคริเทคงั้นเหรอครับ นั่นคงไม่ใช่ตัวเลือกที่แย่มากท่าไหร่” อาจารย์ฟอร์ดพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ

 

อาจารย์ใหญ่หันไปรับชมการประลองต่อพร้อมกับพูดขึ้นในขณะที่สายตายังจ้องมองอยู่บนสนามประลอง

 

“ฟอร์ดหลังจากนี้ไปประชุมที่อาคารหลักด้วย ดูเหมือนผู้อำนวยการอยากอธิบายนโยบายใหม่ให้ฟัง”

 

อาจารย์ฟอร์ดที่ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับสะดุ้งอีกครั้ง “นโยบายใหม่เหรอครับ?”

 

“ก็น่าจะเป็นโครงการที่มีไว้สำหรับนักเรียนที่มีความสามารถสูงเป็นพิเศษ เห็นว่างบในครั้งนี้ลงทุนไปเกือบ10 ล้านดอลลาร์”

 

คณะอาจารย์ทุกคนที่ได้ยินก็หูดีขึ้นมาทันที จากตอนแรกที่พวกเขาสนใจแค่การประลองกลับพากันตั้งใจเงี่ยหูฟัง

 

ท่านผู้อำนวยการต้องการทำอะไรกันแน่ถึงได้ลงทุนขนาดนั้น เงินจำนวนนี้มันไม่ใช่น้อย ๆ

 

บริเวณทางเข้าเขตอุทยานที่ 7

 

“ฉันจะเข้าไป” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น

 

“แต่เมื่อกี้ทีมจู่โจมของเธอก็เข้าไปเกือบหมดทีมแล้ว แค่นั้นก็น่าจะพอแล้ว เธอเองก็มีงานใหญ่ต้องทำไม่ใช่รึไง”

 

รุ่นพี่ชายที่เฝ้าทางเข้ายังคงพยายามกันไม่ให้ริสาเข้าไป

 

“ยังไงทีมของฉันก็สำคัญกว่า เลิกมาขวางได้แล้ว” ริสาเริ่มเพิ่มน้ำเสียงในการพูด

 

“ถ้าเธอเป็นห่วงคนในทีมจริง อย่างน้อยก็เชื่อใจว่าพวกเขาจะชนะเจ้าตัวข้างในนั่นไม่ได้รึไง”

 

“พวกนั้นสู้ไม่ไหวหรอก สิ่งที่เพ่นพ่านอยู่ในนั้นไม่ได้มีแค่ตัวเดียว ระบบที่พวกนายใช้มันผิดพลาด”

 

ริสาดันรุ่นพี่ชายออกไปทางด้านข้างและเดินเข้าไปเขตอุทยานทันที

 

เหล่ารุ่นพี่คนอื่นที่เหลือซึ่งมีหน้าที่เฝ้าทางเข้าก็ต่างพากันส่ายหน้าให้กับรุ่นพี่ชาย

 

พวกเขารู้ตัวดีว่าริสาไม่ใช่คนที่ควรจะไปต่อล้อต่อเถียงด้วย เพราะส่วนใหญ่แล้วมักจะเจ็บตัวเปล่า ๆ

 

แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาเห็นพ้องต้องกันคือระบบตรวจสอบของเขตอุทยานทำไมถึงมีปัญหาและทำผิดพลาดมากขนาดนี้ มันเป็นเพราะอะไรกันแน่

 

กลับไปที่กันต์

 

ที่บริเวณต้นแขนทั้ง2 ข้างของเล็กเต็มไปด้วยกำไลและเครื่องประดับต่าง ๆ

 

แต่ละชิ้นมีความสามารถในการสร้างม่านพลังแต่ก็เป็นแค่ม่านพลังกระจอก ๆ ทั้งนั้น

 

เหตุผลที่เธอรอดจากตะขาบเลเวล 60 ได้ก็น่าจะเป็นเพราะไอเทมพวกนี้

 

แต่ถ้าถามว่าเธอเอามาจากไหน นั่นก็คงไม่พ้นพี่ชายของเธอ กฤติธีนั่นเอง

 

“ยาแก้พิษ ทำไมเราไม่เคยคิดจะซื้อติดตัวไว้บ้างเนี่ย”

 

กันต์เอ่ยพลางพยุงร่างของเล็กที่หมดสติให้นอนราบลงบนพื้น

 

[จิตใต้สำนึกของเครกแนะนำให้ผู้เล่นหาสมุนไพร3 สีมารักษาอาการ]

 

เครกขอบคุณสำหรับคำแนะนำ แต่ปัญหาคือผมไม่รู้ว่าสมุนไพรที่ว่าหน้าตาเป็นยังไง

 

ในเกมมีวิธีการแก้พิษอยู่แค่2 วิธี คือ1 กินยาแก้พิษ และ2 รอมันหายเองแต่ต้องมั่นใจว่าไม่ตายก่อนที่อาการติดพิษจะหมดไป

 

[จิตใต้สำนึกของเรล์มบอกให้คุณแบ่งเลือดครึ่งปีศาจให้เธอเพื่อต่อชีวิตชั่วขณะ]

 

อันนั้นผมขอเก็บไว้เป็นตัวเลือกสุดท้ายแล้วกัน

 

[จิตใต้สำนึกของเวรัคบอกให้คุณใจเย็นและใช้หยาดเหงื่อแห่งธรรมชาติเพื่อหยุดการกัดกร่อนของพิษตะขาบทรพิษ]

 

“เหงื่อแห่งธรรมชาติ”

 

ผมเรียกไอเทมน้ำยาฟื้นฟูออกมาและเอามันกรอกปากเล็กโดยทันที

 

ความลับของบ้านผมที่โดนเผายังอยู่กับเธอ จะปล่อยให้ตายไม่ได้เด็ดขาด

 

[จิตใต้สำนึกของเวรัคกำลังมองการกระทำของคุณ ด้วยความเศร้าใจ เธอจำได้ว่าเคยสอนวิธีใช้น้ำยาฟื้นฟูอีกแบบหนึ่งให้กับคุณ]

 

ใช่แล้ว ถ้าผมเทน้ำยาฟื้นฟูลงบนแผลโดยตรงมันจะให้ผลลัพธ์ที่ดีและเฉพาะจุดมากกว่า ในตอนที่เล่นเป็นร่างเวรัคผมก็เคยทำมาแล้วนี่

 

"หน้าตอนหลับของยัยนี่ก็น่ารักดี ผิดกับตอนตื่นลิบลับ" กันต์บ่นอุบอิบเบา ๆ

 

แต่ก่อนที่จะได้คิดอะไรมากกว่านี้ กันต์จึงไม่รอช้ารีบถกเสื้อของเล็กขึ้นเพื่อให้เห็นแผลชัดเจน

 

ผิวอันขาวเนียนของเธอกำลังแปดเปื้อนไปด้วยพิษสีม่วงและมันกำลังลามไปมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

หลังจากนั้นกันต์จึงเริ่มเทเหงื่อแห่งธรรมชาติที่เหลือในขวดแก้วลงบนบริเวณที่ถูกพิษกัดกร่อน

 

ทันใดนั้นเองพิษสีม่วงก็ค่อย ๆ จางหายไป จนในที่สุดมันก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

 

แต่เล็กก็ยังคงไม่ฟื้นขึ้นมา เพราะพิษส่วนหนึ่งมันได้แพร่เข้าเส้นเลือดและสมองของเธอไปแล้ว

 

หลังจากนี้ผมคงต้องช่วยไปส่งเธอที่ห้องพยาบาลของโรงเรียนด้วยตัวเอง เพราะการรักษาเบื้องต้นผมได้ทำสำเร็จไปแล้ว

 

จะตะโกนเรียกคนอื่นหรือส่งเสียงดัง ตอนนี้ยังไม่ได้มันยังอันตรายเกินไปเพราะตะขาบทรพิษมันยังวนเวียนอยู่ไม่ไกล

 

“ชุดคลุมสีดำ” ผมเรียกใช้ไอเทมจากคลัง

 

ในขณะเดียวชุดคลุมสีดำที่เรล์มเคยมอบให้ได้ปรากฏบนมือของผม

 

เหตุผลที่ต้องใช้มันก็เป็นเพราะในครั้งนี้ผมอาจจะได้ใช้ทักษะของพวกตัวละครอีก มันจะทำให้หลายคนสงสัยถึงพลังที่แท้จริง

 

ไอ้ที่ผมโชว์ไปในงานประลองมันก็แค่ส่วนหนึ่งของพลังเท่านั้น เป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ

 

“ระบบมันไม่ได้ซ่อมให้สิน่ะ ช่างเถอะ”

 

ผมหันมองรอยขาดของชุดคลุมที่ถูกริสาแทงในวันนั้น ก่อนที่จะสวมชุดคลุมสีทมิฬ

 

ผลกระทบจากชุดคลุมนั้นทำให้เสียงของกันต์เปลี่ยนไปเล็กน้อย และยังบิดเบือนร่างกายของเขาอีกนิดหน่อยเพื่อการปลอมตัวที่สมบูรณ์

 

“เดสเพียร์” กันต์เอ่ยชื่อของบางสิ่งขึ้นมา

 

กันต์ได้ตัดสินใจแล้วว่าหลังจากนี้เขาจะเรียกชื่อของตัวเองเวลาที่สวมชุคคลุมด้วยชื่อที่พึ่งคิดขึ้นมาใหม่นี้

 

และชื่อนี้เองจะกลายเป็นนามของสิ่งที่อันตรายที่สุดในโลก

จบภาค 1-The Rising of Legendary การคืนชีพแห่งตัวตนในตำนาน.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 146 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #221 Fikusa (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:35
    ชื่อนายจะอัปมงคลไปไหนฟะกันต์
    #221
    1
    • #221-1 SuruMaster(จากตอนที่ 100)
      6 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:49
      มันก็มีเหตุผลที่พระเอกเลือกชื่อนี้อยู่นะครับ 555
      #221-1
  2. #220 KharmWongs (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:22
    สนุกกกก
    #220
    1
    • #220-1 SuruMaster(จากตอนที่ 100)
      6 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:04
      ขอบคุณครับบบบ
      #220-1