มหาจอมเวทเทพอสูร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 382,539 Views

  • 1,570 Comments

  • 8,593 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    19,018

    Overall
    382,539

ตอนที่ 8 : ทำความเข้าใจบทเวทย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22652
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1857 ครั้ง
    27 ธ.ค. 61

บทที่ 6 ทำความเข้าใจบทเวทย์



            ปีเตอร์อ่านหนังสือทุกเล่มภายในชั้นที่หมดแล้ว บางเล่มก็มีเนื้อหาที่ซ้ำหรือคล้ายคลึงกัน จึงช่วยย่นเวลาในการอ่านของเขาไปมาก แต่ถึงอย่างไรกว่าเค้าจะอ่านทั้งหมดเสร็จตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว เค้ารู้สึกว่าเริ่มหิวและจึงออกจากห้องสมุดและตรงไปยังห้องรับประทานอาหาร ซึ่งพระบิดาและพระมารดาของปีเตอร์นั่งรออยู่แล้ว ขณะที่พระองค์ทรงรับประทานอาหาร เขาก็คิดขึ้นมาได้เรื่องหนึ่งว่า หากมังกรพฤกษาเป็นลุงของเขา เช่นกัน ท่านแม่ของเค้าก็คงเป็นมังกรด้วยเช่นกัน แต่ทำไมเค้ายังเห็นว่าท่านแม่ของเขาก็เป็นมนุษย์เหมือนเขาและท่านพ่อ



                        ท่านแม่ขอรับ มังกรพฤกษาเป็นท่านลุงของข้าจริงๆหรือขอรับ ปีเตอร์กล่าวด้วยเสียงออดอ้อนและใบหน้าที่ใสซื่อ    เมื่อทั้งสองคนได้ยินคำถามก็ตกใจเล็กน้อย และหัวเราะออกมา เค้าคิดว่าปีเตอร์คงไปได้ข้อมูลมาจากหอสมุด



                        ใช่แล้วจ๊ะปีเตอร์ ท่านพี่ของแม่เป็นมังกรพฤกษา ไลล่ากล่าวอย่างยิ้มแย้ม



                        เช่นนั้นแล้ว แสดงว่าท่านแม่เองก็เป็นมังกร!!!” ปีเตอร์กล่าวอย่างตกตะลึงเล็กน้อย



                        อ่าใช่แล้ว แม่เป็นมังกรเพลิง ไลล่ากล่าวอย่างยิ้มแย้มอีกครั้ง แม้ในหนังสือจะกล่าวว่าพระมเหสีส่วนใหญ่ในอาณาจักรอสูรพฤกษาจะมาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งมังกรแต่ก็ไม่มีข้อมูลกล่าวไว้ว่าเป็นมังกรจริงๆเลย นั่นจึงสร้างความตกใจให้กับปีเตอร์เป็นอย่างมาก



                        แล้วทำไม ท่านแม่ถึงเหมือนมนุษย์



                        มังกรที่มีสายเลือดของมังกรชั้นสูงจะสามารถใช้กายยาเป็นมนุษย์ได้อย่าง แนบเนียน คล้ายกับสัตว์อสูรชั้นสูง แต่มังกรที่มีสายเลือดระดับต่ำส่วนใหญ่จะไม่สามารถใช้ร่างกายของมนุษย์ได้ ไลล่ากล่าวอธิบายกับปีเตอร์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม    ในใจของปีเตอร์ในตอนนี้เขาคิดว่า เป็นเรื่องที่น่าแปลกมาก เมื่อหนึ่งแสนปีก่อน เผ่าพันธุ์มังกรรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเผ่าเทพอสูร ต่อกรกับเผ่าเทพ มังกรเกลียดชังมนุษย์ที่บูชาเทพเป็นอย่างมาก การที่มันจะแปลงกายหรือใช้ร่างกายเป็นมนุษย์เปรียบเสมือนการลดศักดิ์ศรีของตนเองลง แต่วันเวลาก็ผ่านไปยาวนานเป็นแสนปี อะไรๆคงแปรเปลี่ยนไปอย่างมากแล้ว  หลังจากรับประทานอาหารเสร็จปีเตอร์ก็ขอตัวมาพักผ่อนภายในห้องของตนเอง  ระหว่างที่กำลังจะหลับเขาก็ได้นอนคิดว่า เขายังต้องเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนี้อีกมาก ระหว่างนั้นปีเตอร์ก็เผลอหลับไป


 

            รุ่งเช้ามาถึงปีเตอร์หลังจากอาบน้ำ ทานอาหารเสร็จก็ตรงไปยังหอสมุดแห่งนั้นเช่นเดิม ครั้งนี้เขาเริ่มที่จะอ่านหนังสือในชั้นที่สอง หลังจากนั้นก็หยิบหนังสือมาเป็นจำนวนมาก เขาเลือกแต่เล่มที่สำคัญๆเท่านั่น หลังจากอ่านทั้งหมดอย่างคร่าวๆแล้วเขาได้ให้ความสนใจกับตำราในการหลอมสร้างอาวุธและการปรุงยา ซึ่งทั้งสองเล่มถูกรวบรวมจากข้อมูลจากทั่วทั้งดินแดนแห่งนี้ในช่วงเวลาหลายพันปีที่ผ่านมา จึงมีความละเอียดและลึกซึ้งพอสมควร 



          โดยทั้งสองเทคนิคอาศัยทักษะอย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือเปลวไฟ การควบคุมเปลวไฟและปริมาณความร้อนที่ใช้ในการหลอมสร้างอาวุธและการหลอม สกัดสมุนไพรเพื่อทำเป็นยา หลักจากที่เขาอ่านและทำความเข้าใจจนละเอียด โดยใช้เวลาไปหลายชั่วโมงเขาก็ได้ตกตะกอนความคิดภายในหัวของเขา ในช่วงหลายพันปีที่ผ่าน เทคนิคการหลอมสร้างอาวุธและการปรุงยา จะเน้นการควบคุมเปลวไฟและอุณหภูมิในขณะหลอมหรือสกัดเท่านั้น  



          เทคนิคเหล่านี้จะทำให้มีโอกาสในการหลอมสร้างสำเร็จเพียงหกส่วนเท่านั้นและจะอาศัยความชำนาญในการหลอมจนเพิ่มมาอย่างมากแค่แปดส่วนเท่านั้น และประสิทธิภาพของอาวุธที่ได้จากมีประมาณแปดส่วน และความบริสุทธิ์ของยาจะอยู่ที่เจ็ดถึงแปดส่วนเป็นอย่างมาก ส่วนที่แตกต่างจากเมื่อหนึ่งแสนปีก่อนคือการใช้พลังของจิตวิญญาณในการช่วยในการหลอมสร้างจึงจะสามารถเพิ่มความสำเร็จเป็นสิบส่วนและดึงประสิทธิภาพสูงสุดออกมาได้  



          ในสมัยที่เขายังมีชีวิตอยู่นั้น เขาเป็นผู้มีความสามรถในการหลอมสร้างศาสตราวุธที่ทรงพลังและโอสถที่ล้ำค่า เนื่องจากเขาได้ครอบครองเพลิงดำเทพอสูร ที่เป็นหนึ่งในสามเปลวเพลิงที่ทรงพลังที่สุด มันก็เป็นหนึ่งในสมบัติของเขา  หากตอนนี้เขาต้องการที่จะกลับมาประสบความสำเร็จในด้านการหลอมสร้างอาวุธและปรุงยา เขาต้องเรียนรู้ที่จะใช้เวทย์ไฟให้คล่องและทำความเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ หากเขาทำได้ ด้วยพลังจิตวิญญาณของเทพอสูรที่ทรงพลังอย่างมาก เขาต้องต้องสามารถทำมันออกมาได้ดีแน่ 



          ในเรื่องของการใช้เปลวไฟ ด้วยสายเลือดของมังกรเพลิงที่ได้รับมาจากแม่ของเขา คงจะช่วยในการควบคุมเปลวไฟได้  เขาคงต้องเรียนรู้เวทย์ไฟขั้นพื้นฐานแล้วฝึกฝนไปเรื่อยๆ ในช่วงที่เขาเป็นเทพอสูร มีพลังเวทย์มหาศาลติดตัวตั้งแต่เกิด เขาเคยใช้แต่บทเวทย์ที่เป็นระดับมหาเวทย์ทั้งสิ้น อีกทั้งบวกกับสมบัติของเทพอสูร เขาจึงสามารถกวาดผ่านทุกสรรพสิ่งในพิภพแห่งนี้ได้ แต่ตอนนี้ตัวของเขามีพลังเวทย์อยู่เพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน อีกทั้งสมบัติเทพอสูรก็มีเพียงลูกแก้วเท่านั้น การที่เขาจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง คงต้องอาศัยการฝึกฝนตั้งแต่พื้นฐานเท่านั้น ส่วนการจะหลอมสร้างอาวุธหรือปรุงยาออกมาได้นั้นต้องอาศัยการฝึกฝนฝึกทำบ่อยครั้งจนเกิดความเชี่ยวชาญและคุ้นชิน ดังนั้นจึงต้องอาศัยระยะเวลาด้วย    กว่าเขาจะทำความเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดและตกตะกอนความคิดเสร็จเวลานี้ก็เย็นมากแล้ว  เขาจึงลาลิเลียน่ากลับก่อนแล้วจะมาใหม่ในวันพรุ่งนี้



            เช้าวันใหม่มาถึงปีเตอร์ต้องตรงมาที่หอสมุดแห่งนี้ทันทีหลังจากที่เมื่อวานเขาเก็บข้อมูลของชั้นที่สองทั้งหมดแล้ว วันนี้เข้าจึงเริ่มเก็บข้อมูลของตำราในชั้นที่สาม ในชั้นที่สามเป็นตำราเกี่ยวกับข้อมูลทางเวทย์มนต์ที่มีอยู่ในดินแดนแห่งนี้ ปีเตอร์เริ่มอ่านตั้งแต่เช้าขณะนี้บ่ายสามแล้วหลังจากที่เขาเก็บตำราเล่มสุดท้ายคืนชั้นหนังสือ หางตาของเขาเหลือบไปเห็น ตำราเวทย์เล่มหนึ่งซึ่งสภาพของมันเก่าเต็มทีแล้ว อยู่ภายในตู้กระจกมุมหนึ่งของห้อง



                        ท่านลิเลียน่า ตำราเวทย์เล่มนั้นคือสิ่งใด ข้าเอามาอ่านได้หรือไม่ปีเตอร์หันไปถามลิเลียน่า   



                        อ่านได้พะยะค่ะ ตำราเล่มนั้นเป็นตำราเวทย์ที่ถูกค้นพบบริเวณวิหารใกล้กับอาณาจักรแห่งแสง ทางเราได้เป็นผู้ค้นพบและได้ทำฉบับคัดลอกให้กับอาณาจักรแห่งแสงหนึ่งเล่มเพื่อขอบคุณที่ให้ทางเราทำการสำรวจ และทางเราเก็บตัวจริงไว้ มันมีอายุหลายหมื่นปี อักขระที่เขียนอยู่ภายในเป็นอักขระโบราณซึ่งตอนนี้ ทางเราแปลมันได้เพียงแค่หนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น อีกทั้งสิบหน้าสุดท้ายยังขาดหายไปด้วย  



            หลังจากที่ลิเลียน่ากล่าวจบก็ส่งหนังสือเล่มนั้นให้กับปีเตอร์เธอไม่ได้คาดหวังว่าปีเตอร์จะเข้าใจมันเพราะขนาดหน่วยงานของอาณาจักรยังแปลได้แค่หนึ่งในสิบเท่านั้น เมื่อปีเตอร์รับหนังสือตำราเล่มนั้นมา เขาสัมผัสได้ถึงไอพลังของเผ่าเทพอสูรที่เบาบางอย่างมากจากตำราเล่มนี้  เขาจึงหลับตาแล้วปล่อยจิตเข้าไปสัมผัสภายใน ปีเตอร์เหงื่อตกเล็กน้อย พร้อมอาการตกใจเล็กๆ เขาเข้าใจถึงที่มาของตำราเล่มนี้แล้ว ตำราเล่มนี้เมื่อหนึ่งแสนปีก่อน เป็นตำราเวทย์มนต์ของเผ่าเทพอสูร เป็นตำราที่จะมอบให้กับเหล่าเด็กที่เติบโตจนผ่านพิธีทดสอบพลังครั้งที่สอง มันคือตำราบทเวทย์ที่รวมเวทย์มนต์ทุกแขนงเข้าไว้ด้วยกัน และยังบอกถึงเทคนิคในการเพิ่มประสิทธิภาพและวิธีการใช้งานเวทย์นั้นอย่างละเอียด 



          เขาก็เคยได้รับแล้วอ่านมันหนึ่งครั้งก็จำได้ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจกับมันมากนักเนื่องจากเขาครอบครองสมบัติวิเศษและพลังอันมหาศาลจนบทเวทย์เหล่านั้นเป็นสิ่งไร้ค่าสำหรับเขาในตอนนั้น  แต่นั่นไม่ใช่ในขณะนี้ที่เขาไม่ได้มีพลังที่ยิ่งใหญ่แล้ว บทเวทย์เหล่านี้หากเข้าทำความเข้าใจมันและฝึกฝนมันจนคล่องแคล่วแล้ว ในยุคสมัยนี้มันจะทรงพลังอย่างมาก และในสิบหน้าสุดท้ายที่หายไป เป็นเพียงการบอกถึงเทคนิคในการต่อยอดบทเวทย์เหล่านั้นและเป็นคำกล่าวขอบคุณผู้ที่เขียนตำราเล่มนี้



                        อ่า  เข้าใจหมดแล้วปีเตอร์กล่าวถอนหายใจออกมา เขาเพียงแค่ต้องรื้นฟื้นความทรงจำของเขาเท่านั้นและทบทวนเล็กน้อยก็จำเนื้อหาด้านในได้ทั้งหมดแล้ว  แต่เมื่อลิเลียน่าได้ยินก็ตกใจเป็นอย่างมาก



                        ท่าน...ท่าน...ท่านเข้าใจมันได้อย่างไร อักขระโบราณพวกนั้นแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญยังแปลออกเพียงหนึ่งในสิบเท่านั้นลิเลียน่ากล่าวอย่างตกตะลึงหากเข้าสามารถแปลมันออกจริง คงจะเพิ่มศักยภาพให้กับเหล่าผู้คนภายในอาณาจักรแห่งนี้ได้อย่างมหาศาล



                        เออคือ...คือ...หลังจากที่ข้าหลงเข้าไปในโบราณสถานเมื่อตอนนั้น ข้าก็เหมือนจะอ่านพวกมันออก...น่าจะประมาณนั้นละนะปีเตอร์กล่าวอย่างยิ้มๆพร้อมเอามือเกาหัวตัวเองด้วยความน่าเอ็นดู เขาไม่น่าพูดมันออกมาเลย แถมยังต้องมาแถคำอธิบายอีก  เขาจึงกล่าวต่ออีกว่า



                        เอากระดาษ หมึก ปากกามาสิ ข้าจะเขียนมันให้ท่านแล้วให้ท่านไปเทียบกับส่วนที่แปลแล้วว่าตรงกันหรือไม่ลิเลียน่ายังอยู่ในอาการตกใจเล็กน้อยแต่ก็ทำตามที่ปีเตอร์บอก ใจหนึ่งเธอก็ยังไม่เชื่อ แต่อีกใจหนึ่งก็เชื่อว่าองค์ชายอาจสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาอีกก็ได้ เธอได้อ่านในส่วนที่แปลนั้นหลายร้อยรอบแล้ว หากมันตรงกับที่ปีเตอร์เขียนเธอจะรู้ได้ทันที หลังจากเวลาผ่านไปกว่าสองชั่วโมง ปีเตอร์ก็เขียนเสร็จแล้วยื่นปึกกระดาษกว่าร้อยหน้าให้เธอ เธอใช้สายตาอ่านอย่างคร่าวๆ ก็ต้องตกตะลึงถึงขีดสุด



                        นี่...นี่มัน...นี่มันตรงกับที่มีการแปลไว้แล้วเลยด้วย ทั้งเนื้อหาทั้งหมดยังสอดคล้องกันอีกเธอกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ตื่นตะลึงกับสิ่งที่เธอถืออยู่ ก่อนจะหันไปมองปีเตอร์ที่ยืนยิ้มอย่างน่าเอ็นดู



                        พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถอย่างยิ่ง ด้วยสิ่งนี้จะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับอาณาจักรของเราเป็นอย่างมากปีเตอร์ยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินออกจากหอสมุดแห่งนี้ไป โดยทิ้งให้ลิเลียน่ายืนตกตะลึงอยู่ตรงนั้น เขาไม่คิดว่าเขาจะได้พบโชคเล็กๆในการมาหอสมุดครั้งนี้ สิ่งที่เขาแปลให้คงจะถือว่าเป็นของขวัญจากเขาที่มอบให้กับอาณาจักรแห่งนี้   หลังจากเขาทานอาหารเสร็จก็ตรงกลับมาที่ห้องเพื่อทำความเข้าใจกับเนื้อหาในตำราเวทย์โบราณเล่มนั้น เขาสรุปเนื้อหาได้ว่า



            เวทย์มนต์ทั้งหลายบนโลกใบนี้ประกอบไปด้วยเจ็ดธาตุหลัก คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ สายฟ้า แสงสว่าง และความมืด เจ็ดธาตุหลักนี้สามารถแตกแขนงออกเป็นหลายธาตุได้ เช่น ดินสามารถสร้างธาตุโลหะ  น้ำสามารถสร้างน้ำแข็ง  น้ำกับดินสามารถก่อกำเนิดธาตุไม้ขึ้นมาได้  หากมีความเข้าใจในธาตุหลักอย่างลึกซึ้งจนสามารถใช้เวทย์ประสานของสี่ธาตุขึ้นไป จะเรียกว่า เวทย์ภัยพิบัติ



            เวทย์มนต์ธาตุดิน เน้นความแข็งแกร่งของธาตุ ความเข้าใจในความหนักแน่นของผืนดินกระแสพลังเวทย์ที่ไหลเวียนอยู่ใต้ดิน หยิบยืมและชักจูงพลังนั้นมาสร้างเป็นบทเวทย์  เวทย์มนต์ธาตุดินโดดเด่นในการหยุดคู่ต่อสู้ หรือขัดขวางการหลบหนี



            เวทย์มนต์ธาตุน้ำ เน้นการแปรผันเปลี่ยนแปลงรูปร่างของน้ำ เข้าใจกระแสการไหลของมัน สัมผัสถึงความอ่อนโยนและความบ้าคลั่งของกระแสน้ำ เข้าใจกระแสพลังเวทย์ที่แปรเปลี่ยนตลอดเวลาตามการไหลของสายน้ำ เวทย์น้ำเน้นการเปลี่ยนแปลงและโดดเด่นในการป้องกัน



            เวทย์มนต์ธาตุลม เน้นความบางเบาของสายลม อีกนัยหนึ่งก็เข้าใจถึงการโหมกระหน่ำของพายุ การพัดพาของสายลม อากาศที่อยู่รอบตัวเรา สามารถเกิดลมขึ้นได้ทุกที่ และสามารถสัมผัสได้ถึงกระแสการไหลของพลังเวทย์ในอากาศ เวทย์มนต์ธาตุลมเน้นความรวดเร็วในการใช้และยังปรับใช้ได้อย่างหลากหลาย



            เวทย์มนต์ธาตุไฟ เน้นการเผาทำลายทุกสรรพสิ่งให้มอดไหม้ ไม่ว่าสิ่งใดล้วนทำลายให้สูญสิ้นได้ มีพลังในการโจมตีและทำลายล้างสูงที่สุดในทุกธาตุ แต่ก็ยากต่อการควบคุม อีกทั้งยังต้องอาศัยความเข้าใจถึงกระแสพลังเวทย์ที่ไหลเวียนในอากาศคล้ายเวทย์ลม แต่ไม่สามารถนำมาใช้ได้เลย จำเป็นต้องหยิบยืมกระแสเหล่านั้นมากระตุ้นด้วยพลังเวทย์จนเกิดปฏิกิริยากระตุ้นเปลวไฟออกมา เวทย์มนต์ธาตุไฟมีการร่ายเวทย์ที่นานแต่จะโดดเด่นในพลังทำลายที่มากมายมหาศาลและเหมาะใช้เป็นวงกว้าง  



            เวทย์มนต์สายฟ้า เน้นความเร็วในการร่ายที่รวดเร็ว ใช้พลังเวทย์ของตนเองในการกระตุ้นพลังเวทย์ที่มีอยู่อากาศจนเกิดเป็นประกายสายฟ้า เวทย์มนต์สายฟ้าส่วนใหญ่จะถูกใช้ออกมาอย่างรวดเร็วอีกทั้งยังมีความเร็วในการโจมตีมากกว่าธาตุลม มีพลังในการทำลายไม่มากนัก แต่มีความโดดเด่นในการขัดขวางการร่ายเวทย์ของผู้อื่นและยังสามารถจำกัดการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ได้อีกด้วย



            เวทย์มนต์แสงสว่าง เน้นในการทำความเข้าใจจึงความอบอุ่นของแสงอาทิตย์ เป็นเวทย์มนต์ดั้งเดิมของเผ่าเทพ จึงเน้นจิตใจที่มีความศรัทธาต่อเทพแห่งแสงที่เชื่อว่าจะสามารถปัดเป่าความมืดและเยียวยารักษาได้ เวทย์นี้จะโดดเด่นในการสร้างบาเรียคุ้มกันที่อาศัยหลักการหักเหของแสงและเวทย์มนต์ในการเยียวยารักษาบาดแผล แม้จะไม่ดีเท่ากับยาที่นักปรุงยาสร้าง แต่ก็มีประโยชน์ในยามฉุกเฉินได้เป็นอย่างดี



            เวทย์มนต์ความมืด เน้นเข้าใจถึงความเงียบสงบและความเยือกเย็นของแสงจันทร์ สัมผัสกับกระแสพลังด้านลบที่กระจัดกระจายอยู่ภายในอากาศ จดจำกลิ่นอายแห่งความตาย เน้นการใช้คำสาป การจำแลงกาย ภาพมายา การล่อลวงจิตใจของเป้าหมาย โดดเด่นในการใช้เวทย์มายา คำสาป การพรางตา และเวทย์ชั้นสูงของความมืดยังสามารถใช้งานเวทย์มิติได้อีกด้วย



            หลังจากปีเตอร์ได้ทำความเข้าใจกับเวทย์พื้นฐานเหล่านี้แล้ว เขาก็เข้าใจว่าการจะใช้งานเวทย์มนต์ธาตุที่มากกว่าหนึ่งชนิดเป็นไปได้ยาก การที่คนทั่วไปจะใช้งานเวทย์มนต์ธาตุใดได้นั้น จำเป็นต้องมีสามารถของธาตุนั้นติดตัวมาตั้งแต่เกิด ส่วนใหญ่จะใช้งานได้คนละหนึ่งธาตุเท่านั้น แต่ก็ยังพอมีให้เห็นบ้างว่าสามารถใช้งานได้สองธาตุ  หากใครสามารถใช้งานได้สามธาตุนับว่ามีพรสวรรค์อย่างยิ่งในยุคสมัยนี้  หากเป็นเมื่อหนึ่งแสนปีก่อน หากผู้ใดใช้งานธาตุได้ไม่ถึงห้าธาตุนับว่าเป็นผู้อับโชคอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่เกิดในเผ่าเทพและเทพอสูรสามารถใช้งานได้ทั้งเจ็ดธาตุ    



          ปีเตอร์ที่ได้หลอมรวมกับร่างเทพอสูรทำให้เขาสามารถใช้งานธาตุทั้งเจ็ดได้อย่างไม่มีปัญหา แต่จะใช้งานได้ดีหรือไม่นั้นก็อีกเรื่องหนึ่งเพราะในตอนนี้เขาไม่ได้ทรงพลังเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ดังนั้นจึงควรเริ่มฝึกในขั้นพื้นฐานตามตำราเวทย์เล่มนั้น  โดยระดับความสามารถในการใช้เวทย์มนต์ธาตุนั้นจะแบ่งความสามารถในการใช้ออกเป็นสิบระดับ ระดับหนึ่งถึงสาม เป็นช่วงต้น ระดับสี่ถึงหก เป็นช่วงกลาง ระดับเจ็ดถึงเก้า เป็นช่วงปลาย หากเป็นระดับที่สิบจะถูกเรียกว่า ผู้บรรลุจิตวิญญาณแห่งธาตุ



            ธาตุแรกที่เขาจะทำการฝึกฝนนั้นคือธาตุไฟ เพราะธาตุไฟเป็นธาตุพื้นฐานในการหลอมสร้างอาวุธ และปรุงยา จำเป็นต้องทำความเข้าใจธาตุไฟให้ดี อีกทั้งธาตุไฟยังเป็นธาตุที่มีอานุภาพในการโจมตีสูง มีความสามารถในการโจมตีเป็นวงกว้าง และยังเป็นธาตุหลักของมหาเวทย์โจมตีหลายๆบทอีกด้วย เขาซึ่งเคยใช้งานเพลิงดำเทพอสูรมาก่อนจึงน่าจะทำความเข้าใจธาตุไฟได้ง่าย อีกอย่างภายในร่างกายของเขาก็มีเลือดของมังกรเพลิงที่ได้มาจากแม่ไหลเวียนอยู่จึงควรไม่ใช่เรื่องยากเย็นอันใด  ขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว เขาจึงได้เข้านอน แล้วค่อยเริ่มฝึกฝนในวันพรุ่งนี้แทน



            เมื่อเช้าวันใหม่มาถึง เบอร์ลินมาปลุกเขาเหมือนเคยเฉกเช่นทุกวัน หลังจากรับประทานอาหารกับท่านพ่อและท่านแม่เสร็จแล้ว ปีเตอร์ก็ได้ถามเบอร์ลินถึง สถานที่ฝึกซ้อมเวทย์มนต์ เมื่อเบอร์ลินนำทางมาถึง ก็พบกับลานดินขนาดใหญ่ รายล้อมด้วยต้นไม้สูงใหญ่สร้างร่มเงาไม่ให้ภายในสนามร้อนจนเกินไป เบอร์ลินบอกว่าสถานที่แห่งนี้ใช้เฉพาะกันฝึกของราชวงศ์ มีบาเรียป้องกันความเสียหายภายในสนาม ดังนั้นจึงไม่มีใครสามารถมารบกวนเขาได้ เมื่อเบอร์ลินมาส่งปีเตอร์แล้วเขาก็ได้กลับไปทำงานของเขาต่อ เขาเข้าใจว่าปีเตอร์คงไม่อยากให้ใครมารบกวน  หลังจากเบอร์ลินจากไปเขาก็เดินเข้าไปภายในสนามนั่งสมาธิใต้ร่มเงาไม้มุมหนึ่งของสนาม



                        มาเริ่มกันเถอะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.857K ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #846 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 21:45
    ตอนนี้ยังไม่เห็นความเป็นผู้ใหญ่จากเทพอสูรเลย เห็นเพียงแค่ปีเตอร์เด็กน้อยเท่านั้น
    #846
    0
  2. #780 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 00:49
    ขอบคุณครับ
    #780
    0
  3. #724 T-e-r-n-G (@068797033) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 12:39
    ตอนก่อนที่เลือกไปเข้าเรียนผมนี่เบ้ปากเลย เอ็งเคยยืนบนจุดสูงสุด​มาแล้วยังต้องเข้าเรียนอีกเรอะ จะหาข้อมูลก็มีทางอื่นตั้งเยอะ ตอนนี้อธิบาย​สาเหตุค่อยยอมรับได้หน่อย ชีวิตก่อนเทพแต่เกิดเลยไม่มีพื้นฐาน​นี่เอง
    #724
    0
  4. #659 The Killer Princess (@rebornmini) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 07:18
    พรี่เป็นมังกรพฤกษาน้องเป็นมังกรไฟ งั้นก็น่าจะมีธาตุไฟ บอกว่ามาจากอาณาจักรอสูรพฤกษาเขาจะเชื่อกันไหมนี่ ธาตุขัดกันขนาดนี้
    #659
    1
  5. #392 พงษ์ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 03:59

    ลานฝึกซ้อมห้าร้อยตารางเมตร​นี่มันแค่งานกว่าๆเองนะครั​แต่ห้องน้ำดันเป็นตารางกิโลเมตร​แก้ไขบ้างก็ดีนะครั​บ

    #392
    0
  6. #210 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 01:27
    let's go!
    #210
    0
  7. #121 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 13:55

    จัดเลยยยยยยยยย

    #121
    0
  8. #109 Bounthien1990 (@Bounthien1990) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 21:04
    เป็นคนเดียวหรือเปล่าที่คิดว่าชื่อตัวละครกับชื่อราชาวงศ์ไม่ค่อยจะเข้ากัน, แต่โครงเลื่องดี
    #109
    0
  9. #24 YU KA RI (@panuwatbell1121) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 12:50
    น่าจะเว้นบรรทัดบ้างนะครับ แบบนี้ให้ความรู้สึกเหมือนบทความ ถ้าเว้นมันจะอ่านง่ายขึ้นมากเลย
    #24
    1
    • #24-1 Supakit_Chacha (@Supakit_Chacha) (จากตอนที่ 8)
      25 กันยายน 2561 / 14:10
      ครับ ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ
      #24-1
  10. #15 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 10:56
    มีพิมพ์ผิด ตรงที่ท่านแม่บอกว่า มังกรพฤกษาเป็นท่านลุงของท่านแม่ (น่าจะเป็นพี่ชายของท่านแม่มากกว่า) # ที่แท้ก็ใช้ได้ 7 ธาตุเลยแต่สงสัยทำไม ไม้กายสิทธิ์ถึงเลือกธาตุแสง ธาตุไฟนะเข้าใจได้อยู่
    #15
    1
    • #15-1 Supakit_Chacha (@Supakit_Chacha) (จากตอนที่ 8)
      23 กันยายน 2561 / 11:14
      เขายูนิคอร์นเสริมความแรงของเวทย์ และเวทย์รักษาให้แรงขึ้น
      #15-1