มหาจอมเวทเทพอสูร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 304,341 Views

  • 1,154 Comments

  • 8,304 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    53,338

    Overall
    304,341

ตอนที่ 75 : เริ่มการประลองบนทุ่งหิมะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6993
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 634 ครั้ง
    21 ม.ค. 62


บทที่ 73  เริ่มการประลองบนทุ่งหิมะ


ปีเตอร์หยุดการร่ายเวทแล้วกินเม็ดยาฟื้นฟูพลังเวทในทันที  เขาเดินตรงไปยังส่วนหัวของอสรพิษน้ำแข็งที่ตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นที่ราบเรียบปกติไม่คล้ายกับเคยเป็นบ่อลาวาร้อนแรงมาก่อน สะบัดมือเพียงนิดคมมีดสายลมก็ตัดเฉือนเอาคมเขี้ยวทั้งหมดของมันออกมา เขาจึงเก็บเอาไว้ในแหวนมิติแล้วจึงเก็บผลึกแก่นแท้ของมันทีหลัง มองหันหลังกลับไปพบเด็กชายอาเชอร์นั่งมองด้วยแววตาตื่นตะลึงตกใจกับภาพที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า 


          "ทำไมทำหน้าเช่นนั้นละอาเชอร์" ปีเตอร์เอ่ยถามพร้อมอมยิ้มเล็กน้อย


ปีเตอร์เลือกเส้นทางหนึ่งในหลาย ๆ เส้นทางที่เชื่อมมาที่โถงถ้ำแห่งนี้ กระแสพลังเวทในเทือกเขาหิมะนี้ค่อนข้างแปรป่วนและคล้ายกับมีพลังงานรบกวนบางอย่างทำให้เขาไม่อาจจับสัมผัสของสัตว์อสูรเป้าหมายที่ห่างออกไปได้ อาร์มันโดว์เดินตามปีเตอร์ไปติด ๆ ส่วนแอลฟ่านั้นเดินตรงมาทางเด็กชายอาเชอร์ที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่กับพื้นด้วยความตะลึง 


ตัวของเขาเองก็ผ่านเหตุการณ์ต่อสู้มันนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่ภาพเหตุการณ์การต่อสู้เมื่อครู่คล้ายนานแต่เกิดขึ้นเพียงไม่อึดใจเท่านั้น อาศัยพวกเขาเพียงสามคนกลับสามารถล้มและต่อกรกับสัตว์อสูรที่มีระดับมากกว่าตนเองหลายขั้นได้อย่างสูสี ไม่สิสัตว์อสูรขนาดใหญ่ตนนั้นแทบจะไม่สามารถทำอันตรายใด ๆ พวกเขาทั้งสามได้เลยแม้แต่น้อย และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการโจมตีที่สุดแรงที่สุดจะมาจากเด็กน้อยที่อายุเพียงเจ็ดแปดขวบเท่านั้น  เด็กคนนี้ฝึกฝนและเติบโตมาแบบใดกันแน่


          "ไปกันเถอะอาเชอร์ นายน้อยกำลังรออยู่" แอลฟ่าโค้งตัวลงมาเล็กน้อยแล้วยื่นมาออกมาพร้อมส่งยิ้มเล็กน้อย


อาเชอร์ตื่นจากภวังค์ความคิดของตนเองในทันที มือขวาคว้าจับที่มือหนาของแอลฟ่าแล้วยันตัวลุกยืนขึ้น ทอดสายตามองออกไปไม่ไกลพบเด็กน้อยและชายหนุ่มสีหน้าเย็นชายืนคอยเขาที่ปากทางของเส้นทางหนึ่งในโถงถ้ำ ภายในใจขบคิดว่าเด็กคนนี้จะต้องสามารถทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ได้อย่างแน่นอน  พวกเขาเริ่มออกเดินทางต่อไปในเส้นทางที่คดเคี้ยวของถ้ำแสงสว่างที่ได้จากผลึกน้ำแข็งยังคงส่องแสงสว่างไปตลอดทุกเส้นทาง


          "พี่แอลฟ่าครับ....ข้าขอถามได้ไหมครับว่าพวกพี่เจอกับนายน้อยได้ยังไง" อาเชอร์เอ่ยถามชายหนุ่มที่เดินอยู่ข้าง ๆ ตนเอง 


แอลฟ่าก้มลงมองเขาแล้วยิ้มเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ เล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่ตัวเขาได้เจอกับปีเตอร์ เรื่องราวและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่แปรเปลี่ยนชีวิตและชะตาของพวกเขา รวมทั้งความแข็งแกร่ง และความสำเร็จจนถึงวันนี้ ใช้เวลาเล่าไปหลายชั่วโมง อาเชอร์ยิ่งฟังยิ่งตกตะลึงกับความสามารถของปีเตอร์ และยศถาบรรดาศักดิ์อันสูงส่งของเด็กคนนี้  สายลมอันหนาวเหน็บพัดลอยมาจากเบื้องหน้าของพวกเขาพร้อมทั้งละอองหิมะขาวจาง ๆ 


ไม่นานนักก็พบกับทางออกที่ห่างออกไปไม่ไกลนัก มาเดินมาถึงก็พบกับทุ่งหิมะกว้างขวางไกลสุดลูกหูลูกตา สายลมกระโชกอย่างรุนแรงพัดพาหิมะจำนวนมากลงจากยอดเขาเป็นครั้งคราวสถานที่แห่งนี้นับว่ามีพลังเวทที่เจือด้วยพลังธาตุน้ำแข็งที่ค่อนข้างหนาแน่นหากใครที่ไม่มีพลังธาตุไฟไหลเวียนในร่างหรือไม่ก็เป็นผู้ใช้เวทธาตุน้ำแข็งคงไม่อาจทานทนสภาพเช่นนี้ได้นานนัก


          "พวกเราจะพักกันที่นี่ก่อน รอคอยพายุสงบแล้วค่อยออกเดินทางต่อ" ปีเตอร์เอ่ยบอกทุกคน คาดการณ์แล้วว่าพายุหิมะนี้คงพัดพามาเป็นช่วง ๆ เท่านั้น การเดินทางท่ามกลางพายุเช่นนี้จะทำให้ตรวจจับทิศทางได้ยาก หากเขาสามารถตรวจหาตำแหน่งของสัตว์อสูรเป้าหมายได้ก็คงจะฝ่าพายุนี้ได้ไม่ยากเย็นอันใด  จุดกองไฟขึ้นเพื่อทำอาหารและขับไล่ความหนาวเย็น 


          "ข้าจะให้ทุกคนฝึกฝนร่างกายตามตำราวิถีรูปแบบหนึ่ง ทุกคนสนใจหรือไม่" ปีเตอร์เอ่ยขึ้นในขณะที่ทุกคนกำลังกินเนื้อสูรย่าง


          "ตำราวิถีอะไรหรือขอรับนายน้อย" แอลฟ่าเอ่ยถามพร้อมทั้งจ้องมองไปที่ปีเตอร์ โดยปกติแล้วพวกเขาจะฝึกฝนกันเฉพาะเวลาที่จะมีการแข่งขันหรือต่อสู้เท่านั้น แต่ท่ามกลางภารกิจเช่นนี้นับเป็นเรื่องแปลก


          "มันชื่อว่า กายากำเนิด จากตำราวิถีของมนุษย์แรกเริ่ม หากใครที่สำเร็จการฝึกฝนนี้จะมีร่างกายที่แข็งแกร่งทนทานต่อศาสตรา และ เวทมนตร์  เหล่าราชา ราชัน ในอดีตล้วนเคยผ่านการฝึกฝนนี้มาแล้วทั้งสิ้น" ปีเตอร์กล่าวอธิบายในครั้งบรรพกาลเหล่าราชามนุษย์รวมตัวกันเพื่อคิดค้นตำราวิถีนี้ขึ้นมาจากภูมิปัญญาอันสูงส่ง หลังจากที่คิดค้นได้สำเร็จหัวหน้าของราชาพวกนั้นก็ได้นำมาให้ราชาแดนเทพตรวจสอบว่ามีส่วนไหนผิดปกติ ผิดพลาดหรือไม่ ตัวเขาเองก็ได้อ่านมันเช่นกัน


          "น่าสนใจมากเลยขอรับ" อาเชอร์กล่าวขึ้นเสียงใส แววตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น ไม่คาดว่าโชคใหญ่จะมารวดเร็วได้ถึงเพียงนี้ เม็ดยาที่ทำให้เขาบรรลุธาตุระดับแปดนับว่าล้ำค่าแล้ว แต่สิ่งนี้กลับล้ำค่ากว่าหลายเท่าตัวนัก


          "การฝึกฝน กายากำเนิด นับเป็นพื้นฐานก้าวแรกในการฝึกฝนกายาอื่น ๆ ในอนาคต.....แต่ข้าต้องบอกไว้ก่อนว่ามันจะเป็นการฝึกฝนที่หนักหนาและยากลำบากมากเช่นกัน  สถานที่แห่งนี้มีพลังเวทไหลเวียนแปรปวนจึงเหมาะสมที่สุด" ปีเตอร์เอ่ยพร้อมทั้งนำสิ่งของออกมาจากแหวนมิติ


มันคล้ายกับเสื้อเนื้อบาง สีสันดำเงาแวววาวสะท้อนกับแสงจะเห็นเป็นสีรุ้ง เพ่งมองพิจารณาดี ๆ จะพบกับความอัศจรรย์บนเสื้อตัวนี้ กระแสพลังเวทไหลเวียนไปตามเส้นใยเล็ก ๆ นับร้อยนับพันที่ถูกถักทอขึ้นมา นี่คือหนึ่งในศาสตราที่ปีเตอร์หลอมสร้างขึ้นด้วยความยากลำบาก เส้นใยของมันได้มาจากสัตว์อสูรหนอนไหมเหล็กระดับหกที่เขาพบในดันเจี้ยนของโรงเรียน หลอมสร้างประสานกับผลึกแก่นแท้ของสัตว์อสูรทั้งเจ็ดธาตุ อีกทั้งยังมีแร่ผลึกอันแข็งแกร่งอีกหลายชนิด หากไม่บรรลุความเข้าใจธาตุระดับสิบลาวาไฟคงไม่อาจหลอมละลายพวกมันจนเข้ากันได้เช่นนี้


          "ลองสวมมันดู" ปีเตอร์เอ่ยพร้อมทั้งมอบมันให้ทั้งสามคน เสื้อตัวนี้สามารถยืดหดให้เข้ากับสรีระร่างกายของผู้สวมใสได้ ทั้งสามถอดเสื้อออกแล้วสวมมันไว้ด้านในสุดตามคำแนะนำของปีเตอร์ ทันทีที่สวมใส่มันเสร็จแล้ว อักขระเวทมนตร์บางอย่างก็เรืองแสงจาง ๆ ออกมาแล้วจางหายไป


               อ๊ากก!!


ร่างของพวกเขาทั้งหมดทรุดลงกับพื้นในทันที พร้อมทั้งสิ่งที่สัมผัสได้คือความเจ็บปวดตามเนื้อตัว ดวงตาเฉยแววประหลาดใจเล็กน้อย ปีเตอร์เพียงเอ่ยบอกให้พวกเขาอดทนไม่นานนักร่างกายจะปรับตัวได้ เสียงร้องทรมานยังคงดังกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้วสิ้นสุดลง เม็ดเหงื่อจำนวนมากผุดขึ้นทั่วเนื้อตัวของชายหนุ่มทั้งสองและเด็กชายน้อยอาเชอร์


          "รู้สึกอย่างไรบ้าง" ปีเตอร์เอ่ยถามพร้อมทั้งอมยิ้มเล็กน้อย แลเห็นคนอื่นทรมานดูจะเป็นหนึ่งในความสุขเล็ก ๆ ของเขา  ทั้งสามคนค่อย ๆ ยันตัวขึ้นลุกนั่งบนพื้นด้วยความยากลำบาก


          "รู้สึกว่าทั่วทั้งตัวหนักอึ้งราวกับแบกหินเลย  แล้วก็ยังเจ็บแปลบ ๆ ไปทั้งตัวด้วยขอรับนายน้อย" อาเชอร์กล่าวคล้ายพยายามกัดฟันพูดออกมาด้วยความยากลำบาก อาการของชายหนุ่มทั้งสองคนเองก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่นัก


"เสื้อที่ข้าให้ทุกคนใส่ถูกออกแบบมาเพื่อดูดซับพลังเวทในอากาศ ยิ่งพลังเวทในอากาศแปรปวนมากเท่าไหร่เสื้อตัวนี้ก็จะดูดซับมันได้มากขึ้นเท่านั้น และอักขระเวทที่กำกับเสื้อตัวนี้เอาไว้จะแปรเปลี่ยนพลังเวทเหล่านั้นให้ไหลซึมเข้าไปในกล้ามเนื้อและเซลล์ทุกเซลล์ในร่างเพื่อบังคับให้พวกมันพัฒนาและแปรเปลี่ยนตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น" ปีเตอร์พูดอธิบายให้ทุกคนฟัง นี่เป็นที่มาของความรู้สึกเจ็บปวด และความรู้สึกหนักนั้นก็คือปริมาณพลังเวทที่เสื้อตัวนี้ดูดซับเอาไว้


          "ทุกคนต้องโคจรพลังเวทไปทั่วร่างกายเพื่อประคองและปรับสมดุลพลังเวทที่ไหลเข้าสู่เซลล์ทุกเซลล์ตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นหากเซลล์ทนพลังที่ไหลเข้ามาไม่ไหวก็จะถูกทำลายในทันที  และข้าอนุญาตให้ถอดมันได้เฉพาะตอนหลับเท่านั้น" ปีเตอร์อธิบาย สีหน้าของทุกคนถอดสีลงไปเล็กน้อย การโคจรพลังเวทเพื่อปกป้องเซลล์ตลอดเวลานับว่าสิ้นเปลืองพลังเวทและพลังทางร่างกายอย่างมาก 


          "แล้วถ้าหากเกิดการต่อสู้ขึ้น  พวกเราก็จะช่วยนายน้อยได้ไม่เต็มที่นะขอรับ" อาร์มันโดว์เอ่ยขึ้น


          "ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะพยายามหลีกเลี่ยงการต่อสู้ แต่หากมันจำเป็นจริง ๆ ข้าจะใช้พลังทั้งหมดของข้าเพื่อปกป้องทุกคน" ปีเตอร์ยิ้มมุมปากและแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่จริงจังขึ้นในทันที  หลังจากให้ทุกคนปรับตัวกับการฝึกฝนนี้อยู่สองสามชั่วโมง ก็พร้อมที่จะออกเดินทางต่อ การฝึกฝนนี้บั่นท่อนทั้งร่างกายและพลังเวท ฝีมือการต่อสู้ของพวกเขาทั้งสามคนอาจลดลงไปหกถึงเจ็ดส่วนเลยทีเดียว และคงไม่อาจประคองการต่อสู้ที่เนิ่นนานได้


พายุหิมะเริ่มอ่อนกำลังลงหลงเหลือเพียงสายลมบางเบาจาง ๆ เท่านั้น หลังจากพายุสงบก็พอจะมองเห็นยอดเขาที่อยู่ห่างออกไปไกล เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะระบุและกำหนดทิศทางที่จะเดินทางต่อไปได้แล้ว ความเร็วในการเดินทางของพวกเขาช้าลงไปหลายส่วน แต่นั้นก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ปีเตอร์กังวลอะไร เพราะถึงอย่างไรหากสิ่งที่เป็นเป้าหมายของภารกิจนี้เป็นมังกรน้ำแข็งจริง ๆ ตามความคิดของเขาแล้วละก็ คงมีเพียงไม่กี่คนที่จะสามารถต่อกรกับมันได้


"ทุกคนหลบก่อน!" ปีเตอร์เอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งส่งสัญญาณให้ทุกคนหลบ เขาสัมผัสได้ถึงกลุ่มพลังเวทอันมหาศาลอยุ่ห่างจากกลุ่มของเขาออกไปไม่ไกลมากนัก ทั้งสี่คนวิ่งไปหลบด้านหลังก้อนหินใหญ่ที่อยู่ใกล้ ปีเตอร์ร่ายเวทอำพรางของธาตุแสงเพื่อลบกลบกลิ่นอายตัวตนของพวกเขา  ไม่นานนักกลุ่มคนสามคนเดินตรงมาตามเส้นทางที่ปีเตอร์สัมผัสได้


          "สภาพของเจ้ามันอะไรกันริริก้า" ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหล่าเอ่ยถามหยอกล้อหญิงสาวที่เดินอยู่ข้างกายของตน สภาพร่างกายที่มีแต่แผลถลอกหาได้ลบเลื่อนความงามของนางแม้แต่น้อย มือทั้งสองกุมไว้ที่ท้ายทอย ก้าวเท้าเดินด้วยท่าทีสบายใจ


          "ท่านจาเร็ตหยอกล้อข้าอีกแล้ว" หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเชิงไม่พอใจเล็กน้อยกับการหยอกล้อของบุตรชายคนโตของขุนนางสูงสุดแห่งอาณาจักรทะเลวายุ  หากนางไม่พบกับชายหนุ่มผมแดงเข้าคงไม่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้


          "มันเป็นความรับผิดชอบของเจ้านะ ริริก้า เราต้องสูญเสียทหารที่ตามมาด้วยเพราะความประมาทของเจ้า" ชายวัยกลางคนแต่งกายด้วยชุดเกราะเบาพร้อมชายผ้าคลุมยาวปลิวไสว เอ่ยขึ้นตักเตือนความประมาทของหัวหน้ากองหญิงคนนี้


          "ข้าขอโทษด้วยค่ะท่านแม่ทัพไรท์ฮาร์ท"  หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าไม่พูดอะไรต่อ


          "เอาน่าเรื่องมันผ่านไปแล้วก็ปล่อยมันไปเถอะ ยังไงภารกิจของเราก็คือสืบหาเป้าหมายของอาณาจักรครามเหมันต์ในการรวบรวมนักเวทไฟอย่างผิดปกติเช่นนี้  อย่างไรซะ เหล่าทหารที่ติดตามมาต่างก็เตรียมใจที่จะเสียสละเพื่ออาณาจักรอยู่แล้ว" จาเร็ตพูดขึ้นด้วยท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวใด ๆ ทั้งสิ้น  ทันใดนั้นเองสีหน้าของไรท์ฮาร์ทก็แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็วจนตัวเขาสังเกตุได้


          "ใครหลบอยู่หลังก้อนหินนั่นออกมาเดี๋ยวนี้!"  ไรท์ฮาร์ทตวาดดังสนั่นด้วยพลังเวทระดับราชันเวทขั้นห้า หิมะบนพื้นถึงกับลอยขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อยทันทีที่เขาระเบิดพลังเวทออกมา


          "เขารู้ตัวแล้วหรือขอรับ นายน้อย" แอลฟ่าเอ่ยถามด้วยความตกใจ ปกติแล้วบทเวทนี้สามารถกลบกลิ่นอายและลบตัวตนได้แทบจะสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว


          "เราจะทำอย่างไรดีครับ" อาเชอร์เอ่ยออกมาด้วยความตกใจ เขาเองก็สัมผัสได้ถึงพลังเวทอันมหาศาลที่ชายวัยกลางคนคนนั้นปลดปล่อยออกมา 


          "พวกเขาจะออกไปพบเขา  แล้วถ้าเกิดท่าไม่ดีละก็ข้าจะให้สัญญาณแล้ว ให้พวกพี่หนีโดยใช้เจ้านกน้อย ข้าจะเป็นคนถ่วงเวลาให้ แล้วพวกเราจะไปพบกันที่ยอดเขาลูกนั้น" ปีเตอร์กล่าวอธิบาย แต่สีหน้าของแอลฟ่าและอาร์มันโดว์คล้ายจะไม่ถูกใจกับความคิดนี้ของปีเตอร์แต่ด้วยสีหน้าและแววตาอันดุดันของปีเตอร์คล้ายกับไม่อยากให้พวกเขาปฏิเสธนั่นหมายความว่า ศัตรูตรงหน้าตัวของปีเตอร์เองก็ไม่แน่ใจว่าจะเอาชนะได้


          เพล้ง!


ชายวัยกลางคนระเบิดพลังเวทออกมาเป็นจำนวนมาก มือขวาโบกสะบัดงุ้มงอคล้ายกรงเล็บออกไปทางหินก้อนนั้น สายลมหมุนอันบ้าคลั่งก่อตัวขึ้นและวนหมุนอย่างรวดเร็วจนมีความคมไม่ต่างจากใบมีด ม่านพรางตาธาตุแสงของปีเตอร์สลายแตกกระจายออก มือเล็กของปีเตอร์สะบัดเพื่อทำลายสายลมในทันที พวกเขาทั้งสี่ก้าวเดินออกมาประจันหน้ากับทั้งสามคน พริบตาเดียวที่เด็กน้อย


          "เจ้าคือเด็กน้อยคนนั้นนี่เอง" ไรท์ฮาร์ทเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนลง 


          "ไม่ทราบว่าเราเคยพบกันที่ใด" ปีเตอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมเพ่งพิจารณาชายวัยกลางคนเบื้องหน้าอย่างถี่ถ้วน เขาแน่ใจว่าไม่เคยพบชายคนนี้ที่ไหนมาก่อน


          "ข้าเคยพบเจ้าในตอนที่เจ้าใช้สายลมระดับแปดออกจากร้านอาหารที่เมืองชายแดนไงละ" ไรท์ฮาร์ทเอ่ยตอบ ปีเตอร์เพียงนึกย้อนเป็นไปได้อย่างไรที่ตัวเขาจะไม่สังเกตุถึงบุคคลที่มีระดับการบ่มเพาะสูงถึงเพียงนี้ในที่แห่งนั้น ชุดหนังที่ไรท์ฮาร์ทสวมในครานั้นสามารถลบเลื่อนระดับการบ่มเพาะได้


          "เราควรจัดการพวกมันซะ พวกมันล่วงรู้ถึงแผนการของเราแล้ว" จาเร็ตเอ่ยพร้อมทั้งระเบิดพลังเวทออกมา สองมือของเขาบังเกิดเปลวเพลิงระดับลุกไหม้อย่างรุนแรง แววตาสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังมากขึ้น


          "ใจเย็นก่อนท่านจาเร็ต....เจ้ามาทำอะไรที่นี่กันเด็กน้อย" ไรท์ฮาร์ทหันไปห้ามปรามจาเร็ตที่ใจร้อน ก่อนจะเอ่ยถามเด็กน้อยเบื้องหน้า


          "ข้าคงจะไม่ปกปิดอะไร ข้าคือองค์ชายลำดับสามของอาณาจักรอสูรพฤกษา ข้าเองก้มีจุดประสงค์เช่นเดียวกับพวกท่าน เพื่อสืบข่าวการรวบรวมนักเวทอัคคีของอาณาจักรนี้" ปีเตอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมทั้งสบตาจ้องมองชายวัยกลางคนก่อนจะระเบิดพลังเวทออกมาทั้งหมด ระดับอัศวินเวทขั้นปลายแต่ความหนาแน่นและความเข้มข้นเกือบจะเทียบเท่ากับระดับราชันเวทเข้าไปทุกทีแล้ว


          "ไม่น่าเชื่อว่าข้าจะได้มาพบกับคนดังของดินแดนเช่นนี้" ไรท์ฮาร์ทเองก็ตะลึงในพลังเวทของเด็กน้อย ผู้คนจากอาณาจักรอสูรพฤกษาแต่ละคนที่เขาเคยเจอมักจะไม่ธรรมดาเสมอ เด็กคนนี้เองก็เช่นกัน ดวงตาของจาเร็ตฉายแววตกตะลึงไม่ต่างอันใดกับริริก้าที่อยู่ด้านข้าง 


          "ฆ่ามันซะไรท์ฮาร์ท มันอาจจะทำลายแผนการของเราก็ได้!!" จาเร็ตตวาดกร้าวออกมาด้วยความร้อนใจ


          ฟริ้วว!!


ร่างของปีเตอร์เปล่งประกายแสงก่อนจะหายวับไปด้วยเวทมนตร์สายฟ้ามาปรากฏด้านหลังของจาเร็ต  มือของเขาห่อหุ้มด้วยน้ำแข็งอันแหลมคมเข้าจ่อที่คอของชายหนุ่ม เม็ดเหงื่อและร่างกายสั่นสะท้านกับสิ่งที่เกิดขึ้น ความเร็วนี้จาเร็ตยังไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่า ความตายมาจ่อที่คอของตนเองตั้งแต่เมื่อไหร่กัน


"หุบปากของเจ้าบ้างก็ดีนะ" ปีเตอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็นพร้อมแผ่พุ่งจิตสังหารออกมาเป้นจำนวนมาก


"ปล่อยเขาเถอะองค์ชายปีเตอร์" ไรท์ฮาร์ทเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนใจในความปากพล่อยของจาเร็ต ร่างของเขาหายไปปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของแอลฟ่า อาร์มันโดว์ และอาเชอร์ มือขวายกชูขึ้นพร้อมลูกบอลสายลมขนาดใหญ่มหึมาหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง จากสัญชาตญาณของเขารับรู้ได้ว่าปีเตอร์พุ่งเข้ามาแต่ด้วยความสามารถของเขาไม่อาจจะหยุดยั้งได้ จึงพุ่งตัวเข้าไปด้านหลังของผู้คิดตามทั้งสามคนแทน   


"เช่นนั้นก็ได้" ปีเตอร์เองก็แปลกใจในความเร็วของชายวัยกลางคนคนนี้ ที่ปรากกฏขึ้นที่ด้านหลังของทั้งสามพร้อมทั้งเตรียมที่จะลงมือเช่นกัน นับว่าความสามารถของชายคนนี้น่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง แต่นั้นก็ดูแล้วว่าชายคนนี้ไม่ได้มีเจตนาสังหารพวกเลยแม้แต่น้อย ปีเตอร์พุ่งกลับมายืนที่เดิมพร้อมทั้งชายวัยกลางคนเช่นกัน


"ทำไมถึงไม่ฆ่ามันไรท์ฮาร์ท" จาเร็ตเอ่ยออกด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย


"ท่านจาเร็ต เขาเป็นถึงองค์ชายสุดท้องของอาณาจักรอสูรพฤกษา หากเขาตายไปละก็ ทางอาณาจักรจะต้องพลิกแผ่นดินเพื่อหาตัวฆาตกรอย่างแน่นอน หากหาไม่พบคงไม่จบแค่สงครามเป็นแน่ เราคงจะได้เห็นวันคืนที่เหล่ามังกรพิโรธอย่างแน่นอน" ไรท์ฮาร์ทเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังและดุดัน แววตาเผยความหวาดกลัวออกมาจาง ๆ เขาเคยได้ยินแม่เล่าถึงค่ำคืนอันน่าหวาดกลัวในสมัยที่ยังทำสงครามชิงอาณาจักรกันอยู่ เสียงร้องคำรามของมังกรดังก้อสนั่นจนไม่อาจมีใครข่มตานอนในยามค่ำคืนได้ เด็กในสมัยนี้คงได้แต่ลืมเลื่อนหรือไม่รับรู้ถึงมันแล้ว  


จาเร็ตมีสีหน้าที่ไม่พอใจอย่างมาก แต่หากคิดดูแล้วหากเกิดการปะทะขึ้นจริง ๆ ละก็ พวกเขาเองก็คงจะถูกเด็กคนนี้สังหารได้อย่างง่ายดายเช่นกัน คงจะมีเพียงไรท์ฮาร์ทเท่านั้นที่รอด และหากเกิดสงครามขึ้นเพราะตัวเขา โทษทัณฑ์ที่เขาต้องแบกรับคงมากมายเกินกว่าจะคาดคิด


          "เช่นนี้เป็นอย่างไร หากข้ากับองค์ชายประลองกันแล้วข้าเป็นฝ่ายชนะ ข้าขอให้องค์ชายออกจากสถานที่แห่งนี้ซะ แต่หากข้าพ่ายแพ้ ข้าก็ปล่อยพวกท่านไปและไม่รบกวนกับภารกิจของท่านอีก" ไรท์ฮาร์ทเอ่ยข้อเสนอออกมา


          "หึ เป็นข้อเสนอที่เอาแต่ได้จริง ๆ นะ ข้าตกลง"













 


     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 634 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #968 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 18:25

    ได้เวลากะทืบคนแก่

    #968
    0
  2. #867 Rxoiiiii._ (@0808694151) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 06:33
    สู้ๆค่า รออ่านต่อน่ะ
    #867
    0
  3. #866 51472455 (@51472455) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 21:04
    ติดตามอยู่ นะคะ ✌️✌️
    #866
    0
  4. #863 Fhai Cotton (@fhai1995) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 12:25
    แล้วทำไมถึงยอมตกลงง่ายๆล่ะเนี่ย
    #863
    0
  5. วันที่ 22 มกราคม 2562 / 11:14
    ทำไ​มรู้สึกหงุดหงิด..
    #862
    0
  6. #860 ป๊อปเปอร์... (@sonada2525) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 00:16
    องค์ชายปีเตอร์​ สู้เค้าพะยะคะ
    #860
    0
  7. #859 pupprely (@pupprely) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 16:31
    น่าจะฆ่าจาเร็ตทิ้งไปซะ...เป็นคนที่น่าฆ่าทิ้งจริงๆ...
    #859
    0
  8. #858 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 15:21
    เฮ้ยๆๆ หยั่งงี้มันไม่แฟร์นี่หว่า
    #858
    0
  9. #857 Cmil (@Cmil) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 14:07
    สนุกมากรอนะจ๊ะ
    #857
    0
  10. #856 Themai1997 (@Themai1997) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 13:29
    น่าจะเพิ่มข้อเสนอหน่อยนะเช่นถ้า ปีเตอร์ ชนะได้ตัดแขนสักข้างก็ยังดี 555
    #856
    0
  11. #855 Shihe (@beequits) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 10:41
    ต่ออีกกกก
    #855
    0
  12. วันที่ 21 มกราคม 2562 / 10:40

    ปีเตอร์น้อยสู้ๆ
    #854
    0
  13. #853 Nongfahmareadnovel (@Gikahkot1213) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 10:37

    ขอบคุณค่ะ

    มาต่อไวๆนะเจ้าคะ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-02.png

    #853
    0