มหาจอมเวทเทพอสูร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 380,604 Views

  • 1,564 Comments

  • 8,527 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17,083

    Overall
    380,604

ตอนที่ 72 : เดินทางสู่เทือกเขาน้ำแข็ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8379
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 828 ครั้ง
    15 ม.ค. 62

บทที่ 70  เดินทางสู่เทือกเขาน้ำแข็ง


          "เหอะ เหอะ ตรานี้คงจะซื้อหาได้อย่างง่ายดายงั้นสิ" ชายหนุ่มเอ่ยออกมาแผ่วเบา ถึงอย่างไรการกำจัดสัตว์อสูรในครั้งนี้ก็อันตรายยิ่ง ไม่มีใครสามารถรับรองชีวิตของใครได้ทั้งนั้นเด็กคนนี้ก็คงไปตายอย่างไร้ค่าเช่นกัน นั่นคือสิ่งที่ชายหนุ่มคิด


          "ไว้เจอกันเจ้าหนุ่ม"  ปีเตอร์เผยรอยยิ้มออกมา


สายตากวาดมองไปรอบ ๆ เพื่อคัดเลือกสมาชิกปีเตอร์ก้าวออกมาเบื้องหน้าหนึ่งก้าว สายตาของผู้คนตำแหน่งสมาชิกจับจ้องมองมาที่เขา บางคนหลบหน้าหลบตาก้มหน้าลง ส่วนใหญ่ขบคิดว่าขออย่าให้เด็กคนนี้เลือกตนเลย การอยู่ใต้บังคับบัญชาของเด็กนับว่าเสียศักดิ์ศรีอย่างมาก แม้ตัวปีเตอร์จะได้รับตราสัญลักษณ์ของหัวหน้ามาแต่ก็ไม่มีใครมั่นใจในฝีมือของเขาแม้แต่น้อย เพียงแค่อ่านสายตาของพวกเขา ปีเตอร์ก็พอจะทราบถึงสิ่งที่พวกเขาคิด เขาจึงสุ่มเลือกมาสามคนและนัดแนะให้พบกันพรุ่งนี้เช้าที่ประตูเมืองด้านหลัง


ปีเตอร์ได้รับการชี้แจงรายละเอียดจากการประชุมของเหล่าหัวหน้า สายตาของทุกคนจับจ้องมาที่เขาเพียงคนเดียว ส่วนใหญ่พวกที่ได้ตราสัญลักษณ์ระดับหัวหน้าจะเป็นพวกลูกหลานขุนนาง หรือคนจากกลุ่มอิทธิพลใหญ่ มีเพียงไม่กี่คนที่แต่งกายธรรมดา ตัวเขารู้ดีว่าการจะได้ตราระดับหัวหน้านั้นต้องมีระดับความใจธาตุประมาณระดับเจ็ดและสามารถใช้เวทไฟได้รุนแรงพอตัว ดังนั้นทุกคนที่อยู่ในที่ประชุมล้วนแล้วแต่มีฝีมือทั้งสิ้น


ในขณะที่ทุกคนกำลังเดินออกจากกระโจมที่ประชุม ปีเตอร์เดินออกมาอย่างรวดเร็วเป็นกลุ่มแรก ๆ ชายหนุ่มที่เคยเดินสวนกับปีเตอร์เดินออกมาพร้อมชายรูปร่างกำยำสันทัดสวมใส่ผ้าคลุมขนสัตว์หนาจากขนของจิ้งจอกเพลิงเพิ่มความอบอุ่น ติดตราของระดับหัวหน้ายืนด้านข้างของชายหนุ่มคนนี้


     "นั่นคงเป็นเด็กที่เขาลือกัน ผู้ครอบครองไฟระดับเก้า" ชายร่างกำยำสันทัดเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงชื่นชมเล็กน้อย


     "เหอะ ตั้งแต่มีการขายเม็ดยาแก่นแท้แห่งธาตุทั้งเจ็ดของร้านประกายดารา ขอเพียงแค่มีเงินจำนวนมากก็สามารถได้มาครอบครอง พวกลูกหลานขุนนางหรือผู้มีอิทธิพลย่อมสามารถบรรลุความเข้าใจธาตุในระดับสูงได้ไม่ยากเย็นอันใดแต่ฝีมือการต่อสู้และการใช้พลังคงอยู่ในระดับต่ำ!" ชายหนุ่มเค้นเสียงพูดออกมาด้วยความดูถูกดูแคลนเด็กน้อยที่เดินห่างออกไป


     "หมายถึงตัวเจ้าเองด้วยสินะดิเจลโล่ บุตรชายคนกลางของขุนนางใหญ่แห่งอาณาจักรทะเลวายุ ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ชายรูปร่างกำยำสันทัดเอ่ยออกมาพร้อมหัวเราะเสียงดังแล้วเดินจากไป


     "ฝากไว้ก่อนเถอะ!" ดิเจลโล่เอ่ยอย่างแผ่วเบาด้วยอารมณ์โทสะที่อัดแน่นอยู่ในอก ในตอนนี้การจะไปเป็นศัตรูกับผู้สืบทอดของกลุ่มอิทธิพลการค้าของดินแดนนี้ยังมีความเสี่ยงอยู่มากนัก


เช้ามืดของวันใหม่มาถึงอย่างรวดเร็ว หิมะตกลงมาเล็กน้อยในช่วงเช้าทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงมาเล็กน้อย หิมะบนพื้นหนาประมาณครึ่งฟุต ปีเตอร์และชายหนุ่มทั้งสองคนยืนรออยู่ที่ประตูด้านหลังของเมือง เพื่อรอคอยเหล่าสมาชิกที่เหลืออีกสามคน เงาสามร่างปรากฏขึ้นมาก่อนจะค่อย ๆ แจ่มชัดขึ้น


     "ยินดีต้อนรับทุกคน ข้ามีนามว่าปีเตอร์เป็นหัวหน้าของพวกเจ้าทุกคน ชายสองคนด้านหลังมีนามว่าแอลฟ่าและอาร์มันโดว์เป็นรองหัวหน้า ข้าอยากให้พวกเจ้าทุกคนแนะนำตัวเองและบอกความสามารถของตนเอง" ปีเตอร์เอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย


เบื้องหน้าของเขาเป็นคนสามคน คนหนึ่งคือชายหนุ่มผมน้ำตาลที่ทำสีหน้าไม่สบอารมณ์และดูท่าทางจะไม่พอใจเมื่อตัวเองต้องมาเป็นลูกน้องและอยู่ใต้บังคับบัญชาของเด็กน้อย  คนที่สองคือหญิงสาวใบหน้างดงามผมยาวดำเงา สีหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ แต่ก็พอจะเดาออกว่าไม่ชอบปีเตอร์เช่นกัน  และคนสุดท้ายคือเด็กชายที่อายุประมาณสิบสองถึงสิบสามปีแต่งกายด้วยชุดที่ค่อนข้างเก่าและทรุดโทรมเล็กน้อย สีน้ำตาลที่ปรากฏไม่แน่ว่ามาจากสีผ้าเดิมหรือจากความเก่าของมัน


     "ข้ามีนามว่า อาเชอร์ ระดับการบ่มเพาะนักเวทขั้นสี่ ระดับธาตุไฟขั้นห้า!" เด็กชายเอ่ยขึ้นมาเสียงดังหนักแน่น พร้อมจับจ้องไปที่ปีเตอร์ เขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาปีเตอร์อย่างมากแต่ก็ยังนึกไม่ออก แต่เขาเองก็ดีใจที่ปีเตอร์เลือกตนเองเข้ามาในทีม ทั้งที่ระดับการบ่มเพาะและระดับพลังธาตุของเขาก็เพียงผ่านเกณฑ์และไม่ได้โดดเด่นอะไรในการทดสอบครั้งนี้


ปีเตอร์เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย เด็กคนนี้คือเด็กที่เขาเห็นว่าขี่สัตว์อสูรวิหคในค่ำคืนนั้นนั่นเอง เขาก็ไม่แน่ใจว่าเด็กคนนี้จะจำเขาได้หรือไม่ แต่เหตุผลที่เขาเลือกเด็กคนนี้มาก็คือ ระดับการบ่มเพาะที่ไม่ธรรมดาเมื่อเทียบกับอายุสิบต้น ๆ อีกทั้งยังสามารถบรรลุความเข้าใจธาตุในระดับห้าได้ด้วยวัยเพียงเท่านี้นับว่ามีพรสวรรค์อย่างมาก พิจารณาดูแล้วว่าเด็กคนนี้อาจไม่ได้เข้าเรียนโรงเรียนเวทมนตร์ดี ๆ ที่เหมาะสมกับการพัฒนาความสามารถของเขาด้วยซ้ำไปแต่กลับสามารถผลักดันตนเองมาถึงจุดนี้ได้นับว่าไม่ธรรมดาและมีความมุมานะอย่างมากเลยทีเดียว


ปีเตอร์จ้องมองอีกสองคนที่เหลือ หนึ่งชายหนึ่งหญิงไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาด้วยซ้ำ คนทั้งสองไม่ได้พูดอะไรออกมา หรือแม้แต่แนะนำชื่อของตนเองด้วยซ้ำ ปีเตอร์เองก็แสดงสีหน้าเรียบเฉยและหันหลังกลับไปสายลมหมุนวนรอบกายของเขาผ้าคลุมขนสัตว์ของปีเตอร์สะบัดไปมา ร่างของเด็กน้อยลอยขึ้นมาจากพื้นส่งเสริมความองอาจและความงามสง่าของเขาเป็นเท่าตัว สายตาของทุกคนจับจ้องมองเด็กน้อย ผู้ที่สามารถลอยตัวเช่นนี้ได้มีแต่ระดับจอมเวทและผู้ใช้เวทลมเท่านั้น 


     "ถ้าพวกเจ้าไม่อยากตายก็จงฟังคำสั่งของข้าให้ดีอย่าได้ขัดคำสั่งของข้าเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่รับผิดชอบชีวิตของพวกเจ้า!" ปีเตอร์พูดออกมาเสียงดังพร้อมทั้งพุ่งตัวออกไปเบื้องหน้า 


แอลฟ่าและอาร์มันโดว์ก็เร่งเร้าพลังเวทและพุ่งตัวตามออกไปติด ๆ ทั้งสามที่ยังคงตะลึงกับคำพูดของเด็กน้อยเมื่อครู่เพิ่งจะได้สติกลับมาแล้วรีบออกวิ่งไปในทันที ชายหนุ่มและหญิงสาวมีระดับการบ่มเพาะอัศวินเวทขั้นต้นจึงพอที่จะติดตามความเร็วในระยะห่างสิบเมตรของแอลฟ่าและอาร์มันโดว์ทัน แต่อาเชอร์ที่มีระดับการบ่มเพาะน้อยหากให้วิ่งคงต้องถูกทิ้งไว้อย่างแน่นอน



     "เวทมนตร์อัญเชิญอสูรรับใช้  จงออกมา วิหคสองหาง!"


วงแหวนเวทอัญเชิญอสูรรับใช้ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เด็กน้อยกระโดดขึ้นบนหลังของวิหคขณะที่มันปรากฏตัวขึ้นมาจากวงเวท ขนสีน้ำเงินเข้มปกคลุมไปทั่วตัว ขนาดตัวที่ไม่ใหญ่มากนักสร้างความปราดเปรียวในการบิน หางขนเป็นลายขดม้วนสวยงามสองอัน สัตว์อสูรธาตุน้ำ ระดับการบ่มเพาะระดับที่สอง สัตว์ตัวนี้พิเศษอย่างมากหากระดับการบ่มเพาะของมันมากขึ้นจำนวนหางของมันก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน


กลุ่มของปีเตอร์วิ่งผ่านป่าสนน้ำแข็งที่ปกคลุมด้วยหิมะหนา ระยะเวลาผ่านไปกว่าสองชั่วโมง ระดับความเร็วของปีเตอร์ แอลฟ่า และอาร์มันโดว์ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย แต่หนึ่งหญิงหนึ่งชายนั้นความเร็วเริ่มที่จะตกลงเรื่อย ๆ จากหิมะหนาบนพื้น ส่วนของอาเชอร์ที่ขี่สัตว์อสูรวิหคที่บินได้จึงไม่ได้เป็นปัญหาอะไร 


     ฟิ้ววว


ร่างเงาห้าร่างบินลอยอยู่บนท้องฟ้าพุ่งตรงไปทางเทือกเขาขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว ปีเตอร์จ้องมองพวกเขาอยู่ครู่หนึ่ง ระดับจอมเวทสามคม ส่วนที่เหลือเป็นผู้มีความสามารถของธาตุลม การจัดรูปแบบทีมของกลุ่มนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ปีเตอร์เร่งเร้าพลังเวทแล้วเพิ่มแล้วเร็วในการเคลื่อนที่เข้าไปอีก ดวงตาของชายหนุ่มและหญิงสาวเบิกกว้างขึ้นเมื่อชายหนุ่มสองคนด้านหน้าเพิ่มเร็วในการวิ่ง  อาเชอร์เห็นดังนั้นจึงสั่งให้วิหคสองหางเพิ่มแล้วเร็วและบินนำหน้าทั้งสองคนไป


หลังจากวิ่งมาชั่วโมงกว่าพวกเขาก็มาถึงหน้าผาอันสูงชัน ด้านล่างเป็นหุบเหวลึกดำมืดจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง ตลอดแนวหน้าผามีสะพานที่สร้างจากน้ำแข็งอยู่หลายสิบเส้นเชื่อมต่อไปยังภูเขาขนาดใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าของทุกคน  ปีเตอร์ตัดสินใจที่จะหยุดพักก่อนที่จะข้ามไป ชายหนุ่มและหญิงสาวนั่งหอบหายใจอย่างเหนื่อยล้า ภายในใจคงสถบด่าเด็กน้อยอย่างแน่นอน อาเชอร์มาถึงก็นั่งลงฟื้นฟูพลังเวทที่สูญเสียไปจากการใช้อสูรในทันที ไหวพริบและทักษะของเด็กคนนี้นับว่าไม่เลวเลยจริง ๆ 


          "นายน้อยครับ" อาร์มันโดว์เอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา บนมือของเขาปรากฏใบมีดอสรพิษน้ำแข็งขึ้นมาสายตาจับจ้องไปที่พุ่มไม้ห่างออกไปไม่ไกลนัก 


"ข้ารู้แล้ว รอดูสถานการณ์ไปก่อน"  ปีเตอร์สั่งให้ทุกคนหลบอยู่หลังพุ่มไม้เพื่อรอดูสถานการณ์ อาร์มันโดว์ได้กระจายละอองน้ำแข็งจาง ๆ ให้ลอยฟุ้งไปรอบ ๆ บริเวณ หากศัตรูเข้ามาในบริเวณก็จะรับรู้ได้ทันที ส่วนปีเตอร์ก็สามารถรับรู้ได้จากพลังแห่งจิตวิญญาณที่เขาปล่อยออกมา รอบ ๆ นี้มีศัตรูที่ซุ่มอยู่เป็นจำนวนมาก และตำแหน่งที่ใกล้กับสะพานน้ำแข็งที่สุดก็คือตำแหน่งของพวกเขา


เวลาผ่านไปนับชั่วโมงโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างเงียบกริบราวกับไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตใด ๆ ไม่น่าเชื่อว่าคนพวกนี้จะมีทักษะความสามารถถึงเพียงนี้ ชายหนุ่มและหญิงสาวอดทนอดกลั้นกับสถานการณ์นี้ไม่ไหวแล้ว ประสบการณ์การต่อสู้และการเอาตัวรอดของพวกเขาทั้งสองคนยังน้อยมาก


"พวกข้าจะไม่ทนแล้ว หากพวกเราสามารถจัดการอสูรตนนั้นได้ก่อน รางวัลก็จะเป็นของเรา ไปกันเถอะ!!" ชายหนุ่มพูดออกมาเสียงดังแล้วหันไปทางหญิงสาวข้างกาย พวกเขาสองคนไม่อยากที่จะอดทนกับสถานการณ์เช่นนี้อีกแล้ว ชายหนุ่มและหญิงสาวระเบิดพลังเวทออกมาแล้วพุ่งตัวออกไปเบื้องหน้าทันที ตำแหน่งของพวกเขาอยู่ใกล้กับสะพานน้ำแข็งมากที่สุด เวลาเพียงครู่เดียวต้องสามารถข้ามไปอีกฝั่งได้อย่างแน่นอน 


ชายหนุ่มและหญิงสาวพุ่งตัววิ่งตรงไปยังสะพานน้ำแข็ง สายตาของปีเตอร์จับจ้องมองแผ่นหลังของคนทั้งสอง พวกเขาทั้งสองคนขัดคำสั่งของคนที่เป็นหัวหน้าอย่างจงใจ ทันทีที่ร่างของทั้งสองคนโพล่พ้นพุ่มไม้ไปได้ไม่ไกลนัก บอลไฟขนาดใหญ่นับสิบลูกก็พวยพุ่งตรงเข้าหาทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว


          ตู้มมม!!!

บอลเพลิงตรงเข้าปะทะกับร่างของชายหนุ่มและหญิงสาว ฝุ่นควันฟุ้งกระจายตลบอบอวนไปทั่ว แอลฟ่าอุ้มอาเชอร์เอาไว้แนบอกกระแสสายฟ้ากระพริบเปล่งประกายพริบตาร่างของเขาก็หายไป อาร์มันโดว์เองก็ครอบคลุมร่างด้วยละอองแสงสีฟ้าของธาตุน้ำแข็งสายลมรุนแรงพัดพาจนเกิดเป็นพายุหิมะคลั่งพัดพาร่างของอาร์มันโดวืไปอีกฝั่งหนึ่ง 


หลังพายุหิมะพัดผ่านไปฝุ่นควันที่เคยฟุ้งกระจายก็จางหายไป ร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวนอนอยู่บนพื้นสภาพจมกองเลือดบาดเจ็บสาหัส ปีเตอร์ก้าวเดินช้า ๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้าทั้งสองคนก่อนจะมองต่ำลงด้วยแววตาเย็นชา นี่คือผลของการขัดคำสั่งของเขา เด็กน้อยก้าวเดินต่อไปบนสะพานน้ำแข็งช้า ๆ หาได้สนใจสายตาว้อนวอนของทั้งสอง


          ฟิ้วว  ฟิ้วว   ฟิ้วว   


ทันใดนั้นบอลเพลิงหลายสิบลูกก็พวยพุ่งออกมาจากในป่าตรงมาทางเด็กน้อยปีเตอร์ ชายผ้าคลุมโบกสะบัดปรากฏวงแหวนเวทสีฟ้าครามขนาดใหญ่ขึ้นที่ด้านหลังของปีเตอร์ ละอองแสงสีฟ้าถูกรวบรวมขึ้นจนก่อเกิดรูปร่าง 


     "บทเวทระดับสูง  ธาตุน้ำแข็ง : โล่ผลึกคริสตัลน้ำแข็ง!" ทึบ!


บอลเพลิงพุ่งปะทะโล่คริสตัลรูปร่างเกล็ดหิมะขนาดใหญ่จนเกิดเสียงดังทึบ ความแข็งแกร่งของโล่น้ำแข็งทนทานเกินกว่าที่บอลเพลิงเหล่านั้นจะทำลายลงได้ เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นระงมในป่าด้านหลังของเขา ปีเตอร์ระเบิดพลังเวทขึ้นมหาศาลสองมือสะบัดสร้างกระแสสายฟ้าฟาดผ่าทำลายสะพานน้ำแข็งทั้งหมดจนพังพินาศลงในทันที  ร่างของเขาลอยอยู่กลางอากาศและพุ่งไปยังฝั่งตรงข้าม


          "เจ้าเด็กนั่นมันทำลายสะพานไปแล้ว พวกเราจะทำยังไงกันดี!"  


เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นระงมจากป่าอีกฟากหนึ่ง บางคนที่บินได้ หรือใช้เวทลมได้ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพวกเขา บางคนกัดฟันและเดินอ้อมหาเส้นทางอื่น หลายคนต้องหยุดความหวังในเงินรางวัลของตนเองไว้ตรงนี้ นี่ถือเป็นความปราณีที่ปีเตอร์มอบให้โดยไม่ไล่ฆ่าทุกคนทิ้งเสียให้หมด  หลังจากเดินมาได้สักพักปีเตอร์ก็พบกับชายหนุ่มทั้งสองและเด็กชายอาเชอร์ยืนคอยใต้ต้นไม้บริเวณตีนเขา


          "สองคนนั้นละครับนายน้อย" แอลฟ่าเอ่ยถาม


          "ปล่อยให้พวกมันทั้งสองคนนอนรับผลการกระทำของตนเองไปเถอะ.....อย่าได้ใส่ใจ ไปต่อกันเถอะ"  
















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 828 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. #1041 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:20
    ก็สมควรแล้วเวลาเห็นว่าตัวเองไม่มีพลังมากพอไม่ควรหยิ่งพยองหากมีพลังมากจะหยิ่งทระนงหรืออะไรก็ตามใจเพราะมันมีคุณสมบัติที่จะทำ:)
    #1041
    0
  2. #965 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 18:11

    สมควรแล้ววววววว

    #965
    0
  3. #891 นัทจัง (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 14:44

    ก็สมควรแล้ว ในเมื่อขัดคำสั้งหัวหน้า ไม่ปฎิบัติตามนี่คือบทเรียนชีวิต

    #891
    0
  4. #825 tawantawanluna (@tawantawanluna) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 17:36

    อ่าานายน้อยทำให้ข้านึกถึงชิเอลเลยยยยย​ หึหึึ
    #825
    1
  5. #784 num no (@Galliano) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 01:07
    เด็ดขาดดด ขอบคุณค่ะ
    #784
    0
  6. #778 ป๊อปเปอร์... (@sonada2525) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 22:27
    รอนะครับ
    #778
    0
  7. วันที่ 16 มกราคม 2562 / 20:56
    มาต่อไวไวนะ
    #773
    0
  8. #770 Kn_nann (@Kn_nann) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 20:05
    ค้างที่สุด ม่ายยยยย
    #770
    0
  9. #768 gnap04 (@gnap04) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 18:45
    สมควรโดน
    #768
    0
  10. #756 pupprely (@pupprely) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 21:32
    อะโหยยย มันมากกก5555 ขัดคำสั่งก้ต้องโดนอย่างงี้แหละเนอะะะ 55555 สู้ๆนะคะไรท์_/\_
    #756
    0
  11. #752 wisuneesingchue (@wisuneesingchue) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 19:00

    ต่ออีกน๊าาาาา
    #752
    0
  12. #751 Cmil (@Cmil) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 17:45

    งุ้ยย ดีย์
    #751
    0
  13. #750 ฮิลเลอร์ (@maneejam) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 15:51
    รู้สึกซะใจ
    #750
    0
  14. วันที่ 15 มกราคม 2562 / 15:13

    ตัวประกอบที่ไม่ประสงค์ออกนาม ก็มีตัวตนได้แค่ตอนเดียว
    #749
    0
  15. #748 soft ^_^ (@77-11776soft) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 14:35

    ค้างงงงง
    #748
    0
  16. #747 Shihe (@beequits) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 14:27
    อ๊ากกกกค้างงงมาต่ออีกกกกกน้าาาา
    #747
    0