มหาจอมเวทเทพอสูร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 380,915 Views

  • 1,565 Comments

  • 8,538 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17,394

    Overall
    380,915

ตอนที่ 69 : เมืองหลวงอาณาจักรครามเหมันต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 711 ครั้ง
    9 ม.ค. 62

บทที่ 67 เมืองหลวงอาณาจักรครามเหมันต์



หญิงสาวเอ่ยชื่อของดินแดนที่เธออาศัยอยู่ ดินแดนแห่งนักรบ ชื่อดินแดนแห่งนี้ไม่ได้อยู่ในความทรงจำของปีเตอร์เมื่อหนึ่งแสนปีก่อน และข้อมูลที่มีบันทึกไว้ตามหนังสือและตำราของดินแดนแห่งนี้ก็ไม่ได้กล่าวรายละเอียดอะไรเอาไว้มากนัก เพียงแค่บอกว่ายังมีดินแดนมนุษย์อีกสามดินแดนอื่น


          "เมื่อก่อนดินแดนของพวกเราเคยถูกเรียกว่าทวีปกาเดียเทียร์  ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นดินแดนแห่งนักรบ"  หญิงสาวกล่าวอธิบายอย่างอ่อนน้อมสุภาพ ดวงตาเงยมองเด็กน้อยที่ลอยอยู่กลางอากาศ ภายในใจความรู้สึกของนางกลับไม่ได้มองเด็กน้อยเบื้องหน้าว่าเป็นเด็กแต่อย่างใด บางสิ่งบางอย่างจากตัวของเด็กคนนี้ทำให้นางรู้ว่าตัวตนของเด็กน้อยคนนี้สูงส่งเกินกว่าผู้ใช้เวทมนตร์ทั่วไปหลายเท่าตัวนัก


          "ทวีปกาเดียเทียร์ ไม่ใช่ว่าที่นั่นคละคลุ้งไปด้วยไอพลังของปีศาจจนไม่สามารถมีมนุษย์อาศัยอยู่ได้งั้นรึ" ปีเตอร์เอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย


เมื่อสมัยหนึ่งแสนปีก่อน ดินแดนกาเดียเทียร์ หรือทวีปกาเดียเทียร์ ดินแดนที่รกร้างไร้ผู้คนอาศัย สถานที่ที่เต็มไปด้วยไอปีศาจที่แผ่กระจายมาจากหนึ่งในดินแดนต้องห้ามที่มาอาณาเขตติดกัน  สถานที่แห่งนั้นอุดมไปด้วยปีศาจหลากหลายระดับหลากหลายสายพันธุ์ที่ดุร้าย จึงไม่อาจที่จะเรียกได้ว่าเป็นดินแดนของมนุษย์ได้แม้แต่น้อย แต่ไม่น่าเชื่อว่าเวลาผ่านไปกลับมีผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยในดินแดนนี้ได้


          "ที่ท่านพูดมานั้นช่างคล้ายกลับนิทานที่ข้าเคยฟังตอนเด็ก ๆ เมื่อก่อนดินแดนของเราเต็มไปด้วยปีศาจและพลังอันชั่วร้าย แต่เมื่อนานมาแล้วกลับมีดาบศักดิ์สิทธิ์ร่วงหล่นจากฟากฟ้าปักลงบนพื้นดิน พลังอำนาจของมันทำลายล้างเหล่าปีศาจและพลังอันชั่วร้ายจนสิ้นซาก หลังจากนั้นจึงมีเหล่านักรบผู้กล้าร่วมกันสร้างดินแดนของพวกเราขึ้นมา..." 


หญิงสาวบอกเล่าถึงเรื่องราวของนิทานที่เธอเคยฟังในสมัยเด็ก ปีเตอร์ฟังแล้วพิจารณาตัดทอนข้อความหรือประโยคที่น่าจะแต่งเติมออกไป เรื่องราวของดาบที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้าอาจจะเป็นหนึ่งในของวิเศษของเขาก็เป็นได้  หากลองพิจารณาแล้วด้วยอำนาจขนาดนั้นคงจะไม่ใช่ของวิเศษธรรมดาอย่างแน่นอน ดาบของทีรอสแรงก็แตกกระจายเป็นผุยผงจากการต่อสู้กับเจ้าแห่งมังกร ส่วนดาบของเขาก็ถูกฟาดกระเด็นหายไปในสงครามครั้งสุดท้าย


          "เจ้าเคยเห็นดาบนั้นหรือไม่" ปีเตอร์เอ่ยถามหญิงสาวที่กำลังดูแลชายชรา


          "ข้าไม่เคยเห็นหรอก แต่เคยได้ยินมาว่า ตัวดาบเป็นสีดำสนิทแวววาวเรืองแสงอย่างงดงาม ออร่าพลังเวทแผ่กระจายอย่างเข้มข้นกระตุ้นหัวใจของผู้ที่ได้เห็นให้หยุดเต้นด้วยความตกตะลึงได้ แสงที่สว่างออกจากตัวดาบนั้นสว่างไสวจนสามารถขับไล่ความมืดมิดทั้งปวงได้เลยทีเดียว" หญิงสาวเอ่ยตอบมาตามสิ่งที่นางเคยได้ยิน


ปีเตอร์พิจารณาจากคำพูดของหญิงสาวคนนี้ ดูท่าแล้วว่าเรื่องส่วนใหญ่จะพูดจนเกินความจริงไปหลายส่วนเพื่อให้ตัวดาบดูทรงอำนาจและดูศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น แต่เรื่องที่ตัวดาบเป็นสีดำสนิทแวววาวงดงาม และแผ่พลังเวทออกมาตลอดนั้นตรงกับลักษณะคร่าว ๆ ของสมบัติวิเศษของเขาอย่างแน่นอน


          "หึ...ในที่สุด ข้าก็พบเจ้า..." ปีเตอร์เอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา ดวงตาฉายแววเปล่งประกายเล็กน้อย แม้ว่าการจะเดินทางข้ามแดนในตอนนี้จะเกินกำลังของเขาไปบ้าง แต่สักวันเขาจะต้องไปนำมันกลับมาอย่างแน่นอน


          "ท่านพูดอะไรงั้นหรือ" หญิงสาวเอ่ยถามเนื่องจากได้ยินไม่ชัดนัก


          "เปล่า....ข้าช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของพวกเจ้าแล้ว...ถ้างั้นพวกเราต้องขอตัวก่อน" ปีเตอร์ปรับสีหน้าและอารมณ์ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแล้วหันหลังกลับไปเตรียมจะออกเดินทางต่อ มืออันอ่อนนุ่มของหญิงสาวคว้าจับที่มือซ้ายของเด็กน้อย ปีเตอร์หันกลับมามองด้วยสีหน้าเรียบเฉยเข้าไปในดวงตาของนาง


          "มีอะไรงั้นหรือ" ปีเตอร์เอ่ยถาม


          "ข้า...ข้าขอร้อง...พวกท่านช่วยคุ้มครองพวกเราจนกว่าจะถึงเมืองชายแดนของอาณาจักรครามเหมันต์ได้หรือไม่" หญิงสาวกล่าวขอร้องด้วยน้ำเสียงเศร้าเล็กน้อย 


ในตอนนี้ทหารรับจ้างที่พวกเธอจ้างมาก็จำเป็นต้องใช้เวลาในการรักษาฟื้นฟูบาดแผลและพลังกายระยะหนึ่ง หากเดินทางต่อไปแล้วเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ นางและปู่ของนางที่ไม่สามารถใช้พลังเวทได้คงจะตกอยู่ในอันตรายหรืออาจถูกฆ่าเลยก็เป็นได้ ฝีมือการต่อสู้ของทั้งสามคนที่แสดงต่อสายตาของนางนั้นเป็นที่ประจักษ์ได้ถึงความเก่งกาจเกินกว่าผู้ใช้เวทที่นางเคยพบเจอมา จะว่าเช่นนั้นก็ได้เพราะนางเองก็เพิ่งจะมาดินแดนแห่งนี้เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น


ตัวของนางเพิ่งจะได้รับอนุญาตจากปู่ของนางให้ร่วมในการเดินทางเพื่อเรียนรู้และสืบทอดกิจการของทางครอบครัวเมื่อไม่นานมานี้เอง ที่บ้านเกิดของนางนั้นมีผู้คนที่สามารถใช้เวทมนตร์แบบนี้ได้จำนวนน้อยมาก ส่วนใหญ่จะถูกปลูกฝังให้กลายเป็นนักรบ หรือไม่ก็พ่อค้า อาชีพนักรบนับเป็นอาชีพที่มีเกียรติในดินแดนแห่งนั้น พวกเขาส่วนแม้มีแหล่งกักเก็บพลังเวทแต่ก็ใช้เพียงเวทมนตร์เสริมพลังในการต่อสู้เพียงเท่านั้น อีกทั้งยังเน้นการฝึกฝนร่างกายเป็นหลักอีกด้วย


หลังจากที่ได้ยินคำร้องขอของหญิงสาวแล้ว ปีเตอร์เตรียมที่จะหันหลังแล้วสะบัดมือของนาง และจากไปในทันที แต่ก็ต้องหยุดคิดเมื่อมองเข้าไปในตาของแอลฟ่าและอาร์มันโดว์ที่ดูจะสงสารผู้หญิงคนนี้เสียเหลือเกิน พวกเขาทั้งสองคงคิดว่าไหน ๆ ก็ต้องเดินทางไปในทางเดียวกันแล้ว การเดินทางไปกับคณะเดินทางของหญิงสาวและทำหน้าที่เพียงคุ้มกันก็นับว่าไม่ใช่เรื่องลำบากอันใด แต่นี้ก็เป็นเพียงสิ่งที่ปีเตอร์คาดเดาจากสายตาของทั้งสองคน


          "เช่นนั้นก็ได้" ปีเตอร์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบสีหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ 


ทั้งหมดเก็บของขึ้นบนขบวนเดินทาง แอลฟ่าและอาร์มันโดว์ขึ้นนั่งที่ที่นั่งด้านหน้าเพื่อควบคุมรถม้า ภายในรถม้าด้านหน้าสุดมีปีเตอร์ หญิงสาว และชายชรา  ส่วนทหารรับจ้างที่เหลือเดินขนาบข้างขบวนขนสินค้า แอลฟ่าสะบัดเชือกเพื่อสั่งให้ม้าอสูรออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองชายแดนของอาณาจักรครามเหมันต์ บรรยากาศเริ่มเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ภายในรถม้าที่ปีเตอร์นั่งอยู่ก็เช่นกัน หญิงสาวจึงเริ่มเอ่ยปากถามเพื่อทำลายความเงียบ


          "ไม่ทราบว่าท่านชื่ออะไรหรือคะ" หญิงสาวเอ่ยถาม


          "ข้ามีนามว่าปีเตอร์" ปีเตอร์เอ่ยออกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และไม่ได้พูดอะไรต่ออีก เมื่อบรรยากาศกำลังจะเข้าสู่ความเงียบงันอีกครั้ง ปีเตอร์จึงเริ่มที่จะเอ่ยถามต่อไป


          "แล้วเจ้าละ" ปีเตอร์เอ่ยถามแต่ก้หันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง


          "ข้ามีนามว่า แมรี่" หญิงสาวเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ภาพลักษณ์ที่เธอเห็นจากดวงตาทั้งสองคือเด็กชายคนหนึ่งเท่านั้น แต่ความรู้สึกภายในใจกลับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ดูน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากเด็กคนนี้ อีกทั้งยังปะปนด้วยความรู้สึกที่เย้ายวนอย่างน่าประหลาด


          "เจ้าช่วยเล่าเรื่องของเจ้ากับดินแดนของเจ้าให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่" ปีเตอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังมองจ้องออกไปนอกหน้าต่างเช่นเดิม  หญิงสาวยกขาทั้งสองข้างชันขึ้นแนบไว้ที่อก จากนั้นจึงเอาแขนทั้งสองโอบมันเอาไว้ก่อนจะเอ่ยเล่าเรื่องราวออกมา


          "ตัวของข้าเป็นลูกสาวของตระกูลการค้าขนาดกลางภายในเมืองแห่งดาบ ตระกูลของข้าเป็นผู้สร้างดาบและจำหน่ายดาบที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองแห่งนี้ และเมื่อไม่นานมานี้เองท่านปู่ของข้าเพิ่งให้ข้าออกเดินทางมาส่งดาบที่ต่างแดนเป็นครั้งแรกเพื่อเรียนรู้และหาประสบการณ์"


          "เมืองของข้าชื่อเมืองแห่งดาบ เป็นเมืองขนาดกลางที่มีการชื่อเสียงในเรื่องการสร้างดาบ ภายในดินแดนแห่งนักรบนั้นผู้คนต่างก็ใฝ่ฝันที่จะเป็นนักรบ เพราะนักรบเป็นอาชีพที่มีเกียรติ เมื่อเหล่าเด็ก ๆ ที่สามารถสัมผัสพลังเวทได้เติบโตขึ้นก็จะสามารถเข้าโรงเรียนเพื่อฝึกฝนและเรียนรู้การเป็นนักรบที่แข็งแกร่งได้"


          "ส่วนผู้ใช้เวทในดินแดนของข้ามีไม่มากนัก เนื่องจากผู้คนในดินแดนแห่งนักรบมักจะมองว่าเหล่าผู้ใช้เวทเป็นพวกอ่อนแอ ตัวข้าจึงพบเห็นพวกเขาไม่บ่อยนัก...."


หญิงสาวบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เธอพอจะนึกได้ให้แก่ปีเตอร์ฟัง บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจและเป็นข้อมูลได้ดีมาก แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเรื่องราวชีวิตของเธอเสียมากกว่า ในสายตาของปีเตอร์หญิงสาวคนนี้ก็เป็นเพียงลูกนกในกรงที่เพิ่งออกมาเผชิญโลกภายนอกเท่านั้น


หลังจากผ่านไปหลายสิบชั่วโมง เหตุการณ์ทุกอย่างปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนพวกเขาเดินทางมาถึงเมืองชายแดนของอาณาจักรครามเหมันต์ ขบวนเดินทางหยุดตรงที่หน้ากระโจมที่พักของตระกูลหญิงสาวที่ล่วงหน้ามาก่อน ปีเตอร์และชายหนุ่มทั้งสองก็จากไปในทันทีแม้ว่าหญิงสาวจะขอให้อยู่ต่อก็ตาม


ข้อมูลของดาบชิ้นนั้นที่หญิงสาวได้กล่าวถึงอาจจะเป็นหนึ่งในสมบัติวิเศษของเขาก็เป็นได้ ทั้งสามเดินผ่านใจกลางเมืองที่ในยามนี้เริ่มจะมีผู้คนพลุกพล่านในยามเช้าตะวันรุ่ง ทั้งสามเดินเข้าร้านอาหารแห่งหนึ่งเพื่อรับประทานอาหารเช้าและเตรียมที่จะเดินทางต่อ เขาอยากที่จะเดินทางไปให้ถึงเมืองหลวงเร็วที่สุด แต่ก็ไม่อยากที่จะเป็นจุดสนใจมากนะ ระหว่างที่กำลังรับประทานอาหารนั้น หลายโต๊ะก็เริ่มพูดคุยกันเกี่ยวกับการรับสมัครนักเวทอัคคีของอาณาจักรครามเหมันต์ 


ท่ามกลางความรู้สึกสงสัยของผู้คนทั่วไป และไม่เว้นแม้แต่เหล่าทหารรับจ้างในเมืองนี้ก็ตาม อาณาจักรที่ขึ้นชื่อเรื่องผู้ใช้เวทน้ำและน้ำแข็ง หากใครใช้หนึ่งในสองธาตุนี้ได้นับว่าเป็นที่ชื่นชมชื่นชอบและนับหน้าถือตา แต่ในตอนนี้ทางอาณาจักรกลับเปิดรับสมัครและต้องการนักเวทอัคคีเป็นจำนวนมาก นับว่าเป็นเรื่องแปลกที่ถูกกล่าวขานกระจายไปหลายอาณาจักร


          "ข้าได้ยินมาว่ามีผู้ที่ใช้ธาตุไฟระดับแปดไปสมัครด้วยแหละ" ชายหนุ่มที่นั่งห่างออกไปไม่ไกลจากโต๊ะปีเตอร์นักสนทนากับเพื่อนอีกสองคน


          "ใช่ ๆ ข้าก็ได้ยินเช่นนั้นเหมือนกัน  แต่ข้าไม่รู้ว่าเขาคนนั้นเป็นใคร" หญิงสาวในโต๊ะเอ่ยขึ้น


          "หึหึ แต่ข้ารู้....ข้าได้ยินเขาเล่ากันว่า ชายหนุ่มคนนั้นคือ บุตรชายคนโตของขุนนางสูงสุดแห่งอาณาจักรทะเลวายุ ทั้งที่อายุเพียงยี่สิบต้น ๆ แต่กลับมีพรสวรรค์ในการบรรลุธาตุไฟระดับแปด นับว่าเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งเป็นอันดับต้น ๆ ของอาณาจักรนั้นเลยทีเดียว และเมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งจะเดินทางเข้าเมืองหลวงของอาณาจักรครามเหมันต์ ขบวนรถม้ายิ่งใหญ่ตระการตาจนผู้คนต่างกล่าวขานถึงจนหนาหู" ชายหนุ่มอีกคนพูดเสริมขึ้น


เรื่องราวทุกอย่างปีเตอร์ได้รับฟังเอาไว้หมดทั้งสิ้น ถึงกับมีบุคคลระดับนี้อยู่ในการรับสมัครครั้งนี้ด้วย เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคนคนนี้จะมาขัดขวางภารกิจของเขาหรือไม่ หากชายหนุ่มคนนี้พยายามที่จะขัดขวางเขาละก็ ผลตอบแทนก็คงจะเป็นความตายเท่านั้นที่เขาจะมอบให้มัน


หลังจากที่พวกเขาทั้งสามคนรับประทานอาหารกันเสร็จแล้ว พายุหิมะกลับเขาถาโถมกระหน่ำมาจากยอดเขาที่ห่างออกไปไม่ไกลจากเมืองนี้มากนัก สายลมหิมะพัดอย่างรุนแรงจนกลายเป็นเรื่องปกติของอาณาจักรแห่งนี้ ผู้คนต่างก็เก็บข้าวของแหละหลบเข้าไปในบ้านทันทีราวกับเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องธรรมดา ปีเตอร์เผยรอยยิ้มออกมาก่อนที่จะเดินออกจากร้านพร้อมกับชายหนุ่มทั้งสอง ท่ามกลางเสียงทักท้วงของพนักงาน


ร่างของคนสามคนยืนอยู่ ณ ลานกว้างกลางเมือง บัดนี้พายุหิมะพัดโหมอย่างรุนแรงยิ่ง ระยะการมองเห็นเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น ความรุนแรงของมันหาได้เป็นอุปสรรคต่อพวกเขา ปีเตอร์เผยมือออกไปเบื้องหน้าพร้อมเร่งเร้าพลังเวท วงแหวนอัญเชิญอสูรรับใช้ปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้า


          "จงออกมา เจ้านกน้อย!"


แสงสว่างเรืองรองออกมาจากวงแหวนเวท พริบตาร่างอันใหญ่โตของเหยี่ยวเหมันต์พิรุณปรากฏขึ้น  ปีกสีขาวขนาดใหญ่โบกสะบัดพัดกระพือ พลังธาตุน้ำแข็งอันเข้มข้นแผ่พุ่งออกมาส่งผลให้พายุหิมะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งสามกระโดดขึ้นหลังของมันแล้วออกบินไปในทันที ด้วยสภาพอากาศเช่นนี้คงยากที่จะมีใครสังเกตุเห็นสัตว์อัญเชิญของปีเตอร์ ด้วยความเร็วของเจ้านกน้อยพวกเขาจะสามารถเดินทางถึงเมืองหลวงในระยะเวลาอันสั้น 


เวลาล่วงเลยผ่านในตอนนี้พระจันทร์ดวงโตสว่างขึ้นกลางท้องฟ้า แสงนวลของมันตกต้องกระทบกับขนสีขาวอันงดงามของเจ้านกน้อย ในขณะที่พวกเขาทั้งสามคนกำลังนอนหลับพักผ่อน ปีเตอร์เองก็สัมผัสได้ถึงกลุ่มก้อนพลังเวทที่ห่างออกไปไม่ไกลนัก สายตาสอดส่องมองทอดออกไป ห่างไปไกลพบสัตว์อสูรวิหคตัวหนึ่งกำลังบินอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์เช่นเดียวกับเขา 


บนหลังของมันเขาพอจะมองเห็นถึงร่างของเด็กชายคนหนึ่ง เรือนผมไสวต้องลมที่พัดเข้าปะทะใบหน้า ดวงตาอันมุ่งมั่นมองตรงไปเบื้องหน้า เด็กน้อยคนนี้ใช้เส้นทางเดียวกับเขาไม่แน่ว่าอาจจะไปเมืองหลวงเช่นกัน ทันใดนั้นเด็กน้อยคนนั้นก็หันกลับมามองทางปีเตอร์อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไป ปีเตอร์เองก็ไม่แน่ใจนักว่าเด็กคนนั้นมองเห็นพวกเขาหรือไม่ เพราะระยะห่างนั้นค่อนข้างไกลพอสมควรเลยทีเดียว


ดวงตะวันปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้าแทนที่ดวงจันทร์เลือนแสงหายไป เบื้องหน้าปรากฏเมืองขนาดใหญ่โต ขนาดของมันใหญ่กว่าเมืองหลวงของอาณาจักรอสูรพฤกษาอยู่หลายส่วน ปีเตอร์สั่งเจ้านกน้อยบินลงที่ชายป่าห่างออกไประยะหนึ่งจากตัวเมือง พวกเขาเปลี่ยนเครื่องแต่งกายให้ดูดีสมกับฐานะของป้ายผ่านเมืองระดับสูง 


พวกเขาทั้งสามคนเดินผ่านเข้ามาภายในเมืองได้อย่างง่ายดายด้วยป้ายผ่านเมืองที่มี ผู้คนหนาแน่นจนเรียกได้ว่าเบียดเสียดเลยก็ว่าได้ เมืองหลวงของอาณาจักรนี้เดิมทีก็เนื่องแน่นด้วยผู้คนที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว และยิ่งในยามนี้มีการรับสมัครนักเวทอัคคีที่มีฝีมือเป็นจำนวนมากอีกด้วย เงื่อนไขเพียงแค่บรรลุธาตุไฟระดับห้าก็สามารถเข้าร่วมได้แล้ว ดังนั้นแล้วผู้คนจึงหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวน ไม่ใช่เพียงแค่เหล่าผู้สมัครเท่านั้น ยังมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้ามาเปิดร้านขายของเพื่อหาผลกำไรอีกด้วย


การเปิดรับสมัครรอบใหม่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ปีเตอร์อ่านป้ายประกาศที่ติดไว้บนแผ่นไว้มุมหนึ่งของลานกว้าง ดังนั้นในตอนนี้ตัวเขาคงต้องหาที่พักในคืนนี้เสียก่อน ทั้งสามเดินหาที่พักอยู่นานเนื่องจากทุกที่ล้วนถูกจองและมีผู้พักแล้วทั้งสิ้น หลังจากนั้นไม่นานกลับพบที่พักแห่งหนึ่งแปลกประหลาดอย่างยิ่ง เข้าไปในตัวอาคารจะพบกับโต๊ะของพนักงานต้อนรับ ใจกลางเป็นเวทีที่สร้างจากหินยกสูงขึ้นมา ผู้คนจำนวนมากต่างรายล้อมชมการต่อสู้ของชายหนุ่มทั้งสองคนบนเวทที 


ปีเตอร์เดินตรงไปยังโต๊ะของพนักงานที่มุมหนึ่ง พนักงานเผยรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัยเล็กน้อย ภายในใจขบคิดว่าเด็กน้อยคนนี้คงหาห้องพักไม่ได้อย่างแน่นอนจึงตรงมาที่นี่


          "มีห้องพักว่างหรือไม่"  ปีเตอร์เอ่ยถาม


          "มีขอรับเพียงแต่ว่า..." พนักงานเอ่ยตอบพร้อมกับเงียบไปครู่หนึ่ง


          "แต่ว่าอะไร" ปีเตอร์เน้นเสียงจริงจังขึ้น


          "ท่านจำเป็นต้องชนะการประลองบนเวทีนั้นห้าครั้งก่อนจึงจะสามารถเข้าพักได้ขอรับ" พนักงานกล่าวพร้อมทั้งยิ้มเล็กน้อย


          "น่าสนุกดีนิ ข้าตกลง"
 

............................

หลังจากกลับจากพักปีใหม่ ก็มีงานหลาย ๆ อย่างเข้ามาตลอดเลยครับ เวลาเขียนเลยน้อยลงไปมาก

แล้วเพื่อน ๆ เป็นยังไงบ้างครับ งานเยอะไหม เรียนหนักไหม 

ยังไงก็ผ่านปีใหม่มาแล้ว ก็ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดี ๆ ของเพื่อน ๆ ทุกคนนะครับ











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 711 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #1564 ponaw (@ponaw) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 13:21
    ไม่รู้ทำไมเวลาอ่านนิยายที่มีตัวดำเนินเรื่องเป็นผู้ชาย ละอยู่ๆมีตัวลครหญิงเข้ามาเรารู้สึกเบื่อๆ
    #1564
    0
  2. #1040 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:04
    ไม่คิดจะถามอะไรหน่อยหรือปีเตอร์
    #1040
    0
  3. #957 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 12:56

    มี้เงื่อนไขด้วย

    #957
    0
  4. #882 YAOWALUKTANSIRI (@YAOWALUKTANSIRI) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 00:33
    เวลา น้อยก็ไม่เป็นไร รอได้ อย่าหักโหม มาก เดี๋ยวคนอ่านจะคิดถึงปีเตอร์ มากไปกว่านี้
    #882
    0
  5. วันที่ 17 มกราคม 2562 / 07:03
    งานเยอะไหม เรียนหนักไหม.. // ไม่เหลือเลยเจ้าค่ะ...
    #786
    0
  6. #704 enthalia (@enthalia) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 06:28
    รออยู่ค่า
    #704
    0
  7. #703 keerattikran (@keerattikran) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 21:02
    ติดตามอยู่นร้า อย่าเทกันล่ะ สู้ๆ นะไรท์
    #703
    0
  8. #702 tople55 (@tople55) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 17:55

    สนุกมากก
    #702
    0
  9. #701 WhiteFT13 (@WhiteFT13) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 17:45
    งานเยอะมากเลยโดยเฉพาะงานกลุ่ม =_=
    #701
    0
  10. #697 Cmil (@Cmil) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 08:48

    สนุกมากฮับ
    #697
    0
  11. #691 jirarat2287 (@jirarat2287) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 05:34

    งานเยอะเงินก็เยอะตามไปด้วย ขอให้ไรต์เฮงๆปังๆนะคะ
    #691
    0
  12. #690 aomjuy26 (@aomjuy26) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 22:44

    สนุกคะ รอทุกวันเลยคะ

    #690
    0
  13. #689 SaNooKer12 (@sanookermikael) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 22:09

    รอครับบบบบบ

    #689
    0
  14. #688 Shihe (@beequits) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 21:52
    ต่ออีกกกก
    #688
    0
  15. #687 HaSaKiZz (@HaSaKiZz) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 21:48
    สู้ๆนะครับ งานล้นหัวเหมือนกัน ครูสั่งงานแบบไม่สงสารเลย 5555 ไรท์สะดวกเมื่อไหร่ค่อยอัพก็ได้
    #687
    0
  16. #686 no-name-me (@no-name-me) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 21:40
    สู้ๆนะต้ะ
    #686
    0
  17. #685 no-name-me (@no-name-me) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 21:40
    สนุกกกกก
    #685
    0