มหาจอมเวทเทพอสูร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 294,816 Views

  • 1,117 Comments

  • 8,287 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    43,813

    Overall
    294,816

ตอนที่ 67 : เรื่องวุ่นวายในเมืองชายแดน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9592
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 783 ครั้ง
    4 ม.ค. 62

บทที่ 65  เรื่องวุ่นวายในเมืองชายแดน


หลังจากที่กลับมาถึงร้านประกายดารา ปีเตอร์ก็เรียกทุกคนมาบอกถึงแผนการที่เขาจะดำเนินการต่อไปในทันที อีกทั้งยังสั่งให้ค้นหาข้อมูลและสืบข่าวให้กับเขาด้วย ในตอนนี้อิทธิพลของร้านประกายดารานับว่ายิ่งใหญ่ไม่น้อยเลยทีเดียว สายข่าวที่ปีเตอร์จัดตั้งขึ้นก็ได้กระจายแทรกซึมไปทั่วทุกทีของดินแดนแห่งนี้แล้ว


          "หลังจากได้ข้อมูลและเตรียมตัวเสร็จแล้ว ข้าจะออกเดินทางในทันที" 


หลังจากแจกแจงหน้าที่ต่าง ๆ ให้ทุกคนแล้ว ปีเตอร์ก็กลับเข้าห้องของตนเองในทันที ตั้งแต่มาอยู่ในร่างของเด็กคนนี้ก็ผ่านเรื่องราวอะไรต่อมิอะไรมามากมาย เป้าหมายในการตามหาสมบัติวิเศษที่กระจัดกระจายหายไปของเขาก็ไม่ได้คืบหน้าเลยแม้แต่น้อย และยิ่งการกลับไปที่ดินแดนเทพยิ่งแล้วใหญ่ 


ตัวของเขาได้หยิบยืมพลังของเหล่าลูกศิษย์ในการใช้มหาเวทหลายครั้ง สิ่งนั้นน่าจะทำให้ลูกศิษย์ของเขารับรู้แล้วว่าตัวของเขาเองยังมีชีวิตอยู่และทำการออกตามหาตัวเขาได้แล้ว แต่นี่ก็ผ่านมาได้ระยะหนึ่งแล้วก็ยังไม่มีวี่แววใด ๆ เลยแท้แต่น้อย นั่นแสดงว่าดินแดนเทพในตอนนี้อาจเกิดเรื่องราวบางอย่างขึ้นก็ได้ ไม่แน่ว่าเผ่าเทพเองก็อาจจะสัมผัสได้ถึงการกลับมาของเขาเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นแล้วหากเขาจำเป็นต้องใช้พลังอีก การหยิบยืมพลังของเผ่าภูติจึงจะปลอดภัยที่สุด นั่นคือสิ่งที่เขาคิดในตอนนี้


ปีเตอร์ได้ทำการหลอมยาบริสุทธิ์สิบส่วนเอาไว้เป็นจำนวนมากให้เพียงพอต่อการขายไปอีกหลายเดือน หลังจากนี้เขาอาจจะต้องไปจากอาณาจักรนี้เป็นเวลานานพอสมควร ส่วนเรื่องการจัดการต่าง ๆ ภายในร้านประกายดาราตัวของแกสทอนและกันนาร์ก็สามารถทำได้เป็นอย่างดี


เมื่อข้อมูลต่าง ๆ ถูกรวบรวมมาตามที่ปีเตอร์ต้องการแล้ว เขาใช้เวลานานพอสมควรในการคัดกรองข้อมูลเหล่านั้นที่มีความเป็นไปได้และดูน่าเชื่อถือมากที่สุดจนพอจะสามารถสรุปใจความได้ว่า ความเคลื่อนไหวของอาณาจักรครามเหมันต์ มีการสั่งซื้อโอสถที่ใช้ในการต้านทานความหนาวเย็นและยาต้านพิษน้ำแข็งเป็นจำนวนมากกว่าปกติหลายเท่า อีกทั้งยังมีการว่าจ้างนักเวทธาตุไฟที่มีความเข้าใจธาตุไฟตั้งแต่ระดับห้าขึ้นไปจำนวนมาก นี่ยิ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอย่างยิ่ง


ข้อมูลอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจจากอาณาจักรทรายปฐพีคือ รายการสั่งซื้อหินแร่ที่ใช้สร้างอาวุธและชุดเกราะจากหลายแหล่งอิทธิพล อีกทั้งมีการรับสมัครทหารรับจ้างจำนวนมากอีกด้วย และจากข้อมูลการสั่งซื้อเม็ดยารักษาบาดแผลและเม็ดยาฟื้นฟูพลังเวทจากทั้งร้านประกายดาราเอง หรือแม้แต่ร้านโอสถระดับกลางในปริมาณที่มากมายเช่นนี้ ราวกลับว่าจะทำการเตรียมทำสงครามอย่างไรอย่างงั้น


ข้อมูลเกี่ยวกับมังกรไม่มีปรากฏเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าแหล่งข่าวของเขาจะแฝงลึกไปเกือบทุกส่วนของอาณาจักรแต่กลับไม่เผยข้อมูลเช่นนี้ออกมา นั่นแสดงว่าการคงอยู่ของมังกรคงจะเป็นความลับอย่างมากของอาณาจักรทั้งสอง หลังจากที่แน่ใจในข้อมูลที่ได้รับมาแล้ว ปีเตอร์ก็ตัดสินใจถึงการดำเนินแผนการต่อไปในทันที


ตัวเขาได้แจ้งเรื่องไปที่เซโน่ให้ทำเรื่องของเขา อาร์มันโดว์ และแอลฟ่า ส่งให้ทางโรงเรียนด้วยว่าพวกเขาทั้งสามคนต้องออกไปทำภารกิจพิเศษของชมรมปรุงยาในการตามหาวัตถุบางชนิด เพื่อที่ผู้คนจะได้ไม่สงสัยถึงการหายตัวไปของเขา และ การเดินทางในครั้งนี้จะต้องไปอย่างเงียบที่สุดไม่ให้เป็นที่จับจ้องและสนใจมากนัก 


สถานที่แรกที่พวกเขาจะไปคืออาณาจักรครามเหมันต์ เพื่อที่จะตามหาความจริงถึงที่มาของพิษมังกรน้ำแข็ง พิษชนิดนี้ไม่สามารถเก็บไว้ได้นานนักก็จะสลายตัวไป ดังนั้นแล้วจึงไม่มีทางจะเป็นสิ่งของที่ตกทอดกันมาอย่างแน่นอน การจะได้มันมาจะต้องเก็บมาใหม่เท่านั้น และจากเหตุผลนี้จึงมีความเป็นไปได้ว่าทางอาณาจักรครามเหมันต์อาจจะมีมังกรน้ำแข็งไว้ในครอบครองก็เป็นไปได้  การแฝงตัวเขาไปของพวกเขาจะทำโดยการสมัครเป็นนักเวทธาตุไฟที่ทางอาณาจักรรับสมัครอยู่ในขณะนี้


หลังจากเตรียมการเม็ดยาและสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ไว้พร้อมแล้ว พวกเขาทั้งสามารถคนก็เตรียมตัวออกเดินทางในทัน แอลฟ่า และอาร์มันโดว์พักฟื้นร่างกายจนพร้อมสมบูรณ์แล้ว ร่างของเด็กน้อยและชายหนุ่มสองคนเดินลงมาจนถึงชั้นที่หนึ่งของร้านประกายดารา การแต่งกายด้วยชุดคลุมสีน้ำตาลที่ค่อนข้างเก่าเล็กน้อยได้มาจากเหล่าทหารรับจ้างที่สนิทกัน การเดินทางในครั้งนี้พวกเขาจะปลอมตัวเป็นกลุ่มทหารรับจ้างเพื่อที่จะไม่ให้ผิดสังเกตุมากนัก 


แสงจันทราสว่างไสวยามค่ำคืน อาการด้านนอกเย็นตัวลงเล็กน้อยพร้อมทั้งมีไอหมอกจาง ๆ แสงไฟจากร้านประกายดาราส่องสว่างจนพอจะมองเห็นทางเดินด้านนอก สัตว์อสูรอาชาระดับหนึ่งจำนวนสามตัวถูกเตรียมมัดไว้ที่ต้นไม้ใหญ่ด้านนอก อาชาระดับหนึ่งพวกนี้เป็นสัตว์อสูรที่มีการเพาะเลี้ยงขึ้นมาเพื่อจำหน่าย พวกมันถูกใช้เป็นพาหนะของเหล่าทหารรับจ้างโดยทั่วไป 


          "การเดินทางครั้งนี้ค่อนข้างอันตราย ทุกคนต้องระวังตัวเอาไว้ให้ดี" ปีเตอร์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย มือเล็กคว้าผ้าคลุมผืนเก่ายกขึ้นให้กระชับเพื่อปิดบังใบหน้าของตนเอง สองเท้าก้าวเดินตรงไปตามทางเดินของร้านประกายดาราที่ประดับประดาไปด้วยแสงไฟพร้อมชายหนุ่มทั้งสอง จนมาถึงต้นไม้ต้นใหญ่ด้านหน้า


แอลฟ่าเดินตรงไปคลายเชือกที่มัดอาชาระดับหนึ่งออกแล้วลากมาให้กับปีเตอร์ การเดินทางด้วยสัตว์อสูรพาหนะระดับนี้ไม่ได้มีความว่องไวเท่าไหร่นัก หากแต่มันจะทำให้เป็นจุดสนใจน้อยที่สุด ร่างของเด็กน้อยลอยขึ้นนั่งบนหลังของอาชาอย่างงดงามก่อนจะควบขี่มันออกไป


ท่ามกลางแสงจันทร์อันส่องสว่างกระจ่างไปทั่วทุ่งหญ้าอันโล่งกว้าง บนเส้นทางดินที่ถูกใช้เป็นถนนสายหลักในการมุ่งหน้าสู่แดนเหนือเหมันต์ ร่างเงาที่สวมใส่ผ้าคลุมสามร่างควบขี่อาชาระดับหนึ่งวิ่งไปอย่างรวดเร็วฝุ่นดินตลบอบอวนฟุ้งตลอดเส้นทาง เสียงที่ได้ยินมีเพียงชายผ้าที่สะบัดไหว และเสียงควบฝีเท้าของอาชาเท่านั้น


แสงอรุณรุ่งสาดส่องท้องฟ้าอีกครั้ง น้ำค้างบนยอดหญ้าเริ่มจะระเหยหายไปทีละน้อย ดวงอาทิตย์กำลังโผล่พ้นยอดไม้ทางด้านทิศตะวันออก สิ่งที่ปรากฏขึ้นในเส้นสายตาของปีเตอร์คือกำแพงเมืองสีน้ำตาลที่ดูค่อนข้างเก่าเล็กน้อย ทหารยามไม่ถึงสิบคนบนกำแพงเมืองมีระดับการบ่มเพาะที่ไม่สูงเท่าไหร่นัก ในตอนนี้พวกเขากำลังต่อแถวเพื่อรอตรวจคนผ่านเข้าเมือง ด้านหน้าของเขาเป็นขบวนของพ่อค้าที่กำลังขนสินค้าต่าง ๆ ไปขายที่อาณาจักรทางเหนือ


ทันทีในนั้นมีทหารนายหนึ่งแต่งกายด้วยชุดเกราะสีเงินแม้จะไม่แวววาวมากนัก แต่ก็พอจะมองออกมาไม่ใช่เป็นแค่ระดับทหารรักษาเมืองธรรมดา ระดับการบ่มเพาะในช่วงอัศวินเวทช่วงต้นเห็นจะได้ ผ้าคลุมยาวสีแดงเลือดหมูสะบัดพัดตามแรงลม เดินตรงมาทางพวกเขาสามคน


          "พวกแกเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่" นายทหารคนนั้นกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม ดวงตาจับจ้องด้วยความดุดันพยายามจะมองผ่านผ้าคลุมเพื่อดุหน้าคร่าตาของบุคคลทั้งสาม 


          "พวกเราเป็นทหารรับจ้าง กำลังจะไปที่อาณาจักรครามเหมันต์ พวกเราเพียงแค่ต้องการผ่านเมืองเท่านั้น...นี่ป้ายผ่านเมืองของเรา" แอลฟ่าเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงขรึม  ๆ เล็กน้อยก่อนจะยื่นป้ายผ่านเมืองของระดับสูงแสดงให้นายทหารคนนั้นดู 


 ป้ายผ่านเมืองจะมีทั้งหมดสี่ระดับด้วยกัน จะแบ่งตามลักษณะของผู้ถือครองดังนี้  ป้ายผ่านเมืองระดับต่ำ จะเป็นพวกชาวบ้านและนักเดินทั่วไป สามารถหาซื้อได้ในราคาไม่สูงมากนัก ป้ายผ่านเมืองระดับกลาง จะเป็นของเหล่าพ่อค้าที่แวะเวียนผ่านเมืองเหล่านั้นบ่อยครั้ง  ป้ายผ่านเมืองระดับสูง จะเป็นของเหล่าผู้มีอิทธิในเขตพื้นที่ต่าง ๆ พ่อค้าที่ร่ำรวยมาก ๆ หรือแม้แต่เหล่าขุนนางเองก็ใช้ป้ายพวกนี้ และป้ายผ่านเมืองระดับราชวงศ์ ใช้มีได้เฉพาะเหล่าเชื้อพระวงศ์ของเหล่าราชาเท่านั้น   


          "เชิญผ่านได้ขอรับนายท่าน" นายทหารเมื่อได้เห็นป้ายระดับสูงก็มีสีหน้าตกใจเล็กน้อย ก่อนจะส่งคืนให้กับชายหนุ่มไป ภายในใจขบคิดว่าการที่บุคคลทั้งสามที่แต่งกายเหมือนทหารรับจ้างธรรมดาแล้วมีป้ายระดับสูง อีกทั้งน้ำเสียงของชายคนนี้ยังหนุ่มแน่น มีความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นคนสนิทของเหล่าผู้มีอิทธิพลก็เป็นได้ การไม่เข้าไปก้าวก่ายคงเป็นการดีที่สุด


ทั้งสามควบม้าเข้าประตูเมืองทางช่องทางเล็ก ๆ ด้านข้างขบวนพ่อค้าที่กำลังถูกทหารตรวจสอบอยู่ เมืองแห่งนี้เป็นเมืองขนาดเล็กบริเวณชายแดนของอาณาจักรแห่งแสง ผู้คนจำนวนมากภายในเมืองแห่งนี้ส่วนใหญ่เพียงเพื่อผ่านทางไปสู่อาณาจักรครามเหมันต์เท่านั้น  และอีกส่วนหนึ่งก็เป็นเหล่าพ่อค้า 


พวกเขาพักที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งเพื่อพักม้าของพวกเขา  ภายในร้านตกแต่งอย่างสวยงามแม้ไม่หรูหรามากนักเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจมากเกินไป กลุ่มของพวกเขาสามคนเลือกที่นั่งมุมในของร้าน สายของปีเตอร์กวาดมองไปรอบ ๆ เพื่อตรวจสอบระดับพลังของผู้คนภายในร้านเพื่อความปลอดภัย และดูเหมือนว่าจะมีระดับที่ไม่สูงเท่าไหร่นัก ไม่นานนักอาหารก็ถูกนำมาวางบนโต๊ะ พวกเขาทั้งสามนั่งกินอย่างเงียบสนิทไร้ซึ่งบทสนทนาใด ๆ 


"นี่  ข้าได้ยินมาว่าที่เมืองหลวงอาณาจักรครามเหมันต์กำลังเปิดรับสมัครนักเวทไฟอยู่ด้วย" ชายร่างกำยำ แต่งกายด้วยชุดหนังสีน้ำตาล ที่นั่งห่างออกไปไม่ไกลนักพูดออกมาเสียงดัง ผู้คนภายในร้านที่นั่งอยู่โต๊ะอื่นต่างก็จับจ้องไปทางชายร่างกำยำคนนั้นด้วยความสงสัย


"เจ้าจะไปสมัครงั้นหรือ ข้าได้ยินว่าผู้สมัครต้องมีความเข้าใจระดับห้าใช่หรือไม่" ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลแต่งกายด้วยชุดคลุมยาวสีน้ำตาล ด้านข้างมีไม้เท้ายาววางพาดอยู่เอ่ยออกมาเสียงดังเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ร้านแห่งนี้


"เจ้าลืมไปแล้วหรือน้องข้า พวกเราเพิ่งบรรลุความเข้าใจธาตุไฟระดับห้าเมื่อเดือนก่อนนี้เอง ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ชายหนุ่มร่างกำยำเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งหัวเราะเสียงดัง มือขวาคว้าแก้วขนาดใหญ่ยกดื่มจนหมด พลังเวทแผ่กระจายออกมาอย่างจงใจ ขอบเขตการบ่มเพาะอัศวินเวท ขั้นสามแต่กลับมีความเข้าใจธาตุไฟระดับห้าแล้ว สำหรับคนทั่วไปนับว่าไม่ธรรมดา


"ข้าลืมไปสนิทเลยพี่ชาย ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เสียงหัวเราะของชายหนุ่มคนน้องดังออกมาพร้อมปลดปล่อยพลังเวทในระดับการบ่มเพาะอัศวินเวทขั้นสองออกมา สายตาจับจ้องมองไปทั่วร้าน รอยยิ้มของมันปรากฏขึ้นเมื่อพบกับสายตาที่หวาดกลัวและหลบหน้าของทุกคนในร้าน ทุกคราที่ผู้คนจับจ้องพวกเขาทั้งสองด้วยความหวาดกลัวมันจะทำให้ทั้งสองรู้สึกดีอย่างมากเลยทีเดียว แต่สายตาของชายหนุ่มคนสองกลับไปสะดุดที่โต๊ะมุมด้านในซึ่งไม่ได้สนใจพวกมันเลยแม้แต่น้อยกลับนั่งกินอาหารอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวใด ๆ 


"พี่ชาย ดูเหมือนว่าจะมีคนกำลังหยามพวกเราอยู่นะ" ชายหนุ่มคนน้องเอ่ยออกมาอย่างมีเลศนัยพร้อมรอยยิ้มอันน่ารังเกียจ ชายหนุ่มคนพี่รูปร่างกำยำลุกขึ้นพร้อมทั้งมองตามสายตาของน้องชายไปก็พบกับโต๊ะที่มีคนใส่ผ้าคลุมสีน้ำตาลเก่า ๆ สามคน ดูท่าแล้วจะเป็นพวกคนที่เดินทางผ่านมาเมืองนี้เลยไม่รู้จักชื่อเสียงของพวกเขาทั้งสองคน 


"เห้ย พวกแกเป็นใคร ไม่รู้จักข้าคนนี้หรืออย่างไร!!" ชายหนุ่มคนพี่รูปร่างกำยำตวาดกร้าวออกมาด้วยความฉุนเฉียว พลังเวทในจักรวาลถูกปลดปล่อยออกมาพุ่งตรงเข้าไปกดดันยังโต๊ะของกลุ่มปีเตอร์ในทันที จานชามที่ใส่อาหารสั่นสะเทือนจากแรงกดดันทางพลังเวทที่ถูกปล่อยออกมา


"แล้วพวกแกเป็นใครละ" ปีเตอร์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มือทั้งสองยังคงตักอาหารเข้าปากอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวใด ๆ ทั้งสิ้น พลังกดดันเพียงระดับไม่ได้ส่งผลกับพวกเขาทั้งสองคนเท่าไหร่นัก ชายหนุ่มแอลฟ่าและอาร์มันโดว์เองก็นั่งกินอาหารตามปกติเช่นเดียวกัน


"ผู้คนในเมืองนี้ต่างก็เรียกขานพวกเราสองคนว่า 'สองพี่น้องอัคคี' ทีนี้พวกแกคุ้นหูบ้างหรือยัง!!" ชายหนุ่มคนน้องเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นแล้วหยิบไม้เท้าเวทมนตร์ของตนเองขึ้นมา พลังเวทระเบิดออกมาอย่างรุนแรง ส่วนปลายของไม้เท้าถูกกระตุ้นด้วยเวทมนต์ของผู้เป็นนาย กระแสพลังเวทในอาการเริ่มถูกรวบรวมมาที่ส่วนปลายของไม้เท้าอย่างรวดเร็ว


ละอองแสงสีแดงค่อย ๆ ถูกควบแน่นจนเกิดเป็นออร่าสีแดงส้มจนสังเกตุเห็นได้ชัด ผู้คนในร้านเริ่มที่จะรับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่จะเกิดขึ้น ผู้คนกว่าสิบคนวางเงินไว้บนโต๊ะอาหารก่อนจะรีบวิ่งออกจากร้านไปด้วยความวุ่นวาย พวกเขาเป็นบางส่วนเป็นชาวเมือง และบางส่วนเป็นคนที่สัญจรผ่านเมืองนี้อยู่บ่อยครั้งจนได้ยินชื่อเสียงของสองพี่น้องอัคคีเป็นอย่างดี


พี่น้องสองคนที่เป็นผู้ใช้เวทธาตุไฟที่มีฝีมือในระดับหนึ่งเลยทีเดียว และได้ยินมาว่าไม่นานมานี้เพิ่งบรรลุธาตุไฟระดับห้าอีกด้วย ทั้งสองมีนิสัยอันธพานชอบรังแก ข่มเหงผู้อื่น เหล่าทหารที่ดูแลเมืองก็หาได้ใส่ใจกับการกระทำของพวกเขาทั้งสองคน และไม่มีใครกล้ามีปัญหากับพวกเขาสองคนด้วย


          "พวกแกจะเป็นคนแรกที่ได้ลองเพลิงไฟระดับห้าของพวกเรา!!!"  ฟิ้ววว


ออร่าสีแดงบนส่วนยอดของไม้เท้าเข้มข้นมากจนกลายเป็นบอลไฟขนาดใหญ่ ความร้อนแรงของมันบ่งบอกถึงลักษณะเพลิงไฟระดับห้าได้เป็นอย่างดี ไม้เท้าถูกชูขึ้นเหนือหัวของผู้ร่าย กระแสพลังเวทในอากาศถูกดูดเข้าไปในลูกไฟนั้นก่อนที่ความทรงพลังของมันจะเพิ่มขึ้น ปีเตอร์ชายตาไปมองเพียงเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตากลับมา นับว่าชายคนนี้มีพรสวรรค์ในการใช้เวทธาตุไฟอยู่บ้าง ภายในใจขบคิดว่าเหตุใดผู้ที่มีพรสวรรค์มักจะเลือกเส้นทางเช่นนี้เสมอ ๆ ไม้เท้าถูกฟาดสะบัดออกมาเบื้องหน้าพร้อมบอลเพลิงที่พุ่งตรงเข้ามายังร่างของเด็กน้อยที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ


          บึ้มม!!

แรงระเบิดจากการที่บอลเพลิงปะทะกับบางสิ่งบางอย่างทำให้เกิดแรงปะทะพัดกระจายข้าวของต่าง ๆ ให้ปลิวว่อน พนักงานรวมถึงเจ้าของร้านหลบอยู่หลังประตูไม่กล้าที่จะออกมาห้ามการกระทำของพวกเขาทั้งสองกลุ่ม รอยยิ้มเผยปรากฏบนหน้าของชายหนุ่มผู้น้องและผู้พี่  แต่เพียงไม่นานนักที่ฝุ่นควันจางไป รอยยิ้มนั้นกลับอันตรธานหายไปในทันทีเมื่อพบว่าทั้งสามคนยังนั่งอยู่ที่เดิม แม้แต่จานชามบนโต๊ะของพวกเขายังไม่ล้มคว่ำเสียด้วยซ้ำ


          "เป็นไปได้อย่างไรกัน  ย๊าาา"  ฟิ้ววว ฟิ้ววว


ชายหนุ่มสองพี่น้องขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะเป็นปม พลังเวทระเบิดออกมาอย่างมากมายพร้อมมือร่ายขยับไหวไปมาร่ายออกด้วยบทเวท วงแหวนเวทสีส้มแดงสว่างไสวขึ้นที่ด้านหน้าของพวกเขาทั้งสองคนละวง เพลิงไฟถูกรวบรวมด้านหน้าวงเวทก่อนจะก่อรูปคล้ายดั่งจิ้งจอกเพลิงสองตัวพุ่งทะยานออกมาตรงเข้าจู่โจมมาทางปีเตอร์ในทันที เพลิงไฟอันร้อนระอุเพิ่มอุณหภูมิภายในร้านให้สูงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า


          ตู้มม!!!


เพลิงไฟรูปร่างจิ้งจอกทั้งสองตัวพุ่งตรงเข้ามาทางปีเตอร์อย่างรวดเร็ว แรงระเบิดรุนแรงจนทำลายโต๊ะเก้าอี้ข้าวของภายในร้านจนพังเละไม่เหลือซาก เศษไม้จากเศษซากเหล่านั้นลุกติดไฟฝุ่นควันค่อย ๆ จางหายไป ดวงตาของพี่น้องทั้งสองคนเบิกกว้างออกด้วยความตกตะลึง บทเวทที่รุนแรงที่สุดของพวกมันไม่อาจทำอะไรทั้งสามคนได้เลยแม้แต่น้อย แม้แต่อาหารบนโต๊ะก็ยังอยู่ดีเสียด้วยซ้ำ 


          "บ้าน่า เป็นไปได้อย่างไรกัน...อ๊ากกก!!!"

พริบตาที่สองพี่น้องเอ่ยออกมายังไม่ทันจบ ความรู้สึกเจ็บปวดก็พุ่งจุ่โจมเข้ามาทันที ดวงตาของพวกเขาทั้งสองจับจ้องไปที่แขนทั้งสองข้างของตนเอง  มือทั้งสองของเขาขาดร่วงหล่นลงสู่กองไฟเบื้องล่างที่กำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง เลือดสีแดงสดไหลทะลักพุ่งออกมาเป็นจำนวนมาก ความเจ็บปวดทรมานตรงเข้าสู่สมองของพวกเขาในทันที ร่างชายหนุ่มกำยำคนพี่ และคนน้องดิ้นทุรนทุรายลงกับพื้นอย่างน่าอนาถ


          เคล้ง!


ปีเตอร์และชายหนุ่มทั้งสองคนลุกยืนขึ้นก่อนจะโยนถุงผ้าที่บรรจุทองกว่าหนึ่งแสนเหรียญไปทางประตูหลังร้านที่เจ้าของร้านและพนักงานหลบอยู่ ก่อนจะเดินออกจากร้านราวกลับไม่มีออะไรเกิดขึ้น ผ่านพ้นประตูหน้าผู้คนและชาวเมืองจำนวนมากต่างมายืนล้อมดูเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นด้านนอก หลังประตูเปิดออกเพียงชั่วครู่ มือของปีเตอร์สะบัดอย่างแผ่วเบา ลมกระโชกพัดโหมอย่างบ้าคลั่งก็บังเกิดขึ้น ฝุ่นควันคละคลุ้งตลบอบอวนเพียงชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะหายไป พริบตาร่างของคนสามคนสวมชุดคลุมก็ควบม้าออกไปไกลมากแล้ว


               "เด็กคนนั้นมีฝีมือไม่ธรรมดาเลย ธาตุลมระดับแปดงั้นรึ"
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 783 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #955 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 12:46

    โชเทพละะะะะะะ

    #955
    0
  2. #649 อัศวินสีส้ม (@terra-hero) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 16:29
    รู้สึกขัดกับคำว่า "เพลิงไฟ"มาก เพลิง แปลว่า ไฟ ถ้ารวม2คำก็จะกลายเป็น ไฟไฟ ที่จริงควรจะใช้คำว่า "เปลวเพลิง" หรือ "เปลวไฟ" มากกว่า
    #649
    0
  3. #617 jirarat2287 (@jirarat2287) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 08:45

    สนุกมากค่ะ อ่านรวดเดียวถึงตอนนี้เลย
    #617
    0
  4. #606 PATPAT69 (@s-1-a-8-i-7) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 12:06

    ออกเดินทางแล้ว อยากให้กับคนอื่นเร็วๅจัง
    #606
    0
  5. #605 A-loveless (@A-loveless) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 03:36
    รอตอนต่อไปครับ
    #605
    0
  6. #597 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 19:50

    นึกว่าจะไปอาณาจักรมังกรก่อนเลยซะอีก

    #597
    0
  7. #596 Fhai Cotton (@fhai1995) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 19:38
    เขาไม่ธรรมดาทั้งกลุ่มอะ
    #596
    0
  8. วันที่ 4 มกราคม 2562 / 17:08
    มาต่อไวไวเด้อ
    #594
    0
  9. #591 Shihe (@beequits) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 16:03
    มาต่ออีกกกก
    #591
    0
  10. #590 -NUTNUT- (@nutty-isis) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 16:00
    รออออออออออ
    #590
    0