มหาจอมเวทเทพอสูร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 297,279 Views

  • 1,127 Comments

  • 8,284 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    46,276

    Overall
    297,279

ตอนที่ 49 : ผู้บรรลุจิตวิญญาณแห่งธาตุไฟ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9591
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 804 ครั้ง
    17 ธ.ค. 61

บทที่47  ผู้บรรลุจิตวิญญาณแห่งธาตุไฟ


               บัง...บังอาจ....บังอาจเกินไปแล้วเจ้าสัตว์เดรัจฉาน อ๊ากกก!!!!!!!"


                         บึ้มมมมม!!!!!!!!!!!!


พลังเวทปริมาณมหาศาลระเบิดออกมาจากร่างของเด็กน้อย  บรรยากาศโดยรอบพลันหนักอึ้ง หากใครที่มีระดับการบ่มเพาะน้อยกว่าระดับอัศวิทเวทคงยากที่จะประคองสติเอาไว้ได้ กระแสพลังเวทในอากาศเริ่มแปรปวนผันผวนอย่างรุนแรง ร่างของเด็กน้อยค่อย ๆ ลอยขึ้นมาอยู่กลางอากาศ


               "ปลดล็อคกายาแห่งเทพอสูรขั้นต้น!!!!"    บึ้มมมม!!!!


เสียงระเบิดดังก้องสั่นสะท้านออกจากร่างของเด็กน้อย ปริมาณพลังเวทที่พวยพุ่งระเบิดออกมาจากปีเตอร์มีมากมายกว่าเมื่อครู่หลายเท่านัก เลือดที่ไหลย้อยออกมาจากแขนซ้ายที่ขาดกลายเป็นของเหลวสีขาวเรืองแสงสว่างออกมา  เส้นลายสีแดงที่เลื้อยพันรอบตัวของเขาในขณะอยู่ในร่างกายาแห่งเทพอสูรได้แปรเปลี่ยนเป็นสีขาวสว่าง ดวงตาและผมของเขาก็กลายเป็นสีขาวเช่นกัน ของเหลวสีขาวไหลรินย้อยหยดออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง


พลังเวทที่สัมผัสได้มหาศาลอย่างยิ่ง  ด้วยพลังระดับนี้อาจเทียบเคียงได้กับการบ่มเพาะในระดับจักรพรรดิเวทเลยก็เป็นได้  หมู่มวลเมฆาเริ่มก่อตัวด้านบนปากปล่องภูเขาไฟ สายลมแรงกระโชกพัดอย่างบ้าคลั่ง เมฆเริ่มรวมกันกลายเป็นสีดำ สายฟ้าผ่าร้องก้องดังกัมปนาท  หยาดฝนเริ่มไหลรินตกลงมา สายฟ้าผ่าฟาดลงมาเบื้องล่างราวกับอยู่ท่ามกลางพายุคลั่ง


ลมแรงที่พัดเริ่มก่อตัวเป็นพายุหมุนนับสิบลูก ร่างของเด็กน้อยระเบิดพลังเวทออกมา หากมองด้วยตาเปล่าจะเห็นเป็นออร่าสีขาวสว่างห่อหุ้มอยู่รอบกายของเขา อุณหภูมิในสถานที่แห่งนี้เริ่มลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว เนื่องด้วยพายุฝนที่สาดซัดพัดโหมทำให้อนูของพลังธาตุน้ำในสถานที่แห่งนี้เพิ่มมากขึ้น  นั่นส่งผลให้พลังของเจ้านกน้อยเองก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ทั้งพายุฝนและพายุหิมะสาดซัดเข้าใส่สัตว์อสูรบาร็อคอย่างรุนแรง 


          "นี่มันเวทมนตร์บ้าบออะไรกัน!!!!  หายไปซะเจ้าเด็กน้อย!!!"  ฟู่ๆๆๆๆ


สัตว์อสูรบาร็อคระเบิดพลังเวทออกมาเป็นจำนวนมาก  ปากขนาดใหญ่สูดเอากระแสพลังเวทรวมทั้งลาวาจากพื้นเบื้องล่างเข้าไปเป็นจำนวนมาก ก่อนที่จะพ่นมันออกมาโจมตีตรงเข้าใส่ร่างของปีเตอร์  ลำเปลวเพลิงขนาดใหญ่ถูกพ่นออกมา อนุถาพของมันน่ากลัวและรุนแรงอย่างมาก ความร้อนและความเข้มข้นของมันอาจจะมากเพียงพอที่จะหลอมละลายภูเขาหินเลยก็เป็นได้ เปลวเพลิงที่ปะปนไปด้วยลาวาร้อนแรงพุ่งตรงเข้ามา

        

เจ้านกน้อยย้ายตัวเองมาอยู่ทางด้านหลังของปีเตอร์ ทั่วทั้งร่างของมันปรากฏออร่าสีฟ้าคราม  คลื่นพลังธาตุน้ำอันทรงพลังแผ่พุ่งออกมา มือขวาของปีเตอร์ยืนกางออกไปเบื้องหน้า พลังเวทอันมหาศาลถูกรวบรวมหน้าฝ่ามือของเขา กลุ่มก้อนพลังเวทสีฟ้าครามเข้มข้นขนาดใหญ่ถูกก่อขึ้น ก่อนที่วงเวทสีฟ้าครามจะปรากฏขึ้นเบื้องหน้า อักขระเวทนับร้อยนับพันตัวบนวงเวทนั้นหมุนวนไปมา สัมผัสพลังธาตุน้ำอันแรงกล้าราวกับจมอยู่ในมหาสุมทรอันไร้ก้นบึ้ง



          "มหาเวทระดับจักรพรรดิ  ธาตุน้ำ : เทพจักรพรรดิมังกรวารีสังหาร!!!!!"    บึ้มมมมมม!!!


กลุ่มก้อนพลังเวทสีฟ้ากลายเป็นมวลน้ำแรงดันสูงอันทรงพลังเมื่อพุ่งทะลุผ่านวงเวทก็กลายเป็นปากของมังกรขนาดยักษ์พวยพุ่งออกไปปะทะเข้ากับลำเปลวเพลิงเบื้องหน้า แรงปะทะทำให้เกิดเสียงดังคล้ายระเบิดสั่นสะท้านไปทั่วบริเวณ มหาเวทบทนี้ของปีเตอร์ทรงพลังอย่างยิ่ง อีกทั้งธาตุน้ำยังชนะทางธาตุไฟอีกด้วย มวลน้ำรูปปากมังกรฝ่าทะลวงทำลายลำเปลวเพลิงจนแตกกระจายออกก่อนจะพุ่งตรงเข้าโจมตีสัตว์อสูรบาร็อคในทันที


               อ๊ากกกกกกก


เสียงร้องโหยหวนดังออกมาจากร่างของสัตว์อสูรบาร็อค ที่บัดนี้ลำตัวครึ่งซีกของมันได้หายสิ้นไปแล้ว ปากมังกรวารีได้ทะลวงผ่านร่างทางด้านซ้ายของมัน  ร่างส่วนที่เหลือเอนล้มลงไปในบ่อลาวาอันร้อนระอุ ด้วยยาพิษที่กัดกร่อนร่างกายของมันทำให้อัตราการฟื้นตัวของมันหยุดชะงักไปแม้จะตกลงในบ่อลาวาก็ตาม พลังเวทของมันลดน้อยถอยลงจนเหลือไม่ถึงครึ่ง


          "แก...แก!!! ไอ้เด็กสารเลว ข้าจะจำชื่อของแกไว้ ไอ้....."

          "อย่าบังอาจเอ่ยนามของข้า!!!!"


มือขวายกชูขึ้นเหนือหัว พลังเวทเริ่มถูกรวบรวมอีกครั้งหนึ่ง กระแสพลังเวทจากภายในตัวและจากบรรยากาศโดยรอบได้แปรเปลี่ยนเป็นธาตุน้ำแข็งอันหนาวเย็น ละอองแสงสีฟ้าสว่างค่อย ๆ ก่อตัวจนกลายเป็นวงเวทขนาดใหญ่สองวงซ้อนกัน


"ราชันเหมันต์แห่งแดนเหนือ โปรดฟังคำขานของข้าราชาแห่งเทพแห่งอสูร ขอหมู่มวลน้ำแข็งอันบริสุทธิ์ไร้มลทินจงมาชุมนุนกัน จงสำเร็จโทษแก่สัตว์อสูรอัคคีเบื้องหน้าข้า ณ บัดนี้ : ทัณฑ์เหมันต์สลายวิญญาณ!!!!"

          วิ้งค์!!!


วงแหวนเวทส่องสว่างสาดแสงสีฟ้าออกมา  ละอองสีฟ้าหมุนวนรอบตัวสัตว์อสูรบาร็อคอย่างบ้าคลั่ง เกล็ดน้ำแข็งเริ่มก่อตัวห่อหุ้มร่างมันของมันอย่างรวดเร็ว แม้แต่ลาวาที่ไหลอยู่รอบกายของมันก็ยังมิอาจละลายน้ำแข็งที่กำลังก่อตัวนี้ได้ เสียงดังวิ้งค์เพียงชั่วครู่ ผลึกก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ก่อห่อหุ้มร่างของมันอย่างสมบรูณ์


          เพล้งงง!!!!!


ชั่วพริบตาถัดมา ก้อนผลึกน้ำแข็งขนาดใหญ่ก็แตกกระจายกลายเป็นละอองเล็ก ๆ จำนวนมากแล้วสลายหายไป ร่างทั้งร่างของมันมลายไปในพริบตา  ไม่เว้นแม้แต่ผนึกแก่นแท้ของมันด้วยเช่นกัน  การต่อสู้อันหนักหน่วงได้จบลงแต่เพียงเท่านี้  ปีเตอร์แบมือยื่นออกมาไปเบื้องหน้า ทับทิมแห่งเพลิงกาฬ ก็ลอยเข้ามาในมือของเขา ความรู้สึกที่เขาสัมผัสได้จากภายในของมันคือความเข้นข้นของธาตุไฟที่อัดแน่นอยู่ภายใน 



ความสามารถอันโดดเด่นของทับทิมแห่งเพลิงกาฬคือ ความสามารถในการเพิ่มระดับความเข้าใจธาตุไฟจนถึงจุดสูงสุดและความสามารถในการต้านทานธาตุไฟบริสุทธิ์หรือธาตุไฟที่เกิดจากธรรมชาติได้  ผู้ที่ครอบครองจะไม่ได้รับอันตรายจากไฟเหล่านี้เลย  ปีเตอร์นำยารักษาบาดแผลและยาฟื้นฟูพลังเวทระดับสูงหลายเม็ดเข้าปากของตนเอง  พร้อมทั้งนั่งลงที่เนินดินมุมหนึ่งของปากปล่องภูเขาไฟแห่งนี้  


เขาใช้เล็บจิกไปที่นิ้วของตนเองพร้อมทั้งหยดเลือดลงไปทับทิมแห่งเพลิงกาฬ เพื่อทำพันธสัญญาณแห่งสายเลือด นับแต่นี้ไปทับทิมชิ้นนี้จะรับใช้และเชื่อฟังเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้น  มือขวาแบไว้บนตักของตนเอง ทับทิมแห่งเพลิงกาฬลอยอยู่บนฝ่ามือของเขา  ปีเตอร์เริ่มที่จะโคจรพลังเวทของตนเองให้ไหลเวียนไปทั่วร่างก่อนที่จะปล่อยออกมาจากฝ่ามือเพื่อไปกระตุ้นการทำงานของทับทิมแห่งเพลิงกาฬชิ้นนี้


เขาได้เรียกเก็บอาชาน้อยไปยังมิติของมัน เหลือทิ้งไว้เพียงแค่เจ้านกน้อยเพื่อใช้ปกป้องเขาในยามที่เขาเพิ่มระดับความเข้าใจธาตุไฟ  ละอองแสงสีแดงปนส้มหมุนวนไปรอบ ๆ กายของเขา ความร้อนโดยรอบค่อย ๆ เพิ่มขึ้นที่ละนิดบางครั้งละอองแสงสีแดงรวมตัวกันมากขึ้นจนก่อเกิดเป็นเปลวไฟสว่างวาบลุกไหม้แล้วหายไป 



ใช้เวลาเพียงหกชั่วโมงเขาก็สามารถบรรลุความเข้าใจธาตุไฟในขั้นที่เก้าได้อย่างสมบรูณ์ ดวงตาเล็ก ๆ เปิดมองออกไปเบื้องหน้า  ปีเตอร์ร่ายออกด้วยบทเวทระดับกลาง  เพลิงเผาธุรี ลูกไฟขนาดใหญ่ที่อัดแน่นพลังธาตุอันเข้มข้นปรากฏขึ้นเบื้องหน้า บอลเพลิงลูกนี้ลุกโชนอย่างน่าหวาดกกลัว พลังทำลายของมันคาดว่าจะเกินกว่าความสามารถของบทเวทระดับกลางทั่วไปเสียด้วย 



               บึ้มมมม!!!


เขาขว้างลูกไฟออกไปกระทบเข้ากับกำแพงผนังมุมหนึ่ง  เศษหินเศษดินแตกกระจายออกเป็นหลุมลึกกว้าง เดิมทีแล้วพวกมันควรจะทนทานความเสียหายจากธาตุไฟได้ดีกว่านี้ แต่อาจด้วยบอลเพลิงลูกนี้ถูกใช้ออกด้วยความเข้าใจธาตุไฟหรือธาตุไฟระดับเก้า อานุภาพของมันจึงรุนแรงได้ถึงเพียงนี้ 



รอยยิ้มของปีเตอร์ปรากฏขึ้นมาที่มุมปาก แววตาเผยถึงความดีใจเล็ก ๆ ก่อนที่หลับลงอีกครั้ง เขาหมุนวนโคจรพลังเวทอีกครั้งเพื่อใช้กระตุ้นทับทิมแห่งเพลิงกาฬ ตัวเขานั้นทราบดีถึงความสามารถของทับทิมเม็ดนี้ มันสามารถทำให้เขาบรรลุถึงจุดสูงสุดของความเข้าใจธาตุไฟในระดับที่สิบได้



ซึ่งผู้ที่จะบรรลุธาตุไฟในระดับสูงสุด จนได้รับขนานนามว่า 'ผู้บรรลุจิตวิญญาณแห่งธาตุนั้น' จะวัดความแข็งแกร่งของธาตุจากการดูดซับธาตุนั้น ๆ ในการบรรลุ เช่น หากผู้ที่บรรลุความเข้าใจธาตุในขั้นที่สิบต่อสู้กัน คนหนึ่งดูดซับธาตุไฟที่เกิดจากเวทมนตร์ กับอีกคนหนึ่งดูดซับธาตุไฟนั้นจากเพลิงของสัตว์อสูรธาตุไฟระดับสูง คนที่ดูดซับธาตุไฟจากเพลิงของสัตว์อสูรที่มีความเข้มข้นและความทรงพลังของธาตุไฟมากกว่าก็จะเป็นฝ่ายที่ชนะ



แต่มันจะไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะการที่เราจะดูดซับธาตุไฟเข้ามาภายในร่างกาย เราจำเป็นต้องทนกับความร้อนของเปลวไฟนั้น ๆ ได้ด้วย ดังนั้นส่วนใหญ่แล้วผู้ที่จะบรรลุธาตุไฟในขั้นที่สิบก็จะดูดซับเปลวเพลิงจากบทเวทเท่านั้น ซึ่งพอที่จะใช้เวทมนตร์ต้านทานความร้อนและอันตรายจากไฟได้  และมีเพียงไม่กี่คนที่ดูดซับธาตุไฟจากเพลิงของสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งได้



ตัวเขาในตอนนี้เลือกที่จะดูดซับเพลิงไฟจากลาวาในภูเขาไฟแห่งนี้ เพลิงไฟจากลาวาถือเป็นเพลิงลำดับที่สิบ  ในสิบเพลิงไฟที่ทรงพลังที่สุด  เพลิงไฟที่ทรงพลังมากกว่านี้ก็เป็นเปลวเพลิงที่กำเนิดจากวิธีการพิเศษเกือบทั้งหมด หรือเรียกว่าเปลวไฟพิเศษก็ได้ และก็มีเปลวเพลิงจากมังกรไฟที่มีสายเลือดโบราณกาลเท่านั้น



หลังจากที่ปรับสมดุลเสร็จ ปีเตอร์ก็ก้าวเท้าลงไปในบ่อลาวาอันร้อนระอุ ด้วยการที่เขาครอบครองทับทิมแห่งเพลิงกาฬ ความร้อนของลาวาไม่อาจทำอันตรายแก่เขาได้  จากนั้นเขาจึงลอยตัวและนั่งขัดสมาธิอยู่เหนือบ่อลาวาเล็กน้อย ดวงตาทั้งสองปิดลงอีกครั้ง ทับทิมแห่งเพลิงกาฬส่องสว่างออกมาอย่างเจิดจ้า ลาวาด้านล่างเดือดปะทุอย่างบ้าคลั่งในทันที



ลาวาสายเล็ก ๆ หลายสิบเส้นพวยพุ่งขึ้นมาจากบ่อลาวาเบื้องล่าง จากนั้นจึงค่อย ๆ ไหลซึมเข้าไปภายในร่างกายของปีเตอร์ เส้นสายลาวาซึบทะลุชั้นผิวหนังของเขาก่อนที่จะแตกกระจายเป็นละอองสีแดงเข้มซึมซาบเข้าไปทั่วทั้งร่างของปีเตอร์ คลื่นสีแดงแผ่กระเพื่อมออกมาจากร่างของเด็กน้อย เวลาอันยาวนานค่อย ๆ ดำเนินไป


........................................................................................................................



          "อาร์มันโดว์ เจ้าเห็นลำแสงนั่นหรือไม่"  


     แอลฟ่าเอ่ยถามชายหนุ่มเพื่อนของเขาที่ในตอนนี้แช่อยู่ในแม่น้ำในสภาพท่อนบนเปลือยเปล่า อาร์มันโดว์พยักหน้ารับแทนคำตอบ  กลิ่นหอมของปลาย่างลอยตลบอบอวนไปทั่วบริเวณ แอลฟ่าที่กำลังนั่งย่างปลาตัวโตเงยหน้าจ้องมองไปยังท้องฟ้าที่ลำแสงนั้นพวยพุ่งขึ้นมา 


          "ข้าเป็นห่วงนายน้อยจริง ๆ ไม่รู้เพราะอะไร แค่เห็นลำแสงนั่น ข้าก็รู้สึกว่าต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับนายน้อยแน่"


แอลฟ่าเอ่ยออกมา เป็นเพราะเหตุผลอันใดก็ไม่ทราบ เพียงแค่เห็นลำแสงที่พวยพุ่งขึ้นมาจากทิศทางนั้น ความรู้สึกของเขาก็เคว้งคว้างและใจหายแปลก ๆ คล้ายกับรู้สึกว่านายน้อยของเขากำลังตกอยู่ในอันตราย


          "ข้าเองก็รู้สึกแบบนั้น  เราควร...."  


อาร์มันโดว์เองก็รู้สึกแบบเดียวกับแอลฟ่าเช่นกัน  เขาเองก็รู้สึกเหมือนกับว่าปีเตอร์กำลังตกอยู่ในอันตราย อาร์มันโดว์กัดที่ริมฝีปากของตนเองคล้ายกับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง  ภารกิจที่เขาได้รับจากปีเตอร์ คือการรวบรวมซากของสัตว์อสูรและผนึกแก่นแท้ให้ได้มากที่สุด เพื่อแผนการในอนาคตของนายน้อยของเขา ตัวเขาเองควรดำเนินตามคำสั่งต่อไป หรือจะตรงไปยังทิศทางนั้นเพื่อดูว่ามันเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่


               "เราควรทำภารกิจที่นายน้อยมอบหมายให้ดีที่สุด ข้าเชื่อว่าด้วยความสามารถของเขา เขาต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน"


               "ขอให้ปลอดภัยนะครับนายน้อย"


แอลฟ่าเอ่ยขึ้นมาเผื่อบอกถึงความคิดของตนเอง น้ำตาไหลซึมออกมาเล็กน้อยจากความรู้สึกที่อัดอั้นและเป็นห่วง เขาเงยหน้ามองทิศทางของเสาแสงต้นนั้น เสียงภาวนาขอให้นายน้อยของเขาปลอดภัยดังก้องอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ


.............................................................................................


ในอาณาเขตบริเวณแห่งนี้เป็นพื้นที่รกชื้น และประกอบไปด้วยบึงน้ำขนาดน้อยใหญ่มากมาย คณะอาจารย์สิบคนรวมถึงหัวหน้าอาจารย์อีกหนึ่งกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งบน  หลังจากการต่อสู้กับสัตว์อสูรในบริเวณบึงน้ำแห่งนี้ที่เป็นสัตว์อสูรระดับหกเป็นส่วนมาก และมีระดับเจ็ดบ้างบางส่วน  สภาพของเหล่าอาจารย์ก็สะบักสะบอมกันไปตาม ๆ กัน ด้วยจำนวนของสัตว์อสูรที่มีเป็นจำนวนมากรอบบึงน้ำแห่งนี้ 



อีกทั้งพวกเขาก็ไม่ต้องการที่จะหลบเลี่ยงพวกมัน เนื่องจากพวกเขาต้องการที่จะค้นหาสมบัติในทุกซอกทุกมุมของดันเจี้ยนแห่งนี้ และความพยายามของพวกเขาก็ได้รับผลตอบแทนที่ดีเลยทีเดียว นอกจากจะได้รับผลึกแก่แท้เป็นจำนวนมากแล้ว ยังมีเหล่าศาสตราวุธ  เครื่องประดับเวท ชิ้นส่วนของตำราเวท รวมถึงเศษซากของสัตว์อสูรในสมัยโบราณอีกด้วย นับว่าการสำรวจดันเจี้ยนในแต่ละครั้งของโรงเรียนเวทศักดิ์สิทธิ์สร้างผลกำไรที่คุ้มค่าทุกครั้ง


               "นั่นมันอะไรกัน!!!"    หนึ่งในคณะอาจารย์คนหนึ่งตะโกนร้องขึ้นมาในขณะที่กำลังมองสำรวจไปรอบ ๆ บริเวณแห่งนี้ ตัวเขาได้สังเกตุพบเสาแสงสว่างจ้าปรากฏขึ้นที่ทางด้านหนึ่งของดันเจี้ยน พร้อมทั้งชี้นิ้วไปยังทิศทางนั้น


          "เสาแสงนั่นมันอะไรกัน!!!"  เหล่าคณะอาจารย์เองก็หันไปมองยังทิศทางนั้นแล้วเอ่ยออกมาพร้อมกันด้วยความตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น เสาแสงขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นสร้างความสนแกสนใจแก่ทุกคนที่พบเห็น



          "หรือว่ามันเป็นปรากฏการณ์ การตื่นขึ้นของสมบัติวิเศษบางอย่างตามบันทึกโบราณ"  อาจารย์คนหนึ่งเอ่ยถามหัวหน้าอาจารย์ที่กำลังจ้องมองไปยังทิศทางของเสาแสงต้นนั้นเช่นเดียวกันกับอาจารย์คนอื่น ๆ  หลังจากได้ยินเช่นนั้นเหล่าคณะอาจารย์เองก็ครุ่นคิดทันที 


          " เราควรไปสำรวจมันหรือไม่หัวหน้า"  อาจารย์คนหนึ่งเอ่ยถามหัวหน้าอาจารย์


          "เราไม่ควรไปกันหมด หากเสาแสงที่เกิดขึ้นเป็นเพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติธรรมดา  เราจะเสียเวลาอันมีค่าที่จะสำรวจดันเจี้ยนแห่งนี้  ฉะนั้น ข้าจะให้เรียวแมนเป็นคนไปสำรวจมัน"  หัวหน้าอาจารย์เอ่ยตอบคณะอาจารย์ เขาตัดสินใจแล้วว่าหากพวกเขาทั้งหมดไปสำรวจมันอาจจะทำให้เสียเวลาอย่างมาก และมันอาจจะไม่มีสมบัติอันใดซ่อนอยู่เลยก็เป็นได้ ดังนั้นแล้วเขาจึงส่งอาจารย์ที่สามารถใช้เวทย์สายลมที่เคลื่อนที่ได้เร็วที่สุดไปสำรวจแทน


          "ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!!!"  ฟิ้ววว    ร่างของอาจารย์เรียวแมนลอยหายไปพร้อมกับสายลมกระโชกพัด  ภายในใจเริ่มมีความโลภเข้าครอบงำ หากมันเป็นสมบัติวิเศษจริง ๆ ละก็ เขาจะยึดเอาไว้เป็นของตัวเองและบอกคนอื่นไปว่ามันเป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเท่านั้น

.....................................................................................................


เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายวัน  ดวงตะวันโผล่พ้นขอบฟ้า เหลืออีกเพียงสองวันเท่านั้นในดันเจี้ยนแห่งนี้ ดวงตาเล็ก ๆ เปิดออกรับกับแสงตะวันที่ลอดผ่านมาทางปากปล่องภูเขาไฟ บัดนี้ ร่างของเขาปลดปล่อยไอร้อนออกมาเป็นจำนวนมาก ออร่าสีแดงเข้มแผ่พุ่งไปรอบ ๆ กายของเขา ในตอนนี้อาจเรียกเขาได้ว่า 'ผู้บรรลุจิตวิญญาณแห่งธาตุไฟ' ก็ได้



พลังธาตุไฟอันเข้มข้นของเขาไหลเวียนไปทั่วร่าง  ในตอนนี้หากเขาใช้ออกด้วยพลังเวทธาตุไฟ เปลวเพลิงที่ใช้ออกมาจะปะปนไปด้วยเพลิงลาวาอันร้อนแรง  และหากต้องการใช้เพลิงลาวาทั้งหมดก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน บ่อลาวาเบื้องล่างได้หายไปจนหมดสิ้นเหลือไว้เพียงหลุมขนาดใหญ่เท่านั้น


          "พลังของข้ากลับมาเต็มร้อยอีกครั้งแล้ว เพลิงลาวานี้แม้ไม่รุนแรงเท่าเพลิงดำเทพอสูร แต่ก็มากพอที่จะสั่นครอนดินแดนแห่งนี้ได้อย่างแน่นอน ฮ่า ฮ่า ฮ่า"


เสียงหัวเราะของปีเตอร์ดังก้องไปทั่วปากปล่องแห่งนี้ ในตอนนี้อาจกล่าวได้ว่าเขาเป็นผู้ใช้เวทธาตุไฟที่แข็งแกร่งอย่างมากคนหนึ่งในดินแดนแห่งนี้เลยก็ว่าได้ คงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถหาเปลวเพลิงที่แข็งแกร่งกว่าเพลิงลาวานี้ได้ แต่ทันใดนั้นเอง เขาก็สัมผัสได้ถึงใครบางคนอยู่เหนือปากปล่องภูเขาไฟแห่งนี้


          "เป็นเจ้าเด็กน้อยปีเตอร์นี่เอง  ส่งสมบัติเจ้ามาซะ!!!!"













   

         



          










     


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 804 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #766 Kn_nann (@Kn_nann) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 18:14
    แอลฟ่าเหมือนสาวน้อยวัยแรกแย้มที่เป็นห่วงสามีอ่ะ5555 มีความน้ำตาซึม
    #766
    0
  2. วันที่ 15 มกราคม 2562 / 21:44
    บังอาจจจจจจจจจจจจจ //ปีเตอร์อย่าไปให้มันนะลูกก
    #757
    0
  3. #696 The Killer Princess (@rebornmini) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 07:39
    โอ้ยยยยยย มันไม่ใช่แค่เจ้านายกับลูกน้องแล้วโว้ยยยยยยย รังสีมันแรงไป อ้ากกกกกก!!
    #696
    0
  4. #424 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 22:34
    สติมันวิปลาสไปแล้วหรือ?เหตุใดทำกริยาอันไร้สติเช่นนี้...เออสั้นๆคือปญอ.ไว้อาลัยเลยครับบ
    #424
    0
  5. #367 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 12:34

    เชียดม้นเลย

    #367
    0
  6. #325 Peerada1648 (@Peerada1648) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 11:24
    มาถึงก็หาเรื่องก่อนเลยค่าาาาา
    #325
    0
  7. #309 Panyapong2234 (@Panyapong2234) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 20:56
    มารนหาที่หมดตูดอีกแระ
    #309
    0
  8. #307 bophobia (@bophobia) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 18:19
    พระเอกจะตบทรัพย์แล้วเว้ยยยยย
    #307
    0
  9. #305 Shihe (@beequits) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 16:08
    ต่ออีกแล้วแขนต่อยังที่ขาดไปอ่ะหรือเป็นยังไง
    #305
    0
  10. #304 DN_Phufa (@DN_Phufa) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 16:01
    อาจารย์ที่ตายห่า และหายไปจากโลกนี้
    #304
    0