มหาจอมเวทเทพอสูร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 305,351 Views

  • 1,154 Comments

  • 8,305 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    54,348

    Overall
    305,351

ตอนที่ 47 : ภูเขาไฟ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9605
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 803 ครั้ง
    12 ธ.ค. 61

บทที่ 45  ภูเขาไฟ


                    บึ้มมมมมมมมมมม!!!!!!!!”


               เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว กระแสพลังเวทในอากาศปิดเบือนบิดเบี้ยวปั่นป่วน  ตัวเขาเองรับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ทรงพลังอย่างมาก  สองเท้าก้าวเดินออกมาด้านนอก สายตาจับจ้องไปยังทิศทางเบื้องหน้า ไกลออกไปปรากฏเสาแสงสีส้มแดงพวยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า


                         "เสาแสงนั่น....ไม่สิ  เสาเพลิง เปลวเพลิงพวยพุ่งรุนแรงมาก!!!" 


เขาสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจาง ๆ ที่แผ่กระจายออกมาจากทิศทางนั้น ทำให้ตัวเขาแน่ใจว่ามันคือเปลวเพลิงที่พวยพุ่งจากพื้นดินขึ้นสู่ฟ้า ตำแหน่งที่ตั้งของมันคือจุดที่คาดว่าจะเป็นจุดกึ่งกลางของวงเวทที่เสาผนึกแต่ละต้นตั้งอยู่ เมื่อเสาต้นสุดท้ายถูกทำลาย ผนึกที่จุดกึ่งกลางเองก็คลายตัวลงเช่นกัน  ด้วยระยะทางห่างขนาดนี้เขายังสามารถเห็นมันได้ชัดเจน ไม่แน่ว่าที่อื่น ๆ ในดันเจี้ยนแห่งนี้เองก็อาจจะมองเห็นมันเช่นกัน


          "ไม่ได้การแล้ว....เจ้านกน้อย!!!"


ปีกขนาดยักษ์สีขาวโบกสะบัดพัดกระพืออย่างรุนแรง ร่างของเด็กน้อยโดดขึ้นไปบนหลังของมัน เจ้านกน้อยส่งเสียงของคำรามดังออกมาหนึ่งครั้งก่อนจะออกบินไป  หลังจากทำลายเสาผนึกต้นสุดท้ายแล้ว สนามแรงโน้มถ่วงโดยรอบก็คลายตัวลง ร่างสีขาวขนาดยักษ์บินไปด้วยความเร็วที่ไม่ธรรมดา


เม็ดยาฟื้นฟูพลังเวทหลายสิบเม็ดถูกนำออกมาเพื่อฟื้นฟูพลังเวทที่สูญเสียไป  ปีเตอร์นั่งขัดสมาธิพร้อมทั้งตั้งใจดูดซึมพลังเวทจากเม็ดยาและเสริมด้วยพลังเวทจากกระแสพลังเวทในอากาศ  แม้มันจะปั่นป่วนอย่างรุนแรง แต่ก็อัดแน่นไปด้วยพลังเวทที่เข้มข้นกว่าบรรยากาศนอกดันเจี้ยนมาก 


ส่วนใหญ่แล้วที่เขาไม่ค่อยดูดซับพลังเวทในบรรยากาศเพื่มเพิ่มระดับการบ่มเพาะเนื่องจากว่า พลังเวทหรือกระแสพลังเวทในอากาศที่ด้านนอกนั้นอ่อนจางเกินไป แม้จะมีลูกแก้วที่เป็นสมบัติวิเศษก็ตาม มันก็ไม่เพียงพอต่อเขาอยู่ดี ผิดกับภายในดันเจี้ยนแห่งนี้ ที่ในบรรยากาศหนาแน่นไปด้วยพลังเวทแม้จะปั่นป่วนรุนแรงและไม่เสถียรจนต้องใช้เวลากลั่นกรองที่นาน แต่ก็นับว่าคุ้มค่าอยู่บ้าง 


ในระหว่างที่เดินทางแม้ว่าจะเป็นในยามหลับ เขาก็เปิดการดูดซับพลังเวทเพื่อเพิ่มระดับการบ่มเพาะของตนเองตลอดเวลา  จนในตอนนี้เขามีระดับการบ่มเพาะในขอบเขตของอัศวินเวท  ขั้นสามแล้ว เนื่องจากแหล่งกักเก็บพลังเวทหรือจักรวาลพลังเวทของเขามีขนาดใหญ่ทำให้การเลื่อนระดับแต่ละขั้นยากเย็นอย่างยิ่ง


สายตาของเขาจับจ้องมองตรงไปยังทิศทางของเสาเพลิงต้นนั้น  ขนาดอยู่ห่างกันถึงเพียงนี้ยังสามารถสัมผัสได้ถึงไอความร้อน   ถ้าหากเข้าใกล้มันจะมีพลังงานความร้อนมากเพียงใด ภายในหัวของเขาเริ่มขบคิดถึงความเป็นไปได้ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เขาเริ่มที่จะวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ต่าง ๆ 


ในตอนนี้สัตว์อสูรรับใช้ที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาคือเจ้านกน้อย ระดับการบ่มเพาะขั้นที่หก   ปราการน้อย ระดับการบ่มเพาะขั้นที่ห้า  และ เจ้าอาชาน้อย ระดับการบ่มเพาะขั้นที่ห้า   จากที่เขาคาดการถึงเสาเพลิงอันทรงพลังที่ปรากฏขึ้นนั้น อาจจะเกิดจากสัตว์อสูรธาตุไฟที่แข็งแกร่งอย่างมาก หรือไม่ก็เป็นเพราะสมบัติที่ถูกผนึกไว้มีพลังของธาตุไฟอันรุนแรง หากเกิดการปะทะหรือเหตุไม่คาดคิดขึ้น ปราการน้อยที่มีธาตุพืชจะไม่สามารถต่อสู้ได้อย่างแน่นอน


สิ่งที่เขาพอจะหวังพึ่งได้คือ เจ้านกน้อย  อาชาน้อย  และความแข็งแกร่งของเขาเอง  ในเวลานี้วิหคยักษ์สีขาวโบยบินอย่างรวดเร็วตามความต้องการผู้เป็นนาย ถ้าหากเสาเพลิงนี้สามารถมองเห็นได้จากหลายจุดของดันเจี้ยนแห่งนี้ละก็ เป็นไปได้อย่างมากว่าพวกคณะอาจารย์เองก็อาจจะสังเกตุเห็นมันได้เช่นกัน  และอาจเป็นไปได้ว่าจะมาทำการสำรวจมันด้วยก็ได้ เขาต้องรีบแล้ว...

............................................................................................


          "ข้าสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง"  


ท้องพระโรงขนาดใหญ่ ภายในตกแต่งประดับอย่างงดงามด้วยแก้วมณีส่องสว่างไสว เสาแต่ละต้นตกแต่งด้วยสีขาวสะอาดตา แสงสว่างจากผลึกเวทธาตุแสงขนาดยักษ์ทำให้ทั่วทั้งห้องสว่างไสว บัลลังก์สีขาวแกะสลักลวดลายอันงดงามวิจิตรปราณีตอย่างยิ่ง โครงดัดรูปพระอาทิตย์ที่ถูกสร้างจากทองคำส่องประกายสะท้อนแสงอย่างงดงาม  


ภายในท้องพระโรงแห่งนี้มีบุคคลอยู่ทั้งหมดแปดคนด้วยกันด้วย  จะเรียกว่าคนก็มิอาจพูดได้เต็มปากเนื่องจากระดับพลังเวทอันมากมายมหาศาลที่แผ่ล้นออกมาเกินกว่าที่จะวัดประมาณได้


                    "ท่านสัมผัสได้ถึงสิ่งใดกัน"  เสียงหนึ่งถูกเอ่ยขึ้นจากชายคนหนึ่งที่ยืนพิงเสาต้นหนึ่งอยู่  เขาเอ่ยถามชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ด้วยความสงสัย ตัวเขาเองก็สังเกตุสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อยนั้นได้เช่นเดียวกับอีกหกคนที่เหลือ

     

                    "ข้าสัมผัสได้ถึงเขาคนนั้น.....อดีตราชาเทพอสูร..."  น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาปะปนด้วยความเคร่งเครียด  หลังจากคำคำนี้ถูกเอ่ยออกมา สีหน้าของอีกหกคนที่เหลือก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความแปลกประหลาดใจและตกใจปะปนกันจนยากจะแยกออก


                    "เป็นไปไม่ได้  มันตายไปแล้ว มหาเทพองค์ก่อนฆ่ามันไปแล้วมิใช่หรือ" ผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มของทั้งหกคนเอ่ยถามออกด้วยน้ำเสียงคล้ายจะไม่เชื่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น คิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากันจนแทบจะม้วนเป็นปม  


                   "ใช่แล้ว  พวกเราทั้งหมดก็เห็นกับตาว่ามันและมหาเทพองค์ก่อนระเบิดสลายไปพร้อมกัน  จะบอกว่าสิ่งเราเห็นเป็นภาพลวงตางั้นหรา"  ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาด้วยท่าทางหงุดหงิดเล็กน้อย พวกเขาทั้งแปดคนที่อยู่ในห้องนี้ก็ยังจำเหตุการณ์ของศึกครั้งนั้นได้ดี  มหาเวทบทสุดท้ายที่ทั้งสองปะทะกันสร้างแรงระเบิดจนแทบจะฉีกทวีปออกเป็นชิ้น ๆ  สีหน้าของทั้งเจ็ดคนจับจ้องชายที่อยู่บนบัลลังก์คล้ายกับต้องการคำตอบ


               "มันไม่ใช่ภาพลวงตาหรอก มันคือความจริง แต่เจ้าไม่เคยได้ยินชื่อของวิเศษชิ้นหนึ่งหรอกหรือของวิเศษที่สามารถย้ายร่างและวิญญาณเพียงเสี้ยวพริบตาโดยไร้ซึ่งกฏเกณฑ์และการต้านทานใด ๆ   แลกกับการที่ต้องถูกผนึกเป็นเวลาอันยาวนาน"  น้ำเสียงจริงจังถูกเอ่ยออกจากชายที่นั่งอยู่บนบัลลังก์  สีหน้าของทั้งเจ็ดคนหลังจากฟังถึงกับเผยความตกใจออกมาอย่างชัดเจน


               "หรือว่า....มันคือ....น้ำตาแห่งชีวิต"  


               "ใช่ ข้าได้ยินว่ามันถูกครอบครองโดยอดีตราชาเทพอสูร"  สีหน้าของทั้งหกคนเริ่มถอดสี  หากมันเป็นจริงดั่งที่ชายบนบัลลังก์ว่าไว้ละก็ มันจะต้องสร้างปัญหาขึ้นอย่างแน่นอน พวกเขาต่างครุ่นคิดว่ามันจะเป็นไปได้จริงหรือไม่ แล้วถ้าจริงจะทำอย่างไรดี


               "สัมผัสที่ข้ารู้สึกคือ ชายคนนั้นได้ตื่นขึ้นในดินแดนมนุษย์ แต่เนื่องจากพันธสัญญาเราจึงไม่อาจใช้ประตูผ่านแดนได้ พวกเจ้าทั้งเจ็ดคนออกคำสั่งให้เหล่าสาวกที่กระจายอยู่ในดินแดนอื่นสืบเรื่องนี้ให้ได้โดยเร็ว หากพบมันให้ฆ่าได้ทันที!!! "  ชายที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ออกคำสั่งดังก้องไปทั่วท้องพระโรง เหล่าคนทั้งเจ็ดต่างคุกเข่าน้อมรับคำสั่งอย่างพร้อมเพียง


               "พวกเราเทวทูตทั้งเจ็ดจะไม่ทำให้ท่านมหาเทพต้องผิดหวัง!!!"

................................................................................................................................


วิหคสีขาวขนาดยักษ์บินทะยานอย่างรวดเร็วห่างไปประมาณสิบกว่ากิโลเมตรปรากฏเป็นภูเขาไฟขนาดใหญ่กำลังปะทุอย่างรุนแรง ลำเปลวเพลิงพวยพุ่งออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟพุ่งขึ้นไปจนทะลุหมู่เมฆ ลาวาร้อนไหลซึมทะลักออกมาตามซอกหิน เขม่าควันลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ


ความร้อนจากการระเบิดของภูเขาไฟกระจายออกไปทั่ว เหล่าสัตว์อสูรน้อยใหญ่ต่างวิ่งหนีตายอย่างอลหม่านวุ่นวาย  ไอความร้อนเริ่มทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ความร้อนสูงจนแทบจะเผาไหม้เสื้อผ้าได้เลยทีเดียว เจ้านกน้อยบินมาใกล้ในระยะห่างประมาณสองกิโลเมตรก็ไม่สามารถบินต่อได้เนื่องจากบนท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยฝุ่นและเขม่าควันที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ


ปีเตอร์จึงเก็บเจ้านกน้อยกลับไปและเปลี่ยนการเดินโดยใช้เวทลอยตัวและเวทธาตุลมแทน ร่างเล็กล่องลอยผ่านเหล่าสัตว์อสูรที่วิ่งหนีตาย โดยพวกมันหาได้สนใจการมีอยู่ของเขาไม่ ดูท่าแล้วพวกมันคงคิดแต่จะหนีตายเอาชีวิตรอดอย่างเดียว  ใช้เวลาเพียงไม่นานเขาก็ได้มาถึงที่ราบบริเวณเชิงเขา


สถานที่แห่งนี้ปรากฏสัตว์อสูรธาตุไฟหลากหลายสายพันธุ์  ด้วยธาตุต้นกำเนิดเป็นเปลวเพลิงทำให้การต้านทานความร้อนหรือความสามารถในการทนทานต่อเปลวไฟของพวกมันมีมากกว่าสัตว์อสูรชนิดอื่น พวกมันต่างก็รวมตัวกันอยู่บริเวณนี้เพื่อที่จะดูดซับไอความร้อนและเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ต้นไม้ใบหญ้า  เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธาตุไฟในตัวเอง แต่ไม่มีตัวไหนเลยที่จะเข้าไกลลาวาร้อนที่ไหลรินออกมา 


ปีเตอร์พยายามเดินลัดเลาะไปอีกเส้นทางหนึ่ง  ตัวเขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่รุนแรงอยู่ภายในเขาภูเขาไฟแห่งนี้ แต่ตัวเขาจะต้องหาทางเข้าไปด้านในให้ได้เสียก่อน สายตาสาดส่องกวาดมองไปรอบภูเขา สัตว์อสูรจำนวนมากไม่ใช่มีแค่บริเวณที่ราบรอบ ๆ เท่านั้น แต่ยังอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของภูเขาไฟอีกด้วย พวกมันทุกตัวล้วนแล้วแต่เป็นสัตว์อสูรธาตุไฟทั้งสิ้น 


               ตู้มมม!!!!


บอลเพลิงขนาดใหญ่พุ่งจู่โจมตัดอากาศตรงเข้าสู่ร่างของเด็กน้อยอย่าไม่ทันได้ตั้งตัว ปีเตอร์เปลี่ยนร่างของตนเองด้วยวิชากายาแห่งเทพอสูรได้อย่างทันท่วงที  เปลวเพลิงปกคลุมไปทั่วร่างของเขา แต่เพียงแค่เขาสะบัดมืดครั้งเดียวก็ขับไล่เปลวไฟเหล่านั้นให้มลายหายไปได้ 


ปีเตอร์หันกลับไปมองทางด้านหลัง  ร่างของสัตว์อสูรนับสิบปรากฏขึ้นบนยอดไม้  สัตว์อสูรที่มีขนสีน้ำตาลปกคลุมไปทั่วร่าง  บริเวณหัว ไหล่ และหางของมันปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสีส้มแดงร้อนแรง ดวงตาสีแดงฉานแสดงถึงความเกรี้ยวกราด เสียงโห่ร้องคำรามก้องดังสนั่นไปทั่วทั้งป่า พวกมันทุกตัวต่างจับจ้องมายังเด็กน้อยเบื้องล่าง


               "อยากเล่นกับข้ามากสินะเจ้าพวกลิงน้อย"


ปากน้อยขยับไปมา มือเล็กทั้งสองโบกสะบัดร่ายเวทไปมา กระแสพลังเวทพวยพุ่งขึ้นมาจากร่างของเด็กน้อย อุณหภูมิโดยรอบจากที่ร้อนค่อย ๆ เย็นลงอย่างรวดเร็ว ร่างสีดำของปีเตอร์ค่อย ๆ เรืองแสงสว่างออกมา กระแสพลังเวทที่พุ่งออกมาจากร่างกายของเขาค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นละอองสีฟ้าอ่อน จากนั้นจึงค่อย ๆ รวมตัวปกคลุมร่างกายของเด็กน้อย


ผมของปีเตอร์กลายเป็นสีขาวยาวจนถึงกลางหลัง  ละอองสีฟ้าที่ปกคลุมแปรเปลี่ยนเป็นเสื้อคลุมสีขาวสะอาดตา ไอเย็นแผ่พุ่งกระจายออกมาจากทุกทิศทาง พลังเวทธาตุน้ำแข็งที่เข้มข้นแปรเปลี่ยนต้นไม้ใบหญ้ารอบ ๆ ให้กลายเป็นน้ำแข็ง ดวงตาทั้งสองข้างแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวล้วนไม่ต่างอันใดกับภูติผีเลยแม้แต่น้อย


               "บทเวทระดับสูง  ธาตุน้ำแข็ง : อาภรณ์แห่งภูติเหมันต์"    ฟิ้ววววว!!!!


มือเล็กโบกสะบัดออกไปเบื้องหน้า กระแสพลังเวทธาตุน้ำแข็งอันทรงพลังแปรเปลี่ยนเป็นสายลมหิมะอันรุนแรงพัดพุ่งออกไป ต้นไม้ใบหญ้าที่มันพัดผ่านแปรเปลี่ยนกลายเป็นน้ำแข็ง สายลมหิมะพัดตรงเข้าใส่สัตว์อสูรลิงภูเขาไฟ  ด้วยความเร็วและระดับการบ่มเพาะของพวกมันที่เป็นสัตว์อสูรระดับสี่แล้ว จึงทำให้มันสามารถกระโดดหลบได้ทัน 


               ตู้มมม!!!  ตู้มมม!!!  ตู้มมม!!!  ตู้มมม!!!  ตู้มมม!!!    วิ้งค์!!!!


บอลเพลิงนับสิบถูกพ่นออกมาจากปากของพวกมัน พุ่งตรงมายังเด็กน้อย มือเล็กโบกสะบัดเบา ๆ คลื่นพลังธาตุน้ำแข็งอันเข้มข้นถูกร่ายออกมา เพื่อแช่แข็งบอลเพลิงเหล่านั้น บทเวทอาภรณ์แห่งภูติเหมันต์  คือบทเวทที่แปรเปลี่ยนตัวเองให้มีพลังของภูติน้ำแข็ง  ความทรงพลังของมันจะขึ้นอยู่กับการบ่มเพาะและระดับความเข้าใจธาตุของผู้ใช้ บทเวทนี้จะทำให้ผู้ใช้สามารถแช่แข็งเป้าหมายได้


ที่เท้าของปีเตอร์ปรากฏกระแสไฟฟ้าเล็ก ๆ เปล่งประกายออกมา ร่างของเด็กน้อยแปรเปลี่ยนเป็นร่างเงาวูบไหว กระพริบหายไป  เอกลักษณ์ของเวทธาตุสายฟ้าเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ระยะสั้น ๆ ให้กับผู้ใช้ ปีเตอร์พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วจนสัตว์อสูรลิงภูเขาไฟไม่อาจไล่ตามทัน


                         วิ้งค์!!!!  วิ้งค์!!!!


ร่างของเด็กน้อยมาปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของสัตว์อสูรลิงภูเขาไฟสองตัวที่อยู่ห่างไกลจากกลุ่มมากที่สุด  ก่อนที่พวกมันทั้งสองตัวกำลังจะหันหน้ามาดู ทั่วทั้งร่างก็กลายเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ร่างเล็กวูบไหวหายไปอีกครั้งราวกับวิญญาณไร้ตัวตน สัตว์อสูรลิงภูเขาไฟตัวอื่นก็หันมองไปทั่วทุกทิศทางอย่างรนราน เพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น



จากผู้ล่าสู่ผู้ถูกล่า รอยยิ้มอันร้ายกาจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กน้อย สายตาของพวกมันกวาดมองแต่เพียงระดับสายตาของมันเท่านั้นนั่นคือบริเวณบนยอดไม้เท่านั้น หารู้ไม่ว่าร่างของปีเตอร์กลับปรากฏขึ้นที่พื้นดินด้านล่างของมัน กระแสสายฟ้าพุ่งออกมาจากฝ่ามือของเด็กน้อย  พุ่งจู่โจมไปยังร่างของสัตว์อสูรลิงภูเขาไฟ  มันคือบทเวทโซ่สายฟ้าพันธนาการถูกใช้ออกมา



สายฟ้าหลายสิบเส้นไหลรัดพันไปทั่วทั้งร่างของสัตว์อสูรลิงภูเขาไฟ  ร่างนับสิบร่วงหล่นจากยอดไม้ตกลงสู่พื้น เสียงร้องโหยหวนจากความทรมานดังก้องไปทั่ว ดวงตาของเด็กน้อยกวาดมองสภาพอันน่าสมเพชเวทนาของมัน ก่อนจะสะบัดมือออกไป คลื่นพลังธาตุน้ำแข็งอันเข้มข้นพุ่งเข้าจู่โจมพวกมัน 


               วิ้งค์!!!  เพล้งง!!!!


ร่างของสัตว์อสูรลิงภูเขาไฟเหล่านั้นถูกแช่แข็ง ก่อนที่เขาจะซัดคลื่นพลังใส่จนพวกมันแตกละเอียด มือเล็ก ๆ เก็บรวบรวมผลึกแก่นแท้อสูรเข้าสู่มิติของตนเอง เม็ดยาฟื้นฟูพลังเวทถูกใช้ออก  เนื่องจากตัวเขาเองจะต้องเตรียมความพร้อมต่อเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ในยามนี้พระจันทร์ดวงโตส่องสว่างกระจ่างฟ้า ทั่วทั้งป่าโดยรอบสว่างจนพอจะมองเห็นได้แม้ในยามค่ำคืน


ความสามารถที่สองของแหวนสีดำทมิฬบนนิ้วของเขาแสดงพลังออกมา  ร่างของปีเตอร์แปรเปลี่ยนกลายเป็นเงาดำวูบไหวจนเลือนลาง ความสามารถที่ทำให้ลบตัวตนได้อย่างสมบูรณ์แบบจนไม่มีเวทมนตร์หรือสิ่งใดตรวจจับได้ นอกจากจะเป็นบทเวทเฉพาะเท่านั้น 


ปีเตอร์ใช้บทเวทธาตุลมเทพท่องนภาลอยบินขึ้นไปยังภูเขาไฟเบื้องหน้า  เด็กน้อยบินผ่านเหล่าสัตว์อสูรน้อยใหญ่จำนวนมาก  พวกมันไม่อาจที่จะมองเห็นร่างของเด็กน้อยได้เลย สัมผัสได้เพียงคล้ายกับสายลมที่พัดพาผ่านไปเท่านั้น  ปีเตอร์ใช้เวลาสำรวจรอบ ๆ ภูเขาไฟอยู่นานกว่าชั่วโมงก็พบเข้ากับประตูบานหนึ่ง


บานประตูขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างจากศิลาสีดำ  อักขระจารึกสีทองสว่างเรืองรองออกมา คำจารึกเหล่านี้เป็นบทเวทป้องกันที่ใช้ในการผนึกประตูบานนี้   อักขระที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเผ่าเทพอย่างแน่นอน หลังจากที่ปีเตอร์ใช้เวลาสำรวจโดยรอบอยู่นาน เขาก็แน่ใจว่านี่เป็นประตูทางเข้าเพียงทางเดียวที่จะเข้าไปด้านในของภูเขาไฟนี้ 


สองมือโบกสะบัดร่ายบทเวทเพื่อแก้ไขอักขระชุดนี้  เนื่องจากพวกมันเป็นอักขระโบราณของเผ่าเทพที่เขาคุ้นเคย จึงเป็นเรื่องง่ายดายที่จะแก้ไขมัน ปีเตอร์ทำการสอดแทรกอักขระของเผ่าเทพอสูรเข้าไปในอักขระของเผ่าเทพ ใช้เวลาเพียงไม่นานบานประตูศิลาก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง 


          ตู้มมม!!!!!!


ร่างเล็ก ๆ ลอยวูบเข้าไป สายตาและสัมผัสทางพลังจิตวิญญาณถูกใช้ออกมาเพื่อรับสัมผัสของสิ่งต่าง ๆ รอบ ๆ ตัว ถัดจากบานประตูเข้าไปเป็นโพรงทางเดินขนาดใหญ่ทอดยาวเข้าไปด้านใน ปีเตอร์ลอยตัวเข้าไปด้านในเรื่อย ๆ มือทั้งสองเร่งเร้าพลังเวทเตรียมรอเอาไว้ ตัวเขาเองเริ่มสัมผัสถึงพลังเวทอันมหาศาลได้จากภายใน หลังจากผ่านไปกว่าสองชั่วโมง


          โฮกกกกก!!!!    .

          "ยินดีต้อนรับ ราชาแห่งเทพอสูร"

          












           
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 803 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #931 `Pяіdє..® (@pasuta1150) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 15:39
    เรียกตนเองว่าเทวทูต แต่สันดานยิ่งกว่าพวกมารอีก ไม่ชอบเลย //เกลียดพวกเทพ แบนๆ ถล่มมันเลยค่าท่านเทพอสูร
    #931
    0
  2. #539 bophobia (@bophobia) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 23:24
    กำลังรำลึก55555
    #539
    0
  3. #449 livlivliv (@lastathenaclub) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 13:36
    ติดตรงคำว่า หรา หงุดหงิดชะมัด
    #449
    0
  4. #437 Shadow Reader ♡♡ (@batamana) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 07:55

    ใครรออยู่หน๋อ ออ อ อ อ ผมว่าควรเปลี่ยนจากเรียกนกน้อยเป็นวิหคน้อยจะดีกว่านะไรต์​

    #437
    0
  5. #365 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 12:28

    อ้าว สะงั้นนนนนนนน

    #365
    0
  6. #294 biw1222 (@Biw122) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 21:23

    😊😊😊😊😊
    #294
    0
  7. #293 tople55 (@tople55) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 20:30
    ใครรรรรอะ
    #293
    0
  8. #292 dfrdz007 (@dfrdz007) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 19:28
    สนุกมาก
    #292
    0
  9. #291 NongfonLiverpool (@NongfonLiverpool) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 18:04

    เค้าคือใครนะ ค้างงงงง มากกก
    #291
    0
  10. #290 HaSaKiZz (@HaSaKiZz) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 18:01
    อยากอ่านต่อแล้วววววว
    #290
    0
  11. #289 Parn_sasinipa (@Parn_sasinipa) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 15:42
    รอค่า มาต่อเร็วๆน้าา
    #289
    0
  12. #288 Shihe (@beequits) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 15:09
    มาต่อ​เร็วๆน้าาาาาขอบคุณคร้าบบบบบบ
    #288
    0