มหาจอมเวทเทพอสูร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 378,611 Views

  • 1,563 Comments

  • 8,450 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    15,090

    Overall
    378,611

ตอนที่ 46 : เสาผนึกต้นสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10541
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1055 ครั้ง
    8 ธ.ค. 61

บทที่ 44  เสาผนึกต้นสุดท้าย

 

 

               “ไข่นี่มัน”

 

 

               ไข่ขนาดไม่ใหญ่มากรูปร่างกลมรี่สีเหลืองสด  ลวดลายสีดำเป็นเส้นสายคล้ายรากไม้ปกคลุมไปทั่ว สัมผัสพลังงานภายในที่บริสุทธิ์ของธาตุสายฟ้า พลังเวทภายในเองก็อัดแน่นเข้มข้นเช่นเดียวกัน คาดการณ์ว่ามันคงดูดซับไอและกระแสพลังเวทที่อยู่โดยรอบเสาผนึกมาเป็นจำนวนมาก ปีเตอร์เก็บไข่ใบนี้เข้าไว้ในลูกแก้วมิติของเขา ก่อนจะกลับลงมาสู่เบื้องล่าง

 

 

               ตัวเขาเองคิดว่า เสาผนึกต้นสุดท้ายก็คงจะมีสัตว์อสูรที่ไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่นัก  แต่ที่แน่น ๆ สิ่งที่ถูกเสาผนึกทั้งหกนี้ผลึกเอาไว้ต่างหากที่ทำให้เขาเป็นกังวล  หากสิ่งที่อยู่ภายในเป็นการผนึกสัตว์อสูรที่เป็นอันตรายและเขาไม่สามารถจัดการมันได้ นั่นเท่ากับว่าเขาได้ปล่อยตัวอันตรายออกมาเสียแล้ว และหากว่ามันคือสมบัติจริง ๆ มันก็อาจจะมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอย่างมากเฝ้ารักษาเอาไว้ก็เป็นได้

 

 

              

               อาชาน้อยปรากฏกายขึ้นมาพร้อมทั้งร่างของเด็กน้อยขี่ควบออกวิ่งไป  ทิศทางที่ตั้งสุดท้ายของเสาปนึกอยู่ไม่ไกลจากที่นี่แล้ว ความเข้มข้นของสัญญาณที่เขาสัมผัสได้นับว่ารุนแรงอย่างยิ่ง  อีกทั้งทิศทางที่กำลังวิ่งไปเขายังรับรู้ถึงพลังงานบางอย่างที่หนาแน่นและทรงพลังอย่างยิ่งกระแสพลังเวทที่ล่องลอยมาจากทิศทางนั้นเข้มข้นจนน่าอึดอัด

 

 

               ใช้เวลาวิ่งมากว่าสองชั่วโมง สภาพแวดล้อมโดยรอบเริ่มเปลี่ยนไป ต้นหญ้าที่งอกอยู่ตามพื้นแปรเปลี่ยนเป็นสีดำเข้ม ท้องฟ้าและก้อนเมฆค่อย ๆ เปลี่ยนจากสีฟ้า กลายเป็นสีครามเข้มจนเหมือนจะเป็นสีน้ำเงินคล้ำ เบื้องหน้าปรากฏทิวเขาเป็นแนวยาวที่น่าแปลกใจก็คือบัดนี้พระอาทิตย์ได้หายออกไปจากท้องฟ้าเสียแล้ว แต่ปรากฏว่าแสงสว่างจากท้องฟ้าทำให้พื้นที่ในอาณาเขตนั้นสว่างขึ้นมา

 

 

               ปีเตอร์เดินทางมาถึงชายป่าแห่งหนึ่งจึงได้หยุดพักสักระยะ กระแสพลังเวทที่พวยพุ่งออกมาจากส่วนลึกของป่าแห่งนี้รุนแรงอย่างมาก  บริเวณชายป่าที่เขาหยุดพักไม่มีร่องรอยของสัตว์อสูรปรากฏให้เห็นเลยแม้แต่น้อย ต้นไม้สูงใหญ่จนแทบบดบังท้องฟ้า ลำต้นของมันมีสีดำสนิท ใบไม้ทุกใบของต้นไม้ทุกต้นที่เขาเห็นมีสีม่วง อีกทั้งมันยังเปล่งประกายแสงออกมาส่องสว่างไปทั่วป่าแห่งนี้

 

 

               ละอองแสงสีต่าง ๆ ล่องลอยขึ้นมาจากพื้นดินเบื้องล่าง ราวกับหิงห้อยน้อยเริงระบำ แท้จริงแล้วพวกมันคือกระแสพลังเวทธาตุต่าง ๆ ในอากาศที่ควบแน่นจนเห็นหลายเป็นละอองแสงสีสันต่างกัน ปีเตอร์เก็บอาชาน้อยกลับไป ร่างเขาล่องลอยสูงขึ้นเหนือและร่ายเวทอย่างเคยออกมา เขาค่อย ๆ เคลื่อนที่เข้ามายังพื้นที่ป่าแห่งนี้ 

 

 

               จากประสบการณ์และสัญชาตญาณของเขาบอกให้รู้ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ป่าธรรมดาอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่อาจระบุได้ว่ามันคืออะไร  แม้เขาจะเป็นถึงราชาของเหล่าเทพอสูรที่ยิ่งใหญ่เมื่อแสนปีก่อน  แต่ด้วยเวลาที่ล่วงเลยว่ากว่าหนึ่งแสนปีนั้นเองก็ทำให้อะไรหลาย ๆ ได้เปลี่ยนไป บางเล็กน้อย บางเป็นไปอย่างสิ้นเชิง บางอย่างพัฒนาเปลี่ยนแปลง จึงยังมีอะไรอีกมากที่เขายังไม่รู้ บางอย่างที่มิอาจหาได้ในตำราหนังสือทั่วไป

 

 

               ต้นไม้รูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดเริ่มปรากฏให้เห็นขึ้นเรื่อย ๆ ลำต้นขนาดไม่ใหญ่มาก แผ่กิ่งก้านสาขาสีดำ ปลายสุดของแต่ละกิ่งมีวัตถุทรงกลมสีสันแปลกตาห้อยอยู่ส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งฟุ้งกระจายไปทั่วบริวเณ ดอกไม้สีสันงดงามราวแก้วมณีสว่างเปล่งเรืองแสงออกมา

 

 

               แต่ที่แห่งนี้ก็ไม่ปรากฏกลิ่นอายของสัตว์อสูรออกมาเลยแม้แต่น้อย  แม้แต่สัมผัสพลังของสัตว์อสูรที่ควรจะเป็นเจ้าถิ่นของที่นี่ก็ไม่ปรากฏ  ความหนาแน่นของกระแสพลังเวทในบรรยากาศเริ่มเข้มข้นขึ้นอย่างมาก  และพลังเวทภายในผืนดินแห่งนี้เองก็เข้มข้นมากขึ้นเช่นกัน  หลังจากใช้เวลาเดินทางอยู่หลายชั่วโมงเขาก็ได้มายังสถานที่แห่งหนึ่งที่สร้างความตื่นตกใจแก่เขา

 

 

ภาพเบื้องหน้าคือแหล่งน้ำขนาดใหญ่จนอาจเรียกได้ว่ามันคือทะเลเลยก็ได้ น้ำสีน้ำเงินครามเปล่งประกายระยิบระยับราวดวงดาวประดับฟ้า น้ำใสจนเห็นเม็ดมณีสีสันต่างกันที่ก้นพื้นดิน  สิ่งที่หน้าแปลกใจยิ่งกว่านั้นคือต้นไม้และก้อนหินโดยรอบล่องลอยขึ้นจากพื้นดินคล้ายกับไร้แรงโน้มถ่วงในสถานที่แห่งนี้ ก้อนหินขนาดยักษ์และน้ำบางส่วนจากทะเลเองก็ล่องขึ้นมาเหนือพื้นดินเช่นเดียวกัน 

 

 

เหม่อมองทอดยาวออกไปปรากฏก้อนหินล่องลอยเรียงกันคล้ายกับบันไดทางเดินทอดยาวออกไปบนฟ้า ปีเตอร์เหินร่างของตนเองลอยขึ้นไปบนบันไดหินนั้น สัมผัสพลังเวทธาตุความมืดที่แผ่พุ่งขึ้นมาจากพื้นแผ่นดินเบื้องล่างของสถานที่แห่งนี้น่าจะเป็นตัวที่ทำให้ก้อนหินเหล่านี้ยังคงสามารถลอยตัวอยู่ได้ ก้อนหินบางส่วนเริ่มที่จะผุพังแตกหักไปแล้ว เศษหินเศษฝุ่นเหล่านั้นเองก็ยังล่องลอยเคว้งคว้างในอากาศ

 

สายตาทั้งคู่ของเขาเองก็กวาดมองออกไปทั่ว ๆ รอบบริเวณแห่งนี้  เศษซากโครงกระดูกของสัตว์อสูรน้อยใหญ่มากมายกระจัดกระจายล่องลอยอยู่เช่นเดียวกัน พลังแห่งจิตวิญญาณของเขาเริ่มสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่มีความทรงพลังหลงเหลืออยู่แม้มันเองจะเริ่มอ่อนจางลงแล้วแต่เขาก็ยังรู้สึกได้ถึงความน่าเกรงขามของมัน จนในที่สุดเขาก็ได้พบกับสิ่งนั้น

 

กะโหลกขนาดใหญ่ยักษ์ของสัตว์อสูรตนหนึ่ง เศษซากที่ปรากฏขึ้นนั้นเหลือแต่เพียงกะโหลกส่วนหัวที่แตกหักเสียหายไปแล้วหลายส่วน แต่ส่วนอื่น ๆ นั้นกับหายไปจนมิอาจสัมผัสได้  ส่วนหัวที่เขาพบคือ ซากกะโหลกของมังกรโบราณตัวหนึ่ง กลิ่นอายที่เขาสัมผัสได้นั้นทำให้เขาพอจะคาดเดาได้ว่ามันเป็นมังกรชนิดใด 

 

กลิ่นอายที่คล้ายคลึงกับแม่ของเขาแต่มีความบริสุทธิ์กว่ามากของกระแสพลังที่ยังคงหลงเหลือไว้ ปีเตอร์หักเขี้ยวขนาดใหญ่ทั้งสองชิ้นที่ยังเหลือไว้ออกมาเก็บเข้าไปในมิติลูกแก้วของเขา เศษซากของมังกรแม้จะเป็นเพียงกระดูกก็สามารถสร้างศาสตราวุธอันทรงพลังขึ้นมาได้ และคมเขี้ยวเองก็เป็นอีกหนึ่งจิตวิญญาณอันภาคภูมิของมังกร มันจึงเหมาะที่สุดที่จะใช้สร้างอาวุธขึ้นมา

 

ร่างเขาล่องลอยขึ้นมาตามบันไดหิน  สูงขึ้นจนเริ่มปรากฏหมู่เมฆรายล้อม ไอเย็นอันเหน็บหนาวพัดลอยมาตามแรงลมอ่อน ๆ โคมไฟสว่างลวดลายวิจิตรงดงามลอยอยู่ตามรายทางคล้ายกับจะเชื้อเชิญแขกผู้มาเยือน  หรือนี่จะเป็นเพียงกับดักที่ถูกสร้างไว้เพื่อล่อตาล่อใจพวกสอดรู้สอดเห็นเช่นเขาก็เป็นได้

 

สนามแรงโน้มถ่วงในที่นี้เริ่มรุนแรงขึ้นอย่างมาก ขาเล็ก ๆ ของปีเตอร์ที่ลอยอยู่เริ่มตกลงมาติดกับบันไดหินทีละนิด ความเร็วที่ใช้ในการเคลื่อนที่เริ่มลดน้อยถอยลงจนแทบจะหยุดกับที่ มวลอากาศโดยรอบเริ่มบิดเบือนจนเห็นภาพต่าง ๆ โดยรอบคล้ายจะหมุนวนเป็นวงกลม น่าแปลกอย่างสิ่งที่สิ่งก่อสร้างเหล่านี้กับคงตัวลอยอยู่ได้  แต่เหตุใดเขาเองกลับไม่สามารถใช้เวทแรงโน้มถ่วงคงตัวอยู่ได้กัน

 

ปีเตอร์ตัดสินใจเปลี่ยนมาลงเดินกับพื้นบันไดหินเบื้องล่างและใช้เวทธาตุสายฟ้าในการเคลื่อนที่ระยะสั้น ๆ แทน แม้ว่าการใช้ติด ๆ กันหลายครั้งจะบั่นทอนพลังเวทของเขา  แต่มันก็คงดีกว่าการที่เขาต้องฝืนเดินภายใต้แรงโน้มถ่วงอันรุนแรงเช่นนี้  หลังจากเคลื่อนที่ไปได้ระยะหนึ่งแรงโน้มถ่วงก็รุนแรงจนยากจะต้านทาน เขาเองเปิดใช้กายาแห่งเทพอสูรเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและประคองร่างกายของตนเอาไว้  สาเหตุที่เหล่าสัตว์อสูรจำนวนมากมาตายที่นี่อาจเป็นเพราะสนามแรงโน้มถ่วงแห่งนี้ก็เป็นได้

 

เขาขับเคลื่อนพลังเวทภายในกายเพื่อใช้บทเวทสายฟ้าเคลื่อนที่ออกไปเบื้องหน้า ใช้ไปหลายชั่วโมง ในตอนนี้ตัวเขาไม่อาจรับรู้ได้เลยว่ามันเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน ท้องฟ้าของสถานที่แห่งนี้ส่องสว่างเจิดจร้า แต่ก็ปรากฏดวงดาวระยิบระยับชัดเจนเช่นกัน หลังจากที่เดินมาได้สักพักภาพที่ปรากฏขึ้นก็สร้างความประหลาดใจแก่เขา

 

วิหารของเผ่าเทพ!!!!”

 

โบราณสถานขนาดกลางที่ถูกสร้างด้วยหินสีขาวนวล  ตกแต่งลวดลายอันวิจิตรงดงาม ด้านนอกปรากฏรูปปั้นแกะสลักอย่างสวยงาม ด้านบนวิหารมีสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์อันเป็นเอกลักษณ์ของหน่วยหนึ่งของเผ่าเทพ  บานประตูขนาดใหญ่สีขาวปิดสนิท ปีเตอร์เดินตรงเขาในทันที แต่เมื่อเขาก้าวเหยียบส่วนหนึ่งของวิหาร

 

            วิ้งค์!!!!!!!!

 

ร่างขนาดใหญ่เปล่งประกายแสงปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา นักรบสวมชุดเกราะสีทองคำอร่าม ลวดลายเกราะงดงามอย่างยิ่ง ผิวกายขาวผ่องนวล มวลกล้ามเนื้ออัดแน่นกำยำได้รูป ส่วนหัวสวมหมวกของนักรบสีทองปิดบังใบหน้า 

 

            เจ้ามนุษย์ผู้โง่เขลากล้าบุกรุกตำหนักเทพเชียวรึ  เจ้ามีจุดประสงค์อันใดกัน!!!!”

 

เสียงคำรามดังก้องจนหมู่ดาวบนฝากฟ้าสั่นสะเทือน  เสียงคำรามนั้นมาจากจิตวิญญาณของนักรบตนนี้ที่ถูกสร้างขึ้นโดยใช้อักษระของเผ่าเทพที่ถูกจารึกไว้ที่เสาขนาดใหญ่ทั้งสองต้นด้านหน้าวิหารแห่งนี้  จิตวิญญาณนักรบที่เผ่าเทพสร้างขึ้นจะมีความสามารถในการต่อสู้ขั้นสูง และมีพลังเวทไม่ธรรมดาเลย

 

            ข้ามาทำลายเสาผนึกด้านใน  ตู้มมมม

 

ปีเตอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ แต่เมื่อคำตอบถูกเอ่ยออกไปเพียงเสี้ยววินาที ดาบขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นที่มือของจิตวิญญาณนักรบตนนั้น และฟาดลงมาที่ปีเตอร์ในทันที ความเร็วอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ไม่ธรรมดาเสีย  แหวนสีดำที่นิ้วของเขาทำงานอีกครั้ง เพื่อใช้หลบการจู่โจมที่รวดเร็วเช่นนี้   

 

หากเทียบความพร้อมในการรบของเขาตอนนี้คงเหลือไม่ถึงครึ่งเสียด้วย  เขาใช้พลังเวทจำนวนมากในการใช้บทเวทสายฟ้าเพื่อเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ ดังนั้นแล้วการเลือกที่จะต่อสู้กับมันคงเป็นทางเลือกที่ไม่ค่อยดีนัก แต่เขาเองก็รู้จุดอ่อนเพียงจุดเดียวของบทเวทสร้างจิตวิญญาณภูติหรือจิตนักรบเป็นอย่างดี นั่นคือ

 

            บู้มมมมม อ๊ากกกก!!!!

 

ร่างของจิตวิญญาณนักรบระเบิดกระจายออกกลายเป็นละอองแสงก่อนจะมลายหายไป  อักขระเวทที่จารึกบนเสาทั้งสองต้นเองก็หายไปเช่นกัน  จุดอ่อนเพียงจุดเดียวก็คือ หากใช้พลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าผู้ที่สร้างมันขึ้นมา  ทำลายดวงจิตของมัน  ร่างของมันก็จะระเบิดสลายหายไป และพลังจิตวิญญาณของเขาก็แข็งแกร่งเกินกว่าจะมีใครมาเทียบได้

 

บานประตูขนาดใหญ่เปิดอ้าออกเองเมื่อจิตวิญญาณนั้นถูกทำลาย เขาเดินก้าวเข้าไปสำรวจภายในวิหารแห่งนี้ ภายในเป็นห้องโถงขนาดใหญ่  ถูกตกแต่งด้วยการแกะสลักหินศิลาอย่างงดงาม ภายในมีบ่อน้ำขนาดไม่ใหญ่มากอยู่ตรงกลาง คาดเดาว่าสถานที่แห่งนี้คงเป็นสถานที่อาบน้ำของเทพตนใดตนหนึ่ง

 

เศษซากโครงกระดูกกระจัดกระจายไปทั่ว  จนเขาได้ไปสะดุดกับโครงกระดูกโครงหนึ่ง เครื่องแต่งกายหม่นหมองจนแทบจะผุพังไปหมด แต่สัญลักษณ์อันหนึ่งที่ห้อยคอของมันเขายังจำได้ดี มันคือตราสัญลักษณ์ของเผ่าเทพอสูรที่ใช้ในสงครามเมื่อหนึ่งแสนปีก่อน โครงกระดูกนี้คือหนึ่งในแม่ทัพของกองกำลังในครั้งนั้น

 

ร่างของมันนอนพิงกำแพงเสาต้นหนึ่งเอาไว้  ด้านข้างเสาปรากฏข้อความที่ถูกสลักโดยใช้เล็บอันแหลมคม มีเนื้อความว่า ครั้งพวกเผ่าเทพล่อลวงกองกำลังของเราเขามายังมิติแห่งนี้ กองกำลังของพวกเราก็โดนพวกมันปิดล้อมเอาไว้ และไม่อาจใช้เวทเคลื่อนย้ายหนีออกจากมิติแห่งนี้ได้ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างยาวนาน.......พวกเราต่อสู้กันอย่างสุดความสามารถจนมาถึงวิหารแห่งนี้ที่คาดว่าจะเป็นที่พักของแม่ทัพเผ่าเทพ แต่หารู้ไม่ว่าพวกมันได้เตรียมกับดักขังเราเอาไว้ยังขนาดที่แห่งนี้  ตัวข้ามองเห็นตัวแม่ทัพของฝั่งมันได้อย่างชัดเจน  ที่แท้มันก็คือ.......

 

เนื้อความหลังจากนี้ถูกทำลายออกไป คาดว่าน่าจะเกิดจากวันเวลาที่ล่วงเลยจนทำให้สถานที่แห่งนี้เริ่มที่จะผุพังลงไปบางแล้ว เนื้อความบางส่วนเองก็มิอาจอ่านได้ชัดเจนนัก น่าเสียดายอย่างมาก  หากเขารู้ว่าแม่ทัพเผ่าเทพคนนั้นเป็นใคร เขาอาจจะพอเดาได้ว่าสิ่งที่ถูกปิดผนึกในที่แห่งนี้คืออะไรกันแน่  ปีเตอร์อัดคลื่นพลังยิงออกไปทำลายเสาผนึกจนกระจายเป็นผุยผง  ทันใดนั้นเองก็เกิดเสียงระดับดังกัมปนาทก้องกังวาลไปทั่วฟ้า

 

บึ้มมมมมมมมมมม!!!!!!!!”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.055K ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #1436 Neko-Yuki (@FUKASUCHAN) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 08:40
    จริงๆก็อยากถามมานานแล้วค่ะ เรื่องนี้มีนางเอกมั้ยคะ
    #1436
    0
  2. #848 •นิลกาฬ• (@junkskidz) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 22:46
    อย่าบอกนะว่าแม่ทัพเผ่าเทพเป็นเผ่าเทพอสูร?
    #848
    0
  3. #364 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 12:25

    ทำลายให้หมด

    #364
    0
  4. #287 Mote_Pramote (@Mote_Pramote) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 19:52
    ค้าง มาต่อเร็วๆนะคะ
    #287
    0
  5. #284 HaSaKiZz (@HaSaKiZz) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 18:38
    รอตอนต่อไปอยู่นะครับบบบบ
    #284
    0
  6. #283 SaNooKer12 (@sanookermikael) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 18:37

    มาต่อเร็วๆนะครับไรทททท์
    #283
    0
  7. #282 Shihe (@beequits) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 17:17
    มาต่อเร็วๆน้าไรท์
    #282
    0