มหาจอมเวทเทพอสูร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 381,508 Views

  • 1,565 Comments

  • 8,565 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17,987

    Overall
    381,508

ตอนที่ 40 : เสาผนึกต้นที่สอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12972
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1157 ครั้ง
    4 พ.ย. 61

บทที่ 38 เสาผนึกต้นที่สอง


                         "ไปดูกันเถอะ อาชาน้อย"  


               เด็กน้อยควบอาชาศึกเพลิงอสูรวิ่งผ่านพื้นทรายอันร้อนระอุ สายตาจับจ้องไปยังภาพเงาของภูเขาสูงใหญ่เบื้องหน้า ระยะเวลาล่วงเลยผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมงน่าแปลกใจที่ว่าเหตุใดระยะห่างของเขากับภูเขาลูกนั้นกลับอยู่ไกลกันเช่นเดิม เขาค่อนข้างแน่ใจว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่ภาพลวงตาแน่นอน เขาเร่งฝีเท้าของอาชาน้อยให้รวดเร็วยิ่งขึ้น  ตลอดระยะทางเขาก็ได้จัดการกับสัตว์อสูรหลายสิบตัวที่มีระดับแค่สองถึงสามเท่านั้น พวกมันไม่ได้ทำให้เขาเสียเวลาเลยแม้แต่น้อย


               อาชาน้อยเร่งฝีเท้าออกวิ่งด้วยความเร็วสูงตลอดช่วงระยะทางที่มันวิ่งผ่านได้ทิ้งละอองสีแดงและดำเอาไว้อย่างงดงาม  เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ ปีเตอร์ได้เดินทางมาใกล้กับภาพของภูเขาที่เขาเห็นเมื่อครู่ แต่ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าเขามันไม่ใช่ภูเขา


                         "นี่มันคือสิ่งใดกัน!!!"


               ความตกตะลึงปรากฏขึ้นภายในใจของเขาสิ่งที่เห็นตรงหน้าไม่เคนปรากฏอยู่ในความทรงจำเมื่อแสนปีก่อน หรือปรากฏในหนังสือเล่มใดที่เขาได้อ่านในยุคสมัยนี้ ภาพที่อยู่เบื่องหน้าคือสัตว์อสูรขนาดใหญ่มหึมาจนมิอาจวัดประมาณถึงความสูงของมันได้ เท้าใหญ่โตทั้งสี่มีก้อนดินก้อนหินเกาะอยู่จนไม่สามารถมองเห็นรูปร่างเดิมได้ชัด ส่วนหัวยาวยื่นออกมาด้านหน้า แววตาอันนิ่งสงบไร้ความรู้สึกใด ๆ 


                รูปร่างโดยรวมของมันไม่แตกต่างอันใดไปจากสัตว์ที่เรียกว่าเต่า เพียงแต่ในส่วนที่ควรจะเป็นกระดองกับปรากฏเป็นตึกสูงใหญ่ที่ถูกสร้างจากดินสีน้ำตาลสูงใหญ่ไม่เท่ากัน  จำนวนของพวกมันอาจเรียกได้ว่าเท่ากับเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งเลยทีเดียว ตัวเขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏเบื้องหน้าจะเรียกว่าสัตว์อสูรหรือสิ่งก่อสร้างกันแน่ มันก้าวเดินอย่างช้า ๆ ต่อไปมิได้สนใจการมาถึงและการคงอยู่ของปีเตอร์เลยแม้แต่น้อย


               เขาให้อาชาน้อยกลับไปแล้วร่ายบทเวทบินขึ้นไปยังเมืองที่ตั้งอยู่บนหลังของเต่าตัวนั้น  ภาพที่เขาคือเมืองแห่งนี้ถูกสร้างจากดิน รูปร่างของอาคารบ้านเรือนคล้ายกับไม่ใช่มาจากยุคสมัยนี้  เด็กน้อยล่อนลงมาบนพื้นสายตากวาดมองไปทั่ว ๆ บริเวณ เขาไม่พบกับสิ่งมีชีวิตใดอยู่ในที่แห่งนี้เลย 


               ปีเตอร์ได้เดินสำรวจไปทั่วเมืองแห่งนี้ เขาใช้เวลาอยู่เพียงไม่นานก็ทำให้ได้รู้ว่าเมืองแห่งนี้ต้องเคยมีผู้คนอาศัยอยู่อย่างแน่นอน ภายในบ้านเรือนยังมีข้าวของเครื่องใช้ ถ้วยชามล้มระเนระนาดเกลื่อนกลาดไปทั่ว แต่มันก็ยังเป็นสิ่งยืนยันว่าสถานที่แห่งนี้เคยมีผู้คนอาศัยอยู่จริง 


               เขาได้เดินสำรวจเข้าไปทีละบ้านทีละบ้าน จนมาถึงบ้านหลังหนึ่งภายในเต็มไปด้วยเครื่องใช้ที่ดูหรูหราสร้างจากหินชนิดหนึ่งซึางมีความแข็งแรงคงทน ดูเหมือนว่าบ้านหลังนี้อาจจะเป็นของเศรษฐีหรือผู้มีอำนาจในยุคสมัยนั้น สิ่งที่สะดุดตาของเด็กน้อยก็คือบนกำแพงมีเศษผ้าผืนหนึ่งซึ่งวาดสัญลักษณ์อะไรบางอย่างเอาไว้  เขาใช้เวลาจ้องมองมันอยู่พักใหญ่ก็ขึ้นมาได้


               สัญลักษณ์ที่ปรากฏเพียงครึ่งเดียวเมื่อนำมาต่อกับส่วนที่มีอยู่ในความทรงจำของเขามันก็คล้ายคลึงกันอย่างมาก  มันคือรูปวาดสัญลักษณ์ของชนเผ่าหนึ่งที่อยู่ในการดูแลของเผ่าเทพ  เมื่อนึกย้อนไปถึงสงครามเมื่อแสนปีก่อนชนเผ่านี้เองก็ได้เข้าร่วมต่อสู้ในสงคราม  พวกเขามิได้ทำหน้าที่ในการต่อสู้เนื่องจากมีกำลังพลน้อยและไม่ได้โดดเด่นในการใช้เวทมนตร์โจมตีมากนัก จึงไม่ได้รับหน้าที่ในส่วนนี้


               ปีเตอร์นึกย้อนไปว่า เขาได้รับการรายงานมาว่าชนเผ่านี้ทำหน้าที่ในการขนส่งเสบียงจากฐานที่มั่นมาที่แนวรบ พวกมันมีความสามารถในการเดินทางและมีความเชี่ยวชาญด้านการเดินทางในทุกภูมิประเทศและทุกสภาพอากาศ  อีกทั้งยังสามารถปรับตัวต่อทุกสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี  และยังได้ยินว่าการเดินทางของพวกมันจะเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่โดยใช้สัตว์อสูรขนาดยักษ์ แต่ไม่คาดคิดเลยว่ามันจะคือเมืองทั้งเมืองที่ตั้งอยู่บนหลังของสัตว์อสูร


               หลังจากที่ปีเตอร์ได้ยืนพิจารณาขบคิดอยู่นาน เขาก็แปลกใจอย่างยิ่งว่าเหตุใดสัตว์อสูรตนนี้ถึงไม่ตายหรือสลายหายไป ในเมื่อไม่มีใครเป็นผู้ถือครองพันธะสัญญาอยู่แล้ว  และคนที่นี่ก็ได้หายไปจนหมดแล้ว เหตุใดสัตว์อสูรตนนี้ถึงยังคงอยู่ที่นี่และไม่หายกลับไปยังมิติของตนเอง


               เขาเดินสำรวจมาได้ระยะหนึ่ง  ทันใดนั้นเองกระแสพลังบางอย่างก็ถูกพลังจิตวิญญาณของเขาสัมผัสได้ ทิศทางที่พลังงานเอาบางเบานี้ถูกปล่อยออกมาคือ ด้านบนสุดของเมืองแห่งนี้ เขาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วด้วยบทเวทสายลม ยิ่งเข้าใกล้มันเขาก็ยิ่งสัมผัสถึงพลังงานได้ชัดเจนขึ้น


                         "นี่มัน.....พลังงานของเสาผนึกอย่างงั้นรึ!!!"


               น่าแปลกใจอย่างมากว่ากลิ่นอายและพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาคล้ายคลึงกับเสาผนึกของเผ่าเทพอย่างยิ่ง  แต่ที่ปะปนออกมาพร้อมกันก็คือ กลิ่นอายแห่งความอาฆาตพยาบาทและกลิ่นคาวเลือดที่มิน่าจะคงเหลืออยู่ในบริเวณแห่งนี้แล้ว เมื่อเขาวิ่งมาได้สักพักก็พบกับปากถ้ำขนาดใหญ่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า บริเวณปากถ้ำและพื้นที่ใกล้เคียงมีคราบสีดำของบางสิ่งบางอย่างเคลือบห่อหุ้มเอาไว้ 


               ดูเหมือนว่าสถาณที่แห่งนี้จะเป็นพื้นที่ต้องสาปของเวทมนตร์ความมืดบางอย่าง  เนื่องด้วยพลังที่เริ่มอ่อนจางและระยะเวลาอันยาวนาน เขาจึงยังมิอาจระบุถึงชนิดของบทเวทที่สาปเอาไว้ในพื้นที่แห่งนี้ได้ กลิ่นอายความตายปะปนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ และที่ชัดเจนและรุนแรงที่สุดก็คือบริเวณปากถ้ำ 


               ร่างของเด็กน้อยลอยตรงเข้าสู่ปากถ้ำทันที กลิ่นอายความตายอันน่าหวาดกลัวและความสะอิดสะเอียดของธาตุความมืดฟุ้งกระจายออกมาจากด้านในของถ้ำ หากว่าใครที่ไม่คุ้นชินหรือคุ้นเคยกับความตายเข้ามาภายในที่แห่งนี้ละก็ คงมิอาจควบคุมสติให้ตั้งมั่นคงอยู่ได้อย่างแน่นอน 


               ปีเตอร์เดินเข้ามาภายในถ้ำแห่งนี้อย่างระมัดระวังกลิ่นอายความตายอันรุนแรงที่แผ่ฟุ้งออกมาจากภายในเป็นอุปสรรคต่อการรับสัมผัสถึงสิ่งรอบตัวของเขาอย่างยิ่ง เส้นทางเดินภายในถ้ำแห่งนี้สลับซับซ้อนคดเคี้ยวอย่างมากหินงอกหินย้อยขึ้นอยู่ทั่วบริเวณแสงสว่างเริ่มลดน้อยถอยลงเมื่อเขามาลึกขึ้น


               บอลเวทธาตุแสงถูกสร้างขึ้นสองลูกล่องลอยอยู่ด้านบนของเด็กน้อย มิใช่แค่เพียงด้านนอกของถ้ำแต่ภายในถ้ำแห่งนี้ก็ถูกเคลือบด้วยคราบสีดำไปทั่วทุกซอกทุกมุมของถ้ำ  ปีเตอร์ก้าวเดินอย่างระมัดระวัง แม้ว่าคำสาปที่ปกคลุมที่นี่จะเริ่มอ่อนจางลงไปแล้วก็จริงแต่มันก็อาจจะสร้างอันตรายแก่เขาได้ทุกเมื่อ


               หลังจากใช้เวลาเดินอยู่สักพักใหญ่เขาก็เดินมาจนพบกับโพรงขนาดใหญ่มหึมากว้างขวางอย่างยิ่ง ส่วนที่เขายืนอยู่คล้ายกับเป็นหน้าผาแหลมยื่นออกไป เนื่องด้วยโพรงนี้มีขนาดใหญ่อย่างมากทำให้แสงสว่างจากบอลแสงของเขามิอาจที่จะสาดส่องไปให้เห็นทั่วบริเวณได้  ปีเตอร์ได้ยิงเวทบอลแสงขนาดใหญ่ขึ้นไปด้านบนของโพรงถ้ำแห่งนี้  ความสว่างของบอลเวทแสงลูกโตนี้สาดกระจายไปทั่วถ้ำแห่งนี้ภาพที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเด็กน้อยสร้างความตื่นตะลึงอย่างยิ่ง


                         "นี่...นี่...นี่มันอะไรกัน!!!!"


               เม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้าของเด็กน้อย นี่อาจจะเป็นความรู้สึกหวั่นใจแรกที่เขาไม่ได้รู้สึกมานาน  หากแต่เป็นเมื่อแสนปีก่อนภาพที่เห็นเหล่านี้คงมิได้อยู่ในสายตาของเขาด้วยซ้ำ   แต่หากเป็นตอนนี้ละก็...........ภาพที่เขาเห็นคือพื้นที่กว้างขนาดใหญ่เบื้องล่างที่อัดแน่นไปด้วยสัตว์อสูรโครงกระดูกยืนสองขา  รูปร่างของมันไม่แตกต่างอันใดไปจากโครงกระดูกของมนุษย์เลยแม้แต่น้อย ดวงตาทั้งสองปรากฏลูกไฟสีแดงขึ้นในเบ้าตาทันทีเมื่อบอลแสงถูกยิงขึ้นคล้ายกับเป็นการกระตุ้นให้ให้มันตื่น


               จำนวนของพวกมันคงมีไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันตัวอย่างแน่นนอน ไม่เพียงเท่านั้นแม่แต่บนกำแพงถ้ำยังมีพวกมันปีนป่ายเกาะตามผนังจนมิอาจมองเห็นพื้นผิวของถ้ำได้เลย สายตาของเขาจับจ้องไปยังเสาหินสีดำขนาดใหญ่ด้านในสุดของโพรงแห่งนี้  อักขระเวทของเผ่าเทพล่องลอยออกมาจากเสาต้นนั้น ความอ่อนจางและระยะเวลาอันยาวนานทำให้พลังของมันเริ่มอ่อนลง 


               พื้นด้านล่างของเสาผนึกมีบางสิ่งบางอย่างผุดลอยขึ้นมาจาง ๆ พวกมันเหล่านั้นคือดวงวิญญาณของสิ่งมีชีวิตที่ถูกสะกดเอาไว้เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานของเสาผนึกต้นนี้  เพราะเหตุใดก็มิทราบได้ ภายในใจลึก ๆ ของเขากลับรู้สึกว่าดวงวิญญาณพวกนี้โศกเศร้าและเสียใจอย่างยิ่ง กลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมาอย่างอ่อนจางไม่แตกต่างอันใดกับกลิ่นอายภายในเมืองแห่งนี้  หรือแท้จริงแล้วดวงวิญญาณเหล่านี้คือชนเผ่าที่เคยอาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้


               เขาก็เคยได้ยินข่าวมาบ้างว่า มีหน่วยหนึ่งของเผ่าเทพเชี่ยวชาญการใช้เวทความมืด ด้านคำสาปอยู่แต่ในตอนนั้นเขาก็มิได้ปักใจเชื่ออันใดมากมายนัก  เนื่องจากเผ่าเทพเป็นพวกที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตนเองอย่างยิ่ง แล้วเหตุใดพวกมันจึงต้องใช้เวทธาตุความมืดที่พวกมันเกลียดนักเกลียดหนากัน  


               อย่างไรเสียเขาก็ต้องทำลายเสาผนึกต้นนี้ให้ได้ การที่มันตั้งอยู่ภายในของสัตว์อสูรตนนี้แล้วเคลื่อนที่ไปมา คงเพื่อที่จะหลบเลี่ยงคนที่พยายามจะทำลายเสาให้ตรวจสอบและหาตำแหน่งของมันได้ยากขึ้น  ปีเตอร์ได้อัญเชิญปราการน้อยออกมาสัตว์อสูรอันสง่างามปรากฏขึ้น กลิ่นอายอันทรงพลังของอสูรระดับห้าแผ่กระจายออกไป 


               โดยปกติแล้ว สัตว์อสูรโครงกระดูกเหล่านี้ควรจะหวาดกลัวและมิกล้าเข้าใกล้เขา แต่ดูเหมือนว่าด้วยอิทธิพลของเวทคำสาปที่ปกคลุมที่แห่งนี้จะบดบังจิตใจและการรับรู้ของพวกมัน เขาและปราการน้อยกระโดดลงไปเบื้องล่าง ปีเตอร์โบกสะบัดไม้กายสิทธิ์ก่อนที่จะถึงพื้น ปากน้อยขยับร่ายบทเวท


                         "บทเวทระดับสูง  ธาตุน้ำ : เขตแดนทะเลผันผวน"


               มวลน้ำปริมาณมหาศาลซัดสาดกระจายออกจากปลายของไม้กายสิทธิ์ร่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่าง คลื่นน้ำขนาดใหญ่สาดซัดเหล่าอสูรโครงกระดูกออกไปนอกบริเวณ ในรัศมีหนึ่งร้อยเมตรจากจุดที่ปีเตอร์ร่ายเวทลงไปปรากฏอาณาเขตพื้นน้ำขึ้นมากระแสน้ำหมุนวนจนคล้ายกับพายุน้ำวนอันทรงพลัง   ปราการน้อยทิ้งตัวลงไปในกระแสน้ำนั้นกระแสน้ำเส้นเล็ก ๆ หลายสิบเส้นเลื้อยพันขึ้นมาตามตัวของมัน ดูเหมือนว่าอาณาเขตธาตุน้ำนี้จะเพิ่มพลังให้กับมันได้เป็นอย่างดี


               เขาออกคำสั่งให้มันจัดการกับสัตว์อสูรโครงกระดูกด้านหลัง  ส่วนตัวของเขาจะจัดการกับด้านหน้าเอง ภายในใจของเขาคิดว่าสัตว์อสูรพวกนี้เป็นเพียงสิ่งที่เกิดจากอำนาจของคำสาปหาได้เป็นสัตว์อสูรจริงๆไม่  ผลึกแก่นแท้เองก็ไม่มีเช่นกัน พลังของพวกมันน่าจะทัดเทียมกับสัตว์อสูรระดับสามทั่วไปเมื่อพิจารณาจากกลิ่นอายที่ปล่อยออกมา  ถ้าเป็นแค่อสูรระดับสามธรรมดาก็ไม่ได้สร้างความหนักใจอะไรแก่เขามากมายขนาดนั้น   แต่ด้วยจำนวนนับพันนี่เองที่จะเป็นอุปสรรคใหญ่ของเขา


                         "บทเวทระดับสูง   ธาตุไฟ : ศรฝนเพลิงถล่มปฐพี"   ฟิ้ววววว    ตู้มมมม!!! ตู้มมมม!!! ตู้มมมม!!!

                         กร๊อบบบ!!!!   กร๊อบบบ!!!!   กร๊อบบบ!!!!  กร๊อบบบ!!!!


               ปีเตอร์กระโดดสูงขึ้นไปด้านบนไม้กายสิทธิ์โบกสะบัดทำงาน วงเวทธาตุไฟสีแดงเพลิงลุกโชนขึ้นเบื่องหน้า ละอองแสงสีแดงเพลิงควบแน่นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นลูกศรเปลวเพลิงที่มีไฟลุกโชติช่วง บทเวทนี้เป็นขั้นพัฒนาของบทเวทระดับกลางศรฝนเพลิง รอบกายของเด็กน้อยปรากฏลูกศรเปลวเพลิงนับร้อยอันพุ่งจู่โจมลงไปยังพิ้นเบื้องล่าง แรงระเบิดจากการกระแทกของศรเพลิงกระจายออกเป็นวงกว้าง เสียงกระดูกแตกร้าวดังก้องไปทั่วโพรงถ้ำแห่งนี้


               สัตว์อสูรโครงกระดูกแตกกระจายออกจากแรงระเบิดของบทเวทเมื่อครู แต่ทันใดนั้นเอง ผนังถ้ำที่ถูกเคลือบไว้ด้วยสีดำก็เรืองแสงสีดำออกมา กลิ่นอายพลังแห่งความตายถูกปลดปล่อยออกมา ละอองแสงสีดำสนิทล่องลอยคละคลุ้งไปทั่วก่อนที่จะตกใส่เศษโครงกระดูกพวกนั้น  ทันทีที่เกิดขึ้นเศษโครงกระดูกก็ลอยกลับมาประกอบร่างกันอีกครั้ง 


               ดูเหมือนว่าอำนาจของคำสาปนี้แม้จะอ่อนจางลงแต่ก็กลับทรงพลังถึงเพียงนี้ ดูท่าแล้วไม่ว่าจะทำการร่ายบทเวททำลายพวกมันไปมากเพียงใดก็ตาม เศษซากของพวกมันก็คงจะกลับมารวมตัวกันใหม่อย่างแน่นอน  เด็กน้อยหันไปมองยังร่างของปราการน้อยที่จู่โจมทำลายพวกมัน  แต่ก็กลับมารวมร่างกันใหม่เช่นกัน 


               เขาเริ่มขบคิดถึงวิธีการที่จะใช้ทำลายพวกมัน  เวลาผ่านไปชั่วครู่หนึ่งความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาลูกศิษย์ของเขาเคยให้ช่วยดูบทเวทบทหนึ่งซึ่งในตอนนั้นเขาคิดว่ามันเป็นบทเวทที่ไม่มีประโยชน์อันใดเลย การจะทำลายเวทคำสาปนั้นเพียงแค่ใช้เวทลบล้างระดับตำนานที่ง่ายแสนง่ายก็จบเรื่องแล้ว    แต่ใครจะไปคิดว่าหากผู้ร่ายมีระดับการบ่มเพาะที่ต่ำจะทำเช่นไรตอนนั้นเขาก็ไม่ได้คิดถึงส่วนนี้มากนักจึงเพียงดูผ่าน ๆ และไม่ได้สนับสนุนอันใด


                         "ข้าขอโทษที่ไม่ได้สนใจเจ้าในตอนนั้นนะแอเรียสศิษย์ข้า  สิ่งที่เจ้าทำคงเพื่อเหล่าผู้คนในดินแดนเทพงั้นสินะ"

               เขาเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา ศิษย์ของเขาคนนี้ชอบที่จะคิดค้นบทเวทขึ้นมาเพื่อที่จะให้คนธรรมดาที่มีระดับการบ่มเพาะไม่สูงนักใช้เอาตัวรอดได้  แต่ในตอนนั้นเขาเองกลับมองมันเป็นเรื่องไร้สาระที่เสียเวลาไปทำเรื่องแบบนั้น ตัวเขาตอนนั้นคิดแต่เพียงว่าจะแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น  ความรู้สึกเสียใจเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นในหัวใจอันด้านชาของเขา 


               สถานการณ์ในตอนนี้ทำให้เขาเข้าใจเป็นอย่างดี  หากมีโอกาสเขาก็อย่างจะทำอะไรเพื่อผู้อื่นที่ไม่ใช่เพื่อประโยชน์หรือแอบแฝงด้วยประโยชน์ดูบ้างสักครั้ง    มือเล็ก ๆ ยกไม้กายสิทธิ์ขึ้นเหนือหัวพลังเวทกว่าแปดส่วนปลดปล่อยออกมา  พลังกดดันอันหนาแน่นของพลังเวทแผ่กระจายไปทั่วโพรงถ้ำแห่งนี้ ละอองแสงสีเหลืองทองสว่างไสวปรากฏขึ้นที่รอบตัวของเด็กน้อย 


                          ข้าขอเอ่ยนามเทพอสูรแห่งแสง แอเรียส ศิษย์ลำดับที่ห้าแห่งข้าราชาเทพอสูร  นางผู้มีจิตใจเมตตากรุณาต่อสรรพสิ่ง ขอมลทิลแห่งคำสาปร้ายจงมลายหายสิ้น มหาเวทย์แสงชำระแห่งทะเลศักดิ์สิทธิ์!!!! 


               วิ้งค์!!!!!!!! วิ้งค์!!!!!!!! วิ้งค์!!!!!!!! วิ้งค์!!!!!!!! วิ้งค์!!!!!!!! วิ้งค์!!!!!!!!   ตู้มมมม!!!!!!!!


               แสงสว่างราวกลับคลื่นน้ำหลายร้อยสายพวยพุ่งสาดซัดออกมาจากวงเวทแห่งแสงขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นเหนือหัวของปีเตอร์ สายน้ำเหล่านั้นสีเหลืองทองส่องสกาวสาดแสงไปทั่ว พวกมันสาดซัดเข้าหาเหล่าโครงกระดูกทันทีที่สายน้ำไหลผ่านร่างของพวกมันก็มลายหายสิ้นไป  สายน้ำหลายร้อยสายสาดซัดหมุนวนไปทั่วทั้งโพรงถ้ำ  คำสาปสีดำที่เคลือบอยู่ต่างก็มลายหายสิ้นไปเช่นเดียวกัน พื้นเบื้องล่างถูกปกคลุมไปด้วยพื้นน้ำสีเหลืองทองสว่างไสว  


               ทันทีที่สายน้ำพัดพุ่งเข้าไปหาเสาหินผนึกก็ได้ทำลายมันลงเช่นเดียวกัน แรงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว เมื่อเสาผนึกถูกทำละลายเหล่าดวงวิญญาณที่เคยถูกจองจำก็ล่องลอยขึ้นสู่ด้านบนผนังถ้ำและจางหายไปในทันที  ร่างของเด็กน้อยจับจ้องมองไปยังเหล่าดวงวิญญาณเหล่านั้นก่อนที่จะลอยลงมาสู่พื้นเบื้องล่าง บัดนี้เสาผนึกต้นที่สองได้ถูกทำลายลงไปแล้ว 


                         ครืนนนนน!!!!

                         "ดูเหมือนว่าที่แห่งนี้จะได้รับการปลดปล่อยแล้ว"





                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                               
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.157K ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #693 The Killer Princess (@rebornmini) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 06:35
    ไม่น่าจะได้มาเป็นอสูรรับใช้แหะ เพราะเสาหายตัวนี้ต้องตานด้วยแน่ๆ
    #693
    0
  2. #638 Cmil (@Cmil) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 11:38
    สนุกกมากงับ
    #638
    0
  3. #243 Peerada1648 (@Peerada1648) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 18:58
    สนุกมากค่าาา
    #243
    0
  4. #242 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 17:47
    อยากเห็นแอเรียสสส
    #242
    0
  5. #237 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 11:26

    ขออีกกกกกกกกกกกกก

    #237
    0
  6. #236 dfrdz007 (@dfrdz007) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 09:47
    สนุกมากคับ
    #236
    0
  7. #235 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 09:00
    จะได้เต๋ายักษ์มาเป็นอสูรรับใช้มั้ยน้อ
    #235
    0
  8. #234 Takamina Yuko (@bungtcc) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 08:56

    ต่ออีกน่ะ ๆๆ
    #234
    0
  9. #233 Shihe (@beequits) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 00:06
    ขอบคุณครับไรท์ไว้มาต่ออีกนะครับ
    #233
    0