มหาจอมเวทเทพอสูร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 379,657 Views

  • 1,563 Comments

  • 8,499 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    16,136

    Overall
    379,657

ตอนที่ 35 : ประตูดันเจี้ยนเปิดออก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14274
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1319 ครั้ง
    20 ต.ค. 61

บทที่ 33  ประตูดันเจี้ยนเปิดออก

 

 

                           .................เวลาผ่านไปแล้วสามวัน..............

 

 

               ห้องสี่เหลี่ยมตลบอบอวนไปด้วยกลิ่นอายพลังเวท  ไอหมอกสีขาวจาง ๆ ล่องลอยอยู่โดยรอบจนสังเกตุเห็นได้ ความหนักแน่นและความเข้มข้นของพลังเวทในขอบเขตอัศวินเวทถูกปลดปล่อยออกมาจากเด็กน้อยคนหนึ่งที่นั่งอยู่กลางห้อง ดวงตาของเขาค่อย ๆ เปิดออกอย่างช้า ๆ

 

 

                         "เกือบจะไม่สามารถทะลวงคอขวดได้เสียแล้ว  หากในจังหวะนั้นไม่กินเม็ดยาเพิ่มอีกสองเม็ดการเลื่อนระดับคงล้มเหลวอย่างแน่นอน  ดูเหมือนว่าเราจะไม่สามารถใช้เม็ดยานี้ได้อีกแล้ว" ปีเตอร์กล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา ในตอนที่เขากำลังจะทะลวงคอขวดของการเลื่อนขอบเขตเป็นอัศวินเวท พลังเวทที่อยู่ในจักรวาลพลังเวทก็ไม่เพียงพอในการขยายแหล่งเก็บพลัง

 

 

               ทำให้ปีเตอร์ต้องกินยาแก่นแท้แห่งพลังเวทเข้าไปอีกสองเม็ดจึงจะสามารถทะลวงได้สำเร็จ  และเขารู้สึกว่าเขาจะกินเม็ดนี้จนถึงขีดจำกัดของมันแล้ว ในการเลื่อนระดับครั้งต่อไปเขาคงต้องหาวิธีอื่นเสียแล้ว ปีเตอร์ค่อย ๆ ลุกยืนขึ้นมาพร้อมกับเสียงกระดูกลั่นกร๊อบแกร๊บเนื่องจากนั่งติดต่อกันมาถึง เจ็ดสิบสองวันในห้องมิติแห่งการบ่มเพาะ หรือสามวันในโลกแห่งความจริง  ประตูห้องค่อย ๆ เปิดออกมา

 

 

               หลังจากพ้นขอบเขตของประตู  ปีเตอร์ก็ปลดปล่อยพลังเวทที่อัดแน่นอยู่ภายในตัวออกมาเพื่อระบายมันออกมาบ้าง กระแสพลังเวทราวกับแม่น้ำเชี่ยวกราดสายหนึ่งปกคลุมไปทั่วทั้งร้านประกายดารา เหล่าลูกค้าในร้านขณะนี้มีกว่ายี่สิบคนและสิบกว่าคนเป็นกลุ่มทหารรับจ้างที่มีระดับการบ่มเพาะในขอบเขตจอมเวท 

 

 

               บรรยากาศสั่นไหวกระเพื่อมเล็กน้อย  ความเข้มข้นของพลังเวทแผ่กระจายออกมาจากชั้นที่สาม สีหน้าของเหล่าทหารรับจ้างและลูกค้าขึ้นอื่น ๆ เผยความตะลึงปะปนความประหลาดใจ ความรู้สึกที่สัมผัสได้คือขอบเขตของอัศวินเวทแต่ความเข้มข้นของพลังเวทที่ราวกับสายน้ำเชี่ยวกราดจนอาจเทียบได้กับราชาเวทก็เป็นได้  ความรู้นี้คงอยู่แค่เพียงสิบวินาทีเท่านั้น

 

 

               ร่างของเด็กน้อยก้าวลงมาจากบันไดขั้นสุดท้ายของชั้นที่หนึ่ง สายตาของคนทั่วทั้งร้านล้วนจับจ้องเขา สัมผัสพลังเวทอันเข้มข้นเมื่อครู่ต้องเป็นของเจ้าหนูปีเตอร์อย่างแน่นอนชายที่เป็นทหารรับจ้างคนหนึ่งคิดขึ้นในใจ  เหตุใดความเข้มข้นพลังเวทของเด็กคนนี้จึงมากมายนัก การที่แหล่งกักเก็บพลังเวทมีขนาดใหญ่กว่าทั่วไปเล็กน้อยเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปในคนที่มีพรสวรรค์ แต่การที่ใหญ่ขนาดข้ามขอบเขตเช่นนี้นับว่าหาได้ยากยิ่ง

 

 

                         "มีอะไรอย่างนั้นหรือ ทำไมถึงจ้องมองข้าเช่นนั้น" ปีเตอร์เอ่ยถามขึ้นมาเพื่อเรียกสติของพวกเขา  ปีเตอร์เผยรอยยิ้มทะเล้นเล็กน้อยพร้อมกับเดินตรงมาทางแกสทอนก่อนจะเอ่ยถาม "ท่านเลอร์เนสติดต่อมาหรือยัง" 

 

 

                         "ติดต่อมาแล้วขอรับนายน้อย อีกสักครู่ก็คงจะมาแล้ว" แกสทอนตอบคำถามกลับไป  เลอร์เนสติดต่อมาตั้งแต่เช้าแล้วว่าจะนำของที่ปีเตอร์ได้สั่งไว้มาให้ในช่วงสายของบ่ายวันนี้  ของแต่ละชิ้นที่สั่งไปนับว่าหายากยิ่ง  ไม่คาดคิดเลยว่าหอการค้าแห่งแสงจะหาได้ครบตามเวลาที่กำหนดได้

 

 

               ปีเตอร์พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนเดินขึ้นไปที่ชั้นสองของร้าน เขานั่งลงที่เก้าอี้รับแขกตัวหนึ่งและโครจพลังเวทเพื่อปรับสมดุลพลังหลังจากทะลวงขอบเขตมาเพื่อรอการมาถึงของเลอร์เนส  เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วโมง แกสทอนก็เดินนำเลอร์เนสขึ้นมายังห้องรับแขกที่ปีเตอร์ได้รออยู่ก่อนแล้ว   หลังจากที่เขาเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังเวทจากตัวของเด็กน้อย 'ไม่น่าเชื่อ เวลาเพียงไม่กี่วันก็สามารถทะลวงมาถึงขอบเขตอัศวินเวทได้แล้ว  เด็กคนนี้นี่เป็นตัวอะไรกันแน่!!!'

 

 

                         "มาแล้วหรือท่านเลอร์เนส ของที่ข้าขอให้ไปหาครบหรือไม่" ปีเตอร์กล่าวถามพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ จ้องมาไปที่เลอร์เนส เขาแน่ใจอยู่แล้วว่าอย่างไรเลอร์เนสต้องหาสิ่งที่เขาต้องการมาได้แน่นอน ด้วยเครือข่ายการค้าของหอการค้าแห่งแสงย่อมสามารถทำมันได้สำเร็จแน่นอน

 

 

                         "ครบถ้วนอย่างแน่นอน  ส่วนมูลค่าของมันก็...."  เลอร์เนสยื่นแหวนมิติวงหนึ่งให้ปีเตอร์ พร้อมทั้งกำลังจะเอ่ยถึงเรื่องของราคา แต่ปีเตอร์ก็ส่งสัญญาณให้แกสทอนเปิดกล่องที่มีแหวนมิติสิบวง  แต่ละวงบรรจุเงินห้าหมื่นล้านเหรียญทองเอาไว้  ดวงตาของเลอร์เนสเบิกกว้างออกราวกับเห็นสมบัติจำนวนมากอยู่เบื้องหน้า

 

 

 

               'แม้ว่าวัตถุดิบเหล่านี้จะหายาก แต่จำนวนเงินมากมายขนาดนี้นับเกินไปจริง ๆ ข้านี่โชคดีจริง ๆ ที่ได้ทำธุรกิจกับมัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า' เลอร์เนสคิดในใจ  พร้อมเผยรอยยิ้มเล็ก ๆ ออกมาโดยไม่ตั้งใจ แต่นั้นก็ไม่พ้นสายตาของปีเตอร์อยู่ดี ถึงจำนวนเงินมันจะมากไปแต่ถ้าหากเขาสร้างมันสำเร็จ ประโยชน์ของมันจะมีมากทีเดียว และการที่ล่อเลอร์เนสด้วยจำนวนเงินมากมายเช่นนี้  คงจะได้รับความเชื่อใจในการทำธุรกิจเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน เสียเงินแค่ด้วยเพื่อผลกำไรในอนาคตนับว่าไม่เกินไปเลยแม้แต่น้อย

 

 

                   "ยินดีที่ได้ทำธรุกิจร่วมกับองค์ชายขอรับ  ข้าขอตัวก่อน"  หลังจากที่พูดคุยกันเล็กน้อยเลอร์เนสก็ขอตัวลากลับเพื่อไปดูแลหอการค้าแห่งแสง  หลังจากที่มันเดินออกไป สายตาของปีเตอร์ก็จับจ้องมาที่แหวนมิติที่อยู่ในมือของตนเอง  แม้ว่าวัตถุดิบที่อยู่ในแหวนนี้จะเป็นของที่หาได้จากดินแดนแห่งนี้ก็ตามแต่สิ่งที่เขาจะหลอมสร้างมันขึ้นมานั้นคงไม่มีใครในดินแดนนี้สร้างขึ้นมาได้

 

 

                   "วันนี้ศาสตราระดับตำนานจะถือกำเนิดขึ้น!!!!" ปีเตอร์เดินขึ้นมาที่ชั้นสามของร้านประกายดารา ตรงไปยังวงเวทแห่งการหลอมสร้างที่วาดเอาไว้ ก่อนที่จะนำของออกมาจากแหวนมิติ วัตถุดิบทั้งสี่ชนิดได้แก่ ผลึกแก้วจันทรา  อัญมณีเงาเร้นลับ  ดอกภูติเจ็ดราตรี และผลึกแก่นแท้อสูร ธาตุความมืด ระดับเจ็ด    หลังจากนั้นอัญเชิญอาชาศึกเพลิงอสูรออกมา กลิ่นอายเปลวเพลิงและความืดคละคลุ้งไปทั่ว

 

 

          พลังเปลวเพลิงถูกยกระดับขึ้นด้วยพลังของอาชาน้อย  พลังธาตุมืดจากปีเตอร์และอาชาน้อยถูกปลดปล่อย ละอองสีดำสนิทและกลิ่นอายที่สะอิดสะเอียนอัดแน่นจนน่าอึดอัดไปทั่วทั้งห้อง นี่เป็นการเตรียมพร้อมที่จะสร้างศาสตราชิ้นนี้ขึ้น

 

 

          พลังเพลิงถูกจุดขึ้นจนลุกโชน ความร้อนภายในห้องเพิ่มสูงขึ้น เปลวเพลิงพุ่งตรงไปหลอมละลายผลึกแก้วจันทรา   ดอกภูติเจ็ดราตรี และผลึกแก่นแท้อสูร ก่อนเปลวเพลิงที่ร้อนระอุและทรงพลังสูงสุดถูกใช้เพื่อหล่อหลอมวัตถุดิบทั้งสามชนิด   เขาใช้เวลาไปกว่าหกชั่วโมงเพื่อทำให้มันหลอมละลายและแยกสิ่งเจือปนออก

 

          วัตถุดิบชิ้นสุดท้าย อัญมณีเงาเร้นลับ ถูกเปลวเพลิงหลอมเพื่อดัดแปลงรูปร่างเป็นวงกลมแบนพร้อมทั้งอัดแน่นพลังงานธาตุความมืดทั้งหมดภายในห้องนี้เข้าไปจนอัดแน่น อัญมณีสีดำสนิทส่องประกายแวววาวระยิบระยับดุจดวงดาราบนท้องฟ้ายามค่ำคืน  พลังจิตวิญญาณแปรเปลี่ยนของเหลวอีกสามชิ้นที่เหลือให้หลอมเข้ากับอัญมณีชิ้นนี้เพื่อขึ้นรูปร่าง

 

 

          เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง ศาสตราชิ้นหนึ่งมีขนาดเล็กอย่างยิ่งล่องลอยเคว้งอยู่บนอากาศ กลิ่นอายธาตุความมืดอันรุนแรงถูกปลดปล่อยออกมา ละอองสีดำอันน่าพิศวงล่องลอยรายล้อมไปรอบ ๆ ศาสตราระดับตำนานชิ้นนี้คือ แหวนเงาภูตินิลกาล’  ตัวแหวนสีดำเทาสลักลวดลายอักขระเวทเอาไว้อย่างงดงาม พร้อมทั้งอัญมณีวงกลมตรงกลางที่มีส่วนหนึ่งของแหวนเลื้อยพันรอบ ๆ คล้ายเถาวัลย์ มณีสีดำนิลกาฬส่องประกายระยิบระยับ  กลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมาสัมผัสได้ถึงธาตุความมืดที่หนักแน่นและเข้มข้นดุจจ้องมองไปในเหวลึกไร้ก้น

 

 

                   แหวนเงาภูตินิลกาฬ  เมื่อหนึ่งแสนปีก่อนถูกใช้ในหน่วยลอบสังหารของเผ่าเทพอสูร ความสามารถของมันมีมากมายนัก แต่ข้าในตอนนี้คงใช้ความสามารถของมันได้เพียงแค่สองรูปแบบเท่านั้น  หนึ่งคือความสามารถในการกลายเป็นเงาชั่วเวลาหนึ่ง จะทำให้ไม่ได้รับผลจากการโจมตีทางกายภาพและเวทมนตร์ทุกรูปแบบแต่ก็แลกมาด้วยพลังเวทถึงสองส่วนที่เสียไป    อย่างที่สองคือในยามค่ำคืนจะสามารถใช้รูปแบบเสื้อคลุมเงาได้ ทำให้ผู้สวมใส่ไร้ร่องรอยจากการตรวจจับ  และอำพรางกายอย่างสมบูรณ์

 

          เขาเดินตรงไปยังแหวนและทำพันธะสัญญาเลือดกับมัน ก่อนที่จะสวมใส่บนนิ้วมือของตนเอง กลิ่นอายพลังของแหวนที่ถูกปลดปล่อยออกมาถูกสะกดข่มลงทันที อาชาน้อยได้สลายหายไป ปีเตอร์นั่งพักเหนื่อยเล็กน้อย  สิ่งแรกที่ต้องเตรียมเพื่อการเข้าไปในดันเจี้ยนก็เสร็จแล้ว  เมื่อหายเหนื่อยเขาก็ได้เดินลงมาที่ชั้นที่หนึ่ง

 

 

                   พี่แกสทอนของที่ข้าให้พี่หาให้ได้มาหรือยังปีเตอร์เอ่ยถามแกสทอนถึงของบางอย่างที่เขาให้ไปจัดการให้ นี่คือสิ่งสุดท้ายที่เขาต้องตระเตรียมเพื่อเข้าสู่ดันเจี้ยน

 

         

                   ได้แล้วขอรับนายน้อย เหล่าทหารรับจ้างเพิ่งจะนำมาให้เมื่อครู่นี้เอง ทุกอย่างอยู่ในแหวนทั้งยี่สิบวงนี้ขอรับแกสทอนสงสัยอย่างมากว่าเหตุใดปีเตอร์จึงอยากได้ของพวกนี้กัน สิ่งที่อยู่ภายในแหวนคือซากของสัตว์อสูรระดับสามถึงระดับสี่ปะปนกันไป  สัตว์อสูรที่ถูกล่าเพื่อใช้ในการกินเนื้อคือสัตว์อสูรระดับหนึ่งถึงระดับสอง มันไม่มีความจำเป็นที่จะกินเนื้อสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่านี้ เพราะมันไม่ได้ช่วยเพิ่มพลังเวทเท่าไหร่นัก ส่วนใหญ่การล่าสัตว์อสูรก็เพื่ออวัยวะบางอย่างและผลึกแก่นแท้เท่านั้น

 

          เหตุใดปีเตอร์จึงต้องการซากของสัตว์อสูรมากมายเช่นนี้กัน ซากอสูรในแหวนทั้งยี่สิบวงรวมกันแล้วเกือบจะสี่ร้อยตัวไปแล้ว  ปีเตอร์รับแหวนทั้งหมดมาแล้วกำชับว่าภายในเวลาห้าวันนี้ห้ามรบกวนเขาเป็นอันขาด  ปีเตอร์เดินกลับขึ้นไปชั้นที่สามและตรงเข้าไปในห้องแห่งการบ่มเพาะที่มีการบิดเบือนเวลา  ใช่แล้วเขาต้องการที่จะหล่อหลอมซากของสัตว์อสูรเหล่านี้ด้วยวิชากายยาแห่งเทพอสูร  แต่ด้วยจำนวนที่มากมายกว่าสี่ร้อยตัว และการฝึกฝนในขั้นที่สองนั้นยากลำบากอย่างยิ่งจึงต้องใช้ห้องมิติแห่งนี้

 

 

          เด็กวาดวงเวทลงบนพื้น พร้อมทั้งเดินไปนั่งตรงกลาง ซากของสัตว์อสูรจำนวนมากถูกนำออกมาบรรจุจนเต็มห้อง ด้วยความที่สัตว์อสูรเหล่านี้มีขนาดที่ใหญ่โต การนำออกมาในแต่ละครั้งนั้นได้เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น วงเวทบนพื้นทอแสงสีแดงสดออกมา ละอองสีแดง  และกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้อง หากใครได้มาเห็นสภาพของเขาในตอนนี้ คงจะพบกับภาพที่ดูสยดสยองอย่างยิ่ง ซากสัตว์อสูรเริ่มละลายกลายเป็นละอองสีแดงไหลซึมเข้าตามร่างกายของเด็กน้อย

 

 

          ความเจ็บปวดเกินบรรยายพุ่งจู่โจมไปทั่วร่าง  แม้แต่ในเผ่าเทพอสูรเองยังมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถฝึกกายยาแห่งเทพอสูรได้สำเร็จ  โดยส่วนใหญ่จะฝึกฝนแค่เพียงขั้นที่หนึ่งกันเท่านั้น ความหากชั้นของขั้นที่หนึ่งและขั้นที่สองราวกับท้องฟ้าและหุบเหวลึก  เส้นเลือดปูดโนนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ผิวหนังเปล่งแสงสีแดงเข้ม 

 

 

          ช่วงเวลาอันสุดแสนทรมานได้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเด็กน้อยลืมตาตื่นขึ้นมา ผิวหนังสีดำสนิทเงาแวววับ ดวงตาสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิง  ผมเปลี่ยนเป็นสีแดงสดเข้มข้นราวกับเลือด กลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมารุนแรงคล้ายกับสัตว์อสูรอันน่าหวั่นเกรงตนหนึ่ง

 

 

                   บรรลุขั้นที่สองเสียที เพราะเหตุใดกัน การฝึกกายาแห่งเทพอสูรในขั้นนี้จึงไม่มีอุปสรรคอันใดเลย เดิมทีแล้วควรจะยากเย็นกว่านี้หลายเท่านัก  หรือจะเป็นเพราะร่างกายของเด็กคนนี้มีเลือดของมังกรที่เป็นสัตว์อสูรระดับสูงไหลเวียนอยู่  แต่นั้นก็ไม่น่าจะทำให้มันง่ายดายถึงเพียงนี้...แต่ช่างเถอะแม้ว่าปีเตอร์จะบอกว่ามันง่ายดายเกินไป แต่หากนับเทียบเวลาในมิติบ่มเพาะก็ผ่านไปแล้วสี่เดือนทีเดียว และคงไม่มีมนุษย์ปกติคนใดสามารถทนความเจ็บปวดทุกวินาทีจากการฝึกฝนนี้ได้อย่างแน่นอน

 

 

          เด็กน้อยเปิดประตูออกมาก็พบกับแกสทอนที่ยืนคอยเขาได้สักพักแล้ว ตามระยะเวลาที่ปีเตอร์ได้กล่าวไว้ แกสทอนจับจ้องมองเด็กน้อยเบื้องหน้าที่ในขณะนี้ดูไม่ต่างจากเด็กน้อยคนหนึ่งแต่กลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมาเล็กน้อยคล้ายคลึงกับสัตว์อสูรตนหนึ่งก็มิปาน  นายน้อยของเขาทำอะไรกับสัตว์พวกนั้นแน่  แม้เขาจะไม่อาจรู้ได้แต่ความรู้สึกที่สัมผัสได้ก็คือ นายน้อยของเขาแข็งแกร่งดุจสัตว์อสูรตนหนึ่งเลย

 

 

          แกสทอนได้ตระเตรียมอาหารเย็นไว้รอปีเตอร์เรียบร้อยแล้ว พวกเขาร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกันทั้งสองครอบครัว ปีเตอร์ได้กล่าวชี้แจงถึงระยะเวลาในการเข้าไปในดันเจี้ยนเป็นเวลาหนึ่งเดือน และกำชับให้ช่วยดูแลร้านประกายดาราให้ดี   หลังจากที่รับประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้วเขาก็ขอตัวขึ้นมาพักผ่อนและตระเตรียมเม็ดยาต่าง ๆ ที่จะใช้ในดันเจี้ยนให้พร้อม พร้อมทั้งเตรียมผ้าปูที่นอนสุดแสนหนานุ่มไปหลายฝืนเข้าไว้ในลูกแก้วมิติ  ก่อนจะล้มตัวลงนอน

 

 

          เช้าวันใหม่มาถึงพร้อมแสงแดดอ่อน ๆ ที่มาคู่กับสายลมเย็น ละอองไอน้ำฟุ้งไปทั่วอากาศในช่วงนี้คงจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว แต่คงจะไม่มีหิมะตกอย่างที่อาณาจักรครามเหมันต์ จะมีเพียงน้ำค้างแข็งเท่านั้น เด็กน้อยแต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบของโรงเรียนและประดับเหรียญของนักเรียนเกียรติยศเอาไว้ เขากินอาหารเช้าเสร็จก็เดินออกจากร้านและใช้บทเวทเหยียบนภาพุ่งขึ้นไปบนอากาศ

 

         

          ด้วยพลังเวทอันมหาศาลทำให้การเดินทางจากร้านประกายดาราไปที่ด้านหลังของโรงเรียนนั้นใช้เวลาเพียงไม่นาน  ปีเตอร์ทอดสายตาจ้องมองไปเบื้องล่างก็พบกับกลุ่มคนยืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่ เขาก็ได้ล่อนลงไปบริเวณนั้น ทุกสายตาล้วนจับจ้องมองมาทางเขา อาจารย์บางท่านที่ตรวจสอบการบ่มเพาะได้ถึงกับตื่นตะลึงกับขอบเขตใหม่ที่ปีเตอร์บรรลุได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น 

 

 

          ปีเตอร์ได้มอบอาวุธใหม่ให้กับแอลฟ่า และอาร์มันโดว์ก่อนจะยิ้มให้เล็กน้อย กลุ่มที่จะเดินทางประกอบไปด้วย คณะอาจารย์สิบคนที่ล้วนแล้วแต่อยู่ในระดับราชาเวทขั้นแปดถึงขั้นสิบ และมีหัวหน้าอาจารย์หนึ่งคนอยู่ในขอบเขตราชันเวท  และกลุ่มนักเรียนเกียรติยศอีกสิบคน ดูท่าทางแล้วทุกคนเตรียมพร้อมกับการเดินทางครั้งนี้เป็นอย่างดี 

 

 

          อัสตินและอาจารย์อาวุสโสอีกสองขึ้นทำการร่ายบทเวทเพื่อเปิดประตูดันเจี้ยนแห่งนี้ พลังเวทอันหนักแน่นมหาศาลของทั้งสามคนถูกปลดปล่อยออกมา ละอองแสงและวงเวทย์อันใหญ่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า บานประตูโบราณสลักลวดลายของสัตว์อสูรหลายต่อหลายตนค่อย ๆ สลายหายไปช้า ๆ พลังงานเวทหมุนวนคล้ายกับวงน้ำกระเพือมปรากฏขึ้นมาแทนที่  บัดนี้ประตูสู่ดันเจี้ยนได้เปิดขึ้นมาแล้ว

 

 

                   พวกเราเข้าไปกันเถอะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.319K ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #929 `Pяіdє..® (@pasuta1150) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 13:36
    จะขาดอะไรก็ได้แต่ต้องห้ามขาดที่นอนนุ่มๆเด็ดขาด // เด็กน้อยไม่ได้กล่าว 555
    #929
    0
  2. #169 นู๋...อิ๊งค์ (@ParadeeSiri) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 17:51
    รอแบบใจจดใจจ่อ
    #169
    0
  3. #167 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 16:09
    หลังจากเติมทรูมาเบาๆ ดันเจี้ยนนี้โดนปีเตอร์ถล่มแน่
    #167
    0
  4. #165 art2442 (@art2442) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 14:21
    เอาอีกได้มั้ยไรท์รอนานมาก
    #165
    0