มหาจอมเวทเทพอสูร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 305,171 Views

  • 1,154 Comments

  • 8,304 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    54,168

    Overall
    305,171

ตอนที่ 34 : หลอมสร้างอาวุธ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12858
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1091 ครั้ง
    17 ต.ค. 61

บทที่ 32  หลอมสร้างอาวุธ


               แสงอรุณสาดส่องลงกระทบกับน้ำค้างบนยอดไม้ส่องแสงแพรวพราวราวดวงดาราบนฟ้า  ไอหมอกเย็นฉ่ำล่องลอยไปทั่วบริเวณ ด้านล่างของร้านประกายดาราเนืองแน่นไปด้วยผู้คนเช่นเดิมเหมือนทุกวัน  หลังจากการวางจำหน่ายยาน้ำสลายพิษอสูรก็สร้างความแตกตื่นให้กับผู้คน  


               โดยเฉพาะกับพวกทหารรับจ้างที่มีการออกตามล่าสัตว์อสูรอยู่ทุกวัน  เดิมทีแล้วยาแก้พิษที่วางจำหน่ายทั่วไปมักจะมีประสิทธิภาพที่ค่อนข้างต่ำ ดีหน่อยก็ปานกลาง ทำให้การล่าสัตว์อสูรที่มีพิษเป็นเรื่องที่ทำได้ยากยิ่ง แต่เมื่อยาน้ำสลายพิษอสูรถูกนำออกมาจำหน่ายโดยร้านประกายดารา อัตราการสูญเสียชีวิตหรืออวัยวะก็ลดลงอย่างมาก


               ประสิทธิภาพในการขจัดพิษอสูรที่ต่ำกว่าระดับสี่ของยาน้ำนี้ใช้ได้ผลดีอย่างมาก ลูกค้าประจำของร้านประกายดาราอย่างกลุ่มทหารรับจ้างของเมืองหลวงอาณาจักรแห่งแสงให้การตอบรับ และซื้อพวกมันแทบทุกวันที่ออกไปทำภารกิจ  ยารักษาบาดแผล ยาฟื้นฟูพลังเวทย์ และยาน้ำสลายพิษอสูร ยาทั้งสามชนิดนี้นับว่าขายดีอย่างมาก


                ปีเตอร์ลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องของตนเอง  เตียงนอนที่แสนนุ่มนิ่มสีขาวนวลสะอาดตาทำให้ปีเตอร์พลิกตัวไปมาเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำและแต่งตัว เขาไม่แน่ใจว่าตั้งแต่เขาหลับไปนั้นผ่านมากี่วันแล้ว แต่ถึงอย่างไรเขาก็ได้ลาอัสตินแล้วว่าก่อนจะถึงวันที่เข้าไปในดันเจี้ยนจะเก็บตัวบ่มเพาะและเตรียมตัวให้พร้อมก่อน   จึงทำให้ไม่ได้กังวลเรื่องการเรียนมากมายนัก 


               เขาเดินลงมายังชั้นที่หนึ่งของร้านประกายดารา  ก็พบกับแกสทอนที่กำลังจัดขวดยาใส่ในตู้โชว์ กันนาร์กำลังยืนขายยาให้กับเหล่าลูกค้าจำนวนมากที่ต่อแถวจ่ายเงินอย่างเป็นระเบียบ เขาเอ่ยถามแแกสทอนก็พบว่าหลังจากวันนี้เขาหลับมาถึงสี่วันเลยทีเดียว ปีเตอร์เดินดูชั้นวางขวดยาของเขาหนึ่งรอบ พวกมันทุกขวดล้วยถูกจัดวางอย่างปราณีตบรรจง แม้แต่ตัวขวดเองยังถูกสร้างขึ้นอย่างงดงาม  ส่งเสริมคุณค่าให้กับตัวยาอีกทางหนึ่ง


                         "ข้าหิวแล้ว  มีอะไรกินบ้างพี่แกสทอน"  ปีเตอร์เอ่ยถามแกสทอนที่กำลังจัดเรียงขวดยาจำนวนมากขึ้นตู้โชว์สินค้า ชายหนุ่มหันมามองที่ปีเตอร์ ซึ่งตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยที่อยากกินขนม ท่าทางของเขาในตอนปกตินั้นดูน่าเอ็นดูอย่างมาก ผิดกลับตอนจริงจังหรือตอนต่อสู้ราวกับคนละคน


                         "ที่บ้านของกระผมกำลังจะทำอาหารเช้า  นายน้อยสนใจหรือไม่ขอรับ" แกสทอนเอ่ยตอบนายของเขา  เดิมทีเขาก็ไม่แน่ใจว่าอาหารแบบบ้าน ๆ ที่แม่ของเขาทำนั้นจะคู่ควรหรือถูกปากปีเตอร์หรือไม่ อย่างไรเสียปีเตอร์ก็เป็นถึงองค์ชายของราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่และมีอำนาจอย่างอสูรพฤกษา  ในทุก ๆ วันอาจจะได้กินแต่อาหารที่ถูกปรุงอย่างเลิศรสก็เป็นได้


                         "ได้สิ เราไปกันเลยไหม" ปีเตอร์เอ่ยพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย  เขาไม่ได้เกี่ยงว่าอาหารที่กินจะเป็นอาหารชั้นสูงล้ำค่าเพียงใด ขอเพียงแค่พวกมันอร่อยก็พอแล้ว อาจจะมีเพียงสิ่งเดียวที่ปีเตอร์ยึดติดกับชีวิตที่สุขสบายก็คือเตียงนุ่ม ๆ เท่านั้นเอง  แกสทอนเดินนำปีเตอร์ออกไปทางหลังร้านประกายดารา  


               ด้านหลังของร้านเป็นลานหญ้าของไม่ใหญ่นัก  พร้อมบ้านสองหลังตั้งอยู่ หลังหนึ่งเป็นที่อยู่ครอบครัวของกันนาร์  อีกหลังเป็นของครอบครัวแกสทอน  รอบบ้านของทั้งสองคนปลูกสมุนไพรและสวนผักเล็ก ๆ การเป็นอยู่ดูแล้วพอเพียงอย่างยิ่ง แม้ปีเตอร์จะให้เงินกับทั้งสองคนเป็นจำนวนมาก แต่พวกเขาไม่เคยที่จะใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยเลยแม้แต่น้อย  แม้ในยามนี้ทั้งสองคนจะมีชื่อเสียงแล้วก็ตาม


               ประตูเล็ก ๆ ของบ้านแกสทอนเปิดออก เด็กชายคนวิ่งออกมาชนเข้ากับปีเตอร์แล้วล้มลงกับพื้น อายุเขาน่าจะน้อยกว่าปีเตอร์หนึ่งถึงสองปีเท่านั้น แววตาของเด็กน้อยที่เงยหน้าขึ้นมามองปีเตอร์ด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย "ขอ..ขอโทษครับนายน้อย" ความหวาดกลัวของเขาเกิดจากแกสทอนที่บอกกล่าวว่า หากเจอปีเตอร์ที่ใดต้องให้ความเคารพอย่างมาก และต้องมีสัมมาคารวะเมื่อพบเจอ เพราะปีเตอร์เป็นคนที่มีบุญคุณกับครอบครัวของเราและเป็นคนที่มีอำนาจอย่างมาก


                         "ไม่เป็นไร นี่คงจะเป็นน้องของพี่แกสทอนสินะ  ชื่ออะไรล่ะ" ปีเตอร์ยิ้มแย้มอย่างอบอุ่นให้กับเด็กน้อย เพื่อให้คลายความกังวลลงก่อนจะเอ่ยถามชื่อออกไป  เขารู้ว่าครอบครัวของแกสทอนมีแม่และน้องอีกหนึ่งคน เด็กคนนี้ก็คงจะเป็นน้องของแกสทอนอย่างแน่นอน เขาสัมผัสได้ถึงพลังธาตุของเด็กคนนี้ก็มีสองธาตุเช่นเดียวกับแกสทอนเพียงแต่มันยังไม่ตื่นขึ้นมาเท่านั้น


                         "แกสเทียครับ" เด็กน้อยเอ่ยตอบอย่างนอบน้อมพร้อมทั้งลุกยืนขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นปีเตอร์ใกล้ ๆ แบบนี้ แม้ตัวเขาจะยังไม่สามารถสัมผัสถึงเวทมนตร์ได้ แต่ความรู้สึกภายในใจของเขาราวกับว่าเบื้องหน้าเป็นพระจันทร์ที่ส่องสว่างและเยือกเย็นอย่างยิ่งในเวลาเดียวกัน  การแต่งกายและการวางตัวสบกับคำว่ายิ่งใหญ่เสียจริง


                         "แกสเทียเจ้าเป็นคนที่มีพลังธาตุทั้งสองสถิตภายในตัวเพียงแต่มันยังไม่ตื่นขึ้นมา นี่ข้าให้เจ้า มันจะช่วยเพิ่มการดูดซับพลังเวทย์ในอากาศให้เร็วขึ้นเล็กน้อย  มันจะทำเจ้าเข้าสู่ขอบเขตสัมผัสเวทได้เร็วขึ้น"  ปีเตอร์ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะยื่นแหวนสีฟ้าวงหนึ่งให้กับแกสเทีย ในช่วงเวลาว่างที่ผ่านมาเขาได้ทดลองการสร้างเครื่องประดับที่ช่วยส่งเสริมความสามารถในด้านต่างๆขึ้นมา ด้วยในขณะนั้นเขาใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่าย ๆ มาทดลองสร้างดู  จึงออกมาเป็นแหวนที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับพลังเวทได้


                         "ขอ..ขอบคุณครับ" แกสเทียเอ่ยขอบคุณปีเตอร์  มือทั้งสองรับแหวนที่ปีเตอร์ให้พร้อมทั้งสั่นเล็กน้อย แม้เขายังเด็กแต่ก็เคยได้ยินว่า เครื่องประดับเวทมนตร์นั้นมีราคาที่สูงอย่างยิ่ง  ก่อนที่แกสทอนจะมาพบปีเตอร์ ครอบครัวของเขายากจนอย่างมาก อาศัยความพยายามของแกสทอนที่เป็นนักปรุงยา  ยาเม็ดยาระดับต่ำได้เงินส่งมาให้ที่บ้านจึงพอบรรเทาความลำบากได้


               เขาไม่เคยคิดฝันเลยว่าตัวเองจะมีวาสนาได้รับเครื่องประดับเวทตร์ที่ว่ากันว่ามีราคาสูง แม้ว่าตั้งแต่ที่ย้ายมาอยู่ที่ร้านประกายดาราของปีเตอร์ ความยากลำบากในสมัยก่อนก็หายไป แต่ของมีค่าเช่นนี้สำหรับเด็กอย่างเขาแล้วก็ใช่ว่าจะมีโอกาสได้มันมาครอง แววตาของแกสเทียจับจ้องไปที่ปีเตอร์ด้วยความรู้สึกขอบคุณ


               ทั้งสามคนเดินเข้าไปภายในบ้าน  แม่ของแกสทอนยิ้มต้อนรับปีเตอร์อย่างอบอุ่นก่อนจะยกอาหารมาวางบนโต๊ะทั้งสี่คนร่วมรับประทานอาหารกัน  อาหารที่แม่ของแกสทอนเป็นอาหารบ้าน ๆ ที่ใช้วัตถุดิบอย่างง่ายที่หาได้ทั่วไปและมันไม่ได้เลิศหรูอย่างอาหารที่เสริ์ฟในพระราชวัง แต่แปลกที่รสชาติของมันอร่อยอย่างยิ่ง ใบหน้าของแกสทอนและแกสเทียยิ้มออกมาในขณะที่ทานอาหารของแม่เขา 

               บรรยากาศอบอุ่นเช่นนี้ได้แทรกซึมเข้าไปในจิตใจของปีเตอร์  ความอบอุ่นเช่นนี้เขาเคยได้รับจากพ่อแม่ของปีเตอร์ที่อาณาจักรเช่นกันแต่ก็ยังไม่ชินมากนัก   ในสมัยที่เขาเป็นเทพอสูรครอบครัวของเขาไม่ได้อบอุ่นเช่นนี้เลย การที่เขาครอบครองพลังที่ยิ่งใหญ่ทำให้ถูกใครต่อใครคาดหวัง  และยังมีอีกหลายคนอิจฉาริษยาตัวของเขาอยู่ไม่น้อย แม้แต่การกินอาหารในแต่ละมื้อยังต้องคอยตรวจสอบพิษอยู่ตลอดเวลา  มีเพียงสิ่งเดียวที่เยียวยาหัวใจอันเยือกเย็นราวน้ำแข็งของเขาก็คือเหล่าลูกศิษย์นั้นเอง


               ปีเตอร์กล่าวลาพร้อมทั้งเดินกลับมาที่ชั้นสามของร้านประกายดารา  เขาเดินตรงไปยังมุมหนึ่งของห้องพร้อมทั้งขีดเขียนวงเวทวงใหญ่ขึ้นหนึ่งวง  ก่อนที่ซ้อนทับวงเวทขนาดเล็กอีกหลายสิบวงลงบนพื้นอย่างชำนาญ อักขระเวททุกตัวถูกบรรจงเขียนลงไปบนพื้น เขาใช้เวลาในการเขียนไปกว่ายี่สิบนาทีก็เสร็จ  


                         "มาลองหลอมสร้างอาวุธกันดีกว่า"  ปีเตอร์วางวัตถุดิบการหลอมสร้างลงบนวงเวทที่ถูกเขียนขึ้นเมื่อครู่  วัตถุดิบบางส่วนของเขาได้จากการประมูล และบางส่วนเป็นสิ่งที่เขาสั่งให้แกสทอนหาเตรียมไว้ได้สักพักแล้ว  เพียงแต่เขาไม่มีเวลาทำมันขึ้นมาเท่านั้นเอง แต่เมื่อเขาต้องการให้ ดาบมังกรสายฟ้ากับแอลฟ่าแล้ว  การจะหาอาวุธสักชิ้นให้กับอาร์มันโดว์กับนับว่าควรอย่างยิ่ง และจะเป็นการทดลองหลอมสร้างก่อนที่เขาจะสร้างบางสิ่งที่ได้ให้หอการค้าแห่งแสงหาเตรียมไว้


               พลังเวทย์ถูกถ่ายเทเข้าไปภายในวงเวทเบื้องล่าง แสงสีขาวส่องสว่างปรากฏขึ้น วัตถุดิบต่าง ๆ ล่องลอยขึ้นกลางอากาศ ส่วนประกอบในการหล่อมสร้างครั้งนี้คือ แร่เหล็กหิมะ  , ผลึกน้ำค้างแข็ง , เขี้ยวอสรพิษขาวเหมันต์  และ ผลึกแก่นแท้อสูรระดับห้า ธาตุน้ำแข็ง   วัตถุดิบทุกชิ้นล้วนประปนไปด้วยธาตุน้ำแข็งที่เข้มข้นการนำพวกมันมาหลอมสร้างอาวุธที่ใช้กับเวทมนตร์ธาตุน้ำแข็งย่อมเหมาะสมอย่างยิ่ง


               เพลิงไฟอันร้อนแรงถุกจุดขึ้นจนลุกโหม แสงของวงเวทสีแดงฉานสาดส่อง เปลวเพลิงพุ่งจู่โจมตรงไปที่ผลึกแก่นแท้อสูรเป็นอันดับแรก การสร้างอาวุธประเภทธาตุน้ำหรือธาตุน้ำแข็งจะยากกว่าอาวุธทั่วไปเล็กน้อยเนื่องจากมีความต้านทานความร้อนในระดับหนึ่ง  อุณหภูมิภายในห้องพุ่งสูงขึ้น เม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้าของเด็กน้อย ใช้เวลาในการหลอมละลายไปกว่าหนึ่งชั่วโมง แล้วจึงไล่ลำดับการหลอมของชิ้นอื่น ๆ วัตถุดิบแต่ละชิ้นใช้เวลาหลอมละลายประมาณหนึ่งชั่วโมง  


               ของเหลวแต่ละชนิดล่องลอยอยู่กลางอากาศ สิ่งเจือปนถูกคัดแยกออกมาตกลงสู่เบื้องล่างความเปล่งประกายของของเหลวเหล่านั้นปรากฏขึ้นไม่ต่างจากการหลอมละลายยาเลยแม้แต่น้อย โดยปกติแล้วการขึ้นรูปอาวุธในสมัยนี้จะใช้แม่พิมพ์หรือแม่แบบเพื่อสร้างรูปร่าง  แต่ปีเตอร์ใช้พลังจิตวิญญาณบังคับหล่อหลอมรูปร่างของมัน  เขาควบแน่นของเหลวทั้งสี่เข้าด้วยกันก่อนจะบิดเบือนรูปร่างของมันให้กลายเป็นใบมีดสีเงินยาวประมาณหนึ่งฟุต จำนวนสิบเล่ม ใบมีดทั้งสิบเปล่งประกายระยิบระยับเล็กน้อย ละอองแสงสีฟ้าอ่อนจางปลดปล่อยออกมาพร้อมกับไอเย็น


               อาวุธระดับห้า  ที่มีประสิทธิภาพสิบส่วนถูกสร้างขึ้นมาเป็นครั้งแรกของดินแดนแห่งนี้ ความทรงพลังของมันอาจเทียบเท่ากับอาวุธระดับหกที่มีประสิทธิภาพเจ็ดหรือแปดส่วนเลยก็เป็นได้ 'มีดอสรพิษน้ำแข็ง' คือนามของวัตถุชิ้นนี้ มันเป็นอาวุธบินชิ้นหนึ่งที่สามารถใช้โจมตีโดยตรง และใช้ในการลอบสังหารได้  หากใบมีดเฉือนเข้ากับสิ่งใดจะทำการเยือกแข็งบริเวณนั้นและกระจายพิษออกไปลดการเคลื่อนที่ของเป้าหมายและแผ่ไอเย็นออกมา   ประสิทธิภาพของมันก็จะขึ้นอยู่กับผู้ใช้เช่นกัน


               เขาเก็บมีดอสรพิษน้ำแข็งลงกล่องไม้ดำอย่างดีแล้วจึงเก็บเข้าไปในลูกแก้วมิติ  ปีเตอร์เข้าไปในห้องแห่งการบ่มเพาะที่เขาสร้างขึ้นเมื่อครั้งนั้นเพื่อเริ่มทำการบ่มเพาะพลังเวทย์ ในครั้งเขาจะทำการบ่มเพาะทั้งหมดสามวัน  เม็ดยาแก่นแท้แห่งพลังเวทย์ถูกนำออกมาสองเม็ด  ทุกครั้งที่ใช้ยานี้ประสิทธิภาพในการดูดซับพวกมันจะลดลงระดับหนึ่งการใช้พวกมันบ่มเพาะพลังเวทย์บ่อยครั้งย่อมไม่คุ้มค่าเสียเลย  แต่ในตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งอาทิตย์กว่าเท่านั้นที่ต้องเข้าไปในดันเจี้ยน  เพื่อรับมือกับสิ่งที่อาจคาดไม่ถึงเขาจำเป็นต้องรีบทำการบ่มเพาะอย่างรวดเร็ว


               เขากลืนเม็ดยาลงไปสองเม็ดพร้อมกัน  พร้อมทั้งใช้กายาแห่งเทพอสูรห่อหุ้มกายเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดจากแรงปะทุที่พวยพุ่งของพลังเวทย์ในเม็ดยา เม็ดเหงื่อไหลรินไปทั่วทั้งใบหน้าของเขา กระแสพลังเวทย์อันมากมายมหาศาลราวแม่น้ำสายใหญ่ที่เชี่ยวกราด ลูกแก้วแห่งเทพอสูรถูกเรียกใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับพลังเวทย์ ไอเวทย์สีขาวบริสุทธิ์แผดพุ่งออกมาจากร่างของเด็กน้อย ก่อนจะตลบอบอวนไปทั่วห้อง เวลาอันยาวนานในการบ่มเพาะค่อยๆหมุนเวียนผ่านไปควบคู่กับความเจ็บปวดที่ได้รับ


                         .................เวลาผ่านไปแล้วสามวัน..............


.........................................................................................
อัพช้าหน่อยนะครับ  ช่วงนี้ผมไม่สบาย
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.091K ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #397 Newwkak (@Newwkak) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 11:44
    นี่ผมอ่านชื่อ"แกสททอน"เป็น"แกนทอส"มาตลอดเลยจนถึงตอนนี้เห็นชื่อน้องชายชื่อ"แกสเทีย"เลยสงสัยว่าทำไมพี่ชื่อ"แกนทอส"น้องน่าจะชื่อ"แกนเทีย"เลยย้อนกลับไปอ่านชื่อพี่เอ้า มีนชื่อ"แกสทอน"นี่หว่า5555+
    #397
    0
  2. #166 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 16:01
    หายไวไวนะครับ
    #166
    0
  3. #164 art2442 (@art2442) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 20:03
    รออยู่นะฮะ
    #164
    0
  4. #158 0878275869 (@0878275869) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 01:23
    หายเร็ว นะค่ะ รออ่านตอนต่อไป
    #158
    0
  5. #156 phrasatcha (@phrasatcha) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 09:16
    ครับๆๆ

    หายไวๆนะครับ

    เรารออ่านอยู่
    #156
    0
  6. #155 นู๋...อิ๊งค์ (@ParadeeSiri) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 22:22
    หายไวๆนะค่ะ
    #155
    0
  7. #154 NongfonLiverpool (@NongfonLiverpool) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 20:34

    สู้ๆๆๆนะค่ะ ขอให้หายไวๆๆนะค่ะ
    #154
    0
  8. #153 ไวละอ่อน (@suphachai231) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 19:57

    หายป่วยไวๆน่ะครับรักษาสุขภาพด้วย
    #153
    0
  9. #152 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 19:32
    รักษาสุขภาพครับ ขอให้หายไวไส
    #152
    0
  10. #151 Takamina Yuko (@bungtcc) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 19:02

    หายหวัดไว้ๆน่ะ
    #151
    1
    • #151-1 Supakit_Chacha (@Supakit_Chacha) (จากตอนที่ 34)
      18 ตุลาคม 2561 / 01:26
      รู้ได้ไงว่าผมเป็นหวัดหว่า
      #151-1