มหาจอมเวทเทพอสูร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 378,621 Views

  • 1,563 Comments

  • 8,449 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    15,100

    Overall
    378,621

ตอนที่ 22 : รากฐานแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16683
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1624 ครั้ง
    30 ก.ย. 61

บทที่ 20 รากฐานแรก

 

          พลังเวทย์พวยพุ่งขึ้นจากน้ำพุกลางสวน น้ำในน้ำพุก่อตัวเป็นรูปร่างของหญิงสาว ที่มีรูปร่างผอมเพรียวงดงาม กลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมา เป็นเพียงแค่พลังเวทย์ก้อนหนึ่งเท่านั้น ไม่เหมือนสัตว์อสูรหรืออสูรรับใช้แต่อย่างใด ดูท่าแล้วจะเป็นแค่เวทย์มนต์ป้องกันหรือเวทย์พรางตาเท่านั้น

 

                   ยินดีต้อนรับหนูน้อยปีเตอร์ เชิญเข้ามาได้

 

                   ครืนนนนน

 

          สิ้นสุดเสียงของหญิงสาวตนนั้น พื้นที่บริเวณน้ำพุก็แปรเปลี่ยนไป เบื้องหน้าปรากฏหอคอยสูงขนาดใหญ่สีเสา ประตูหน้าถูกเปิดกว้างออกต้อนรับผู้มาเยือน เป็นไปอย่างที่ปีเตอร์คาดการไว้ มันเป็นเวทย์มนต์ที่ใช้อำพรางหอคอยแห่งนี้ ปีเตอร์เดินเข้าไปด้านใน เขาก็พบกับบันไดเวียน หมุนวนไปจนถึงบนยอดหอคอย ดูท่าแล้วกว่าเขาจะเดินขึ้นไปถึงด้านบน คงใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมงเป็นแน่

 

                   เหยียบนภา  ฟิ้ววว!!!   

 

          ปีเตอร์เรียกไม้กายสิทธิ์ของเขาออกมา พร้อมทั้งร่ายเวทย์ระดับกลาง ธาตุลม เหยียบนภาสายลมหมุนวนอย่างรวดเร็วรอบกายของปีเตอร์ เท้าของเขาเหยียบย่ำไปบนอากาศเสมือนดั่งมีบันไดที่มองไม่เห็น บทเวทย์ระดับกลางธาตุลมที่ใช้เคลื่อนที่ไปในอากาศ ทำการกระตุ้นกระแสเวทย์ในอากาศให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง ทำให้เกิดแรงส่งในการพุ่งทะยานออกไป ปีเตอร์พุ่งตัวขึ้นไปในแนวตรงใช้เวลาเพียงสิบนาทีก็มาถึงด้านบนสุดของหอคอย  เบื้องหน้าปรากฏประตูขนาดใหญ่ สีน้ำตาล เมื่อเขามาหยุดที่หน้าประตูบานนั้น มันก็เปิดออกทันที   ภาพของชายชรานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวหนึ่งใจกลางห้อง จ้องมองมาทางเขาด้วยสายตาที่อ่อนโยนและเอ็นดูอย่างมาก

         

                   เข้ามาสิเด็กน้อยปีเตอร์ชายชราเอ่ยขึ้น ปีเตอร์หยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินมานั่งที่โต๊ะตัวหนึ่งภายในห้อง ชายชรายิ้มให้กับเขา

 

                   ข้ามีนามว่า อัสติน เป็นอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนแห่งนี้อัสตินกล่าวขึ้น

 

                   ท่านอัสตินมีธุระอันใดกับข้า ถึงได้เรียกข้ามาพบในวันนี้ปีเตอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์อันใด  แต่ใบหน้าของอัสตินกับฉายแววประหลาดใจในตัวของปีเตอร์ เขาไม่คิดเลยว่า เด็กน้อยเพียงเจ็ดปี จะมีความเยือกเย็นได้ถึงเพียงนี้

 

                   ข้ามีเรื่องอยากจะถามเจ้าสักเล็กน้อย ตัวข้าอยากจะรับเจ้าเป็นศิษย์ เจ้าเห็นว่าอยากไรอัสตินเอ่ยถาม  ปีเตอร์เริ่มขบคิดบางอย่าง เพราะเหตุใดคนที่เป็นถึงระดับอาจารย์ใหญ่ ทำไมถึงต้องการรับเขาเป็นลูกศิษย์โดยตรงกันแน่น 

 

                   เพราะเหตุใดอาจารย์ใหญ่ถึงอยากได้ข้าเป็นศิษย์กัน หรือว่าท่านมีอะไรแอบแฝงกันแน่ปีเตอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาและจ้องมองไปยังอัสติน   อัสตินตกใจเล็กน้อยกับคำพูดที่เกินวัยของปีเตอร์ คำว่ามีอะไรแอบแฝง ทำให้ประหลาดใจกับความคิดความอ่านของเด็กคนนี้

 

                   ฮ่า ฮ่า ฮ่า กล่าวตามตรง ตัวเจ้าเป็นคนที่มีพรสวรรค์อย่างมาก หากเจ้าแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ คนที่เป็นอาจารย์ของเจ้าก็จะได้รับชื่อเสียงและคำชื่นชมด้วยเช่นกัน และหากในภายภาคหน้าเจ้ามีอำนาจ คนที่เป็นอาจารย์ของเจ้าก็จะมีอำนาจเช่นกันอัสตินกล่าวตามตรง ปีเตอร์ครุ่นคิดเล็กน้อย ถ้าหากเขามีอัสตินหนุนหลังละก็ การจะทำอะไรมันก็ง่ายขึ้นไม่น้อย และถ้าหากเขาจะเก่งขึ้นแบบก้าวกระโดดการให้เหตุผลว่าเป็นเพราะเขาเป็นลูกศิษย์ของอัสตินนั้นก็ดูจะเป็นเรื่องสมเหตุสมผล

 

                   ตกลง แต่ข้าจะเป็นลูกศิษย์ของท่านแต่ในนามเท่านั้น เพราะตัวข้าก็มีวิธีฝึกฝนในแบบของตนเองปีเตอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

 

                   ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตกลง ตกลงอัสตินตอบตกลงทันที แม้ว่าจะเป็นแค่ในนามก็ตาม เขารู้ดีว่า ปีเตอร์ต้องมีคนคอยชี้แนะการฝึกฝนอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน วิชาเคลื่อนที่บนอากาศที่ปีเตอร์ใช้เพื่อขึ้นมาบนหอคอยนั้น แม้แต่อัสตินเองยังไม่เคยเห็นมาก่อนเลย โดยปกติการจะเคลื่อนที่บนอากาศหรือลอยตัวนั้น อย่างน้อยต้องอยู่ในระดับ จอมเวทย์ขึ้นไปเท่านั้น การที่ปีเตอร์สามารถใช้บทเวทย์ลอยตัวบนอากาศได้ นับได้ว่าต้องมีระดับสุดยอดคอยชี้แนะอย่างแน่นอน

 

          ปีเตอร์โค้งคำนับให้เล็กน้อย ก่อนจะเดินจากไป เขาเดินกลับมายังห้องเรียนของตนเองอีกครั้ง และที่ยังเหมือนเดิมคือ สายตาที่ยังจับจ้องเขาเหมือนว่าเป็นตัวประหลาดตัวหนึ่ง บ้างก็เป็นสายตาแห่งความอาฆาต  บางทีมันก็สร้างความรำคาญให้แก่เขาอย่างมาก แทบอยากจะฆ่าพวกมันทิ้งให้หมดเลย เขาเดินกลับไปนั่งที่ของตนเอง

 

                   สวัสดีตอนบ่ายนักเรียนทุกคน วันนี้เราจะมาเรียนเรื่อง เวทย์มนต์พื้นฐานกันหญิงวัยกลางคนที่ แต่งกายด้วยชุดสีเหลืองอ่อน เริ่มอธิบายถึงพื้นฐานของเวทย์มนต์

 

                   เวทย์มนต์ในโลกของเรานั้น แบ่งออกเป็นเจ็ดธาตุหลักด้วยกัน คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ สายฟ้า แสงสว่าง และ ความมืด โดยปกติแล้วการใช้เวทย์มนต์ธาตุจะถูกกำหนดไว้ตั้งแต่เราเกิดมา หากมีธาตุไฟมาตั้งแต่กำเนิด เราก็จะสามารถใช้เวทย์มนต์ธาตุไฟได้ โดยส่วนใหญ่แล้วเราจะสามารถใช้ธาตุได้เพียงหนึ่งชนิด  แต่ก็จะมีบางคนที่เกิดมามีธาตุสองชนิด หรือสามชนิด และหากผู้ใดสามารถใช้ธาตุได้มากกว่าห้าชนิด จะถูกเรียกว่า กายาแห่งเทพหลังจากที่อาจารย์สาวกล่าวมาถึงตรงนี้ นางก็จ้องมองมาทางปีเตอร์ นั่นทำให้สายตาของทุกคนในห้องจ้องมองมาทางเขาเช่นกัน

 

                   และหากเราทราบว่า เรามีธาตุใดแล้ว เราก็จะเริ่มทำความเข้าใจในธาตุนั้นๆ โดยจะมีระดับความเข้าใจธาตุทั้งหมดสิบขั้นด้วยกัน หากใครสามารถทำความเข้าใจได้ถึงขั้นที่สิบ จะถูกเรียกว่า ผู้บรรลุจิตวิญญาณแห่งธาตุ แต่การจะไปถึงระดับนั้นได้เป็นเรื่องที่ยากเย็นอย่างมาก การที่บรรลุได้ถึงขั้นที่แปดนั้นก็เรียกได้ว่าสุดยอดมากแล้ว  ยิ่งพวกที่มีสองธาตุขึ้นไปการจะบรรลุความเข้าใจธาตุทั้งสองในระดับสูงจะต้องใช้เวลามากกว่าผู้ที่มีธาตุเดียวถึงสองเท่าอาจารย์สาวกล่าวมาถึงตรงนี้ เสียงซุบซิบนินทาก็ดังขึ้น

 

                   เช่นนั้นแล้วไอ้เจ้าปีเตอร์มันมีเจ็ดธาตุมันก็คงต้องมีระดับธาตุต่ำมากแน่ๆ

 

                   ใช่ๆมันเพียงจะเจ็ดขวบ มันจะเอาเวลาที่ไหนไปทำความเข้าใจธาตุกันว่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

 

                   แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะบรรลุความเข้าใจธาตุอย่างรวดเร็วได้เช่นกัน ตามตำราการปรุงยากล่าวไว้ว่า มีเม็ดยาที่ชื่อว่า แก่นแท้แห่งธาตุทั้งเจ็ด เม็ดยาระดับสี่ที่มีน้อยคนนักจะสามารถปรุงมันขึ้นมาได้ แม้แต่สองสุดยอดนักปรุงยาระดับห้าของดินแดนเรายังยากที่จะปรุงมันขึ้น ส่วนรายละเอียดของเรื่องนี้พวกเจ้าจะได้เรียนในรายวิชายาและสมุนไพรอาจารย์สาว กล่าวขึ้นหลังได้ยินเสียงซุบซิบนินทา นางกล่าวบรรยายไปจนล่วงเลยกว่าสี่ชั่วโมง ในที่สุดก็หมดคาบเสียที ปีเตอร์ลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมที่จะออกจากห้อง

 

                   เห้ยไอ้เด็กน้อย แกมีเจ็ดธาตุ ระดับความเข้าใจธาตุของแกคงจะต่ำมากสินะ ฮ่า ฮ่า ฮ่าอัลเฟรดคนเดียว เพิ่มเติมคือความกวนตีน กล่าวขึ้นมา พร้อมทั้งหัวเราะเยาะปีเตอร์   เขาไม่ได้สนใจอะไรมากมายในตัวมัน แต่ถ้าหากมีโอกาสละก็ เขาจะเอาคืนมันให้สาสมไปเลย

 

          เขาเดินมาจนถึงหน้าประตูก็พบกับดีออน ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผมสีน้ำตาลเข้ม ดวงตากลมโตสีน้ำตาล ยืนคอยเขาที่หน้าประตู

 

                   ฮ่า ฮ่า ฮ่า แม่งโครตเด็กเลยว่ะ ต้องมีคนมารับมาส่งด้วย กลับบ้านไปกินนมแม่แกไปอัลเฟรดยังตะโกนไล่หลังปีเตอร์ที่เดินมาถึงหน้าประตู ก่อนที่จะหน้าซีดเหงื่อตกไปเมื่อเจอกับแรงกดดันพลังเวทย์ที่ปล่อยออกมาจากดีออน

 

                   นายน้อย ให้ข้าลงมือเลยหรือไม่ดีออนกล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉย

 

                   อย่าเสียเวลากับมันเลย มันก็เป็นแค่หมาตัวนึงเท่านั้น จะจัดการเมื่อไหร่ก็ย่อมได้เมื่อสถานการณ์เหมาะสม เราไปดูร้านประกายดาราของเรากันดีกว่าปีเตอร์กล่าวพร้อมกับส่งกระเป๋านักเรียนเรียนให้ดีออนถือให้ เขาเดินตรงออกจากอาคารเรียน มายังหน้าประตูโรงเรียน ที่นั่นมิเกลยืนรอพวกเขาของคนอยู่แล้ว

 

          พวกเขาทั้งสามคนเดินผ่านตัวเมืองออกมา จนพบกับอาคารหลังหนึ่งที่ตกแต่งอย่างงดงาม ป้ายหน้าร้านเขียนว่า ร้านประกายดาราเขาเดินผ่านสวนเล็กๆหน้าทางเขา รูปปั้นหินสองตัว ขนาดสูงกว่าสองเมตรรูปร่างคล้ายโกเลมที่ปีเตอร์สั่งทำไว้ ถูกจัดตกแต่งให้เข้ากับสวนดอกไม้ของเขาเป็นอย่างดี  เมื่อเดินเข้ามาภายในชั้นแรกก็พบตู้ชั้นวางของ ทั้งสองด้านซ้ายขวา และเคาร์เตอร์บริการที่ตกแต่งอย่างดงาม รอบๆมีรูปปั้นหินขนาดสูงหนึ่งเมตรสิบตัวจัดวางไว้โดยรอบ

 

                   ตกแต่งได้สวยงามจริงๆ รูปปั้นหินเหล่านี้ก็ถูกทขึ้นมาอย่างดี ถูกใจข้าขริงๆปีเตอร์กล่าวพร้อมทั้งยิ้มแย้ม อย่างมีความสุข

 

                   นายน้อย ข้าสังเกตุตั้งแต่ข้างนอกแล้วว่า เหตุจึงมีรูปปั้นหินมากมายขนาดนี้มิเกลกล่าวถามด้วยความสงสัย นั่นก็เป็นสิ่งที่ดิออนสงสัยเช่นเดียวกัน

 

                        เดี๋ยวอีกสักพักพวกเจ้าจะรู้เองปีเตอร์กล่าวขึ้น พร้อมทั้งขึ้นไปชมที่ชั้นสอง ภายในชั้นนี้ถูกตกแต่งอย่างงดงาม มันจะถูกใช้เป็นห้องรับแขกและห้องรับรอง การที่ตกแต่งมันอย่างหรูหราเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง  และภายในนี้ก็มีรูปปั่นหินแบบเดียวกับชั้นที่หนึ่งอีกยี่สิบตัว หลังจากเดินสำรวจอยู่พักหนึ่งเขาก็เดินขึ้นมาที่ชั้นสาม

 

          ภายในชั้นที่สาม เป็นพื้นที่เปิดกว้าง มุมหนึ่งเป็นโต๊ะทำงานและชั้นหนังสือ มีเก้าอี้รับแขกอยู่สี่ห้าตัว ใจกลางของชั้นนี้ มีแท่นหินขนาดใหญ่ ถูกล้อมรอบด้วยวงเวทย์ถูกสลักขึ้นบนพื้น ตามแบบที่ปีเตอร์ได้สั่งเซโน่ให้ทำขึ้น ภายในชั้นนี้ก็มีโกเลมหินยี่สิบตัวเช่นเดียวกับชั้นที่สอง 

 

          ปีเตอร์เดินตรงไปยังแท่นหินขนาดใหญ่ใจกลางห้อง ก่อนที่นำผลึกวิญญาณเวทย์สิบก้อนที่มีขนาดใหญ่อย่างมาก ออกมาวางไว้ในแท่นหินนั้น ผลึกวิญญาณเวทย์เป็นแหล่งกักเก็บพลังเวทย์ขนาดใหญ่ที่ใช้ในการสร้างบาเรียหรือเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้กับพาหนะเวทย์   ความเข้มข้นของมันเกินกว่าที่จะสามารถดูดซับเพื่อใช้ในการบ่มเพาะได้  ดังนั้นผลึกเวทย์ที่เป็นรองของมันจึงเหมาะสมในการใช้บ่มเพาะมากกว่า

 

          เมื่อปีเตอร์บรรจุผลึกวิญญาณเวทย์ลงไปยังแท่นหินแล้ว เข้าก็ถ่ายเทพลังเวทย์เพื่อกระตุ้นให้ผลึกวิญญาณเวทย์ส่งพลังเข้าไปยังวงเวทย์บนพื้น วงเวทย์เกิดการเรืองแสงขึ้น ด้านนอก เวทย์บาเรียขนาดใหญ่ถูกกางครอบคลุมไปทั่วพื้นที่แห่งนี้ ความทรงพลังของมันสามารถต้านทานพลังระดับราชันเวทย์ได้อย่างไม่มีปัญหา

 

                   วงเวทย์บนพื้นนี้คือวงเวทย์บาเรีย แบบเดียวกับที่อาณาจักรอสูรพฤกษาใช้เพื่อป้องกันปราสาทและข้าได้แก้ไขมันนิดหน่อย มันสามารถทนรับการโจมตีของระดับราชันเวทย์ได้อย่างไม่มีปัญหาปีเตอร์กล่าวอธิบายเรื่องนี้ให้กับมิเกลและดีออนฟัง ใบหน้าของทั้งสองคนแสดงความแปลกประหลาดใจออกมา พวกเชาทราบว่านายน้อยของพวกเขาไม่ใช่บุคคลธรรมดา แต่ไม่นึกว่าจะมีความสามารถขนาดนี้ จริงๆแล้ว เรื่องนี้ปีเตอร์ได้บอกกล่าวกับเซโน่ กันนาร์และแกสทอนเรียบร้อยแล้ว

 

          ปีเตอร์ มิเกล และดีออนเดินกลับลงมายังชั้นล่าง ก็พบกับกันนาร์และแกสทอนที่กำลังจัดข้าวของกันอยู่ เมื่อพวกเขาเห็นปีเตอร์ก็ทำความเคารพก่อนที่จะเดินตรงมาหา หลังจากกล่าวพูดคุยกันเล็กน้อย

 

                   พวกเจ้าอยากรู้หรือไม่ว่า เหตุใดข้าจึงสั่งรูปปั้นโกเลมพวกนี้มามากมายขนาดนี้ปีเตอร์กล่าวขึ้นพร้อมทั้งอมยิ้มเล็กน้อย โกเลมพวกนี้ใช้วัสดุธาตุที่แกร่งแข็งในการสร้าง รวมถึงผลึกแก่นแท้อสูรธาตุไฟจำนวนมาก เขาหมดงบประมาณไปมากในการสร้างพวกมัน ยิ่งเป็นสองตัวด้านนอกยิ่งแล้วใหญ่ ปีเตอร์หยิบแหวนสีแดงขึ้นมาสองวง ก่อนจะส่งให้กับกันนาร์และแกสทอน

 

                   พวกพี่สองคนลองส่งพลังเวทย์ธาตุไฟเข้าไปในแหวนสิปีเตอร์กล่าวบอกทั้งสองคน ทั้งสองหยักหน้าแล้วส่งพลังเวทย์เข้าไปในแหวนทันที ทันใดนั้นเอง

 

                   ครืนนนนน ครืนนนนน ครืนนนน

 

          รูปปั้นโกเลมทุกตัวในอาคารแห่งนี้และสองตัวด้านนอก เกิดการเปลี่ยนแปลง เปลวทองลุกโชนขึ้นห้อมล้อมไปทั่วทั้งรูปปั้น ลายเส้นลวดลายแดงฉานคล้ายกับลาวาไหลเวียนไปทั่วทั้งตัว ดวงตาสีแดงปรากฏเปลวไฟลุกไหม้อยู่ภายใน พวกมันขยับตัวเล็กน้อย ท่ามกลาวความตกใจของทุกคน เขาไม่นึกเลยว่าจะได้มาเห็นเวทย์มนต์โบราณในหนังสือเรียน ที่มีการบันทึกเอาไว้ว่ามีไม่กี่คนที่สามารถสร้างโกเลมขึ้นมาได้ ไม่คากคิดเลยว่า โกเลมไฟ ที่ปรากฏขึ้นจะเป็นผลงานของนายน้อยพวกเขา

 

                   พวกมันถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องร้านแห่งนี้จะศัตรู และใช้มันเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย หรือปัญหาที่เกินกว่าพี่ทั้งสองคนจะรับมือได้ การเปิดใช้งานคือกระตุ้นด้วยพลังเวทย์ธาตุไฟ และสั่งการด้วยพลังจิตวิญญาณของพวกพี่ทั้งสองคน พี่ทั้งสองเป็นผู้เปิดใช้งานพวกมันคนแรก พวกมันจะฟังคำสั่งของพวกพี่สองคนเท่านั้นปีเตอร์กล่าวอธิบายถึงการใช้งานโกเลมไฟ จริงๆแล้วนี่เป็นครั้งแรกที่เขาลองสร้างโกเลมขึ้นมา สมัยที่เป็นเทพอสูรโกเลมเหล่านี้เป็นเพียงของเด็กเล่นของเหล่าเด็กๆในเผ่าที่ใช้ประลองเล่นกันเท่านั้น ไม่คาดคิดเลยว่าจะมีโอกาสได้ใช้มันเข้าสักวัน 

 

                   ขอบคุณนายน้อยที่เมตตากันนาร์และแกสทอนคุกเข่าขอบคุณปีเตอร์ที่กรุณามอบของล้ำค่าถึงเพียงนี้ให้กับพวกเขา แม้ว่ามันจะมีไว้ใช้เพื่อปกป้องร้านแห่งนี้ แต่ภายในร้านแห่งนี้ ก็มีครอบครัวของพวกเขาอยู่เช่นกัน มันก็เทียบได้กับว่าพวกมันทั้งสองสามารถที่จะปกป้องคนในครอบครัวของตนเองได้

 

          กันนาร์และแกสทอน เชิญปีเตอร์ไปที่สวนหลังอาคารแห่งนี้ ซึ่งมีบ้านพักของครอบครัวกันนาร์และแกสทอน พวกเขากำลังจัดงานเลี้ยงฉลองที่ได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ ที่จากเดิมใช้ชีวิตอยู่ด้วยความลำบาก เมื่อย้ายมานี่แล้ว ปีเตอร์ก็ได้ให้เซโน่อำนวยความสะดวกให้กับพวกเขาอย่างดี และให้ได้ช่วยงานเล็กๆน้อยๆภายในร้าน

 

                   นายน้อยพอจะทานอาหารพวกนี้ได้หรือไม่ พวกมันเป็นอาหารพื้นบ้านธรรมดาอาจจะไม่คู่ควรกับนายน้อยแกสทอนกล่าวถามด้วยน้ำเสียงเศร้าเล็กน้อย ตอนแรกที่เขาชวนปีเตอร์เขาลืมคาดคิดไปเลยว่า ปีเตอร์เป็นถึงองค์ชาย การจะมากินอาหารธรรมดาที่ชาวบ้านทำคงเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างแน่นอน

 

                   พี่แกสทอนอย่าได้คิดมากไปเลย อาหารนั้นไม่ได้ถึงอยู่กับว่า จะธรรมดาหรือหรูหรา แต่ขึ้นอยู่กับความสุขที่ใส่ลงไปในอาหารมากกว่าปีเตอร์กล่าวพร้อมทั้งยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาร่วมโต๊ะทานอาหารกับทุกคนคนอย่างสนุกสนาน เซโน่ แอลฟ่า อาร์มันโดว์ มิเกล ดีออน กันนาร์ แกสทอน และครอบครัวของพวกเขา ร่วมดื่มกินกันอย่างมีความสุข จนเวลาได้ล่วงเลยมาจนถึงกลางดึก

 

          ปีเตอร์ได้มอบแหวนมิติที่บรรจุ ยารักษาบาดแผลระดับต่ำ บริสุทธิ์สิบส่วน หนึ่งร้อยขวด และสมุนไพรจำนวนมากที่ใช้ในการปรุงยา ด้วยระดับความสามารถของกันนาร์ และ แกสทอน การจะสร้างยาระดับกลาง หรือระดับสูงที่บริสุทธิ์เก้าส่วนนั้น ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หากมีเวลา ปีเตอร์จะสร้างยาระดับสูงขึ้นมาเพื่อขายที่ร้านประกายดาราอีกแรงหนึ่ง  บัดนี้รากฐานแรกของเขาเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว......

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.624K ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #1416 ebony967 (@ebony967) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 11:50
    ตอนนี้แปลกรู้ว่าถูกใช้เป็นหมากก็ยังให้ใช่นาม
    #1416
    0
  2. #1028 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:40

    ขอบคุณมาก
    #1028
    0
  3. #362 KrKuKong (@KrKuKong) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 10:55
    เอาซักอย่างสิคับ พวกเจ้า,พวกพี่
    #362
    0
  4. #229 Peerada1648 (@Peerada1648) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 10:33
    โกเลมนี่ใช้ประลองเล่นกันได้ด้วย555
    #229
    0
  5. #221 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 04:00
    ระดับป้องกันไม่ธรรมดาอะบอกเลย
    #221
    0
  6. #58 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 20:48
    ใครคิดจะบุกร้าน คงต้องคิดให้ดีๆนะ 55
    #58
    1