มหาจอมเวทเทพอสูร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 378,618 Views

  • 1,563 Comments

  • 8,450 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    15,097

    Overall
    378,618

ตอนที่ 21 : เปิดเรียนวันแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17641
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1566 ครั้ง
    29 ก.ย. 61

บทที่19 เปิดเรียนวันแรก

 

          หลังจากผ่านช่วงเวลาที่ลำบากมากว่าห้าวัน ทั้งสิบสามต่างค่อยๆลืมตาขึ้นมา กลิ่นอายของพลังจิตวิญญาณอันเข้มข้นแผ่ซ่านออกมาจากพวกเขา พวกเขารับรู้ถึงความทรงพลังของพลังจิตวิญญาณเป็นอย่างดี ด้วยระดับความเข้าใจธาตุไฟถึงระดับแปด รวมถึงพลังจิตวิญญาณระดับกลาง การที่พวกเขาจะปรุงยาที่มีความบริสุทธิ์ระดับเก้าได้นั้น นับว่าง่ายดาย ความสามารถทางการปรุงยาอยู่ในขั้นสาม หากฝึกฝนการปรุงยามากขึ้น การจะเป็นนักปรุงยาระดับสี่หรือห้านั้นไม่ไกลเกินเอื้อม แต่เมื่อพวกเขาเริ่มตั้งสติมองดูรอบๆ ปีเตอร์ได้ฟุบลงอยู่ที่พื้น

 

                   นายน้อย นายน้อยขอรับแอลฟ่ารีบเข้าไปดูปีเตอร์ ดูเหมือนว่าในตอนนี้ร่างกายของปีเตอร์จะอ่อนลงอย่างมาก เขาฝืนใช้พลังจิตวิญญาณถึงห้าวันติดต่อกัน แม้จะมีเวทย์เสริมพลังจิตแต่ในขณะนี้ถึงขีดจำกัดของเขาแล้ว เซโน่เดินเข้ามาเพื่อดูอาการของปีเตอร์

 

                   นายน้อยไม่เป็นอะไร เพียงแต่เหนื่อยมากเกินไปเท่านั้น พักฟื้นสักสองวันก็น่าจะหายเป็นปกติแล้วแอลฟ่าอุ้มปีเตอร์ขึ้นมาจากพื้น ร่างเล็กๆของเด็กน้อยในเวลานี้ยามหลับใหลดูน่ารัก และน่าเอ็นดูอย่างมาก แตกต่างจากบุคคลที่มีความเย็นชาและน่าหวั่นเกรงในการทดสอบเข้าอย่างยิ่ง

 

                   ด้วยอายุเพียงเท่านี้ เหตุใดนายน้อยต้องแบกรับปณิธานอันยิ่งใหญ่มากมายเช่นนี้เอาไว้ด้วยแอลฟ่าจ้องมองปีเตอร์ด้วยสายตาที่อ่อนโยนและห่วงใย แม้ว่าพวกเขาทั้งสิบสามจะรู้จักกับปีเตอร์ได้เพียงไม่กี่วัน แต่ปีเตอร์ก็ได้เปลี่ยนแปลงพวกเขาจนพัฒนาตัวเองได้อย่างก้าวกระโดด ร่างของเด็กน้อยขยับเล็กน้อยพร้อมทั้งซุกตัวลงกับหน้าอกของแอลฟ่า  เมื่อมาถึงห้องพักของปีเตอร์ แอลฟ่าวางร่างเล็กๆของเด็กน้อยลงบนเตียง เขาหันมองเล็กน้อยก่อนจะออกจากห้องไป

 

                   พวกเขาทั้งสิบสามคนแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง พวกเขาอีกเก้าคนอีกเพียงห้าวันก็จะจบการศึกษาจากที่แห่งนี้ พวกเขาจึงไปเตรียมความพร้อมและติดต่อครอบครัวของตนเพื่อที่จะย้ายไปยังอาณาจักรอสูรพฤกษา และอีกคนสองคนก็ไปช่วยดูแลงานก่อสร้างอาคารหลังนั้นที่ปีเตอร์ได้ซื้อเอาไว้ วันเวลาผ่านล่วงเลยไปแล้วหนึ่งวัน

 

          เสียงนกน้อยขับขานต้อนรับแสงอาทิตย์ยามเช้า บรรยากาศธรรมชาติอันสดชื่นแผ่กระจายไปทั่วทั้งอาคารปรุงยา สายลมเย็นสบายพัดมาจากหน้าต่างกระทบกับร่างเล็กๆ ปีเตอร์ลืมตาขึ้นมา ก่อนจะพบว่าตนเองอยู่บนเตียงในของพักของเขา เขาไม่คาดคิดเลยว่า เขาจะถึงกับสลบไปในการฝืนใช้พลังจิตวิญญาณ

 

                   ดูท่าแล้ว ร่างกายจะรับภาระทางจิตวิญญาณมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว

 

                   คงจะถึงเวลาที่ต้องฝึกฝน กายาแห่งเทพอสูรเสียที ตั้งแต่บรรลุขอบเขตผู้ใช้เวทย์ก็ยังไม่มีโอกาสได้ฝึกฝนมันอย่างจริงจังเลยปีเตอร์พูดกับตนเองเบาๆ กายฝึกฝนร่างกายตามตำราบ่มเพาะร่างกายของเผ่าเทพอสูร อย่างวิชา กายาแห่งเทพอสูร อย่างน้อยที่สุดต้องอยู่ในขอบเขตผู้ใช้เวทย์ก่อน

 

          วิชากายาแห่งเทพอสูร มีทั้งหมดสิบขั้นด้วยกัน ความสามารถของมันก็คือ การดูดซับร่างกายของสัตว์อสูรให้แทรกซึมเข้ากับร่างกายกล้ามเนื้อของตนเอง โดยหากฝึกฝนสำเร็จ ร่างกายนี้จะแข็งแกร่งทนทานต่อศาสตราวุธ และเวทย์มนต์ดุจดั่งร่างกายของสัตว์อสูร รวมทั้งพละกำลังอันมหาศาลไม่ต่างอันใดกับสัตว์อสูร แม้มันจะมีความสามารถมากถึงเพียงนี้ แต่การจะฝึกฝนจนถึงขั้นที่สิบนั้นยากเย็นอย่างยิ่ง แม้แต่เขาสมัยที่เป็นราชาแห่งเทพอสูรเมื่อแสนปีก่อน ยังต้องใช้เวลาหลายหมื่นปีในการบรรลุมันถึงขั้นที่สิบ

 

          ถึงจะใช้เวลามากเพียงใดก็ตาม เขาก็จำเป็นต้องฝึกฝนมันเพื่อให้มีร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้น การจะอยู่ในจุดสูงสุดของดินแดนนี้ การฝึกฝนกายาแห่งเทพอสูรนับเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่เขาต้องผ่านให้ได้ ปีเตอร์เดินออกมาจากห้อง แล้วเดินไปยังห้องโถงปรุงยาด้านล่าง เขาบอกกล่าวกับเซโน่ว่าเขาจะเก็บตัวเพื่อฝึกฝนเป็นเวลาสี่วัน ห้ามผู้ใดรบกวนเขาเป็นอันขาด

 

          เมื่อบอกกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินกลับมาที่ห้องของตนเอง ก่อจะวาดวงเวทย์ลงบนพื้นด้วยน้ำหมึกเพลิงสีชาด วงเวทย์ขนาดใหญ่ซ้อนกันหลายสอบชั้น ปีเตอร์เดินไปนั่งบริเวณกลางวงเวทย์ก่อนที่จะนำร่างของสัตว์อสูรกว่าหนึ่งร้อยตนที่เขาได้จากป่าทุ่งมรกตออกมาวางบนวงเวทย์ ซากของสัตว์อสูรมากมายกองสูงท่วมหัวของปีเตอร์จนแทบจะเต็มห้อง

 

          เขาถ่ายเทพลังเวทย์ลงบทวงเวทย์ วงเวทย์เหล่านั้นล่องลอยครอบคลุมไปทั่วทั้งห้อง เปลวเพลิงที่สร้างจากพลังเวทย์ถูกจุดขึ้นรอบกายของเขา หลอมละลายร่างของสัตว์อสูรที่ละน้อย ของเหลวสีแดงละลายออกมาจากการหลอม ค่อยๆไหลลงพื้นและไหลต่อมาที่ร่างกายของปีเตอร์ ก่อนที่จะกลายเป็นละอองสีแดงเล็กๆ ซึมเข้าไปในร่างกายของปีเตอร์ ซากอสูรหนึ่งตัวให้ละอองสีแดงเพียงน้อยนิดเท่านั้น

 

          เม็ดเหงื่อเริ่มผุดขึ้นมาทั่วร่างกายของปีเตอร์ การจะคงวงเวทย์เอาไว้ นอกจากสูญเสียพลังเวทย์แล้ว ยังใช้พลังสมาธิอย่างมาก ในระหว่างที่ละอองสีแดงซึมซาบเข้ามาในกล้ามเนื้อของร่างกายก็สร้างความเจ็บปวดขึ้นด้วย กล้ามเนื้อเกิดการเปลี่ยนแปลง ขยายออกเล็กน้อยและแข็งแกร่งขึ้น ขอแค่เพียงบรรลุในระดับหนึ่งได้ ร่างกายก็จะแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าแล้ว

 

…………………………………………

 

                    เรื่องที่ข้าให้ไปสืบดูไปถึงแล้วชายชรากล่าวถามเด็กหนุ่มคนหนึ่ง

 

                   ผมไปสืบมาแล้วครับ เด็กคนนั้นพักอยู่ที่อาคารปรุงยาของโรงเรียน และดูเหมือนว่าจะไปไหนมาไหนกับอาจารย์เซโน่อยู่บ่อยๆเด็กหนุ่มกล่าวตอบชายชรา

 

                   นั่นไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด ปีเตอร์เป็นองค์ชายลำดับที่สามของอาณาจักรอสูรพฤกษา เซโน่เองก็เป็นลูกศิษย์ของอาร์ลัมแห่งอาณาจักรอสูรพฤกษา อาร์ลัมคงฝากให้เซโน่เป็นคนดูแลเขา

 

                   ขอบใจเจ้ามาก เจ้าไปได้แล้วชายชรากล่าวพร้อมกับก้มหน้าครุ่นคิดบางสิ่งบางอย่าง เขาต้องการที่จะรับปีเตอร์เป็นลูกศิษย์และถึงแม้จะเป็นแค่ลูกศิษย์แต่ในนานก็ไม่เป็นไร หากเขารับเด็กที่มีพรสวรรค์มากถึงขนาดนี้เอาไว้ อำนาจของโรงเรียนเวทย์ศักดิ์สิทธิ์จะต้องมากกว่า อีกสองขั้วอำนาจในอาณาจักรแห่งนี้ได้อย่างแน่นอน  หน้าตาและชื่อเสียงของโรงเรียนก็จะเพิ่มขึ้น และถ้าภายภาคหน้าปีเตอร์กลายเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ การที่เขาจะอ้างชื่อว่าเป็นอาจารย์ของปีเตอร์นั้น ย่อมต้องทำให้เขามีอำนาจมากขึ้น

 

                   ทำไมท่านอาจารย์ใหญ่ถึงสนใจเจ้าเด็กนั่นถึงเพียงนั้น ก็แค่มันบรรลุขอบเขตผู้ใช้เวทย์ ใช้ได้ทุกธาตุแล้วอย่างไร ใช่ว่ามันจะเชี่ยวชาญทุกธาตุเมื่อไหร่กัน อาจจะใช้ได้อย่างเป็ดก็ได้ใครจะไปรู้ ทรัพยากรการบ่มเพาะของอาณาจักรอสูรพฤกษาคงจะมีมากมายจนทำให้เด็กเจ็ดขวบบรรลุถึงขั้นนี้ มันก็แค่อาศัยบารมีของพ่อแม่มันเท่านั้นแหละชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องของอาจารย์ใหญ่แล้วเอ่ยอย่างแผ่วเบา

 

.................................................................

 

          เวลาล่วงเลยไปห้าวันแล้ว ในห้องของเด็กน้อย แสงแดดยาวเช้าสาดส่อง เสียงวิหคร้องขับขาน ร่างของเด็กน้อยนั่งอยู่กลางห้อง แผ่กลิ่นอายคล้ายสัตว์อสูรออกมาจางๆ บรรยากาศภายในห้องยังมีกลิ่นคาวเลือดอยู่เล็กน้อย ซากของสัตว์อสูรนับร้อยและวงเวทย์บนพื้นได้หายไป เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

                   บรรลุกายาแห่งเทพอสูร ขั้นที่หนึ่งได้เสียที ใช้ซากสัตว์อสูรไปกว่าร้อยตัว แต่ก็เกือบจะฝึกฝนไม่สำเร็จ เห้อ  ปีเตอร์กว่าอย่างเหน็ดเหนื่อย เขาดูดซับซากของสัตว์อสูรไปนับร้อยตัว แต่ก็มีช่วงจังหวะนึงที่เกือบจะทำให้เขาล้มเหลวในการฝึกฝน เพราะมันซากอสูรระดับหนึ่งที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการเลื่อนระดับ จนต้องใช้ซากอสูรระดับสองเข้าช่วยหลายสิบตัว

 

                   ก๊อกกกก  ก๊อกกกก  ก๊อกกกก

 

                   นายน้อย  แต่งตัวเสร็จหรือยัง วันนี้เปิดเรียนวันแรกนะขอรับเสียงของแอลฟ่าดังขึ้นจาก ทำให้ปีเตอร์นึกขึ้นมาได้ทันทีว่าวันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรก เขาเกือบจะลืมมันแล้วด้วยซ้ำ ปีเตอร์เดินไปเปิดประตูให้แอลฟ่า เขามองเห็นร่างของเด็กที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะสัมผัสถึงกลิ่นอายของสัตว์อสูรที่อ่อนจางออกมาจากร่างของปีเตอร์ สร้างความประหลาดใจให้กับเขาได้ไม่น้อย เขาหยิบเครื่องแบบนักเรียนแล้วแต่งตัวให้กับปีเตอร์ จากนั้นเดินลงมาที่ห้องโถงเบื้องล่าง

 

          ทั้งสิบสองคนยืนคอยพวกเขาทั้งสองคนอยู่ ทุกคนสัมผัสกลิ่นอายของสัตว์อสูรได้จางๆจากปีเตอร์ และก็เบาบางมากจนแทบจะหายไปแล้ว

 

                   สวัสดีตอนเช้าขอรับนายน้อยทั้งสิบสองคนกล่าวทักทายอย่างพร้อมเพียงกัน ปีเตอร์พยักหน้าพร้อมกับยิ้มให้ทั้งสิบสองคน เขาสังเกตเห็นกระเป๋าสัมภาระของทั้งเก้าคน วันนี้คงเป็นวันที่พวกเขาต้องออกเดินทางกันแล้ว

 

                   พวกพี่ทั้งเจ็ดคนต้องออกเดินทางไปอาณาจักรอสูรพฤกษาวันนี้สินะ ข้าให้พี่เซโน่ติดต่อท่านอาร์ลัมเรียบร้อยแล้ว และนี่หนังสือผ่านทางที่มีตราประทับของราชวงศ์ เก็บมันไว้ให้ละปีเตอร์เดินไปหาพวกเขาทั้งเจ็ดคน ก่อนจะยื่นหนังสือผ่านทางที่ประทับตราของราชวงศ์ที่เขาได้ทำเตรียมไว้ส่งให้ หากไม่มีหนังสือผ่านทางแล้ว การจะเข้าอาณาจักรอสูรพฤกษาคงยากเย็นดุจปีนป่ายสวรรค์

 

                   ส่วนพี่กันนาร์และแกสทอน ก็ย้ายไปดูแลร้านประกายดาราได้เลย หากข้าเลิกเรียนแล้ว ข้าจะแวะเข้าไปปีเตอร์กล่าวบอกทั้งสองคน ก่อนที่จะเดินออกมาพร้อมกับ ทั้งสี่คนที่เหลือหลังจากเดินออกมาจากอาคารปรุงยาได้ไม่นาน เขาก็หยุดเดินพร้อมกับเอ่ยสิ่งหนึ่งขึ้นมา

 

                   พี่แอลฟ่า กับ พี่อาร์มันโดว์ ระหว่างอยู่นอกอาคารปรุงยา ให้พวกท่านวางท่าทีเย็นชากับข้า อย่าได้ทำตัวสนิทสนม ให้ทำคล้ายกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อนปีเตอร์กล่าวเรียบๆ ก่อนที่ทั้งสองที่สีหน้าสงสัยกำลังจะเอ่ยถาม เขาก็พูดขึ้นมาก่อนว่า

 

                   พวกพี่ทั้งสองเป็น นักเรียนเกียรติยศ การที่จะให้ใครต่อใครมาเห็นว่าพวกพี่สนิทสนมกับข้า มันจะไม่เป็นผลดีต่อข้าและตัวพวกท่านเอง ทำตามที่ข้ากล่าวอย่างได้เอ่ยสิ่งใดอีกเลย

 

          เมื่อปีเตอร์กล่าวจบ เขาก็แยกตัวจากทั้งสองคนแล้วเดินไป พร้อมกับดีออนและมิเกล หลังจากเดินผ่านทางตัวอาคารหลังหนึ่งมาแล้ว ดีออนนักเรียนชั้นปีที่สามก็ขอตัวแยกออกไป จึงเป็นมิเกล หญิงสาวนักเรียนชั้นปีที่สอง เดินมาส่งปีเตอร์ที่ห้องเรียนแล้วจึงแยกตัวออกไป ห้องเรียนขนาดกลางมีป้ายเขียนหน้าห้องว่า ห้องระดับเอสปีเตอร์เดินเข้ามาภายในห้อง พร้อมทั้งรับกับสายตาของผู้คนจำนวนมากที่จ้องมองมาทางเขาอย่างหลากหลายอารมณ์ บ้างก็สงสัย บ้างก็โกรธเคือง บ้างก็เอ็นดู

 

          ภายในห้องมีจำนวนเก้าอี้ทั้งหมดห้าสิบตัว นักเรียนภายในห้องนี้ส่วนใหญ่จะบรรลุขอบเขตสัมผัสเวทย์ขั้นที่แปดขึ้นไปทั้งสิ้น และอยู่ในระดับขั้นเอส  มีจำนวนน้อยมากที่อยู่ในระดับขั้นดับเบิลเอส และมีเพียงปีเตอร์คนเดียวที่อยู่ในระดับขั้นทริปเปิลเอส เขาเลือกที่จะเดินไปนั่งเก้าอี้มุมหนึ่งด้านหลังห้อง จนมาถึงตอนนี้สายตาของพวกมันก็ยังคงไม่เลิกจับจ้องมาที่เขา

 

                   สวัสดีทุกคน ข้าอาจารย์เอลตัน สอนในรายวิชาประวัติศาสตร์เวทย์มนต์ พวกเจ้าทุกคนได้มาอยู่ห้องระดับเอสนับว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์อย่างยิ่ง ขอจงศึกษาตั้งใจให้ดี เพื่ออนาคตของพวกเจ้าเองชายชรา ร่างเล็กแต่งกายด้วยชุดสีเขียวอ่อน กล่าวขึ้นก่อนจะทอดสายตามองทุกคน จนไปหยุดอยู่ที่ปีเตอร์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไปทางอื่น

 

                   เอาละ เริ่มเรียนกันดีกว่า อย่างที่ทุกคนทราบประวัติกันดีกว่า อาณาจักรแห่งแสงของเรานั้นบูชาเหล่าเทพเจ้า และเมื่อประมาณหนึ่งแสนปีก่อน มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ของเราได้ต่อสู้กับเทพอสูรผู้ชั่วร้าย  ศึกการต่อสู้นั้นดำเนินไปอย่างยาวนาน และเป็นฝั่งเทพอสูรใช้กลอุบายอันชั่วร้าย จัดการกับมหาเทพของเรา แต่ตัวมันก็ตกตายไปด้วยเช่นกัน......ชายชรากล่าวเล่าประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อหนึ่งแสนปีก่อน ตามที่ตำราของพวกมันได้จารึกไว้ 

 

                    เจ้าพวกชั้นต่ำ แกบังอาจมากล่าวหาว่าข้าใช้กลอุบายชั่วช้างั้นหรือ เป็นเพราะเจ้าสารเลวนั่นแข็งแกร่งน้อยกว่าข้าเองต่างหาก  ช่างมันเถอะยังไงพวกมันก็ต้องเขียนประวัติศาสตร์ของตนเองให้มันดูดีอยู่แล้วปีเตอร์เอ่ยขึ้นเบาๆ  เวลาผ่านไปจนถึงช่วงเวลาเที่ยง ก็หมดคาบเรียนนี้เสียที หลายต่อหลายคนหลับไปตั้งแต่ช่วงชั่วโมงแรกแล้ว

 

                   เอาละเนื้อหาประวัติศาสตร์เวทย์มนต์พักไว้เพียงเท่านี้ก่อน อย่าลืมไปอ่านทบทวนกันด้วยนะทุกคน  และปีเตอร์ หลังจากเจ้าทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว ไปพบอาจารย์ใหญ่ที่ห้องพักด้วยชายชรากล่าวกับทุกคนและปีเตอร์เสร็จก็เดินจากไป ท่ามกลางสายตาจับจ้องของทุกคน ที่สงสัยเหลือเกินว่าอาจารย์ใหญ่เรียกตัวปีเตอร์เข้าไปพบเพราะเหตุใด

 

                   สงสัยจะโดนไล่ออกสะละมั้งน้ำเสียงหนึ่งดังขึ้น คำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมาจากปากของอัลเฟรดองค์ชายแห่งอาณาจักรทรายปฐพี

 

                   เหอะทำปากดีไปเถอะ พวกเก่งแต่เห่า!!!” สาวน้อยจัสมินกล่าวขึ้น พร้อมทั้งสีหน้าเย็นชา ก่อนที่นางจะเดินจากไป  สีหน้าของอัลเฟรดบิดเบี้ยวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

          ปีเตอร์เดินมาถึงโรงอาหารที่อยู่ใกล้กับตึกเรียนของเขา ก่อนที่จะพบกับเหตุการณ์อย่างหนึ่งที่สร้างความประหลาดใจแก่เขาเล็กน้อย ผู้คนจากที่เคยเดินกันอย่างครึกครื้นแหวกตัวออกมาด้านข้าง เว้นช่องทางเดินยาวไปจนถึงโรงอาหาร กลุ่มคนสิบคนเดินมาแต่ไกล เขาสังเกตเห็นว่า แอลฟ่าและอาร์มันโดว์เองก็อยู่ในกลุ่มนั้นเช่นกัน เขามั่นใจว่าคนทั้งสิบต้องเป็นกลุ่มนักเรียนเกียรติยศอย่างแน่นอน

 

          ปีเตอร์ก็ยืนอยู่ด้านข้างร่วมกันคนอื่นๆเช่นกัน เขาเองก็อยากที่เห็นใบหน้าของกลุ่มนักเรียนเกียรติว่ามีหน้าตาเป็นอย่างไร คนทั้งสิบเดินเข้ามาใกล้จุดที่ปีเตอร์ยืนอยู่ สายตาของแอลฟ่าและอาร์มันโดว์มองมาทางปีเตอร์ เหมือนว่ากำลังจะเอ่ยสิ่งใดขึ้น แต่ก็ถูกขวางด้วยสายตาอันเย็นชาของปีเตอร์ ชายหนุ่มผมแดงที่ยืนอยู่หน้าแถว คล้ายจะเป็นผู้นำของกลุ่มนักเรียนเกียรติยศ มองมายังปีเตอร์ด้วยสายตาเหยียดหยามและดูถูก ก่อนจะเดินผ่านไป

 

                   ดูเหมือนชายผมแดงนั่นจะเป็นอันดับที่หนึ่ง ระดับการบ่มเพาะอัศวินเวทย์ขั้นหก นับว่าไม่ธรรมดาจริงๆปีเตอร์เอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา

 

                   นายน้อย ท่านอยู่นี่เอง พวกเราไปทานข้าวกันเถอะน้ำเสียงสดใสของสาวน้อยมิเกลดังขึ้นจากด้านหลังของปีเตอร์  เขาหันไปมองมิเกลแล้วยิ้มให้เล็กน้อย ทั้งสองไปนั่งทานข้าวกันภายในโรงอาหาร ท่ามกลางสายจาจับจ้องของคนกลุ่มหนึ่ง ที่ส่งจิตสังหารตรงมายังเขาอย่างไม่ปิดบัง

 

                   มันเป็นใครกัน ถึงกล้ามานั่งกินข้าวกับน้องมิเกลของข้าชายร่างใหญ่โตกำยำ กล่าวด้วยความเดือดดาล

 

                   จัดการมันเลยไหมลูกพี่ชายร่างเล็ก กล่าวถามลูกพี่ของมัน มันคันไม้คันมืออย่างยิ่ง การสั่งสอนเด็กใหม่ เป็นงานที่มันชอบมากที่สุด

 

                   ดูท่าทีไปก่อนแล้วกันชายร่างใหญ่กล่าวขึ้น ก่อนจะเดินจากไปพร้อมทั้งลูกน้องของมันอีกสี่คน

 

          ปีเตอร์หลังจากที่ทานข้าวเสร็จแล้วก็ถามเส้นทางไปยังห้องพักของอาจารย์ใหญ่กับมิเกล นางบอกเส้นทางอย่างละเอียด เขาเดินมาได้ประมาณสิบนาที ผ่านเข้ามายังสวนดอกไม้ที่มีน้ำพุขนาดใหญ่อยู่ใจกลาง  ทันใดนั้นเอง กระแสพลังเวทย์ก็พุ่งออกมาจากน้ำพุ....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.566K ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #769 Try69 (@Try69) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 19:45

    ทำไมรู้สึกผิดบาปขึ้นมา นั่นแค่เด็กนะ
    #769
    0
  2. #580 num no (@Galliano) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 17:35
    น้งเป็นแค่เด็ก7ขวบนะ -บ้าเอ้ย
    #580
    1
    • #580-1 NewGodZero (@NewGodZero) (จากตอนที่ 21)
      6 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:55
      7+100000ใช่ไหมครับ555
      #580-1
  3. วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 05:37

    อะไรอีกล่ะ!!!
    #302
    0
  4. #228 Peerada1648 (@Peerada1648) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 10:21
    น้ำพุ??????
    #228
    0
  5. #220 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 03:50
    ลอบโจมตี??
    #220
    0
  6. #187 Wanexo-l (@Wanexo-l) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 23:45
    สนุกมากกกชอบๆ
    #187
    0
  7. #157 kun010 (@kun010) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 22:05
    ทำไมมีเม้นเเค่นี้!!!!
    #157
    1
  8. #57 beawza2018 (@beawza2018) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 18:54

    อัพหน่อยนะๆๆ
    #57
    0