BildZ Online เกมรัก(ษ์)พิทักษ์มนตรา

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 34 Views

  • 0 Comments

  • 5 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    2

    Overall
    34

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 : แสงสว่างและผ้าขนหนู + รูปภาพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 ม.ค. 62

BILDZ : ตอนที่1 : แสงสว่างและผ้าขนหนู


   "นี่เธอดูคนนั้นสิ"


   "อุ๊ยต๊าย เดินเข้ามาได้ยังไงเนี้ย"


   เสียงซุบซิบดังขึ้นทุกครั้งที่เห็นเด็กสาวร่างท้วมเดินผ่านหน้าไป สายตาเหยียดหยามจากพวกที่ตนคิดว่าตัวเองสูงศักดิ์ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกระแคะระคายเลยแม้แต่น้อย


   "ซันนี่ของพ่อ! มาแล้วหรอลูกก" ชายหนุ่มอายุย่างเข้าเลขสี่เดินเข้ามาโผกอดลูกสาวสุดที่รัก


   "ไม่เอาน่าพ่อ อายเค้า" เด็กสาวเอนตัวออกห่างจากพ่อพร้อมกับทำหน้าแหยงๆ "ทีหลังพ่อก็อย่าลืมข้าวกล่องอีกสิ หนูขี้เกียจเข้ามาเดินที่นี่แล้วนะ มีแต่พวกที่คิดว่าตัวเองสูงส่งกันทั้งนั้น..."


   "โทษทีๆ วันนี้พ่อตื่นสายไปหน่อย ว่าแต่ลูกแต่งตัวอะไรมาเนี้ย..." คนเป็นพ่อกวาดสายตามองลูกสาวสุดสวยของตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อยืดหลวมโคล่งกับกางเกงเจเจสีเหลืองแสบตา รับกับรองเท้าแตะขอบฟ้ารุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ผมเพ้ากะเซอะกะเซิงอย่างกะคนที่ตื่นนอนแล้วเดินออกจากบ้านเลยโดยไม่ส่องกระจก ไม่น่าแปลกที่ผู้หญิงในชุดเดรสด้านหลังจะมองลูกของเค้าด้วยสีหน้าขยาด


   "ชุดอยู่บ้านสิ พ่อเห็นเป็นชุดทหารรึไง" สาวเจ้าเกาต้นคอแกร็กๆแบบไม่แยแสนัก


   "ไอลูกคนนี้นิ" มะเหงกลูกใหญ่ร่วงใส่หัวที่ฟูเป็นรังนกนั้นอย่างหมั๋นใส้ในความชิวของลูกตัวเอง "แต่งตัวก็ช่วยให้เกียรติสถานที่หน่อย หน้าตาก็สวยแต่ดูทำตัวเข้า"


   "ทำไมล่ะ บ้านอยู่แค่เนี้ย จำเป็นต้องแต่งตัวดีๆด้วยหรอ ไม่เอาอะขี้เกียจ ใครมันจะไปดูดีแบบพ่อล่ะ" หน้าตาคมคาย จมูกโด่งเป็นสัน ผิวสีขาวเนียนสวยราวกับผู้หญิง  ร่างกายสูงโปร่งมีกล้ามนิดๆ นี่จะฟิตเอาไว้มัดใจสาวรึยังไงกัน "แก่ปูนนี้แล้วยังจะทำผมสีควันบุหรี่อีกนะ ถ้าไม่บอกล่ะคิดว่าหงอกทั้งหัว" เธอแซว


   "บ้าหรอ พ่อบอกหลายรอบแล้วว่านี่มันสีธรรมชาติ ถ้าหนูได้เชื้อพ่อละก็คงจะได้ผมสีนี้แหละ แหม๋... คงจะสวยน่าดูนะ"


   "แหวะ! ไม่เอาอะ หัวหงอกทั้งหัวแบบนั้นน่าเกลียดจะตาย" เด็กสาวทำหน้าหงิกงอแบบขยาดจริงๆ


   "เดี๋ยวเถอะ!!..." ก่อนที่พ่อลูกคู่นี้จะทะเลาะกันใหญ่โต หญิงสาวในชุดสีแดงก็เดินเข้ามาคล้องแขนของชายหนุ่มเอาไว้ก่อนที่กำปั้นจะทิ้งลงบนหัวของลูกสาวอีกรอบ


   หน้าอกลูกใหญ่สองก้อนเข้ามาเบียดที่ต้นแขนทำเอาซันถึงกับต้องมองจิก "คุยกับใครอยู่หรอคะคุณโชติ... อุ๊ยตาย!น้องซันนี่ แหม๋ เอาข้าวกล่องมาให้คุณพ่อหรอคะ อันที่จริงไม่ต้องลำบากก็ได้นะเพราะว่าพวกเรากำลังจะไปกินข้าวด้วยกันอยู่..." ซันนี่มองหญิงสาวในชุดสีแดงด้วยหน้าตาเบื่อหน่าย


   "คุณโรเซ่ครับพอเถอะ เดี๋ยวมีคนเห็นคุณทำอะไรแบบนี้เข้าแล้วมันจะไม่ดี แล้วอีกอย่างผมไม่ได้บอกซักคำนะครับว่าจะไปกินข้าวกับคุณ"


   "อุ้บ! ฮ่าๆๆๆ หน้าแตกไปดิเจ๊" ซันนี่กุมท้องพลางหัวเราะจนลั่นห้าง คนเป็นพ่อส่งสายตาดุๆมาให้แต่สาวเจ้าก็ยังไม่ยอมหยุด เห็นหน้าเจ๊แกไหมล่ะ หน้าแตกดังเพล้งเลย ฮ่าๆๆ


   "นี่เธอ!!... เอ่อ... หนูซันนี่จ้ะ หัวเราะเสียงดังแบบนั้นมันจะไม่งามนะลูก พี่คิดว่า..."


   "บ่นไรป้า"


   "ปะ... ปะ.. ป้าหรอ!?!" โรเซ่รีบควักกระจกแป้งพับขึ้นมาดูเพื่อเช็ครอยย่นบนหน้าของตนอย่างกะโตกกะตาก


   "พ่อว่าลูกกลับไปก่อนดีกว่านะ เดี๋ยวทางนี้พ่อจัดการเอง แล้วก็..." คุณโชติยื่นหน้ามากระซิบที่ข้างหู "อย่าบอกเรื่องนี้กับแม่นะ พ่อไม่อยากให้แม่เครียด โอเคนะ?"


   ซันนี่กรอกตามองบนก่อนจะหยุดลงที่ดวงตาสีฟ้าสวยของพ่อ สายตาอ้อนแบบนี้อีกและ "อะ ก็ได้ ถือว่าคราวนี้หนูยอมพ่อครั้งนึง แต่พ่อต้องตัดการขั้นเด็ดขาดเลยนะ"


   "แน่นอน... ไปกันเถอะครับคุณโรเซ่" คุณโชติดึงแป้งพับของเจ้าลงหล่อนยัดลงกระเป๋าก่อนจะดันหลังเธอเข้าไปในธนาคาร


   เมื่อเห็นว่าภารกิจส่งข้าวกล่องของเธอเส็จสิ้นแล้วจึงหันหลังเดินออกไป เอ้อ... พ่อของเธอทำงานอยู่ที่ธนาคารXX ในห้างXLแห่งนี้ และคุณโรเซ่นั่นก็เป็นเลขาของบริษัท เธอชอบอ้างว่ามาดูแลงานอะไรนี่แต่ก็มักจะมาเกาะแกะพ่อของเธอเสมอ รู้ทั้งรู้ว่าพ่อของเธอมีลูกมีเมียแล้วยังจะมายุ่งอีก ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่


   "แม็คโดง้าว ยินดีต้อนรับค่าา" พนักงานร้านอาหารแห่งหนึ่งตะโกนเรียกลูกค้าอยู่ กลิ่นหอมหวนของไก่ป่าทอดลอยมาแตะจมูกทำให้ซันนี่ต้องหยุดกึก แวะซักหน่อยละกัน


   "สวัสดีค่ะคุณลูกค้ารับอะไรดีคะ ช่วงนี้เรามีโปรโมชั่นรับปีใหม่ไทย ซื้อไก่ป้าทอดส่วนสะโพก4ชิ้น รับไปเลยอีก2ชิ้นค่ะ คุณลูกค้าสนใจไหมคะ?"


   "เอ่อ... เอาน่องไก่ป่าทอดชิ้นนึงค่ะ" พนักงานนิ่งไปเพราะรอให้ลูกค้าสั่งอะไรเพิ่มอีกแต่เธอก็นิ่งไปเหมือนสั่งอยู่แค่นั้น


   "เอ่อ... ชิ้นเดียวหรอคะ"


   "ใช่ค่ะ ชิ้นเดียวพอ" เธอว่าพลางค้นหาเศษเหรียญในกระเป๋าคิตี้สุดหวานแหวว


   "คะ...ค่ะ งั้นคุณลูกค้าจะทานนี้หรือห่อกระบ้านคะ?"


   "ไม่เป็นไรค่ะส่งมาเลย"


   "เอ...เอ๋?"


   "เดี๋ยวเดินกินเลยค่ะ 19บาทใช่ไหมคะ?"


   "ใช่ค่ะ... ทั้งหมด19บาท"


   แกร็กๆๆ


   เศษเหรียญบาทมากมายถูกเทลงบนเคาท์เตอร์ ซันนี่ดันเหรียญบาทจำนวน19เหรียญไปด้านหน้าก่อนจะกวาดเศษเหรียญที่ไม่ใช้ลงกระเป๋าเช่นเดิม


   "ระ...รับมา19บาทนะพอดีนะคะ นี่คือไก่ป่าทอดของคุณลูกค้า" พนังงานหยิบทิชชู่มาห่อส่วนนึงของน่องแล้วส่งให้กับซันนี่ด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ อะไรเนี้ย ไม่มีความเป็นมืออาชีพเลย พูดก็ตะกุกตะกัก แย่ๆๆ


   "ขอบคุณค่ะ" เธอรับไก่ป่าทอดมาถือไว้ก่อนจะออกจากร้านไป


   "ให้ตายสิเธอ ลูกค้าคนนั้นมันอะไรกันน่ะ ฉันไม่เคยเจอมาก่อนเลย...ซุบซิบๆ"


   เฮ้อ เด็กใหม่น้อยประสบการณ์จริงๆสินะ...


   ซันนี่เดินตรงไปที่ทางออกด้านหลัง เนื่องจากบ้านของเธอนั้นอยู่ติดกับด้านหลังห้างดังซึ่งมีเพียงคลองเส้นเล็กๆตัดผ่านเท่านั้น นี่ขนาดบ้านของเธออยู่ใกล้แค่นี่ ยัยโรเซ่โรซ่านั่นยังอุตส่าห์ลงทุนขับรถมาส่งพ่อเธอถึงที่บ้านเลย ไม่รู้ยัยป้านี่คิดอะไรอยู่


 เอี๊ยด!!!!


   "เฮ้ย!! อยากตายรึไงวะ!!!" ทันทีที่เดินออกจากประตูห้างได้ไม่กี่วิ ลุงแก่ๆคนนึงขับรถมอไซต์สีน้ำเงินปาดหน้าเธอพร้อมกับหันมาด่า ยังไม่ทันที่เธอจะสวนกลับไป ลุงคนนั้นก็บิดหนีไปซะแล้ว


   "ลุงนั่นแหละขับรถภาษาอะไรวะ นี่มันทางเท้านะเว้ย!!!"


   โอ้โห เดี๋ยวนี้ลุงเค้าขับแว้นกันแล้วหรอวะ นั่นๆ เห็นมีเบิร์นยางด้วย แก่ปูนนี้แล้วยังไม่เลิกอีกนะลุง


   แง๊นๆ โคร้ม!!!


   เมื่อเห็นสาวๆกลุ่มนึงเดินคุยกันออกมาจากห้างXX คุณลุงแก่เลยโชว์พาวโดยการยกล้อโช้สาว เพราะเอาแต่เล่นหูเล่นตาจนสุดท้ายกะร่วงลงข้างทางไป


   "เฮ้ย มีคนรถล้มว่ะ มาช่วยกันหน่อย!!" คนใกล้เคียงที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ช่วยกันหามส่งโรงพยาบาลไป


   เฮ้อ... ลำบากคนอื่นเค้าไหมเนี้ยลุง


   ซันนี่เดินรัดเลาะไปตามข้างทาง ผ่านโรงจอดรถเถื่อนที่มีไว้ให้กับพวกที่ไม่มีตังจ่ายค่าจอดรถของห้างที่แพงถึงชั่วโมงละ30บาท (ขูดรีดขูดเนื้อสุดๆ) จึงต้องอาศัยมาจอดที่ลานกลางแจ้งนี่ที่จ่ายราคาแค่10บาทแต่จอดได้ทั้งวัน


   "พรุ่งนี้ก็เปิดเทอมแล้ว น่าเบื่อชะมัดเล้ย~ เอ๊ะ นั่นมัน..." ขณะที่กำลังเดินแทะน่องไก่ป่าอยู่นั่น สายตาของเธอก็ดันไปสะดุดกับรถเก๋งสีแดงแสบตาคันนึง ป้ายทะเบียน888ที่คุ้นตานั่นมันต้องใช่แน่ๆเลย ซันนี่ยิ้มกลิ่มก่อนจะเดินตรงเข้าไปที่รถคันงานนั้นทันที


   "อุ้ย มือลั่น!" มือพกในมือกลีดลงบนรถก่อนจะลากเป็นทางยาว (แบบนี้ไม่ดีนะหนูๆ) สาวเจ้าเดินสำรวจไปรอบๆรถก่อนจะหยุดจ้องที่ยางรถยนต์ "คริคริ เจาะแม่ม" ซันนี่ง้างมือพับในมือก่อนจะหยุดค้างกลางอากาศ


   เคยดูคริปในยูตู้ดเรื่องอุบัติเหตุยางระเบิด แล้วนี่ถ้าฉันเจาะยางแล้วมันจะระเบิดใส่หน้าฉันไหมเนี้ย รึว่าจะเจาะตรงขอบๆ หรือว่าแค่แงะตรงล้อแม็กดี...


   "ทำอะไรกับรถฉันนะ" เสียงนึงดังขึ้นบนหัวทำเอาซันนี่สะดุ้งโหยง


   ชายหนุ่มหน้าตาดีกำลังหลี่ตามองเธอด้วยสายตาจับผิด เสื้อผ้ายี่ห้อซุปเปอร์มีสุดหรูหรา ผมถูกจัดทรงอย่างดียังกะจะไปออกงานที่ไหนยังไงอย่างงั้น ดูทรงแล้วน่าจะอายุไม่ห่างจากเธอมากนักแต่ทำไมถึงได้แต่งตัวแก่แดดแบบนี้กันเนี้ย


   "นายบอกว่า...นี่รถนายหรอ..." ซันนี่ชี้ไปที่รถเจ้ากรรมด้วยนิ้วที่สั่นระริก


   "ใช่ นี่รถฉัน แล้วเธอมาทำอะไรที่รถฉันไม่ทราบ"


   "ฉันคิดว่าเป็นชุดของยัยป้าโรเซ่นั่นซะอีก"


   "โรเซ่ไหน ไม่เห็นรู้จัก" ซันนี่ช็อกค้าง รู้สึกถึงหายนะที่กำลังมาเยือนเธอในไม่ช้า "เดี๋ยวนะ นั่นมีดนิ และรอยนั่น... เฮ้ย!!!" ชายหนุ่มร้องลั่นเมื่อเห็นรอยกรีดยาวเป็นวาลากไปทั่วรถ


   "โทษที มือมันลั่นน่ะ..." เธอทำหน้าสำนึกผิดเล็กน้อยก่อนจะออกแรงวิ่งแต่คอเสื้อก็ถูกกระชากไว้


   "คิดว่ามันจะจบง่ายๆรึไง..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบเบาๆทำเอาเธอขนลุกซู่


   "ขอโทษนะ ฉันคิดว่านี่เป็นรถของคู่อริฉันน่ะสิ ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันไม่มีเงินหรอก" ซันนี่ทำหน้าตาอ้อนวอนแบบพ่อของเธอที่มักจะโอนอ่อนอยู่บ่อยๆ


   "ฝันไปเถอะ!! ชดใช้ค่าเสียหายมาเดี๋ยวนี้เลยนะยัยอ้วน!!" มือที่กุมอยู่ที่คอเสื้อยืดสะบัดแรงๆเหมือนจะเร่ง


   "ใครอ้วนกันฮะ!?!" สาวเจ้าดิ้นพล่าน พลางแกะมือเหนียวที่กุมอยู่ที่คอมเสื้อออกไป ให้ตายสิ นี่มือคนหรือตีนตุ๊กแกเนี้ย!!


   "りょうや、誰と話してるの?(เรียวยะ คุยกับใครอยู่หรอ)"


   "泥棒だ!警察を呼ぼう!!(ขโมยครับ เรียกตำรวจเถอะ)"


   "ใครเป็นขโมยกันฮะ ถ้าจะขโมยฉันไม่ลงทุนกรีดรถนายเล่นหรอกน่า บอกแล้วไงว่ามือลั่นน่ะมือลั่น!!" ก่อนที่จะมีคนมาเห็นเข้ารีบเก็บมีดพับนั่นลงไปดีกว่า


   "เธอฟังออกด้วย??" ชายหนุ่มพูดด้วยความแปลกใจ


   "เอ๊ะ หนูซันนี่" เสียงของสาวในวัยกลางคนโผล่งขึ้นอย่างตกใจ


   "อ๊ะ คุณมิคาซึกิ" เมื่อเห็นว่าเป็นผู้มีอุปการะคุณที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี มือเรียวก็รีบสางผมที่ยุ่งเป็นสังกะตังให้ดูเรียบร้อยขึ้น (ซักนิดก็ยังดีแหละน่า)


   "นี่แม่รู้จักยัยซกมกคนนี้ด้วยหรอ?"


   "รู้จักดีเลยด้วย แต่อย่าเรียกเค้าแบบนั้นสิ ซันนี่จ้ะ แล้วคุณธิราเป็นยังไงบ้างล่ะ"


   เมื่อเห็นมือที่จับคอเสื้อคลายแล้วเธอเลยดิ้นออก ก่อนที่ชายคนนั้นจะหันไปคว้าต้นแขนไว้ ซันนี่ก็ใช้วิชาลื่นไหลที่ฝึกกับพ่อมาตั้งแต่เด็กหลบเลี่ยงมาได้ ก่อนจะไหลไปยืนเคียงข้างคุณมิคาซึกิอย่างรวดเร็ว


   "ตอนนี้คุณแม่สบายดีค่ะ พวกเราอาศัยอยู่ใกล้ๆนี่เอง"


   "งั้นหรอจ้ะ เอาสิ ป้าเองก็อยากไปเจอเพื่อนเก่าเหมือนกัน"


   "แม่ครับ ผมว่าพวกเรา..."


   "เรียวยะ แม่จะไปเจอเพื่อนเก่าหน่อยไม่ได้รึยังไงกัน เดี๋ยวนี้กล้าขัดแม่แล้วงั้นหรอ?" คุณมิคาซิกิไม่รอฟังคำคัดค้านของลูกชาย แต่กลับเข้าไปกอดเอวซันนี่เสียแนบแน่นยังกะเธอเป็นลูกรักของเธอแทน อาศัยจังหวะที่คุณนายไม่เห็นเด็กสาวแอบแลบลิ้นปลิ้นตาล้อเลียนชายหนุ่ม ข้อหาบังอาจมาว่าเธอซกมก ทั้งๆที่เธอพึ่งอาบน้ำไปเมื่อคืนแท้ๆ


   "ถ้าคุณป้าเห็นคุณแม่ล่ะก็ คุณป้าต้องตกใจแน่ๆเลยค่ะ คิคิ"


   "จริงหรอจ้ะ แหม๋เล่ามาซิว่าเป็นยังไง..." สาวๆเดินเข้าไปในรถคันงามโดยไม่สนใจชายหนุ่มที่ยังทำท่าคัดค้านไม่เลิก


   "りょうや、何を待ってる?(เรียวยะ รออะไรอยู่น่ะ)" เสียงของคุณนายตะโกนออกไปนอกรถเมื่อเห็นชายหนุ่มไม่ยอมเข้ามาในรถซักที


   "はい~はい~(คร้าบ คร้าบ)" ชายหนุ่มตอบกลับอย่างอ่อนใจ แทนที่จะได้กลับไปนอนเล่นเกมอยู่บ้านแต่กลับต้องมาขับรถให้ท่านแม่ต่อเนี้ยนะ เฮ้อ... ขอโทษนะเพื่อนๆ วันนี้ฉันคงเข้าไปล่าบอสด้วยไม่ได้แล้วล่ะ


..........


   "ที่นี่แหละค่ะ" เด็กสาวพูดเมื่อรถเก๋งสีแดงขับมาถึงบ้านหลังหนึ่ง


   "เห ไม่เลวเลยนี่ ดูเป็นบ้านที่อบอุ่นจังนะ" คุณมิคาซิกิเอ่ยชมพลางเดินออกจากรถไป


   "ขอบคุณค่ะคุณป้า^^" ซันนี่ยิ้มกริ่มแต่ก็ต้องชะงักเพราะคำพูดของใครบางคน


   "君のように汚い (สกปรกเหมือนเธอเลยแฮะ)"


   "..." เด็กสาวหดแขนที่กำลังจะปลดล็อคประตูลง ก่อนจะหันไปหาต้นเสียงที่พูดกวนโอ้ยเมื่อกี้นี้ มือขวากำแน่นข่มอารมณ์ที่ครุกกรุ่น นิ้วโป้งชูขึ้นมาก่อนจะกรีดลงบนต้นคอตัวเองพลางมองไปที่ชายหนุ่มอย่างโหดเหี้ยม


   ชายหนุ่มเบะปากมองบน ไหล่กว้างยักขึ้นเหมือนไม่ทุกร้อนกับคำขู่นั้น


   "อ๊ะ คุณมิคาซึกิ!" คุณแม่ชะเง้อคอมองตั้งนานแล้วว่าเป็นรถของใครที่มาจอดหน้าบ้าน แต่เมื่อเห็นว่าเป็นเพื่อนเก่าที่เคยทำงานที่เดียวกันสมัยตอนอยู่ญี่ปุ่นก็เอ่ยทักด้วยความดีใจ เพราะคุณมิคาซิกิชอบประเทศไทยทำให้สนิทกันได้เร็ว "มาที่ไทยตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ?"


   "พึ่งถึงเมื่อคืนนี่แหละค่ะ... อุ๊ย!" เมื่อผู้เป็นแม่ของซันนี่เดินออกมาเปิดประตูบ้าน คุณมิคาซึกิก็ถึงกับอึ้งไปเลยเมื่อพบกับท้องที่ป่องออกมาของเธอ


   "ฮึๆ คงตกใจสินะคะ" ธิรายิ้มออกมาอย่างเขินๆ


   "ยินดีด้วยนะคะคุณธิรา กี่เดือนแล้วคะเนี้ย"


   "8เดือนแล้วค่ะ" ธิราตอบยิ้มๆ


   "อุ๊ย ถ้างั้นก็ใกล้คลอดแล้วสิคะ สงสัยคราวหน้าต้องมีของติดไม้ติดมือมาให้ซะแล้ว"


   "ไม่ต้องลำบากก็ได้ค่ะ" ธิราตอบอย่างเกรงใจ


   "โอ้ย ไม่ลำบากหรอกค่า แค่นี้จิ๊บจ๊อย" คุณมิคาซึกิพูดอย่างขบขัน


   "แล้วนั่นคือ..." คุณแม่พูดพลางมองไปด้านหลังที่ซันนี่และเรียวยะยืนอยู่


   "มานี่สิเรียวยะ ธิราจ้ะนี่เรียวยะลูกชายคนเล็กของฉันเอง เห็นอย่างนี้เค้าก็อยู่ไทยมานานแล้วนะ ภาษาไทยถือว่าแข็งมากทีเดียว"


   "สวัสดีครับคุณธิรา" เรียวยะไหว้อย่างน้อบน้อม


   ธิรารับไหว้เรียวยะก็จะผายมือเข้าไปด้านใน "เข้าไปข้างในบ้านกันเถอะค่ะ ซัน ลูกก็พาเรียวยะเค้าชมบ้านหน่อยก็แล้วกันนะ แม่จะคุยกับคุณมิคาซิกิที่ชั้น3หน่อย"


   "ค่าาา..." ซันนี่รับปากอย่างเซ็ง ทำไมต้องเป็นเราด้วยล่ะเนี้ย แต่ก็ไม่อยากไปขัดเวลาของพวกผู้ใหญ่เวลาคุยกันเอาเสียเลย


   "นั่นเสียงอะไรน่ะ" เรียวยะหันไปถามเมื่อได้ยินเสียงเหมือนอะไรบางอย่างกระทบกันแรงๆแถมยังมีเสียงคุยกันดังมาจากทางห้องใหญ่นั้นด้วย"


   "อยากรู้ก็ตามมา จะได้แนะนำนายให้พี่ๆเค้ารู้จักด้วย"

..........


   ชายทั้งสองละออกจากกระสอบทรายอันใหญ่ที่ห้อยลงมาจากเพดาน เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลลงมาต้นคอก่อนจะผ่านร่องของซิกแพ็คทรงงามที่ถูกฟิตมาอย่างดี นี่แหละน้า... ความได้เปรียบของลูกเจ้าของค่ายแห่งนี้ เป็นไงล่ะ อิจฉาฉันกันล่ะสิ หึๆ


   "นี่บ้านเธอเปิดค่ายมวยด้วยหรอ" เรียวยะถามแบบไม่อยากจะเชื่อ เป็นลูกเจ้าของค่ายมวยแต่ทำไมถึงอ้วน แต่จะว่าไปเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกันนี่หว่า


   "ก็ไม่เชิงอะ... พี่นัท พี่บลู มีแขกมาบ้านด้วยแหละ"


   "ใครอะ" พี่นัทขมวดคิ้วมองมาทางเรียวยะ ซึ่งต่างจากพี่บลูที่ไม่ได้พูดอะไร


   "นี่คือเรียวยะ ลูกของเพื่อนของแม่หนผุตั้งแต่ตอนที่อยู่ที่ญี่ปุ่น"


   "สวัสดีครับ" เรียวยะยังคงความนอบน้อมไว้จนเธอเริ่มหมั่นใส่ ทีกะคนอื่นล่ะดี๊ดี ที่ตอนเจอกับฉันไม่เห็นเป็นงี้มั่งเลย (ก็เธอไปกรีดรถเค้าอ่ะ)


   "นายน่ะ สู้เป็นไหม" พี่นัทไม่พูดพล่ำทำเพลงโยนนวมคู่นึงไปให้เรียวยะ เจ้าตัวเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร แต่กลับเดินตามพี่นัทขึ้นไปบนสังเวียรซะอย่างนั้น


   "เดี๋ยวสิพี่นัท เดี๋ยวเจ้าหมอนี่ก็เจ็บตั..." ซันนี่ทำท่าจะเข้าไปห้ามแต่ก็โดนแขนนึงรั้งเอาไว้


   "ปล่อยเขาไปเถอะ เจ้านั่นรู้ดีว่าใครสู้เป็นสู้ไม่เป็น" พูดจบพี่บลูก็เดินไปนั่งเก้าอี้ข้างสังเวียรก่อนจะกระดกน้ำขึ้นดื่มเหมือนไม่ใส่ใจในสิ่งที่พี่นัททำเท่าไหร่


   "เฮ้อ ตามใจพวกพี่เหอะ หนูขึ้นไปอาบน้ำดีกว่า ร้อนจะตายแล้ว" ว่าจบก็เดินขึ้นชั้นสองไป


   "จะสู้แบบไหนดีล่ะ" พี่นัทว่าพลางขยับร่างกายให้เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้


   "แล้วแต่เลยครับ ถึงจะเคยเข้าฟิตเนสอยู่บ้างแต่ผมเองก็ไม่เคยสู้ในโลกจริงหรอกนะ" คำตอบของเรียวยะทำให้พี่นัทถึงกับขมวดคิ้ว


   "เห อยากรู้จังว่าใช้ชื่อตัวละครอะไร เพราะทางฉันเองก็เล่นอยู่เหมือนกัน ไอเกมส์ BildZ Online อะไรนั่นน่ะ" พี่นัทยิ้มพลางนึกสนุกอยู่ไม่น้อย เพราะการสู้กับคนที่มีประสบการณ์ต่อสู้แบบเอาชีวิตรอดในเกมส์น่ะ มันต้องดีกว่าต่อยกระสอบทรายไปวันๆอยู่แล้ว


   "ถ้าพี่ล้มผมได้... เอาแค่ล้มก็พอ ผมจะบอกชื่อในเกมส์ให้แล้วกันนะครับ" เรียวยะขยับยืดกล้ามเนื้อเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ตัวเองบาดเจ็บ


   "เห น่าสนใจดีนี่..."


   "นัท"


   "มีอะไรบลู นายคงไม่ได้คิดจะห้ามฉันหรอกใช่ไหม" พี่นัทดักทาง ซึ่งบลูก็ไม่ได้มีท่าทีจะทำอย่างที่ว่าแต่อย่างใด


   "ปล่าว แค่บอกให้รีบๆหน่อย เดี๋ยวคุณนายมาเห็นแล้วเรื่องนี้จะไปถึงหูอาจารย์" พี่บลูเตือน เพราะอาจารย์มักจะคำนึงถึงผลร้ายที่ตามมาเสมอเมื่อต่อสู้กับคนที่ไม่ได้มีทักษะทางนี้โดยตรง


   "รู้แล้วน่า... พร้อมรึยังพ่อหนุ่มจากแดนปลาดิบ"


   "พร้อมครับ แต่ก็ไม่เชิงว่ามาจากแดนปลาดิบอะไรนั่นหรอก ผมอยู่กับพ่อที่ไทยตั้งแต่เกิดเลยต่างหาก" เด็กหนุ่มตั้งท่าที่ตัวเองมักจะใช้ตอนอยู่ในเกมส์ คือยืนย่อเข่าเล็กน้อย เท้าซ้ายก้าวไปด้านหน้า หมัดซ้ายกดลงต่ำในเชิงป้องกัน ส่วนหมัดขวายกขึ้นเสมอปาก


   พี่นัทยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยให้กับท่าเตรียมพร้อมที่ดูแล้วไม่น่าจะใช่พวกลิ่วล้อที่เล่นเกมแบบชิวๆหรือว่าพึ่งแต่สกิลของเกมส์ ขาทั้งสองข้างแยกออกจากกันระยะเท่าหัวไหล่ การยืนแบบเต็มเท้าเปลี่ยนเป็นยืนแบบปลายเท้าแทน หมัดยกขึ้นมาตั้งกาด ปลายนิ้วคลายออกและกำเข้ามาอีกครั้งด้วยความหนักแน่น "เอาละนะ"


   พี่นัทย่อตัวลงต่ำขณะย่นระห่างระหว่างพวกเค้าทั้งสอง หมัดซ้ายฮุกต่อยเข้าที่ท้องน้อยของเรียวยะอย่างรวดเร็ว เรียวยะที่ไม่ทันตั้งตัวจึงทำได้แค่ถอยไปตั้งหลักทั้งที่มือยังคงกุมอยู่ที่หน้าท้อง


   "หมัดหนักจังนะครับ"


   "หึ ไม่หรอกน่า แล้วนายล่ะว่ายังไง" พี่นัทกลับมาในท่าตั้งรับ


   แบบนี้ถ้าจะให้ยืนรอรับการโจมตีอยู่เฉยๆคงไม่ได้สินะ "ถ้างั้นขออนุญาตนะครับ..."


   หมัดขวาตรงถูกปล่อยไปซึ่งๆหน้า พี่นัทยกมือขึ้นกันแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อหมัดซ้ายของเรียวยะงัดเข้าที่ปลายคาง พี่นัทกระโดดถอยหลังอย่างเฉียดฉิว เมื่อกี้สัมผัสถึงความเร็วของของหมัดได้จากลม มันทั้งหนักแน่นและเฉียบคม จนดูไม่เหมือนกับคนที่เคยต่อสู้แค่ในเกมส์เลย


   ชายหนุ่มไม่ปล่อยจังหวะให้เรียวยะหยุดพัก ขาเรียวยาวตวัดไปด้านข้างเข้าที่สีข้างของเรียวยะเต็มๆ แต่เขายังไม่สาแก่ใจปล่อยอีกหมัดเข้าที่แก้มซ้ายของเขาก่อนจะตามด้วยหมัดขวา ดูเหมือนว่าเรียวยะเริ่มจับทางความเร็วของเขาออก ศีรษะของเรียวยะเอียงไปด้านขวา นั่นทำให้พี่นัทเสียการทรงตัวเนื่องจากเค้าคิดว่าหมัดนี้ต้องเข้าเป้าเต็มๆแน่ๆ


   แต่เค้ากลับคิดผิด เรียวยะฉวยโอกาสตอนที่เขาเสียสมดุลต่อเข้าที่กลางท้องก่อนจะต่อด้วยเตะตัดขา ทำเอาที่นัทถึงล้มไม่เป็นท่า


   "ขี้โกงนี่หว่า..แฮ่กๆ... เล่นเตะงี้แล้วฉันจะยืนยังไงล่ะ ฮ่าๆๆ" พี่นัทโวยแต่ก็ยังมีรอยยิ้มอยู่ที่ใบหน้า


   "แฮ่กๆ... พี่ไม่ได้ห้ามเตะแบบนี้นี่ครับ..." เรียวยะดึงนวมที่มือซ้ายออกก่อนจะยื่นไปที่ด้านหน้าของชายที่นอนหอบหายใจอยู่ที่พื้น


   "เออๆรู้แล้วน่า" พี่นัดดึงนวมทั้งสองข้างออก แขนที่แน่นไปด้วยกล้ามเนื้อส่งไปให้เรียวยะ


   ทั้งสองเดินลงจากสังเวียรตรงไปยังที่นั่งคนดูที่มีคนๆนึงนั่งดูการค่อสู้ของพวกเค้าตั้งแต่แรก


   "เอ่า" พี่นัทโยนผ้าขนหนูผืนนึงให้เรียวยะ ซึ่งเจ้าตัวก็รับได้อย่างพอดิบพอดี "ไปอาบน้ำที่ชั้นสองก่อนก็ได้นะ ดูท่าคุณนายน่าจะคุณกับแม่นายนานแหง๋ๆ นานๆทีจะมีเพื่อนมาหานี่นะ"


   "ขอบคุณครับ" เรียวยะบอกขอบคุณคนที่พึ่งจะสู้กันหมาดๆด้วยท่าทางอ่อนน้อม 


   พี่นัทก็ทำเพียงพยักหน้ารับเล็กน้อย จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนบนม้านั่งแก้เหนื่อย ทันทีที่เรียวยะเดินไปจนลับสายตา


   บลูวางขวดน้ำไว้ข้างตัวของเพื่อนตัวดีที่ชอบหาเรื่องเจ็บตัวไม่เข้าเรื่อง "ทำไมต้องไปท้าเด็กนั่นสู้ด้วย เรื่องเกมส์นายก็ไม่ได้เล่นมันด้วยซ้ำ"


   นัทได้แต่หัวเราะในลำคอ "ก็คนมันอยากรู้นี่หว่า ว่าคนที่เล่นเกมส์นั่นมันจะมีทักษะเทียบเท่าคนที่ฝึกในโลกจริงไหม"


   "มันจะไปเทียบกันได้ยังไงกันล่ะ" บลูตอบ ของมันแน่นอนอยู่แล้ว ในเกมส์ก็เป็นได้แค่โลกสมมุติที่เล่นโดยใช้ตัวละครและระบบสกิลที่โกงความสามารถเมื่อเทียบกับชีวิตจริง แต่ถึงอย่างนั้นก็น่าแปลกที่เจ้าหมอนี้มันแพ้ เด็กนั่นไม่เคยสู้มาก่อนจริงๆน่ะหรอ?


   "จริงของนาย..." นัทดันตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะคว้าขวดน้ำที่วางอยู่ที่ข้างตัวขึ้นมาราดหัวให้เย็นลง ให้ตายสิ ตอนนี้หัวฉันมันร้อนไปหมดเลย


   "ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากรู้อยากลอง ทั้งที่รู้ว่าค่ายของเราไม่ใช่ค่ายมวย..."


   "พออาจารย์ออกไปทำงานเป็นตัวเป็นตนก็ไม่ได้สู้กับใครเลยนี่หว่า แถมแขนของนายก็..." นัทเว้นว่างไว้ เพราะถึงไม่พูดออกมาพวกเค้าก็รู้เรื่องนี้กันอยู่แล้ว


   บลูกุมที่แขนข้างขวาที่หายดีจากอุบัติเหตุแล้ว แต่ความรู้สึกที่มียังไงก็ไม่เหมือนเดิม "ช่างเถอะ ถ้ามีความกล้ามากพอ ฉันจะจับมันเพื่อสู้กับนายอีกครั้ง" นัทยิ้มให้กับความใจสู้ของเพื่อน ถึงแม้คนอื่นๆในค่ายนี้จะออกไปหมดแล้ว แต่ที่นี่เป็นที่เดียวที่พวกเค้าได้ผ่อนคลายจากปัญหาหลายๆอย่าง ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ได้ระบายในสิ่งที่อยากระบาย...

...........

   อีกด้านนึงเรียวยะเดินขึ้นไปบนชั้นสองพร้อมกับผ้าขนหนูที่ได้จากพี่นัท ดูๆไปแล้วพวกเค้าก็ดูเป็นคนดีทีเดียว แต่ตอนที่เจอหน้ากันครั้งแรกก็โดนท้าสู้เลยนี่ก็แอบแปลกใจนิดหน่อยแฮะ


   แกร็ก


   ประตูห้องอาบน้ำเปิดออกพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่ตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อ ด้วยความที่ไม่คุ้นชินสถานที่เลยทำให้เค้าพลาดเดินเข้าห้องน้ำหญิงไปโดยไม่รู้ตัว...


   "เอ้ะ?" ซันนี่หันหน้าไปมองบุคคลปริศนาที่เข้ามาในห้องน้ำ ท่ามกลางสายน้ำที่กำลังไหลชโลมร่างกายในหัวก็แล่นอย่างรวดเร็วว่าในบ้านหลังนี้มีผู้หญิงคนไหนที่จะเข้ามาอาบน้ำในเวลานี้กัน คุณมิคาซึกิก็ไม่น่าใช่เพราะพวกเขาน่าจะเม้ากันอยู่บนชั้นสามนี่


   "อ้ะ?" เรียวยะที่รู้ตัวว่ามีคนอยู่ก่อนหน้านี้ร้องอย่างแปลกใจ แต่เมื่อเห็นว่าคนที่กำลังอาบน้ำอยู่นั้นเป็นใครทั้งคู่ก็เกิดนิ่งค้างทันที...


   "...."


   "..."


   "อ้ากกกกก!!!/กรี๊ดดดดด!!!"


   มะ ไม่นะ!! ตาฉัน!!!

********************

   พี่นัท


   พี่บลู


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น